๙. มรรคกถา
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มรรคกถา
มหาวคฺเค มคฺคกถา
คำว่า มคฺโค ความว่า ชื่อว่ามรรค เพราะอรรถว่ากระไร ฯ ในขณะโสดาปัตติมรรค สัมมาทิฐิเพราะอรรถว่าเห็น เป็นมรรคและ เป็นเหตุเพื่อละมิจฉาทิฐิ เพื่ออุปถัมภ์สหชาตธรรม เพื่อครอบงำกิเลสทั้งหลาย เพื่อความหมดจดในเบื้องต้นแห่งปฏิเวธ เพื่อความตั้งมั่นแห่งจิต เพื่อความ ผ่องแผ้วแห่งจิต เพื่อบรรลุธรรมพิเศษ เพื่อแทงตลอดธรรมอันยิ่ง เพื่อตรัสรู้ สัจจะ เพื่อให้จิตตั้งอยู่ในนิโรธ สัมมาสังกัปปะเพราะอรรถว่าดำริ เป็นมรรค และเป็นเหตุเพื่อละมิจฉาสังกัปปะ ... สัมมาวาจาเพราะอรรถว่ากำหนดเอา เป็น มรรคและเป็นเหตุเพื่อละมิจฉาวาจา ... สัมมากัมมันตะ เพราะอรรถว่าเป็น สมุฏฐาน เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละมิจฉากัมมันตะ ... สัมมาอาชีวะเพราะ อรรถว่าผ่องแผ้ว เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละมิจฉาอาชีวะ ... สัมมาวายามะ เพราะอรรถว่าประคองไว้ เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละมิจฉาวายามะ ... สัมมาสติ เพราะอรรถว่าตั้งมั่น เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละมิจฉาสติ ... สัมมาสมาธิเพราะ อรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละมิจฉาสมาธิ เพื่ออุปถัมภ์- *สหชาตธรรม เพื่อครอบงำกิเลสทั้งหลาย เพื่อความหมดจดในเบื้องต้นแห่ง ปฏิเวธ เพื่อความตั้งมั่นแห่งจิต เพื่อความผ่องแผ้วแห่งจิต เพื่อบรรลุธรรม พิเศษ เพื่อแทงตลอดธรรมอันยิ่ง เพื่อตรัสรู้สัจจะ เพื่อให้จิตตั้งมั่นอยู่ในนิโรธ ฯ
มคฺโคติ เกนตฺเถน มคฺโค ฯ โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ ทสฺสนฏฺเฐน สมฺมาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตรึ ปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ อภินิโรปนฏฺเฐน สมฺมาสงฺกปฺโป มิจฺฉาสงฺกปฺปสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตรึ ปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปริคฺคหฏฺเฐน สมฺมาวาจา มิจฺฉาวาจาย ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ {๕๒๗.๑} จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตรึ ปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ สมุฏฺฐานฏฺเฐน สมฺมากมฺมนฺโต มิจฺฉากมฺมนฺตสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตริปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ โวทานฏฺเฐน สมฺมาอาชีโว มิจฺฉาอาชีวสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ฯเปฯ ปคฺคหฏฺเฐน สมฺมาวายาโม มิจฺฉาวายามสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ฯเปฯ อุปฏฺฐานฏฺเฐน สมฺมาสติ มิจฺฉาสติยา ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ฯเปฯ อวิกฺเขปฏฺเฐน สมฺมาสมาธิ มิจฺฉาสมาธิสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตริปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ ฯ
ในขณะสกทาคามิมรรค สัมมาทิฐิเพราะอรรถว่าเห็น ฯลฯ สัมมาสมาธิเพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละกามราค- *สังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ส่วนหยาบๆ ... ฯ ในขณะอนาคามิมรรค สัมมาทิฐิเพราะอรรถว่าเห็น ฯลฯ สัมมาสมาธิ เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ส่วนละเอียดๆ ... ฯ ในขณะอรหัตมรรค สัมมาทิฐิเพราะอรรถว่าเห็น ฯลฯ สัมมาสมาธิ เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน เป็นมรรคและเป็นเหตุเพื่อละรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา มานานุสัย ราคานุสัย อวิชชานุสัย เพื่ออุปถัมภ์สหชาตธรรม เพื่อครอบงำกิเลสทั้งหลาย เพื่อความหมดจดในเบื้องต้นแห่งปฏิเวธ เพื่อความ ตั้งมั่นแห่งจิต เพื่อความผ่องแผ้วแห่งจิต เพื่อบรรลุธรรมพิเศษ เพื่อแทงตลอด ธรรมอันยิ่ง เพื่อตรัสรู้สัจจะ เพื่อให้จิตตั้งมั่นอยู่ในนิโรธ ฯ
สกทาคามิมคฺคกฺขเณ ทสฺสนฏฺเฐน สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ อวิกฺเขปฏฺเฐน สมฺมาสมาธิ โอฬาริกสฺส กามราคสญฺโญชนสฺส ปฏิฆสญฺโญชนสฺส โอฬาริกสฺส กามราคานุสยสฺส ปฏิฆานุสยสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตริปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ ฯ {๕๒๘.๑} อนาคามิมคฺคกฺขเณ ทสฺสนฏฺเฐน สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ อวิกฺเขปฏฺเฐน สมฺมาสมาธิ อณุสหคตสฺส กามราคสญฺโญชนสฺส ปฏิฆสญฺโญชนสฺส อณุสหคตสฺส กามราคานุสยสฺส ปฏิฆานุสยสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตริปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ ฯ {๕๒๘.๒} อรหตฺตมคฺคกฺขเณ ทสฺสนฏฺเฐน สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ อวิกฺเขปฏฺเฐน สมฺมาสมาธิ รูปราคสฺส อรูปราคสฺส มานสฺส อุทฺธจฺจสฺส อวิชฺชาย มานานุสยสฺส ราคานุสยสฺส อวิชฺชานุสยสฺส ปหานาย มคฺโค เจว เหตุ จ สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย มคฺโค เจว เหตุ จ กิเลสานํ ปริยาทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ ปฏิเวธาทิวิโสธนาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย มคฺโค เจว เหตุ จ จิตฺตสฺส โวทานาย มคฺโค เจว เหตุ จ วิเสสาธิคมาย มคฺโค เจว เหตุ จ อุตฺตริปฏิเวธาย มคฺโค เจว เหตุ จ สจฺจาภิสมยาย มคฺโค เจว เหตุ จ นิโรเธ ปติฏฺฐาปนาย มคฺโค เจว เหตุ จ ฯ
สัมมาทิฐิเป็นมรรคแห่งการเห็น สัมมาสังกัปปะเป็นมรรคแห่ง ความดำริ สัมมาวาจาเป็นมรรคแห่งการกำหนด สัมมากัมมันตะเป็นมรรคแห่ง สมุฏฐาน สัมมาอาชีวะเป็นมรรคแห่งความผ่องแผ้ว สัมมาวายามะเป็นมรรคแห่ง ความประคองไว้ สัมมาสติเป็นมรรคแห่งความตั้งมั่น สัมมาสมาธิเป็นมรรคแห่ง ความไม่ฟุ้งซ่าน สติสัมโพชฌงค์เป็นมรรคแห่งความตั้งมั่น ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นการเลือกเฟ้น วิริยสัมโพชฌงค์เป็นมรรคแห่งความประคองไว้ ปีติสัมโพชฌงค์เป็นมรรคแห่งความแผ่ซ่านไป ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์เป็นมรรคแห่งความสงบ สมาธิสัมโพชฌงค์เป็นมรรคแห่ง ความไม่ฟุ้งซ่าน อุเบกขาสัมโพชฌงค์เป็นมรรคแห่งการพิจารณาหาทาง สัทธา- *พละเป็นมรรคแห่งความไม่หวั่นไหวไปในความไม่มีศรัทธา วิริยพละเป็นมรรค แห่งความไม่หวั่นไหวไปในความเกียจคร้าน สติพละเป็นมรรคแห่งความไม่ หวั่นไหวไปในความประมาท สมาธิพละเป็นมรรคแห่งความไม่หวั่นไหวไปใน อุทธัจจะ ปัญญาพละเป็นมรรคแห่งความไม่หวั่นไหวไปในอวิชชา สัทธินทรีย์ เป็นมรรคแห่งความน้อมใจเชื่อ วิริยินทรีย์เป็นมรรคแห่งความประคองไว้ สตินทรีย์เป็นมรรคแห่งความตั้งมั่น สมาธินทรีย์เป็นมรรคแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน ปัญญินทรีย์เป็นมรรคแห่งความเห็น อินทรีย์เป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็นใหญ่ พละ เป็นมรรคเพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว โพชฌงค์เป็นมรรคเพราะอรรถว่านำออก ชื่อว่ามรรคเพราะอรรถว่าเป็นเหตุ สติปัฏฐานเป็นมรรคเพราะอรรถว่าตั้งมั่น สัมมัปปธานเป็นมรรคเพราะอรรถว่าตั้งไว้ อิทธิบาทเป็นมรรคเพราะอรรถว่าให้ สำเร็จ สัจจะเป็นมรรคเพราะอรรถว่าถ่องแท้ สมถะเป็นมรรคเพราะอรรถว่าไม่ ฟุ้งซ่าน วิปัสสนาเป็นมรรคเพราะอรรถว่าพิจารณาเห็น สมถะและวิปัสสนาเป็น มรรคเพราะอรรถว่ามีกิจเป็นอันเดียวกัน ธรรมที่เป็นคู่กันเป็นมรรคเพราะอรรถว่า ไม่ล่วงเกินกัน สีลวิสุทธิเป็นมรรคเพราะอรรถว่าสำรวม จิตตวิสุทธิเป็นมรรค เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน ทิฐิวิสุทธิเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเห็น วิโมกข์เป็นมรรค เพราะอรรถว่าหลุดพ้น วิชชาเป็นมรรคเพราะอรรถว่าแทงตลอด วิมุตติเป็นมรรค เพราะอรรถว่าปล่อย ญาณในความสิ้นไปเป็นมรรคเพราะอรรถว่าตัดขาด ฉันทะ เป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็นมูล มนสิการเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็นสมุฏฐาน ผัสสะเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็นที่ประชุม เวทนาเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็นที่ รวม สมาธิเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็นประธาน สติเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็น ใหญ่ ปัญญาเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็นธรรมอันยิ่งกว่าธรรมนั้น วิมุตติเป็นมรรค เพราะอรรถว่าเป็นสาระ นิพพานอันหยั่งลงสู่อมตะเป็นมรรคเพราะอรรถว่าเป็น ที่สุด ฯ จบมรรคกถา ฯ -----------------------------------------------------
ทสฺสนมคฺโค สมฺมาทิฏฺฐิ อภิโรปนมคฺโค สมฺมาสงฺกปโป ปริคฺคหมคฺโค สมฺมาวาจา สมุฏฺฐานมคฺโค สมฺมากมฺมนฺโต โวทานมคฺโค สมฺมาอาชีโว ปคฺคหมคฺโค สมฺมาวายาโม อุปฏฺฐานมคฺโค สมฺมาสติ อวิกฺเขปมคฺโค สมฺมาสมาธิ อุปฏฺฐานมคฺโค สติสมฺโพชฺฌงฺโค ปวิจยมคฺโค ธมฺมวิจย- สมฺโพชฺฌงฺโค ปคฺคหมคฺโค วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค ผรณมคฺโค ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปสมมคฺโค ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค อวิกฺเขปมคฺโค สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค ปฏิสงฺขานมคฺโค อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยมคฺโค สทฺธาพลํ โกสชฺเช อกมฺปิยมคฺโค วิริยพลํ ปมาเท อกมฺปิยมคฺโค สติพลํ อุทฺธจฺเจ อกมฺปิยมคฺโค สมาธิพลํ อวิชฺชาย อกมฺปิยมคฺโค ปญฺญาพลํ อธิโมกฺขมคฺโค {๕๒๙.๑} สทฺธินฺทฺริยํ ปคฺคหมคฺโค วิริยินฺทฺริยํ อุปฏฺฐานมคฺโค สตินฺทฺริยํ อวิกฺเขปมคฺโค สมาธินฺทฺริยํ ทสฺสนมคฺโค ปญฺญินฺทฺริยํ อาธิปเตยฺยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ มคฺโค อกมฺปิยฏฺเฐน พลํ มคฺโค นิยฺยานฏฺเฐน โพชฺฌงฺโค มคฺโค เหตฏฺเฐน มคฺโค อุปฏฺฐานฏฺเฐน สติปฏฺฐานา มคฺโค ปทหนฏฺเฐน สมฺมปฺปธานา มคฺโค อิชฺฌนฏฺเฐน อิทฺธิปาทา มคฺโค ตถฏฺเฐน สจฺจา มคฺโค อวิกฺเขปฏฺเฐน สมโถ มคฺโค อนุปสฺสนฏฺเฐน วิปสฺสนา มคฺโค เอกรสฏฺเฐน สมถวิปสฺสนา มคฺโค อนติวตฺตนฏฺเฐน ยุคนทฺธา มคฺโค สํวรฏฺเฐน สีลวิสุทฺธิ มคฺโค อวิกฺเขปฏฺเฐน จิตฺตวิสุทฺธิ มคฺโค ทสฺสนฏฺเฐน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ มคฺโค มุตฺตฏฺเฐน วิโมกฺโข มคฺโค ปฏิเวธฏฺเฐน วิชฺชา มคฺโค ปริจฺจาคฏฺเฐน วิมุตฺติ มคฺโค สมุจฺเฉทฏฺเฐน ขเย ญาณํ มคฺโค ฉนฺโท มูลฏฺเฐน มคฺโค มนสิกาโร สมุฏฺฐานฏฺเฐน มคฺโค ผสฺโส สโมธานฏฺเฐน มคฺโค เวทนา สโมสรณฏฺเฐน มคฺโค สมาธิ ปมุขฏฺเฐน มคฺโค สติ อาธิปเตยฺยฏฺเฐน มคฺโค ปญฺญา ตทุตฺตรฏฺเฐน มคฺโค วิมุตฺติ สารฏฺเฐน มคฺโค อมโตคธํ นิพฺพานํ ปริโยสานฏฺเฐน มคฺโคติ ฯ มคฺคกถา ฯ ---------