๓. ปายาสทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. ปายาสทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปายาสทายกเถระ (พระปายาสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ กำลังเสด็จออกจากป่า มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม
ข้าพเจ้าประสงค์จะบูชายัญ จึงคดข้าวปายาสใส่ถาดสำริด แล้วน้อมนำเครื่องพลีกรรมเข้าไปด้วยมือตนเอง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๗๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค] ๓. ปายาสทายกเถราปทาน
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จขึ้นสู่ที่จงกรมในอากาศซึ่งเป็นทางลม
ข้าพเจ้าได้เห็นความอัศจรรย์ซึ่งไม่เคยมี น่าขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว จึงวางถาดสำริดลง ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี
กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าในโลก พร้อมทั้งเทวโลกและมนุษยโลก ขอจงทรงอนุเคราะห์รับข้าวปายาสของข้าพระองค์เถิด
พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญู ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เป็นศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว จึงทรงรับไว้
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวปายาส
ในกัปที่ ๔๑ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าพุทธะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปายาสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ปายาสทายกเถราปทานที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๘๐}