๔. กาฬุทายีเถราปทาน (๓๔)
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ กาฬุทายีเถราปทานที่ ๔ (๓๔) ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวชั้นพิเศษ
จตุตฺถํ กาฬุทายิตฺเถราปทานํ (๓๔)
เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่เสด็จ ดำเนินทางไกล เที่ยวจาริกไป ในเวลานั้น เราได้ถือเอาดอกปทุม ดอก อุบล และดอกมะลิซ้อนอันบานสะพรั่ง และถือข้าว (สุก) ชั้นพิเศษมา ถวายแด่พระศาสดา พระมหาวีรชินเจ้า ทองเสวยข้าวชั้นพิเศษอันเป็น โภชนะดี และทรงรับดอกไม้นั้นแล้ว ทรงยังเราให้รื่นเริงว่า ผู้ใดได้ ถวายดอกปทุมอันอุดม เป็นที่ปรารถนา เป็นที่ใคร่ในโลกนี้แก่เรา ผู้นั้น ทำกรรมที่ทำได้ยากนัก ผู้ใดได้บูชาดอกไม้ และได้ถวายข้าวชั้นพิเศษ แก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เสวย เทวรัชสมบัติ ๑๘ ครั้ง ดอกอุบล ดอกปทุม และดอกมะลิซ้อน จะมีใน เบื้องบนผู้นั้นด้วยผลแห่งบุญนั้น ผู้นั้นจักสร้างหลังคาอันประกอบด้วย ของหอมอันเป็นทิพย์ไว้ในอากาศ จักทรงไว้ในเวลานั้น จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๒๕ ครั้ง จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดินครอบครองพสุธา ๕๐๐ ครั้ง ในกัลปที่แสน พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพใน วงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นปรารถนาในกรรมของ ตน อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักได้เป็นบุตรผู้มีชื่อเสียง ทำความเพลิด เพลินให้เกิดแก่เจ้าศากยะทั้งหลายแต่ภายหลัง ผู้นั้นอันกุศลมูลตักเตือน แล้วจักบวช จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วไม่มีอาสวะนิพพาน พระ โคดมผู้เผ่าพันธุ์ของโลก จักทรงตั้งผู้นั้นซึ่งบรรลุปฏิสัมภิทา ได้ทำกิจที่ ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ในเอตทัคคสถาน ผู้นั้นมีตนส่งไปแล้ว เพื่อความเพียร สงบระงับ ไม่มีอุปธิ จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่าอุทายี เรากำจัดราคะ โทสะ โมหะ มานะ และมักขะ ได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ เรายังพระสัม พุทธเจ้าให้ทรงโปรดปราน มีความเพียร มีปัญญา และพระสัมพุทธเจ้า ทรงเลื่อมใส ทรงตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกาฬุทายีเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ กาฬุทายีเถราปทาน. -----------------------------------------------------
|๓๖.๔๘| ปทุมุตฺตรสฺส พุทฺธสฺส โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน อทฺธานํ ปฏิปนฺนสฺส จรโต จาริกํ ตทา ฯ |๓๖.๔๙| สุผุลฺลํ ปทุมํ คยฺห อุปฺปลํ มลฺลิกญฺจหํ ปรมนฺนํ คเหตฺวาน อทาสึ สตฺถุโน อหํ ฯ |๓๖.๕๐| ปริภุญฺชิ มหาวีโร ปรมนฺนํ สุโภชนํ ตญฺจ ปุปฺผํ คเหตฺวาน ชินสฺส สมฺปทสฺสยิ ฯ |๓๖.๕๑| อิฏฺฐํ กนฺตยิทํ โลเก ชลชํ ปุปฺผมุตฺตมํ สุทุกฺกรํ กตํ เตน ยํ เม ปุปฺผํ อทาสิ โส ฯ |๓๖.๕๒| โย ปุปฺผํ อภิโรเปสิ ปรมนฺนญฺจทาสิ เม ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๓๖.๕๓| ทสมฏฺฐกฺขตฺตุญฺจ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ อุปฺปลํ ปทุมญฺจาปิ มลฺลิกญฺจ ตทุตฺตริ ฯ |๓๖.๕๔| อสฺส ปุญฺญวิปาเกน ทิพฺพคนฺธสมายุตํ อากาเส ฉทนํ กตฺวา ธารยิสฺสติ ตาวเท ฯ |๓๖.๕๕| ปญฺจวีสติขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ปฐพฺยา รชฺชํ ปญฺจสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ฯ |๓๖.๕๖| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๓๖.๕๗| สกกมฺมาภิรทฺโธ โส สุกฺกมูเลน โจทิโต สกฺยานํ นนฺทิชนโก ญาติพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ |๓๖.๕๘| โส จ ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา สุกฺกมูเลน โจทิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๓๖.๕๙| ปฏิสมฺภิทมนุปฺปตฺตํ กตกิจฺจํ อนาสวํ โคตโม โลกพนฺธุ ตํ เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ ฯ |๓๖.๖๐| ปธานํ ปหิตตฺโต โส อุปสนฺโต นิรูปธิ อุทายิ นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ |๓๖.๖๑| ราโค โทโส จ โมโห จ มาโน มกฺโข จ ธํสิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๖.๖๒| โตสยิญฺจาปิ สมฺพุทฺธํ อาตาปี นิปโก อหํ ปสาทิโต จ สมฺพุทฺโธ เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ |๓๖.๖๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กาฬุทายิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ กาฬุทายิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ