经典 · เล่ม ๓๒
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 · เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปทุมกูฏาคาริกเถระ (พระปทุมกูฏาคาริกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๓๕๓พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ตรัสรู้แล้วด้วยพระองค์เอง ทรงประสงค์วิเวก ฉลาดในสมาธิ เป็นมุนี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน
๓๕๔พระมหามุนีพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด เสด็จเข้าไปยังไพรสณฑ์ ทรงลาดผ้าบังสุกุลแล้วประทับนั่งอยู่
๓๕๕เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าดงทึบ เที่ยวแสวงหาเนื้อฟานอยู่ในครั้งนั้น
๓๕๖ณ ที่นั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว ไม่มีอาสวะเด่นอยู่ดุจต้นพญาไม้สาละมีดอกบานสะพรั่ง และดุจดวงอาทิตย์อุทัย
๓๕๗ครั้นเห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ มีพระยศยิ่งใหญ่แล้ว จึงลงไปยังชาติสระ นำดอกปทุมมาในขณะนั้น
๓๕๘ครั้นนำดอกปทุมร้อยกลีบซึ่งเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจมาแล้ว จึงสร้างเรือนยอด(ปราสาท)แล้วมุงด้วยดอกปทุม
๓๕๙พระพุทธชินเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้มหามุนี ผู้ทรงอนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา ประทับอยู่ในเรือนยอดตลอด ๗ วัน ๗ คืน
๓๖๐ข้าพเจ้านำดอกปทุมที่เก่าๆ ทิ้งแล้ว มุงด้วยดอกปทุมใหม่ ได้ยืนประคองอัญชลี ในขณะนั้น
๓๖๑พระมหามุนีพระนามว่าปิยทัสสี ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จออกจากสมาธิแล้วประทับนั่งเหลียวดูทิศอยู่
๓๖๒ครั้งนั้น พระเถระผู้อุปัฏฐากนามว่าสุทัสสนะ มีฤทธิ์มาก รู้พระดำริของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้ศาสดา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน
๓๖๓มีภิกษุ ๘๐,๐๐๐ รูปแวดล้อมแล้ว เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ซึ่งประทับนั่งเป็นสุขอยู่ที่ชายป่า
๓๖๔และครั้งนั้น เทวดาที่สิงสถิตอยู่ในไพรสณฑ์ ทราบพระพุทธดำริแล้ว พากันมาประชุมทั้งหมด
๓๖๕เมื่อพวกยักษ์ กุมภัณฑ์ พร้อมทั้งผีเสื้อน้ำมาพร้อมกัน และเมื่อภิกษุสงฆ์มาถึงพร้อมแล้ว พระชินเจ้าได้ตรัสพระคาถาว่า
๓๖๖เราจักพยากรณ์ผู้ที่บูชาเราตลอด ๗ วัน และได้สร้างอาวาสถวายเรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
๓๖๗เราจักพยากรณ์สิ่งที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก ลึกซึ้งให้ปรากฏชัดด้วยญาณ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
๓๖๘ผู้นั้นจักได้ครองเทวสมบัติตลอด ๑๔ กัป เรือนยอดของผู้นั้นใหญ่ มุงด้วยดอกปทุม
๓๖๙เทวดาทั้งหลายทรงไว้ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งบุพกรรม เขาจักเวียนว่ายตายเกิดสับสนใน ๑๑๔ กัป
๓๗๐ในกัปที่ ๑๑๔ นั้น วิมานดอกไม้จักทรงอยู่ในอากาศ น้ำไม่ติดอยู่บนใบบัวฉันใด
๓๗๑กิเลสทั้งหลายก็ไม่ติดอยู่ในญาณของผู้นี้ฉันนั้น ผู้นี้จักปลดเปลื้องนิวรณ์ ๕ ออกจากใจได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน
๓๗๒ให้ความคิดเกิดในเนกขัมมะแล้ว จักออกจากเรือนบวช ในครั้งนั้น วิมานดอกไม้ที่ยังทรงอยู่ก็จักออกไปด้วย
๓๗๓เมื่อผู้นั้นมีปัญญารักษาตน มีสติ อยู่ที่โคนต้นไม้ วิมานดอกไม้จักทรงอยู่เหนือศีรษะของผู้นั้นที่โคนต้นไม้นั้น
๓๗๔ผู้นั้นถวายจีวร บิณฑบาต คิลานปัจจัย ที่นอนและที่นั่งแก่ภิกษุสงฆ์แล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
๓๗๕เมื่อเรือนยอดลอยไป ข้าพเจ้าออกบวชแล้ว กรรมทรงเรือนยอดไว้เฉพาะข้าพเจ้าแม้อยู่ที่โคนต้นไม้
๓๗๖ข้าพเจ้าไม่มีความตั้งใจ(แสวงหา)จีวรและบิณฑบาต ข้าพเจ้าประกอบด้วยบุญกรรม จึงได้จีวรและบิณฑบาตที่สำเร็จแล้ว
๓๗๗พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ผ่านพ้นข้าพเจ้าไปเปล่าๆ ตั้งหลายพระองค์ ตลอดโกฏิกัปจำนวนมาก โดยนับประมาณมิได้
๓๗๘ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี ผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ จึงมาเกิดยังกำเนิดนี้
๓๗๙ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระนามว่าอโนมะ ผู้มีพระจักษุ ครั้นเข้าเฝ้าพระองค์แล้ว ก็ได้บวชเป็นบรรพชิต
๓๘๐พระพุทธชินเจ้าผู้ทรงทำที่สุดทุกข์ได้ ทรงแสดงพระสัทธรรม ข้าพเจ้าได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน
๓๘๑ข้าพเจ้าให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐทรงพอพระทัย กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จึงอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
๓๘๒ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๓๘๓กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
๓๘๔การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๓๘๕คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปทุมกูฏาคาริกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ปทุมกูฏาคาริกเถราปทานที่ ๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓๔}