This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๓๒

本册其他条目

๑. พุทธาปทาน๒. ปัจเจกพุทธาปทาน๑. สารีปุตตเถราปทาน๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน๓. มหากัสสปเถราปทาน๔. อนุรุทธเถราปทาน๕. ปุณณมันตานีปุตตเถราปทาน๖. อุปาลิเถราปทาน๗. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน๘. ปิณโฑลภารทวาชเถราปทาน๙. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน๑๐. อานันทเถราปทาน๑. สีหาสนทายกเถราปทาน๒. เอกถัมภิกเถราปทาน๓. นันทเถราปทาน๔. จูฬปันถกเถราปทาน๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน๖. ราหุลเถราปทาน๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน๘. รัฏฐปาลเถราปทาน๙. โสปากเถราปทาน๑๐. สุมังคลเถราปทาน๑. สุภูติเถราปทาน๒. อุปวาณเถราปทาน๓. ติสรณคมนิยเถราปทาน๔. ปัญจสีลสมาทานิยเถราปทาน๕. อันนสังสาวกเถราปทาน๖. ธูปทายกเถราปทาน๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน๘. อุตติยเถราปทาน๙. เอกัญชลิกเถราปทาน๑๐. โขมทายกเถราปทาน๑. กุณฑธานเถราปทาน๒. สาคตเถราปทาน๓. มหากัจจายนเถราปทาน๔. กาฬุทายีเถราปทาน๕. โมฆราชเถราปทาน๖. อธิมุตตเถราปทาน๗. ลสุณทายกเถราปทาน๘. อายาคทายกเถราปทาน๙. ธัมมจักกิกเถราปทาน๑๐. กัปปรุกขิยเถราปทาน๑. อุปาลิเถราปทาน๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน๗. สยนทายกเถราปทาน๘. จังกมทายกเถราปทาน๙. สุภัททเถราปทาน๑๐. จุนทเถราปทาน๑. วิธูปนทายกเถราปทาน๒. สตรังสิยเถราปทาน๓. สยนทายกเถราปทาน๔. คันโธทกทายกเถราปทาน๕. โอปวุยหเถราปทาน๖. สปริวาราสนเถราปทาน๗. ปัญจทีปกเถราปทาน๘. ธชทายกเถราปทาน๙. ปทุมเถราปทาน๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน๑. สกจิตตนิยเถราปทาน๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน๕. ภิสทายกเถราปทาน๖. สุจินติตเถราปทาน๗. วัตถทายกเถราปทาน๘. อัมพทายกเถราปทาน๘. อัมพทายกเถราปทาน๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน๑. นาคสมาลเถราปทาน๒. ปทสัญญกเถราปทาน๓. สุสัญญกเถราปทาน๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน๕. เอกสัญญกเถราปทาน๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน๗. สูจิทายกเถราปทาน๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน๒. คตสัญญกเถราปทาน๓. นิปันนัญชลิกเถราปทาน๔. อโธปุปผิยเถราปทาน๕. รังสิสัญญกเถราปทาน๖. ทุติยรังสิสัญญกเถราปทาน๗. ผลทายกเถราปทาน๘. สัททสัญญกเถราปทาน๙. โพธิสิญจกเถราปทาน๑๐. ปทุมปุปผิยเถราปทาน๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน๒. สุปีฐิยเถราปทาน๓. อัฑฒเจลกเถราปทาน๔. สูจิทายกเถราปทาน๕. คันธมาลิยเถราปทาน๖. ติปุปผิยเถราปทาน๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน๘. เสนาสนทายกเถราปทาน๙. เวยยาวัจจกเถราปทาน๑๐. พุทธุปัฏฐากเถราปทาน๑. ภิกขทายกเถราปทาน๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน๓. อุปปลหัตถิยเถราปทาน๔. ปทปูชกเถราปทาน๕. มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน๖. อุทกปูชกเถราปทาน๗. นฬมาลิยเถราปทาน๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน๑. มหาปริวารเถราปทาน๒. สุมังคลเถราปทาน๓. สรณคมนิยเถราปทาน๔. เอกาสนิยเถราปทาน๕. สุวัณณปุปผิยเถราปทาน๖. จิตกปูชกเถราปทาน๗. พุทธสัญญกเถราปทาน๘. มัคคสัญญกเถราปทาน๙. ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน๑. เสเรยยกเถราปทาน๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน๓. ปายาสทายกเถราปทาน๔. คันโธทกิยเถราปทาน๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน๗. ผลทายกเถราปทาน๘. ญาณสัญญิกเถราปทาน๙. คัณฐิปุปผิยเถราปทาน๑๐. ปทุมปูชกเถราปทาน๑. โสภิตเถราปทาน๒. สุทัสสนเถราปทาน๓. จันทนปูชกเถราปทาน๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน๕. รโหสัญญิกเถราปทาน๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน๘. เอกรังสนิยเถราปทาน๙. สาลทายกเถราปทาน๑๐. ผลทายกเถราปทาน๑. อธิฉัตติยเถราปทาน๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน๓. เวทิการกเถราปทาน๔. สปริวาริยเถราปทาน๕. อุมาปุปผิยเถราปทาน๖. อนุโลมทายกเถราปทาน๗. มัคคทายกเถราปทาน๘. ผลกทายกเถราปทาน๙. วฏังสกิยเถราปทาน๑๐. ปัลลังกทายกเถราปทาน๑. พันธุชีวกเถราปทาน๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน๔. กักการุปุปผปูชกเถราปทาน๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน๗. ติณสูลกเถราปทาน๘. นาคปุปผิยเถราปทาน๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน๑๐. กุมุททายกเถราปทาน๑. สุปาริจริยเถราปทาน๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน๓. ขัชชกทายกเถราปทาน๔. เทสปูชกเถราปทาน๕. กณิการฉัตติยเถราปทาน๖. สัปปิทายกเถราปทาน๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน๘. ทุสสทายกเถราปทาน๙. สมาทปกเถราปทาน๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน๒. นิสเสณิทายกเถราปทาน๓. รัตติปุปผิยเถราปทาน๔. อุทปานทายกเถราปทาน๕. สีหาสนทายกเถราปทาน๖. มัคคทัตติกเถราปทาน๗. เอกทีปิยเถราปทาน๘. มณิปูชกเถราปทาน๙. ติกิจฉกเถราปทาน๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน๑. กุฏชปุปผิยเถราปทาน๒. พันธุชีวกเถราปทาน๓. โกฏุมพริยเถราปทาน๔. ปัญจหัตถิยเถราปทาน๕. อิสิมุคคทายกเถราปทาน๖. โพธิอุปัฏฐายกเถราปทาน๗. เอกจินติกเถราปทาน๘. ติกัณณิปุปผิยเถราปทาน๙. เอกจาริยเถราปทาน๑๐. ติวัณฏิปุปผิยเถราปทาน๑. ตมาลปุปผิยเถราปทาน๒. ติณสันถารทายกเถราปทาน๓. ขัณฑผุลลิยเถราปทาน๔. อโสกปูชกเถราปทาน๕. อังโกลกเถราปทาน๖. กิสลยปูชกเถราปทาน๗. ตินทุกทายกเถราปทาน๘. คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน๙. ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน๑๐. ยูถิกปุปผิยเถราปทาน๑. กณิการปุปผิยเถราปทาน๒. มิเนลปุปผิยเถราปทาน๓. กิงกณิกปุปผิยเถราปทาน๔. ตรณิยเถราปทาน๕. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน๖. อุทกทายกเถราปทาน๗. สลฬมาลิยเถราปทาน๘. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๙. อาธารทายกเถราปทาน๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน๑. หัตถิทายกเถราปทาน๒. ปานธิทายกเถราปทาน๓. สัจจสัญญกเถราปทาน๔. เอกสัญญกเถราปทาน๕. รังสิสัญญกเถราปทาน๖. สันธิตเถราปทาน๗. ตาลวัณฏทายกเถราปทาน๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน๙. สัปปิทายกเถราปทาน๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน๑. อาลัมพนทายกเถราปทาน๒. อชินทายกเถราปทาน๓. ทเวรตนิยเถราปทาน๔. อารักขทายกเถราปทาน๕. อัพยาธิกเถราปทาน๖. วกุลปุปผิยเถราปทาน๗. โสวัณณวฏังสกิยเถราปทาน๘. มิญชวฏังสกิยเถราปทาน๙. สุกตาเวฬิยเถราปทาน๑๐. เอกวันทนิยเถราปทาน๑. อุทกาสนทายกเถราปทาน๒. ภาชนทายกเถราปทาน๓. สาลปุปผิยเถราปทาน๔. กิลัญชทายกเถราปทาน๕. เวทิทายกเถราปทาน๖. วัณณการกเถราปทาน๗. ปิยาลปุปผิยเถราปทาน๘. อัมพยาคทายกเถราปทาน๙. ชคติการกเถราปทาน๑๐. วาสิทายกเถราปทาน๑. ตุวรัฏฐิทายกเถราปทาน๒. นาคเกสริยเถราปทาน๓. นฬินเกสริยเถราปทาน๔. วิรวิปุปผิยเถราปทาน๕. กุฏิธูปกเถราปทาน๖. ปัตตทายกเถราปทาน๗. ธาตุปูชกเถราปทาน๘. สัตตสัตตลิปุปผปูชกเถราปทาน๙. พิมพิชาลิปุปผิยเถราปทาน๑๐. อุททาลทายกเถราปทาน๑. โถมกเถราปทาน๒. เอกาสนทายกเถราปทาน๓. จิตกปูชกเถราปทาน๔. จัมปกปุปผิยเถราปทาน๕. สัตตปาฏลิยเถราปทาน๖. อุปาหนทายกเถราปทาน๖. อุปาหนทายกเถราปทาน๘. ปัณณทายกเถราปทาน๙. กุฏิทายกเถราปทาน๑๐. อัคคปุปผิยเถราปทาน๑. อากาสุกขิปิยเถราปทาน๒. เตลมักขิยเถราปทาน๓. อัฑฒจันทิยเถราปทาน๔. ทีปทายกเถราปทาน๕. วิฬาลิทายกเถราปทาน๖. มัจฉทายกเถราปทาน๗. ชวหังสกเถราปทาน๘. สลฬปุปผิยเถราปทาน๙. อุปาคตหาสนิยเถราปทาน๑๐. ตรณิยเถราปทาน๑. สุวัณณพิพโพหนิยเถราปทาน๒. ติลมุฏฐิยเถราปทาน๓. จังโกฏกิยเถราปทาน๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน๕. เอกัญชลิยเถราปทาน๖. โปตถทายกเถราปทาน๗. จิตกปูชกเถราปทาน๘. อาลุวทายกเถราปทาน๙. ปุณฑรีกเถราปทาน๑๐. ตรณียเถราปทาน๑. ปัณณทายกเถราปทาน๒. ผลทายกเถราปทาน๓. ปัจจุคคมนิยเถราปทาน๔. เอกปุปผิยเถราปทาน๕. มฆวปุปผิยเถราปทาน๖. อุปัฏฐายิกเถราปทาน๗. อปทานิยเถราปทาน๘. สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน๙. พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน๑๐. ปุพพังคมนิยเถราปทาน๑. จิตกปูชกเถราปทาน๒. ปุปผธารกเถราปทาน๓. ฉัตตทายกเถราปทาน๔. สัททสัญญกเถราปทาน๕. โคสีสนิกเขปกเถราปทาน๖. ปทปูชกเถราปทาน๗. เทสกิตตกเถราปทาน๘. สรณคมนิยเถราปทาน๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน๑๐. อนุสังสาวกเถราปทาน๑. ปทุมเกสริยเถราปทาน๒. สัพพคันธิยเถราปทาน๓. ปรมันนทายกเถราปทาน๔. ธัมมสัญญกเถราปทาน๕. ผลทายกเถราปทาน๖. สัมปสาทิกเถราปทาน๗. อารามทายกเถราปทาน๘. อนุเลปทายกเถราปทาน๙. พุทธสัญญิกเถราปทาน๑๐. ปัพภารทายกเถราปทาน๑. อารักขทายกเถราปทาน๒. โภชนทายกเถราปทาน๓. คตสัญญกเถราปทาน๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน๕. ปุปผาสนทายกเถราปทาน๖. อาสนสันถวิกเถราปทาน๗. สัททสัญญกเถราปทาน๘. ติรังสิยเถราปทาน๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน๑๐. กุมุทมาลิยเถราปทาน๑. อุมาปุปผิยเถราปทาน๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน๓. หาสชนกเถราปทาน๔. ยัญญสามิกเถราปทาน๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน๖. อันนสังสาวกเถราปทาน๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน๑. คันธธูปิยเถราปทาน๒. อุทกปูชกเถราปทาน๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน๕. ผุสิตกัมมิยเถราปทาน๖. ปภังกรเถราปทาน๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน๙. ธัมมัสสวนิยเถราปทาน๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน๑. เอกปทุมิยเถราปทาน๒. ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน๓. ธชทายกเถราปทาน๔. ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน๕. นฬาคาริกเถราปทาน๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน๗. ปทุมปูชกเถราปทาน๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน๑๐. เอกัญชลิยเถราปทาน๑. สัททสัญญิกเถราปทาน๒. ยวกลาปิยเถราปทาน๓. กิงสุกปูชกเถราปทาน๔. สโกสกโกรัณฑทายกเถราปทาน๕. ทัณฑทายกเถราปทาน๖. อัมพยาคุทายกเถราปทาน๗. สุปุฏกปูชกเถราปทาน๘. มัญจทายกเถราปทาน๙. สรณคมนิยเถราปทาน๑๐. ปิณฑปาติกเถราปทาน๑. มันทารวปุปผิยเถราปทาน๒. กักการุปุปผิยเถราปทาน๓. ภิสมุฬาลทายกเถราปทาน๔. เกสรปุปผิยเถราปทาน๕. อังโกลปุปผิยเถราปทาน๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน๗. อุททาลกปุปผิยเถราปทาน๘. เอกจัมปกปุปผิยเถราปทาน๙. ติมิรปุปผิยเถราปทาน๑๐. สลฬปุปผิยเถราปทาน๑. โพธิวันทกเถราปทาน๒. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน๓. ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน๔. ปัตติปุปผิยเถราปทาน๕. สัตตปัณณิยเถราปทาน๖. คันธมุฏฐิยเถราปทาน๗. จิตกปูชกเถราปทาน๘. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน๙. สุมนทามิยเถราปทาน๑๐. กาสุมาริผลทายกเถราปทาน๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน๒. ลพุชทายกเถราปทาน๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน๔. ปิลักขผลทายกเถราปทาน๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน๗. กทลิผลทายกเถราปทาน๘. ปนสผลทายกเถราปทาน๙. โสณโกฏิวีสเถราปทาน๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน๒. เสลเถราปทาน๓. สัพพกิตติกเถราปทาน๔. มธุทายกเถราปทาน๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน๖. พักกุลเถราปทาน๗. คิริมานันทเถราปทาน๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน๙. สัพพทายกเถราปทาน๑๐. อชิตเถราปทาน๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน๒. ปุณณกเถราปทาน๓. เมตตคูเถราปทาน๔. โธตกเถราปทาน๕. อุปสีวเถราปทาน๖. นันทกเถราปทาน๗. เหมกเถราปทาน๘. โตเทยยเถราปทาน๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน๑๐. อุเทนเถราปทาน

经典

๑๐. อุเทนเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释49 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๑๐. อุเทนเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุเทนเถระ (พระอุเทนเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

๓๓๐注释

ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อปทุม ข้าพเจ้าสร้างอาศรมสร้างบรรณศาลาอย่างดีไว้

๓๓๑注释

ที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น แม่น้ำไหลอยู่มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจ แม่น้ำมีน้ำใสสะอาด เย็นสนิท ไหลอยู่เป็นนิตย์

๓๓๒注释

ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า และฝูงปลาตะเพียน อยู่ประจำในแม่น้ำ ทำให้แม่น้ำงามทุกเมื่อ

๓๓๓注释

ดาษดื่นไปด้วยต้นมะม่วง ต้นหว้า อนึ่ง ต้นกุ่ม ต้นหมากเม่า ต้นราชพฤกษ์ ต้นแคฝอย ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๓๔注释

ต้นปรู ต้นมะกล่ำหลวง ต้นกาหลง มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑๐. อุเทนเถราปทาน

๓๓๕注释

ต้นลำดวน ต้นชบา ต้นกากะทิง และต้นสาละ มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๓๖注释

ต้นคำ ต้นช้างน้าว ต้นกระทุ่ม ต้นมะเฟือง มีดอกบาน ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๓๗注释

ต้นสมอ ต้นมะขามป้อม ต้นมะม่วง ต้นหว้า ต้นสมอพิเภก ต้นพุทรา ต้นรกฟ้า ต้นมะตูม มีผลดกอยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

๓๓๘注释

มันอ้อน ต้นมะเขือพวง กำลังผลิดอกออกผล ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๓๙注释

ต้นอโศก ต้นวารี และต้นสะเดา มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๐注释

ต้นบุนนาค ต้นบุนนาคเขา ต้นดีหมี ในที่ใกล้อาศรมนั้น มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๑注释

ต้นย่านทราย ต้นคนทีเขมา และต้นจำปา ในที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑๐. อุเทนเถราปทาน

๓๔๒注释

ในที่ไม่ไกลมีสระโบกขรณี มีนกจักรพากส่งเสียงร้องอยู่ ดารดาษด้วยบัวเผื่อน บัวหลวง และบัวขาบ

๓๔๓注释

มีน้ำใส เย็นสนิท มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ น้ำใสสะอาด เสมอด้วยแก้วผลึก ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๔注释

ในสระนั้น มีบัวหลวง บัวขาว บัวขาบ ดารดาษด้วยบัวเผื่อน มีดอกบานสะพรั่ง ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๕注释

ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า และฝูงปลาตะเพียนว่ายเวียนอยู่ในสระนั้น ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๖注释

จระเข้ ตะโขง เต่า นาก งูหลาม และงูเหลือมจำนวนมาก ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๗注释

นกพิราบ นกเป็ดน้ำ นกจักรพาก นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด และนกสาลิกา อยู่ในที่ใกล้อาศรมนั้น ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๘注释

ต้นตาเสือ ต้นจงกลนี ต้นการะเกด ในที่ใกล้อาศรมนั้น มีดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๔๙注释

ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี หมาป่า หมาใน เสือดาว เที่ยวสัญจรอยู่ในป่าใหญ่ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๙๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑๐. อุเทนเถราปทาน

๓๕๐注释

ฤๅษีทั้งหลาย เพียบพร้อมด้วยชฎา และบริขาร นุ่งห่มหนังสัตว์ เที่ยวสัญจรอยู่ในป่าใหญ่ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๕๑注释

บางพวกนุ่งห่มหนังสัตว์ มีปัญญารักษาตน มีความประพฤติสงบและบริโภคอาหารแต่น้อยเหล่านั้นทั้งหมด ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม

๓๕๒注释

ครั้งนั้น ฤๅษีทั้งหลายหาบบริขารเข้าไปสู่ป่า กินหัวมันและผลไม้อยู่ในอาศรม

๓๕๓注释

ครั้งนั้น ฤๅษีเหล่านั้นไม่ต้องนำฟืนมา น้ำสำหรับล้างเท้าก็ไม่ต้องนำมา ด้วยอานุภาพแห่งฤๅษีทั้งปวง ฟืนและน้ำย่อมมาเอง

๓๕๔注释

ฤๅษี ๘๔,๐๐๐ ตน ประชุมกันอยู่ในอาศรมนั้น ทั้งหมดนี้ เป็นผู้เข้าฌาน แสวงหาประโยชน์สูงสุด

๓๕๕注释

ฤๅษีเหล่านั้นเป็นผู้มีตบะ ประพฤติพรหมจรรย์ ตักเตือนกันและกัน เป็นผู้แน่นแฟ้น เหาะไปในอากาศได้ทุกตนอยู่ในอาศรมในครั้งนั้น

๓๕๖注释

ประชุมกันทุก ๕ วัน ไม่ระส่ำระสาย มีความประพฤติสงบ กราบไหว้กันและกันแล้ว จึงบ่ายหน้าหลีกไปตามทิศ (ที่ตนอยู่)

๓๕๗注释

ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง พระองค์เสด็จอุบัติขึ้น กำจัดความมืดมนอนธการ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๗๐๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑๐. อุเทนเถราปทาน

๓๕๘注释

ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า มียักษ์ตนหนึ่ง ผู้มีฤทธิ์มาก ยักษ์ตนนั้นได้บอกข่าวพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่าปทุมุตตระ แก่ข้าพเจ้าว่า

๓๕๙注释

พระพุทธเจ้าองค์นี้พระนามว่าปทุมุตตระ เป็นพระมหามุนี เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ท่านจงรีบไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด ท่านผู้นิรทุกข์

๓๖๐注释

ข้าพเจ้าได้ฟังคำของยักษ์แล้วก็มีจิตผ่องใสยิ่งนัก จึงปิดอาศรมแล้วออกจากป่าในขณะนั้น

๓๖๑注释

เมื่อไฟกำลังไหม้ผ้าอยู่ ข้าพเจ้าออกจากอาศรม พักอยู่กลางทางคืนหนึ่งแล้ว เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ

๓๖๒注释

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงประกาศสัจจะ ๔ แสดงอมตบทอยู่

๓๖๓注释

ข้าพเจ้าถือดอกปทุมซึ่งบานเต็มที่ เข้าเฝ้าพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ถวายอภิวาทพระพุทธเจ้า

๓๖๔注释

บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำแล้วห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่า สรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

๓๖๕注释

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ ประทับอยู่ที่นี้ด้วยพระญาณใด ข้าพระองค์จักสรรเสริญพระญาณนั้น ขอพระองค์จงสดับข้าพระองค์กราบทูล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๗๐๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑๐. อุเทนเถราปทาน

๓๖๖注释

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตัดกระแสวัฏสงสารแล้ว ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น สรรพสัตว์นั้นฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามพ้นกระแสตัณหาได้

๓๖๗注释

ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดแห่งเทวดา และมนุษย์ พระองค์เป็นพระศาสดา เป็นธงชัย เป็นหลัก เป็นจุดมุ่งหมาย เป็นที่พึ่ง และเป็นประทีปของสัตว์ทั้งหลาย

๓๖๘注释

คณาจารย์ผู้นำหมู่ประมาณเท่าใด ที่ถูกกล่าวถึงในโลก พระองค์เป็นสัพพัญญูผู้เลิศกว่าคณาจารย์เหล่านั้น คณาจารย์เหล่านั้นนับว่าอยู่ในคำสอนของพระองค์

๓๖๙注释

พระองค์ผู้สัพพัญญูทรงช่วยหมู่ชนจำนวนมาก ให้ข้ามพ้น(จากวัฏสงสาร) ด้วยพระญาณของพระองค์ หมู่ชนอาศัยการได้เฝ้าพระองค์แล้ว จักทำที่สุดทุกข์ได้

๓๗๐注释

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ คันธชาติเหล่าใดเหล่าหนึ่งหอมฟุ้งไปในโลก ข้าแต่พระมหามุนีผู้เป็นนาบุญ กลิ่นหอมที่จะเสมอด้วยกลิ่นหอมของพระองค์ไม่มี

๓๗๑注释

ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีพระจักษุ ขอพระองค์ทรงเปลื้อง กำเนิดดิรัจฉานและนรกเถิด พระองค์ทรงแสดงบทที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ สงบระงับ

๓๗๒注释

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๗๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๑๐. อุเทนเถราปทาน ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

๓๗๓注释

เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใสได้บูชาญาณของเรา ด้วยมือของตน เธอทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

๓๗๔注释

ผู้นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

๓๗๕注释

ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้ลาภอย่างดีแล้ว ข้าพเจ้าให้พระพุทธเจ้าผู้มีวัตรงามทรงพอพระทัย กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

๓๗๖注释

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

๓๗๗注释

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

๓๗๘注释

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุเทนเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุเทนเถราปทานที่ ๑๐ จบ เมตเตยยวรรคที่ ๔๑ จบบริบูรณ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๗๐๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน ๒. ปุณณกเถราปทาน ๓. เมตตคูเถราปทาน ๔. โธตกเถราปทาน ๕. อุปสีวเถราปทาน ๖. นันทกเถราปทาน ๗. เหมกเถราปทาน ๘. โตเทยยเถราปทาน ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน ๑๐. อุเทนเถราปทาน และในวรรคนี้มีคาถา ๓๙๓ คาถา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๗๐๔} พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ สุตตันตปิฎกที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้