๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐)
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อชิตเถราปทานที่ ๑๐ (๔๐๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายประทีป
ทสมํ อชิตตฺเถราปทานํ (๔๐๐)
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เป็นนายกของโลก เสด็จสู่ภูเขาหิมวันต์ แล้วประทับนั่งอยู่ เราไม่ได้ (เคย) เห็นพระ- สัมพุทธเจ้า แม้เสียงของพระองค์ เราก็ไม่เคยได้ฟัง เราเที่ยวแสวงหา อาหารของเราอยู่ในป่า ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการในป่านั้น ครั้นเห็นแล้วจึงได้คิดว่า สัตว์นี้พึงชื่อว่าอะไร เรามองดูลักษณะทั้งหลายแล้ว ระลึกถึงความรู้ของเราได้ ความจริงเราได้ ยินมาว่า ลักษณะนี้ของพระพุทธเจ้า บัณฑิตทั้งหลายก็กล่าวไว้ ผู้นี้จักเป็น พระพุทธเจ้า จริงเหมือนคำของบัณฑิตเหล่านั้น ถ้าเช่นนั้น เราควรสักการะ พระองค์ พระองค์จะชำระคติของเราได้ เราจึงรีบกลับมาสู่อาศรม ถือเอา น้ำผึ้งและน้ำมัน หยิบเอาหม้อแล้ว เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงแนะนำให้ วิเศษ ถือเอาไม้ ๓ ท่อนไปวางไว้ที่โอกาสแจ้ง ก่อไฟให้ลุกโพลงแล้วได้ ถวายบังคม ๘ ครั้ง พระพุทธเจ้าผู้อุดมบุรุษประทับนั่งอยู่ตลอด ๗ คืน ๗ วัน พระพุทธเจ้าผู้นำโลกเสด็จลุกขึ้น ในเมื่อราตรีนั้นปราศไป เรามีจิตเลื่อมใส โสมนัส ได้ตามประทีปถวายแด่พระพุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตน ตลอด ๗ คืน ๗ วัน กลิ่นหอมทุกอย่างอันมีอยู่ในป่าที่ภูเขาคันธมาทน์ มาหอม ฟุ้งในสำนักพระพุทธเจ้า ด้วยพุทธานุภาพ เวลานั้น ต้นไม้มีดอกหอม ทุกชนิด ดอกบานสะพรั่งโชยกลิ่นมาหอมตลบพร้อมกัน ด้วยพุทธานุภาพ นาคและครุฑทั้งสองพวกที่ภูเขาหิมวันต์มีประมาณเท่าใด นาคและครุฑ เหล่านั้นต้องการจะฟังธรรม จึงพากันมาในสำนักพระพุทธเจ้า พระสมณะ นามว่าเทวละ เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า ท่านพร้อมด้วยพระอรหันต์ หลายแสน เข้ามาสู่สำนักพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดมีความเลื่อมใส ตามปทีปถวายเราด้วยมือ ทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เขาจัก รื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๖ หมื่นกัลป และจะได้เป็นพระเจ้าจักร- พรรดิราช ๑๐๐๐ ครั้ง. จบ ภาณวารที่ ๑๖ จักได้เป็นจอมเทวดาเสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๓๖ ครั้ง จักได้เสวยรัช- สมบัติอันไพบูลย์ในปฐพี ๗๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอัน ไพบูลย์โดยคณานับมิได้ ด้วยการตามประทีปถวายนี้ จักเป็นผู้มีทิพยจักษุ ผู้นี้จักมองเห็นไกล ๒๕๐ ชั่วธนู โดยรอบทุกเมื่อ เมื่อเขาจุติจากเทวโลก บังเกิดเป็นคน ประทีปจักทรงอยู่ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน เมื่อผู้นี้เกิด พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม ตลอดทั่วนครจักโชติช่วง ผู้นี้เข้าถึงกำเนิดใด คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ เพราะผลแห่งการตามประทีปถวาย ๘ ดวงนั้น ชนทั้งหลายจักบำรุงผู้นี้ นี้เป็นผลแห่งการตามปทีปถวาย ในแสนกัลป แต่กัลปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้า โอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดา พระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ นิพพาน ยังพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยบุตร ให้ทรงโปรดปรานแล้ว จักได้เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่าอชิตะ เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๖ หมื่นกัลป แม้ในเทวโลกนั้น ประทีป ๑๐๐ ดวงส่องสว่างให้แก่เราเป็นนิตยกาล รัศมีของเราพุ่ง (โพลง) ออก ไปในเทวโลกและมนุษยโลก เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดแล้ว ยังความโสมนัสให้เกิดยิ่ง เราจุติจากเทวโลกชั้นดุสิตแล้ว ลงสู่ครรภ์ มารดา เมื่อเราเกิดได้มีแสงสว่างไพบูลย์ เราออกจากเรือนแล้ว บวช เป็นบรรพชิต ได้เข้าไปหาพราหมณ์พาวรี ยอมตนเข้าเป็นศิษย์ เมื่อเราอยู่ ที่ภูเขาหิมวันต์ ได้ทราบข่าวพระพุทธเจ้าผู้นำของโลก เราแสวงหาประ- โยชน์อันสูงสุด จึงเข้าไปเฝ้าพระองค์ พระพุทธเจ้าผู้ฝึก พระองค์แล้ว ทรงฝึกแม้ผู้อื่น ทรงข้ามโอฆะแล้ว เป็นผู้ไม่มีอุปธิ ตรัสบอกนิพพานเครื่อง พ้นจากทุกข์ทั้งปวง กรรมของเรานั้นสำเร็จประโยชน์ เรายังพระมหามุนี ให้ยินดี วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้ถวายประทีปใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย ประทีป เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลส เครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่เราได้มาใน สำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุ แล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ- พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอชิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อชิตเถราปทาน ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน ๒. เสลเถราปทาน ๓. สรรพกิตติกเถราปทาน ๔. มธุทายกเถราปทาน ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน ๖. พักกุลเถราปทาน ๗. คิริมานันทเถราปทาน ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน ๙. สัพพทายกเถราปทาน ๑๐. อชิตเถราปทาน ท่านนับคาถาได้ ๒๕๐ คาถา. จบ ปิลินทวรรคที่ ๔๐. ----------------------------------------------------- และรวมวรรคได้ ๑๐ วรรค คือ ๑. ปทุมเกสริยวรรค ๒. อารักขทายกวรรค ๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๔. คันโธทกวรรค ๕. เอกปทุมวรรค ๖. สัททสัญญิกวรรค ๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๘. โพธิวันทกวรรค ๙. อัมพฏผลวรรค ๑๐. ปิลินทวรรค และท่านคำนวณคาถาได้ ๑๑๗๕ คาถา จบหมวด ๑๐ แห่งปทุมวรรค. จบ หมวด ๑๐๐ ที่ ๔. -----------------------------------------------------
|๔๐๒.๔๘๘| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ นิสีทิ โลกนายโก ฯ |๔๐๒.๔๘๙| นาหํ อทฺทกฺขิ สมฺพุทฺธํ นปิ สทฺทํ สุโณมหํ มม ภิกฺขํ คเวสนฺโต อาหิณฺฑามิ วเน อหํ ฯ |๔๐๒.๔๙๐| ตตฺถทฺทสฺสามิ สมฺพุทฺธํ ทฺวตฺตึสวรลกฺขณํ ทิสฺวาน จิตฺตมาปชฺชึ สตฺโต โก นามยํ ภเว ฯ |๔๐๒.๔๙๑| ลกฺขณานิ วิโลเกตฺวา มม วิชฺชํ อนุสฺสรึ สุตํ หิ เมตํ พุทฺธานํ ปณฺฑิตานํ สุภาสิตํ ฯ |๔๐๒.๔๙๒| เตสํ ยถา ตํ วจนํ อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ยนฺนูน ตํ สกฺกเรยฺยํ คตึ เม โสธยิสฺสติ ฯ |๔๐๒.๔๙๓| ขิปฺปํ อสฺสมมาคนฺตฺวา มธุเตลํ คหึ อหํ โกลมฺพกํ คเหตฺวาน อุปคญฺฉึ วินายกํ ฯ |๔๐๒.๔๙๔| ติทณฺฑเก คเหตฺวาน อพฺโภกาเส ฐเปสหํ ปทีปํ ปชฺชลิตฺวาน อฏฺฐกฺขตฺตุํ อวนฺทหํ ฯ |๔๐๒.๔๙๕| สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ตโต รตฺยา วิวสเน วุฏฺฐาสิ โลกนายโก ฯ |๔๐๒.๔๙๖| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สพฺพรตฺตินฺทิวํ อหํ ทีปํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ |๔๐๒.๔๙๗| สพฺเพ คนฺธา วนมยา ปพฺพเต คนฺธมาทเน พุทฺธสฺส อานุภาเวน อาคญฺฉุํ พุทฺธสนฺติเก ฯ |๔๐๒.๔๙๘| เยเกจิ ปุปฺผคนฺธา เส ปุปฺผิตา ธรณีรุหา พุทฺธสฺส อานุภาเวน สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๐๒.๔๙๙| ยาวตา หิมวนฺตมฺหิ นาคา จ ครุฬา อุโภ ธมฺมญฺจ โสตุกามา เต อาคญฺฉุํ พุทฺธสนฺติเก ฯ |๔๐๒.๕๐๐| เทวโล นาม สมโณ พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก วสีสตสหสฺเสหิ พุทฺธสนฺติกุปาคมิ ฯ |๔๐๒.๕๐๑| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๔๐๒.๕๐๒| โย เม ทีปํ ปทีเปสิ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๔๐๒.๕๐๓| สฏฺฐี กปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ โสฬสมํ ภาณวารํ ฯ |๔๐๒.๕๐๔| ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ ปฐวิยํ สตฺตสตํ วิปุลํ รชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๔๐๒.๕๐๕| ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ อิมินา ทีปทาเนน ทิพฺพจกฺขุ ภวิสฺสติ ฯ |๔๐๒.๕๐๖| สมนฺตโต อฑฺฒโกสํ ปสฺสิสฺสติ อยํ สทา เทวโลกา จวนฺตสฺส นิพฺพตฺตนฺตสฺส ชนฺตุโน ฯ |๔๐๒.๕๐๗| ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ ปทีปํ ธารยิสฺสติ ชายมานสฺส สนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน ฯ |๔๐๒.๕๐๘| ยาวตา นครํ อาสิ ตาวตา โชตยิสฺสติ อุปปชฺชติ ยํ โยนึ เทวตฺตํ อถ มานุสํ ฯ |๔๐๒.๕๐๙| อสฺเสว ทีปทานสฺส อฏฺฐทีปผเลน จ อุปฏฺฐิสฺสนฺติมํ ชนฺตุํ ทีปทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๒.๕๑๐| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๔๐๒.๕๑๑| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๔๐๒.๕๑๒| โตสยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ อชิโต นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ |๔๐๒.๕๑๓| สฏฺฐิกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมึ อหํ ตตฺราปิ เม ทีปสตํ โชตเต นิจฺจกาลิกํ ฯ |๔๐๒.๕๑๔| เทวโลเก มนุสฺเส วา นิทฺธาวนฺติ ปภา มม พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ ฯ |๔๐๒.๕๑๕| ตุสิตาหํ จวิตฺวาน โอกฺกมึ มาตุกุจฺฉิยา ชายมานสฺส สนฺตสฺส อาโลโก วิปุโล อหุ ฯ |๔๐๒.๕๑๖| อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ พาวรึ อุปสงฺกมฺม สิสฺสตฺตํ อชฺฌุปาคมึ ฯ |๔๐๒.๕๑๗| หิมวนฺเต วสนฺโตหํ อสฺโสสึ โลกนายกํ อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺโต อุปคญฺฉึ วินายกํ ฯ |๔๐๒.๕๑๘| ทนฺโต พุทฺโธ ทเมตาปิ โอฆติณฺโณ นิรูปธิ นิพฺพานํ กถยิ พุทฺโธ สพฺพทุกฺขา ปโมจนํ ฯ |๔๐๒.๕๑๙| ตมฺเม อาคมนํ สิทฺธํ โตสิโตหํ มหามุนึ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๐๒.๕๒๐| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทีปํ อททินฺตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ทีปทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๒.๕๒๑| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๐๒.๕๒๒| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๐๒.๕๒๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อชิโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อชิตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ ปิลินฺทวจฺโฉ เสโล จ สพฺพกิตฺตมธูทโท กูฏาคารี พกุโล จ คิริสลฬสวฺหโย ฯ สพฺพโท อชิโต เจว คาถาโย คณิตา วิสา สตานิ ปญฺจ คาถานํ วีสติ จ ตทุตฺตริ ฯ ปิลินฺทวคฺโค จตฺตาฬีโส ฯ อถ วคฺคุทฺทานํ ปทุมารกฺขโท เจว อุมฺมา คนฺโธทเกน จ เอกปฺปทสทฺทสญฺญี มนฺทารํ โพธิวนฺทโก ฯ อมฺพฏญฺจ ปิลินฺที จ คาถาโย คณิตาปิจ จตุสตฺตติ คาถาโย เอกาทสสตานิ จ ฯ ปทุมวคฺคทสกํ ฯ จตุตฺถํ สตกํ สมตฺตํ ฯ ---------