This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๔๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อุปาลีวรรคที่ ๕ อุปาลีเถราปทานที่ ๑ (๔๑) ว่าด้วยพระอุบาลีปรารภกรรมของตน

ปญฺจโม อุปาลิวคฺโค ปฐมํ อุปาลิตฺเถราปทานํ (๔๑)

๔๓

พระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลก แวดล้อมด้วยพระขีณาสพหนึ่งพัน พระองค์ทรงประกอบความสงัด เสด็จไปเพื่ออยู่ในที่ลับ เรานุ่งห่มหนัง สัตว์ ถือไม้เท้าสามง่ามเที่ยวไป ได้พบพระผู้มีพระภาคผู้นำของโลก แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี เหนือเศียรเกล้า ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้วชมเชยพระองค์ผู้นำ ของโลกว่า สัตว์ทั้งหลายที่เกิดในไข่ เกิดในเถ้าไคล เกิดผุดขึ้น เกิด ในครรภ์ และนกมีกาเป็นต้นทั้งหมด ย่อมเที่ยวไปในอากาศทุกเมื่อ ฉันใด สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีสัญญาก็ตาม ไม่มีสัญญาก็ตาม สัตว์ เหล่านั้น ก็ฉันนั้น ย่อมเข้าไปภายในพระญาณของพระองค์ทั้งหมด อนึ่ง กลิ่นหอมอันมีอยู่ที่ภูเขา ณ ภูเขาหิมวันต์อันเป็นภูเขาสูงสุด กลิ่นหอม ทั้งหมดนั้น ย่อมไม่ถึงแม้ส่วนเสี้ยวในศีลของพระองค์ โลกนี้พร้อมทั้ง เทวโลก แล่นไปเข้าความมืดมนใหญ่ โลกกำจัดความมืดได้ส่งแสงโชติ ช่วงอยู่ เพราะพระญาณของพระองค์ เปรียบเหมือนพระอาทิตย์อัสดงคต แล้ว โลกก็ถึงความมืด ฉันใด เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติ สัตว์โลก ถึงความมืด ฉันนั้น (อนึ่ง) เปรียบเหมือนเมื่อพระอาทิตย์อุทัย ย่อม ขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันใด พระองค์ผู้เป็นพระพุทธเจ้าอันประเสริฐ สุด ก็ขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันนั้น พระองค์ทรงส่งพระองค์ไปเพื่อ ความเพียร ได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ทรงยังหมู่ชน เป็นอันมากให้ยินดีด้วยการปรารภกรรมของพระองค์ พระมหามุนีพระนาม ว่าปทุมุตระผู้เป็นนักปราชญ์ ทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงอนุโมทนา แล้ว เสด็จเหาะขึ้นในอากาศ ดังพระยาหงส์ในอัมพร พระสัมพุทธเจ้าผู้แสวง หาคุณอันใหญ่หลวง พระนามว่าปทุมุตระ เป็นศาสดาของเทวดาและ มนุษย์ทั้งหลาย ทรงเหาะขึ้นไปประทับอยู่ในอากาศ ได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า ผู้ใดเชยชมญาณอันประกอบด้วยข้ออุปมาทั้งหลายนี้ เราจัก พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เขาจักได้เป็นท้าวเทวราช ๑๘ ครั้ง จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดินครอบครองพสุธา ๓๐๐ ครั้ง จัก ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยจะคณานับมิได้ ในกัลปที่แสน พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก เขาอันกุศล มูลตักเตือนแล้ว จักเคลื่อนจากภพดุสิต จักเป็นผู้ต่ำโดยชาติ (มีชาติต่ำ) มีชื่อว่าอุบาลีและภายหลังเขาบวชแล้ว หน่ายกรรมอันลามก กำหนดรู้ อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน พระโคดมพุทธเจ้าผู้ศากยบุตร มียศใหญ่ จักทรงโปรดตั้งเขาไว้ในเอตทัคคสถานทางบรรลุ (ผู้ยิ่งด้วย) วินัย เราบวชด้วยศรัทธา ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะกำหนด รู้อาสวะทั้งปวง ไม่มีอาสวะอยู่ และพระผู้มีพระภาคทรงอนุเคราะห์เราว่า เราแกล้วกล้าในวินัย เราปรารภในกรรมของตน ไม่มีอาสวะอยู่ เราสำรวม ในพระปาติโมกข์และในอินทรีย์ ๕ ทรงพระวินัยอันเป็นบ่อเกิดรัตนะไว้ ได้หมดทั้งสิ้น พระศาสดาผู้ไม่มีใครเทียบถึงในโลก ทรงรู้คุณของเราแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางสงฆ์ ทรงตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอุบาลีเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อุปาลีเถราปทาน. -----------------------------------------------------

|๔๓.๑| ขีณาสวสหสฺเสหิ ปริวุโต โลกนายโก วิเวกมนุยุตฺโต โส คจฺฉเต ปฏิสลฺลิตุํ ฯ |๔๓.๒| อชิเนน นิวตฺโถหํ ติทณฺฑปริจารโณ ภิกฺขุสงฺฆปริพฺยุฬฺหํ อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ |๔๓.๓| เอกํสํ อชินํ กตฺวา สีเส กตฺวาน อญฺชลึ สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๔๓.๔| ยถาณฺฑชา จ สํเสทา โอปปาตี ชลมฺพุชา กากาทิปกฺขิโน สพฺเพ อนฺตลิกฺเข สทา จรา ฯ |๔๓.๕| เย เกจิ ปาณภูตตฺถิ สญฺญิโน วา อสญฺญิโน สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ อนฺโต โหนฺติ สโมคธา ฯ |๔๓.๖| คนฺธา จ ปพฺพเตยฺยา เย หิมวนฺเต นคุตฺตเม สพฺเพ เต ตว สีลมฺหิ กลาโยปิ น ยุชฺชเร ฯ |๔๓.๗| โมหนฺธการปกฺขนฺโน อยํ โลโก สเทวโก ตว ญาณมฺหิ โชตนฺเต อนฺธการา วิธํสิตา ฯ |๔๓.๘| ยถา อตฺถงฺคเต สุริเย โหนฺติ สตฺตา ตโมคตา เอวํ พุทฺเธ อนุปฺปนฺเน โหติ โลโก ตโมคโต ฯ |๔๓.๙| ยโถทยนฺโต อาทิจฺโจ วิโนเทติ ตมํ สทา ตเถว ตฺวํ พุทฺธเสฏฺฐ วิทฺธํเสสิ ตมํ สทา ฯ |๔๓.๑๐| ปธานํ ปหิตตฺโตสิ พุทฺโธ โลเก สเทวเก ตว กมฺมาภิรทฺเธน โตเสสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๔๓.๑๑| ตํ สุตฺวา อนุโมทิตฺวา ปทุมุตฺตโร มหามุนิ นเภ อพฺภุคฺคมิ ธีโร หํสราชาว อมฺพเร ฯ |๔๓.๑๒| อพฺภุคฺคนฺตฺวาน สมฺพุทฺโธ มเหสิ ปทุมุตฺตโร อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๔๓.๑๓| เยนิทํ ถวิตํ ญาณํ อุปเมหิ สมายุตํ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๔๓.๑๔| อฏฺฐารสญฺจ ขตฺตุํ โส เทวราชา ภวิสฺสติ ปฐพฺยา รชฺชํ ติสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ฯ |๔๓.๑๕| ปญฺจวีสติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๔๓.๑๖| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๔๓.๑๗| ตุสิตาหิ จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต หีโนว ชาติยา สนฺโต อุปาลิ นาม เหสฺสติ ฯ |๔๓.๑๘| โส จ ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา วิราชิตฺวาน ปาปกํ สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๔๓.๑๙| ตุฏฺโฐ จ โคตโม พุทฺโธ สกฺยปุตฺโต มหายโส วินยาธิคตํ ตสฺส เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ ฯ |๔๓.๒๐| สทฺธายหํ ปพฺพชิโต กตกิจฺโจ อนาสโว สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๓.๒๑| ภควา จานุกมฺปี มํ วินเยหํ วิสารโท สกกมฺมาภิรทฺโธ จ วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๓.๒๒| สํวุโต ปาฏิโมกฺขมฺหิ อินฺทฺริเยสุ จ ปญฺจสุ ธาเรมิ วินยํ สพฺพํ เกวลํ รตนากรํ ฯ |๔๓.๒๓| มมญฺจ คุณมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ |๔๓.๒๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุปาลิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อุปาลิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)