经典 · 本册其他条目เล่ม ๓๒
๓. มหากัสสปเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมหากัสสปเถระ (พระมหากัสสปเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๓๙๘ประชาชนพากันทำการบูชาพระผู้มีพระภาค ผู้ศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ ในเมื่อพระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
๓๙๙หมู่ชนมีจิตร่าเริง บันเทิงเบิกบาน ทำการบูชา เมื่อหมู่ชนนั้นเกิดความสังเวช แต่ข้าพเจ้าเกิดความปีติยินดี
๔๐๐ข้าพเจ้าได้เชิญญาติมิตรมาประชุมกันแล้วได้กล่าวคำนี้ว่า พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมากได้ปรินิพพานแล้ว ขอเชิญพวกเรามาทำการบูชาเถิด
๔๐๑ญาติมิตรของข้าพเจ้าเหล่านั้นรับคำแล้ว ก็ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความร่าเริงเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจักทำการสั่งสมบุญ ในพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก
๔๐๒ข้าพเจ้าได้ช่วยกันสร้างอัคฆิยเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างอย่างดี สูง ๑๐๐ ศอก กว้าง ๑๕๐ ศอก เป็นดังวิมานสูงเสียดฟ้า สั่งสมบุญไว้แล้ว
๔๐๓ข้าพเจ้าครั้นสร้างอัคฆิยเจดีย์ ซึ่งงดงามด้วยแนวแห่งต้นตาล ไว้ใกล้สถานที่ที่ทำการบูชาเจดีย์นั้นแล้ว ทำจิตของตนให้เลื่อมใส บูชาเจดีย์อันสูงสุด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน
๔๐๔พระเจดีย์นั้นรุ่งเรืองอยู่(ด้วยรัตนะทั้ง ๗) ดุจกองไฟลุกโพลงอยู่ ส่องสว่างทั่วทั้ง ๔ ทิศ ดุจต้นพญาไม้สาละออกดอกบานสะพรั่ง และดุจสายรุ้งในอากาศ
๔๐๕ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น สร้างกุศลเป็นอันมากแล้วระลึกถึงบุพกรรมแล้ว จึงไปเกิดยังสวรรค์ชั้นไตรทิพย์
๔๐๖ข้าพเจ้าอธิษฐานยานทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัว วิมานของข้าพเจ้า สูงตระหง่าน ๗ ชั้น
๔๐๗(ในวิมานนั้น) มีเรือนยอด ๑,๐๐๐ หลัง ทำด้วยทองคำล้วน รุ่งเรืองด้วยเดชของตน ส่องสว่างทั่วทุกทิศ
๔๐๘ครั้งนั้น มีศาลาหน้ามุขทำด้วยแก้วทับทิมแม้เหล่าอื่นอยู่ ศาลาหน้ามุขแม้เหล่านั้นมีรัศมีโชติช่วงรอบๆ ทั้ง ๔ ทิศ
๔๐๙เรือนยอดซึ่งเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม ที่บุญกรรมเนรมิตไว้อย่างดี ทำด้วยแก้วมณี โชติช่วงโดยรอบทั่วทุกทิศ
๔๑๐แสงสว่างแห่งเรือนยอดซึ่งโชติช่วงอยู่เหล่านั้นได้สว่างเจิดจ้า ข้าพเจ้าปกครองเทวดาทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
๔๑๑ในกัปที่ ๖๐,๐๐๐ (นับแต่กัปนี้ไป) ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์นามว่าอุพพิทธะ มีชัยชนะ มีทวีปทั้ง ๔ เป็นขอบเขต ครองแผ่นดิน
๔๑๒ในภัทรกัปก็อย่างนั้นเหมือนกัน ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้มีพลานุภาพมาก ยินดีพอใจในกรรมของตน ถึง ๓๐ ชาติ @เชิงอรรถ : @ กรรมของตน ในที่นี้หมายถึงทศพิธราชธรรม ธรรมสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน ๑๐ ประการ คือ ทาน (การ @ให้สิ่งของ) ศีล (ประพฤติดีงาม) ปริจจาคะ (ความเสียสละ) อาชชวะ (ความซื่อตรง) มัททวะ (ความอ่อนโยน) @ตบะ (ไม่หมกมุ่นในความสุขสำราญ) อักโกธะ (ความไม่โกรธ) อวิหิงสา (ความไม่ข่มเหงเบียดเบียน) @ขันติ (ความอดทน) อวิโรธนะ (ความไม่คลาดธรรม) (ขุ.อป.อ. ๑/๔๑๒-๔๑๓/๓๒๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๓. มหากัสสปเถราปทาน
๔๑๓ข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ในคราวเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้น ปราสาทของข้าพเจ้าสูงตระหง่านดังสายรุ้ง
๔๑๔ปราสาทนั้นยาว ๒๔ โยชน์ กว้าง ๑๒ โยชน์ มีกรุงชื่อว่ารัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคง
๔๑๕นครนั้น มีกำแพงและค่ายยาว ๕๐๐ โยชน์ กว้าง ๒๕๐ โยชน์ มีหมู่ชนพลุกพล่านขวักไขว่ ดังเมืองสวรรค์ชั้นไตรทิพย์
๔๑๖เข็ม ๒๕ เล่มที่ใส่ไว้ในกล่องเข็มแล้ว ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิตย์ ฉันใด
๔๑๗แม้กรุงของข้าพเจ้าก็ฉันนั้น พลุกพล่านขวักไขว่ไปด้วยช้าง ม้า และรถ มีมนุษย์ ขวักไขว่น่ารื่นรมย์ เป็นกรุงอันอุดม
๔๑๘ข้าพเจ้า ดื่ม กิน อยู่ในกรุงนั้น แล้วกลับไปเกิดเป็นเทวดาอีก ในภพสุดท้าย กุศลสมบัติได้มีแก่ข้าพเจ้า
๔๑๙ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลพราหมณ์ สะสมรัตนะไว้เป็นอันมาก สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิ แล้วออกบวช
๔๒๐คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ มหากัสสปเถราปทานที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔}