๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙)
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุภัททเถราปทานที่ ๙ (๔๙) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยผอบไม้จันทน์
นวมํ สุภทฺทตฺเถราปทานํ (๔๙)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชา ผู้มียศมาก ทรงถอนหมู่ชนขึ้นแล้ว จะเสด็จนิพพาน ก็เมื่อพระสัมพุทธ- เจ้าทรงยังหมื่นโลกธาตุให้หวั่นไหวแล้ว จะเสด็จนิพพาน หมู่ชนและ เทวดาเป็นอันมากได้ประชุมกันในเวลานั้น เราเอากฤษณาและดอกมะลิ ซ้อนใส่ผอบไม้จันทน์เต็มแล้ว ร่าเริง มีจิตโสมนัส ยกขึ้นบูชาพระผู้มี มีพระภาคผู้เป็นนระอุดม พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมใน โลก ทรงทราบความดำริของเรา ทรงบรรทมอยู่นั่นแล ได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า ผู้ใดเอา (ร่ม) กฤษณาและมะลิซ้อนบังร่มให้เราในกาลที่สุด เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว บุคคลผู้นี้เคลื่อนจากโลก นี้แล้ว จักไปสู่หมู่เทวดาชั้นดุสิต เขาได้เสวยรัชสมบัติในชั้นดุสิต นั้นแล้ว จักไปสู่ชั้นนิมมานรดี เขาถวายดอกมะลิซ้อนอันประเสริฐสุด ด้วยอุบายนี้แล้ว จักปรารภกรรมของตนเสวยสมบัติ บุคคลผู้นี้จักบังเกิด ในชั้นดุสิตนั้นอีก เคลื่อนจากชั้นนั้นแล้ว จักไปสู่ความเป็นมนุษย์ พระ- มหานาคศากยบุตรผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ผู้มีพระจักษุ ทรงยังสัตว์ ให้ตรัสรู้เป็นอันมากแล้ว จักเสด็จนิพพานในกาลนั้น เขาอันกุศลมูล ตักเตือนแล้ว จักเข้าไปเฝ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าแล้ว จักทูล ถามปัญหาในกาลนั้น พระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ทรง ให้ร่าเริง ทรงทราบบุรพกรรมแล้ว จักทรงเปิดเผย (แสดง) สัจจะ ทั้งหลาย เขายินดีว่า ปัญหานี้ พระศาสดาทรงปรารภ (แก้) แล้ว มีใจชื่นชม ถวายบังคมพระศาสดาแล้วจักทูลขอบวช พระพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงฉลาดในธรรมอันเลิศ ทรงเห็นว่าเขามีใจเลื่อมใส ยินดีด้วย กรรมของตน จักทรงให้บวช บุคคลผู้นี้พยายามแล้ว จักกำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงได้ แล้วจักไม่มีอาสวะนิพพานในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า. จบ ภาณวารที่ ๕ เราประกอบด้วยบุพกรรม มีจิตชื่นชม ตั้งมั่นด้วยดี เป็นบุตรผู้เกิดแต่ พระหทัยของพระพุทธเจ้า อันธรรมนิรมิตดีแล้ว เราเข้าไปเฝ้าพระธรรมราชา แล้ว ได้ทูลถามปัญหาอันสูงสุด และเมื่อพระผู้มีพระภาคจะทรงแก้ปัญหา ของเราได้ตรัสกระแสธรรม เรารู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีใน ศาสนาอยู่ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ ในแสนกัลป แต่กัลปนี้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระผู้นายกอุดม ไม่ทรงมีอุปาทาน เสด็จนิพพานแล้ว ดังประทีปดับเพราะสิ้นน้ำมัน ฉะนั้น พระสถูปแก้ว ของพระผู้มีพระภาคสูงประมาณ ๗ โยชน์ เราได้ทำธงสวยงามกว่าธงทั้งปวง เป็นที่รื่นรมย์ใจ บูชาไว้ที่พระสถูปนั้น พระอัครสาวกชื่อติสสะ ของ พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสป เป็นบุตรผู้เกิดในหทัยของเรา เป็นทายาท ในพระพุทธศาสนา เรามีใจเลวทรามได้กล่าววาจาอันไม่เจริญแก่พระอัคร- สาวกนั้น ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ความเจริญจึงได้มีแก่เราในภายหลังพระ- มุนีมหาวีรชินเจ้า ผู้ทรงเกื้อกูลประกอบด้วยพระกรุณา ทรงประทานบรรพชา แก่เราบนที่บรรทมครั้งสุด ณ ศาลวันอันเป็นที่เวียนมาแห่งมัลลกษัตริย์ ทั้งหลาย บรรพชาก็มีในวันนี้เดี๋ยวนี้เอง อุปสมบทก็ในวันนี้เอง ปรินิพพาน ก็ในวันนี้เอง เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคผู้สูงสุดกว่าสัตว์ คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุภัททเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบสุภัททเถราปทาน. -----------------------------------------------------
|๕๑.๑๐๑| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ชนตํ อุทฺธริตฺวาน นิพฺพายติ มหายโส ฯ |๕๑.๑๐๒| นิพฺพายนฺเต จ สมฺพุทฺเธ ทสสหสฺสิ กมฺปถ ชนกาโย มหา อาสิ เทวา สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๕๑.๑๐๓| จนฺทนํ ปูรยิตฺวาน ตครามลฺลิกาหิ จ หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อาโรเปสึ นรุตฺตมํ ฯ |๕๑.๑๐๔| มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร นิปนฺนโกว สมฺพุทฺโธ อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๕๑.๑๐๕| โย เม ปจฺฉิมเก กาเล คนฺธมลฺเลน ฉาทยิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๕๑.๑๐๖| อิโต จุโต อยํ โปโส ตุสิตกายํ คมิสฺสติ ตตฺถ รชฺชํ กริตฺวาน นิมฺมานํ โส คมิสฺสติ ฯ |๕๑.๑๐๗| เอเตเนว อุปาเยน ทตฺวา มลฺลํ วรุตฺตมํ สกกมฺมาภิรทฺโธ โส สมฺปตฺตึ อนุโภสฺสติ ฯ |๕๑.๑๐๘| ปุนาปิ ตุสิเต กาเย นิพฺพตฺติสฺสติยํ นโร ตมฺหา กายา จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ ฯ |๕๑.๑๐๙| สกฺยปุตฺโต มหานาโค อคฺโค โลเก สเทวเก โพธยิตฺวา พหู สตฺเต นิพฺพายิสฺสติ จกฺขุมา ฯ |๕๑.๑๑๐| ตทา โสปคโต สนฺโต สุกฺกมูเลน โจทิโต อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ ตทา ฯ |๕๑.๑๑๑| หาสยิตฺวาน สมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู โลกนายโก ปุพฺพกมฺมมภิญฺญาย สจฺจานิ วิวริสฺสติ ฯ |๕๑.๑๑๒| อารทฺโธ จ อยํ ปโญฺห ตุฏฺโฐ เอกคฺคมานโส สตฺถารํ อภิวาเทตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจยิสฺสติ ฯ |๕๑.๑๑๓| ปสนฺนมานสํ ทิสฺวา สกกมฺเมน โตสิตํ ปพฺพชิสฺสติ โส พุทฺโธ อคฺคธมฺมสฺส โกวิโท ฯ |๕๑.๑๑๔| วายมิตฺวานยํ โปโส สมฺมา สมฺพุทฺธสาสเน สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ ปญฺจมํ ภาณวารํ ฯ |๕๑.๑๑๕| ปุพฺพกมฺเมน สํยุตฺโต เอกคฺโค สุสมาหิโต พุทฺธสฺส โอรโส ปุตฺโต ธมฺมโตมฺหิ สุนิมฺมิโต ฯ |๕๑.๑๑๖| ธมฺมราชํ อุปาคมฺม อาปุจฺฉึ ปญฺหมุตฺตมํ กถยนฺโต จ เม ปญฺหํ ธมฺมโสตํ อุปานยิ ฯ |๕๑.๑๑๗| ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย วิหาสึ สาสเน รโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๕๑.๑๑๘| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ชลชุตฺตมนายโก นิพฺพายิ อนุปาทาโน ทีโปว เตลสงฺขยา ฯ |๕๑.๑๑๙| สตฺตโยชนิกํ อาสิ ถูปญฺจ รตนามยํ ธชํ ตตฺถ อปูเชสึ สพฺพภทฺทํ มโนรมํ ฯ |๕๑.๑๒๐| กสฺสปสฺส จ พุทฺธสฺส ติสฺโส นามคฺคสาวโก ปุตฺโต เม โอรโส อาสิ ทายาโท ชินสาสเน ฯ |๕๑.๑๒๑| ตสฺส หีเนน มนสา วาจํ ภาสึ อภทฺทกํ เตน กมฺมวิปาเกน ปจฺฉา เม อาสิ ภทฺทกํ ฯ |๕๑.๑๒๒| อุปวตฺตเน สาลวเน ปจฺฉิเม สยเน มุนิ ปพฺพาเชสิ มหาวีโร หิโต การุณิโก ชิโน ฯ |๕๑.๑๒๓| อชฺเชว ทานิ ปพฺพชฺชา อชฺเชว อุปสมฺปทา อชฺเชว ปรินิพฺพานํ สมฺมุขา ทิปทุตฺตเม ฯ |๕๑.๑๒๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุภทฺโท เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุภทฺทตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ