๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทานที่ ๕ ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยประทีป ๕ ดวง
ปญฺจมํ ปญฺจทีปทายิกาเถริยาปทานํ (๑๕)
ครั้งนั้น ดิฉันเป็นหญิงนักท่องเที่ยวอยู่ในพระนครหงสวดี ดิฉันต้อง การกุศลจึงท่องเที่ยวไปตามวัดวาอาราม ดิฉันได้พบไม้โพธิ์อันอุดม ในวันกาฬปักษ์ ดิฉันยังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธิ์นั้นแล้วนั่งลงที่ โคนโพธิ์ ดิฉันตั้งจิตอันประกอบด้วยความเคารพไว้ ประนม อัญชลีเหนือเศียรเกล้า สำแดงถึงความโสมนัส แล้วคิดอย่างนี้ใน ทันใดนั้นว่า ถ้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้มีพระคุณนับไม่ได้ ไม่มีบุคคล อื่นเปรียบเสมอจริงไซร้ ขอให้แสดงปาฏิหาริย์แก่เราเถิด ขอให้ ไม้โพธิ์นี้จงเปล่งรัศมีในทันใดนั้นเอง ไม้โพธิ์ก็ได้โพลงไปทั่วพร้อม กับที่ดิฉันนึกรัศมีนั้นสำเร็จด้วยสีทองล้วน ไพโรจน์ไปทั่วทิศ ดิฉัน นั่งอยู่ที่โคนโพธิ์นั้น ๗ คืน ๗ วัน เมื่อถึงวันเป็นคำรบ ๗ ดิฉัน ได้ทำการบูชาด้วยประทีป ประทีป ๕ ดวงลุกโพลงรอบอาสนะ ครั้ง นั้น ประทีปของดิฉันลุกโพลงอยู่ จนถึงเวลาพระอาทิตย์อุทัย เพราะ กรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่าง มนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานที่บุญกรรมสร้างสรรค์ให้ ดิฉันอย่างสวยงาม ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น เรียกว่า ปัญจทีป- วิมาน สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ มีประทีปนับไม่ถ้วนส่อง แสงสว่างล้อมฉันทั่วเทพพิภพโชติช่วงด้วยแสงประทีป ดิฉันนั่ง หันหน้าไปทิศบูรพาแล้ว ถ้าประสงค์จะดู ย่อมเห็นทุกสิ่งได้ด้วย จักษุทั้งเบื้องบน เบื้องล่างและเบื้องขวาง ดิฉันปรารถนาจะเห็น กรรมดีกรรมชั่วที่คนทำ ในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้น ย่อมไม่มีต้นไม้หรือภูเขามากั้นกาง ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของ ท้าวสักกเทวราช ๘๐ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้า จักรพรรดิ ๑๐๐ พระองค์ ดิฉันเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เทวดาหรือ มนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ ประทีปจำนวนแสนส่องแสงสว่างล้อม ดิฉัน ดิฉันจุติจากเทวโลกแล้วเกิดในครรภ์มารดา เมื่อดิฉันอยู่ใน ครรภ์มารดา นัยน์ตาของดิฉันไม่หลับ ประทีปจำนวนแสนดวง ส่องสว่าง ในเรือนประสูติ ของดิฉันผู้เพรียบพร้อมด้วยบุญกรรม นี้ เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อถึงภพสุดท้าย ดิฉันได้กลับฉันทะ ที่มีในใจเห็นนิพพานอันเป็นสภาวะเยือกเย็น ไม่มีชราและมรณะ พอเกิดอายุได้ ๗ ขวบ ดิฉันก็ได้บรรลุอรหัต พระพุทธเจ้าให้ดิฉัน อุปสมบท นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อดิฉันอยู่ที่มณฑป โคนไม้ หรือในเรือนว่างเปล่า ประทีปส่องแสงสว่างให้ทุกเมื่อ เชื่อวัน นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ทิพจักษุของดิฉันบริสุทธิ์ ดิฉันฉลาดในสมาธิถึงความบริบูรณ์ในอภิญญา นี้เป็นผลแห่ง ประทีป ๕ ดวง ดิฉันเป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จ แล้ว ไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีจักษุ หม่อมฉันผู้ชื่อว่า ปัญจทีปาขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ ในกัปที่แสนแต่ กัปนี้ ดิฉันได้ให้ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระปัญจทีปทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน.
|๑๕๕.๖๐| นคเร หํสวติยา จาริกา อาสหํ ตทา อาราเมน วิหาเรน จรามิ กุสลตฺถิกา ฯ |๑๕๕.๖๑| กาฬปกฺขมฺหิ ทิวเส อทฺทสํ โพธิมุตฺตมํ ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา โพธิมูเล นิสีทหํ ฯ |๑๕๕.๖๒| ครุจิตฺตํ อุปฏฺเฐตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท ฯ |๑๕๕.๖๓| ยทิ พุทฺโธ อมิตคุโณ อสมปฺปฏิปุคฺคโล ทสฺเสตุ ปาฏิหีรํ เม โพธิ โอภาสตุ อยํ ฯ |๑๕๕.๖๔| สห อาวชฺชิเต มยฺหํ โพธิ ปชฺชลิ ตาวเท สพฺพโสวณฺณมยา อาสิ ทิสา สพฺพา วิโรจติ ฯ |๑๕๕.๖๕| สตฺตรตฺตินฺทิวํ ตตฺถ โพธิมูเล นิสีทหํ สตฺตเม ทิวเส ปตฺเต ทีปปูชํ อกาสหํ ฯ |๑๕๕.๖๖| อาสนํ ปริวาเรตฺวา ปญฺจ ทีปานิ ปชฺชลุํ ยาว อุเทติ สุริโย ทีปา เม ปชฺชลุํ ตทา ฯ |๑๕๕.๖๗| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๕๕.๖๘| ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ ปญฺจทีปาติ วุจฺจติ สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ ตึสโยชนวิตฺถตํ ฯ |๑๕๕.๖๙| อสงฺเขยฺยานิ ทีปานิ ปริวาเร ชลึสุ เม ยาวตา เทวภวนํ ทีปาโลเกน โชตติ ฯ |๑๕๕.๗๐| ปุพฺพมุขา นิสีทิตฺวา ยทิ อิจฺฉามิ ปสฺสิตุํ อุทฺธํ อโธ จ ติริยํ สพฺพํ ปสฺสามิ จกฺขุนา ฯ |๑๕๕.๗๑| ยาวตา อภิกงฺขามิ ทฏฺฐุํ สุกตทุกฺกฏํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถิ รุกฺเขสุ ปพฺพเตสุ วา ฯ |๑๕๕.๗๒| อสีติเทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ สตานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ |๑๕๕.๗๓| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ ทีปสตสหสฺสานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม ฯ |๑๕๕.๗๔| เทวโลกา จวิตฺวาน อุปฺปชฺชึ มาตุกุจฺฉิยํ มาตุ กุจฺฉิคตํ สนฺตํ อกฺขิ เม น นิมีลติ ฯ |๑๕๕.๗๕| ทีปสตสหสฺสานิ ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน ชลนฺติ สูติกาเคเห ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๕๕.๗๖| ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต มานสํ วินิวตฺตยึ อชรามรํ สีติภาวํ นิพฺพานํ ปสฺสยึ อหํ ฯ |๑๕๕.๗๗| ชาติยา สตฺตวสฺสาหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๕๕.๗๘| มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา สุญฺญาคาเร วสนฺติยา สทา ปชฺชลเต ทีปํ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๕๕.๗๙| ทิพฺพจกฺขุ วิสุทฺธํ เม สมาธิกุสลา อหํ อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๕๕.๘๐| สพฺพโวสิตโวสานา กตกิจฺจา อนาสวา ปญฺจทีปา มหาวีร ปาเท วนฺทามิ จกฺขุม ฯ |๑๕๕.๘๑| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๕๕.๘๒| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๕๕.๘๓| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๕๕.๘๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปญฺจทีปทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปญฺจทีปทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ