๑. อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทาน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ขัตติยกัญญาวรรคที่ ๔ อปทานแห่งพระเถรีที่เคยเป็นขัตติยกัญญา หมื่นแปดพันที่ ๑ ว่าด้วยบุพจริยาของพระเถรีหมื่นแปดพันรูป
จตุตฺโถ ขตฺติยกญฺญาวคฺโค ปฐมํ อฏฺฐารสสหสฺสขตฺติยกญฺญาเถรีนมปทานํ (๓๑)
ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีภพทั้งปวงสิ้นไปแล้ว ปลด- เปลื้องที่ต่อแห่งภพแล้ว มิได้มีอาสวะทั้งปวงเลย ขอกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีกรรมเก่า ส่วนกุศลทุกอย่าง บำเพ็ญไว้ดีแล้ว วัตถุเครื่องบริโภคก็ให้แล้วเพื่อประโยชน์แก่ พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายบำเพ็ญกุศลกรรม ถวายเครื่องบริโภคแก่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และ พระสาวกทั้งหลายเพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีกรรมอย่างสูงและอย่างต่ำบำเพ็ญดีแล้ว แก่ภิกษุ ทั้งหลายมีกรรมเก่าทั้งส่วนสูงทั้งส่วนต่ำทำไว้แล้ว หม่อมฉัน ทั้งหลายอันกรรมเดิม ที่เป็นกุศลนั้นนั่นแหละเตือนแล้ว เป็นผู้ พรั่งพร้อมไปด้วยกุศลกรรม ล่วงวิบัติของมนุษย์แล้ว มาเกิดใน สกุลกษัตริย์ เพราะหม่อมฉันทั้งหลายร่วมก่อสร้างกรรมโดยชาติ เดียวกันจึงได้มาเกิดมีสมภพในตระกูลกษัตริย์ร่วมกัน ในภพหลัง ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายเป็นผู้มีรูปสมบัติ มีโภค- สมบัติ มีลาภสักการะ อันมหาชนบูชาแล้ว ณ ภายในบุรี เหมือน นันทนวันของทวยเทพ หม่อมฉันทั้งหลายเบื่อหน่ายจึงพากันออก บวชเป็นภิกษุณี มีอุปาทานอยู่สองสามวัน ก็บรรลุถึงความดับ ทุกข์ทั้งหมดด้วยกัน หม่อมฉันทั้งหลาย อันชนเป็นอันมากนำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะเภสัชปัจจัยเข้ามาสักการะบูชาแล้ว หม่อมฉัน ทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาหม่อมฉันทั้งหลาย ได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ภิกษุณีผู้เคยเป็นขัตติยกัญญา ๑๘,๐๐๐ มีพระยสวดีเถรีเป็นหัวหน้า ได้กล่าว คาถานี้เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้แล. จบอปทานแห่งพระเถรีพระธิดากษัตริย์ ๑๘,๐๐๐.
|๑๗๑.๑| ภวา สพฺเพ ปริกฺขีณา ภวสนฺธิ วิโมจิตา สพฺพาสวา จ โน นตฺถิ อาโรเจม มหามุเน ฯ |๑๗๑.๒| ปริกมฺมญฺจ กุสลํ ยงฺกิญฺจิ สาธุ ปตฺถิตํ ปริโภคํ มยา ทินฺนํ ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ |๑๗๑.๓| พุทฺธปจฺเจกพุทฺธานํ สาวกานญฺจ ปตฺถิตํ ปริโภคํ มยา ทินฺนํ ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ |๑๗๑.๔| อุจฺจานีจํ มยา กมฺมํ ภิกฺขูนํ สาธุ ปตฺถิตํ อุจฺจากุลปริกฺกมฺมํ กตเมฺหหิ มหามุเน ฯ |๑๗๑.๕| เตเนว สุกฺกมูเลน โจทิตา กมฺมสมฺปทา มานุสิกมติกฺกนฺตา ชายึสุ ขตฺติเย กุเล ฯ |๑๗๑.๖| อุปจิเต กเต กมฺเม ชาติยา จาปิ เอกโต ปจฺฉิเม เอกโต ชาตา ขตฺติยา กุลสมฺภวา ฯ |๑๗๑.๗| รูปวตี โภควตี ลาภสกฺการปูชิตา อนฺเตปุเร มหาวีร เทวานํ อิว นนฺทเน ฯ |๑๗๑.๘| นิพฺพินฺทิตฺวา อคารมฺหา ปพฺพชิมฺหานคาริยํ กติปาหํ อุปาทาย สพฺพา ปตฺตามฺห นิพฺพุตึ ฯ |๑๗๑.๙| จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ อุปเนนฺติ พหู อเมฺห สทา สกฺกตปูชิตา ฯ |๑๗๑.๑๐| กิเลสา ฌาปิตา อมฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหราม อนาสวา ฯ |๑๗๑.๑๑| สฺวาคตํ วต โน อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๗๑.๑๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ยสวตีปมุขานิ ขตฺติยกญฺญา ภิกฺขุนิโย อฏฺฐารสสหสฺสานิ ภควโต สมฺมุขา อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อฏฺฐารสสหสฺสขตฺติยกญฺญาเถรีนํ อปทานํ สมตฺตํ ฯ