This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๔. สิงคาลมาตาเถริยาปทาน

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๗๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก สิงคาลมาตาเถริยาปทานที่ ๔ ว่าด้วยบุพจริยาของพระสิงคาลมาตาเถรี

จตุตฺถํ สิงฺคาลมาตาเถริยาปทานํ (๓๔)

๑๗๔

ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารผู้เป็นนายกของโลก พระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวงเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลอำมาตย์ที่รุ่งเรืองด้วยรัตนะต่างๆ เป็นตระกูล มั่งคั่ง เจริญ มีทรัพย์มาก ในพระนครหงสวดี ดิฉันมีมหาชนเป็น บริวารไปกับบิดา ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วออกบวชเป็น ภิกษุณี ครั้นบวชแล้ว เว้นบาปกรรมทางกาย ละวจีทุจริตชำระ อาชีวะบริสุทธิ์ มีความเลื่อมใสเพราะเคารพมากในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ขวนขวายในการฟังธรรม มีความเห็น พระพุทธเจ้าเป็นปกติ ในครั้งนั้น ดิฉันได้ฟังภิกษุณีองค์หนึ่งซึ่ง เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลาย ฝ่ายสัทธาธิมุติ จึงปรากฏตำแหน่ง นั้นแล้วได้บำเพ็ญไตรสิกขา ครั้งนั้น พระสุคตเจ้าผู้มีพระอัธยาศัย ประกอบด้วยกรุณา ตรัสกะดิฉันว่าบุคคลผู้มีศรัทธาไม่หวั่นไหว ตั้ง มั่นดีในพระตถาคต มีศีลงามที่พระอริยะรักใคร่สรรเสริญ มีความ เลื่อมใสในพระสงฆ์ มีความเห็นตรง นักปราชญ์เรียกผู้นั้นว่า เป็น ผู้ไม่ขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เป็นหมัน เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มี ปัญญา เมื่อระลึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงหมั่น ประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใสและความเห็นธรรม ดิฉันได้ ฟังพระพุทธดำรัสนั้นแล้ว มีความเบิกบานใจ ได้ทูลถามถึงความ ปรารถนาดีของดิฉัน ครั้งนั้นพระสุคตเจ้าผู้นำชั้นพิเศษผู้มีปัญญาไม่ ทราม มีพระคุณนับไม่ถ้วน ทรงพยากรณ์ว่าท่านเลื่อมใสใน พระพุทธเจ้า มีธรรมงาม จักได้ตำแหน่งนั้นที่ท่านปรารถนาดีแล้ว ในกัปที่หนึ่งแสนแต่กัปนี้ พระศาสดาพระนามว่าโคดม มีสมภพใน วงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านจักได้เป็น ธรรมทายาทแห่งพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรม นิรมิต เป็นมารดาแห่งสิงคาลมาณพ จักได้เป็นสาวิกา ของพระศาสดาครั้งนั้น ดิฉันได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว มี ความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระพิชิตมารผู้เป็นนายก ของโลก ด้วยความปฏิบัติทั้งหลาย จนสิ้นชีวิต ด้วยกุศลกรรม ที่ได้ทำไว้แล้วนั้นและด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกาย มนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในภพหลังครั้งนี้ ดิฉัน เกิดในสกุลเศรษฐีมีความเจริญ สั่งสมรัตนะไว้มาก ในพระนคร- ราชคฤห์อันอุดม บุตรของดิฉันชื่อสิงคาลมณพ ยินดีในทางผิด แล่นไปสู่ทิฏฐิอันรกชัฏ มีการบูชาทิศเป็นเบื้องหน้า ย่อมไหว้ทิศ ต่างๆ พระพุทธเจ้าผู้นำชั้นพิเศษ เสด็จเข้าไปสู่พระนครราชคฤห์ เพื่อทรงรับบิณฑบาต ทอดพระเนตรเห็นบุตรของดิฉันแล้ว ประทับ อยู่ที่หนทาง ตรัสแสดงธรรมแก่บุตรของดิฉัน แต่เขายังมีความ เห็นผิดอยู่อย่างเดิม ธรรมาภิสมัยได้มีแก่บุรุษและสตรี ๒ โกฏิ ครั้งนั้นดิฉันไปในที่ประชุมนั้นได้ฟังสุคตภาษิตแล้ว ได้บรรลุโสดา- ปัตติผลแล้วออกบวชเป็นภิกษุณี ได้เห็นพระพุทธเจ้าเป็นปกติ เจริญพุทธานุสสติอยู่ไม่นาน ก็ได้บรรลุอรหัตผล ดิฉันได้เห็น พระพุทธเจ้าอยู่ร่ำไปมิได้เบื่อชมพระรูปเป็นที่เพลินตา เป็นพระรูป ที่เกิดแต่พระบารมีทั้งปวง เป็นดังว่าเรือนหลวงที่ประกอบด้วยสิริ มีพระลักษณะงามทั่วไป พระพิชิตมารโปรดในคุณสมบัตินั้น จึงทรง ตั้งดิฉันไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะว่า ภิกษุณีมารดาของสิงคาลมาณพ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายสัทธาธิมุต ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ มีความชำนาญในทิพโสตธาตุ มีความชำนาญในเจโตปริยญาณ ย่อมรู้ปุพเพนิวาสญาณและทิพจักษุ อันหมดจดวิเศษ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้ มีอีก ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันมีญาณในอรรถะ ธรรมะ นิรุตติ และปฏิภาณ เกิดขึ้นในสำนักของพระองค์ ดิฉันเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระภิกษุณีมารดาสิงคาลมาณพได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบสิงคาลมาตาเถริยาปทาน.

|๑๗๔.๘๑| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ |๑๗๔.๘๒| ตทาหํ หํสวติยา ชาตามจฺจกุเล อหุ นานารตนปชฺโชเต อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน ฯ |๑๗๔.๘๓| ปิตุนา สห คนฺตฺวาน มหาชนปุรกฺขตา ธมฺมํ พุทฺธสฺส สุตฺวาน ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๑๗๔.๘๔| ปพฺพชิตฺวาน กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชยึ วจีทุจฺจริตํ หิตฺวา อาชีวํ ปริโสธยึ ฯ |๑๗๔.๘๕| พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม จ สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา สทฺธมฺมสฺสวเน ยุตฺตา พุทฺธทสฺสนสาลยา ฯ |๑๗๔.๘๖| อคฺคํ สทฺธาธิมุตฺตานํ อสฺโสสึ ภิกฺขุนึ ตทา ตํ ฐานํ ปตฺถยิตฺวาน ติสฺโส สิกฺขา อปูรยึ ฯ |๑๗๔.๘๗| ตโต มํ สุคโต อาห กรุณานุคตาสโย ยสฺส สทฺธา ตถาคเต อจลา สุปติฏฺฐิตา ฯ |๑๗๔.๘๘| สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ อริยกนฺตํ ปสํสิตํ สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ อุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ ฯ |๑๗๔.๘๙| อทลิทฺโทติ ตํ อาหุ อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ ปสาทํ ธมฺมทสฺสนํ ฯ |๑๗๔.๙๐| อนุยุญฺเชถ เมธาวี สรํ พุทฺธานํ สาสนํ ตํ สุตฺวาหํ ปมุทิตา อปุจฺฉึ ปณิธึ มม ฯ |๑๗๔.๙๑| ตทา อโนโม อมิโต พฺยากริตฺถ วินายโก พุทฺธสฺส ปสนฺโน กลฺยาณี ลจฺฉเสตํ สุปตฺถิตํ ฯ |๑๗๔.๙๒| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๗๔.๙๓| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา สิงฺคาลกสฺส ยา มาตา เหสฺสติ สตฺถุ สาวิกา ฯ |๑๗๔.๙๔| ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา ยาวชีวํ ตทา ชินํ เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ ปฏิปตฺตีหิ นายกํ ฯ |๑๗๔.๙๕| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๗๔.๙๖| ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ คิริพฺพชปุรุตฺตเม ชาตา เสฏฺฐิกุเล ผีเต มหารตนสญฺจเย ฯ |๑๗๔.๙๗| ปุตฺโต สิงฺคาลโก นาม มมาสิ วิปเถ รโต ทิฏฺฐิคหณปกฺขนฺโน ทิสาปูชนตปฺปโร ฯ |๑๗๔.๙๘| นานาทิสา นมสฺสติ ปิณฺฑาย นครํ วชํ ตํ ทิสฺวา อวทิ พุทฺโธ มคฺเค ฐตฺวา วินายโก ฯ |๑๗๔.๙๙| ตสฺส เทสยโต ธมฺมํ ปนาโท วิมฺหโย อหุ เทฺวโกฏินรนารีนํ ธมฺมาภิสมโย อหุ ฯ |๑๗๔.๑๐๐| ตทา ตํ ปริสํ คนฺตฺวา สุตฺวา สุคตภาสิตํ โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๑๗๔.๑๐๑| น จิเรเนว กาเลน พุทฺธทสฺสนสาลยา อนุสฺสตึ ตํ ภาเวตฺวา อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๑๗๔.๑๐๒| ทสฺสนตฺถาย พุทฺธสฺส สพฺพทา จ วชามหํ อติตฺตาเยว ปสฺสามิ รูปํ นยนนนฺทนํ ฯ |๑๗๔.๑๐๓| สพฺพปารมิสมฺภูตํ ลกฺขินิลยนํ ปรํ รูปํ สพฺพสุภากิณฺณํ อติตฺตา วิหรามหํ ฯ |๑๗๔.๑๐๔| ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ สิงฺคาลกสฺส ยา มาตา อคฺคา สทฺธาธิมุตฺติกา ฯ |๑๗๔.๑๐๕| อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา เจโตปริยญาณสฺส วสี โหมิ มหามุเน ฯ |๑๗๔.๑๐๖| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ สพฺพาสเว ปริญฺญาย นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๑๗๔.๑๐๗| อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ ญาณํ มม มหาวีร อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก ฯ |๑๗๔.๑๐๘| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๗๔.๑๐๙| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๗๔.๑๑๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ สิงฺคาลมาตา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สิงฺคาลมาตาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๔. สิงคาลมาตาเถริยาปทาน