This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๗๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก อภิรูปนันทาเถริยาปทานที่ ๖ ว่าด้วยบุพจริยาของพระอภิรูปนันทาเถรี

ฉฏฺฐํ อภิรูปนนฺทาเถริยาปทานํ (๓๖)

๑๗๖

ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก พระนามว่าปัสสี มีพระเนตรงาม มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง เสด็จ อุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลใหญ่ที่มั่งคั่งเจริญ ในพระนคร พันธุมดี เป็นหญิงมีรูปงาม น่าพึงใจและเป็นที่บูชาของประชุมชน ได้เข้าเฝ้าพระพุทธวิปัสสีผู้มีความเพียรมาก เป็นนายกของโลก ได้ ฟังธรรมแล้วถึงพระองค์เป็นสรณะ สำรวมอยู่ในศีล เมื่อพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้นผู้มีพระคุณสูงสุดกว่านรชน ปรินิพพานแล้ว ดิฉันได้เอาฉัตรทองบูชาไว้ ณ เบื้องบนแห่งพระสถูปที่บรรจุพระธาตุ ดิฉันเป็นผู้มีจาคะอันสละแล้ว มีศีลจนตลอดชีวิตเคลื่อนจากอัตภาพ นั้น ละร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ภพดาวดึงส์ ครั้งนั้น ดิฉัน ครอบงำเทพธิดาทั้งหมดด้วยฐานะ ๑๐ ประการ คือ ด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อายุ วรรณะ สุข ยศ และความเป็น อธิบดี รุ่งโรจน์ปรากฏอยู่ ในภพหลังครั้งนี้ ดิฉันเกิดในพระนคร กบิลพัสดุ์เป็นธิดาของศากยราชนามว่าเขมกะ มีนามปรากฏว่านันทา ประชุมชนกล่าวว่า ดิฉันเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีความถึงพร้อมด้วยรูปงาม น่าชม เมื่อดิฉันเติบโตเป็นสาว (รู้จัก) ตกแต่งรูปและผิวพรรณ พวกศากยราชมีความวิวาทกันมากเพราะตัวดิฉัน ครั้งนั้น พระบิดา ของดิฉันกล่าวว่า พวกศากยราชอย่าฉิบหายเสียเลย จึงให้ดิฉัน บวชเสีย ครั้นดิฉันบวชแล้วได้ฟังว่า พระตถาคตเจ้าผู้มีพระคุณ สูงสุดกว่านรชน ทรงติรูป จึงไม่เข้าไปเฝ้า เพราะดิฉันชอบรูปกลัว จะพบพระพุทธเจ้า จึงไม่ไปรับโอวาท ครั้งนั้น พระพิชิตมารทรง ให้ดิฉันเข้าไปสู่สำนักของพระองค์ด้วยอุบาย พระองค์ทรงฉลาดใน ทางอุบาย ทรงแสดงหญิง ๓ ชนิด ด้วยฤทธิ์ คือ หญิงสาวสวย เหมือนรูปเทพอัปสร หญิงแก่ หญิงตายแล้ว ดิฉันเห็นหญิงทั้ง ๓ แล้ว มีความสลดใจ ไม่ยินดีในซากศพหญิงที่ตายแล้ว มีความ เบื่อหน่ายในภพเฉยอยู่ ขณะนั้นพระผู้มีพระภาคนายกของโลก ตรัสกะดิฉันว่า ดูกรนันทาท่านจงดูร่างกายที่ทุรนทุราย ไม่สะอาด โสโครก ไหลเข้าถ่ายออกอยู่ ที่พวกพลาชนปรารถนากัน ท่านจง อบรมจิตให้เป็นสมาธิมีอารมณ์อย่างเดียวด้วยอสุภเถิด รูปนี้เป็นฉัน ใด รูปท่านนั้นก็เป็นฉันนั้น รูปท่านนั้นเป็นฉันใด รูปนี้ก็เป็นฉัน นั้น เมื่อท่านพิจารณาเห็นรูปนั้น อย่างนี้ มิได้เกียจคร้านทั้งกลาง คืนกลางวัน แต่นั้นก็จะเบื่อหน่ายอยู่ด้วยปัญญาของตน ดิฉันผู้ไม่ ประมาท พิจารณาในร่างกายนี้อยู่โดยแยบคาย ก็เห็นกายนี้ทั้งภาย ในภายนอกตามความเป็นจริง เมื่อเป็นเช่นนั้น ดิฉันจึงเบื่อหน่าย ในกาย และไม่ยินดีเป็นภายใน ไม่ประมาท ไม่เกาะเกี่ยว เป็น ผู้สงบเย็นแล้ว ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญ ในฤทธิ์ ในทิพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ รู้ปุพเพนิวาสญาณ และทิพจักษุอันหมดจดวิเศษ หม่อมฉันสิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มี ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันมีญาณในอรรถะ ธรรมะ นิรุตติ และปฏิภาณ เกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์ ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระอภิรูปนันทาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบอภิรูปนันทาเถริยาปทาน.

|๑๗๖.๑๔๓| เอกนวุเต อิโต กปฺเป วิปสฺสี นาม นายโก อุปฺปชฺชิ จารุนยโน สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา ฯ |๑๗๖.๑๔๔| ตทาหํ พนฺธุมติยา อิทฺเธ ผีเต มหากุเล ชาตา สุรูปา ทยิตา ปูชนียา ชนสฺส จ ฯ |๑๗๖.๑๔๕| อุปคนฺตฺวา มหาวีรํ วิปสฺสึ โลกนายกํ ธมฺมํ สุตฺวาน สรณํ อุเปสึ นรนายกํ ฯ |๑๗๖.๑๔๖| สีเลสุ สํวุตา หุตฺวา นิพฺพุเต จ นรุตฺตเม ธาตุถูปสฺส อุปริ โสณฺณฉตฺตํ อปูชยึ ฯ |๑๗๖.๑๔๗| มุตฺตจาคา สีลวตี ยาวชีวํ ตโต จุตา ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๗๖.๑๔๘| ตทา ทสหิ ฐาเนหิ อภิโภตฺวา อเสสโต รูปสทฺเทหิ คนฺเธหิ รเสหิ ผุสฺสเนหิ จ ฯ |๑๗๖.๑๔๙| อายุนาปิจ วณฺเณน สุเขน ยสสาปิจ ตเถวาธิปเตยฺเยน อธิคยฺห วิโรจหํ ฯ |๑๗๖.๑๕๐| ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ ชาตาหํ กปิลวฺหเย ธีตา เขมกสกฺกสฺส นนฺทา นาเมน วิสฺสุตา ฯ |๑๗๖.๑๕๑| อภิรูปสมฺปทมฺปิ อาหุ เมกนฺติ สูจกํ ยทาหํ โยพฺพนํ ปตฺตา รูปวณฺณวิภูสิตา ฯ |๑๗๖.๑๕๒| อิธ มมตฺเต สกฺยานํ วิวาโท สุมหา อหุ ปพฺพาเชสิ ตโต ตาโต มา สกฺยา วินสฺสุํ อิติ ฯ |๑๗๖.๑๕๓| ปพฺพชิตฺวาน ตถาคตํ รูปเทสฺสึ นรุตฺตมํ สุตฺวาน โนปคจฺฉามิ มม รูเปน คพฺภิตา ฯ |๑๗๖.๑๕๔| โอวาทํปิ น คจฺฉามิ พุทฺธทสฺสนภีรุกา ตทา ชิโน อุปาเยน อุปเนตฺวา สสนฺติกํ ฯ |๑๗๖.๑๕๕| ติสฺสิตฺถิโย นิทสฺเสสิ อิทฺธิยา มคฺคโกวิโท อจฺฉรารูปสทิสํ ตรุณึ ชริกํ มตํ ฯ |๑๗๖.๑๕๖| ตโย ทิสฺวา สุสํวิคฺคา วิรตฺตาเส กเลวเร อฏฺฐาสึ ภวนิพฺพินฺทา ตโต มํ อาห นายโก ฯ |๑๗๖.๑๕๗| อาตุรํ อสุจึ ปูตึ ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ อุคฺฆรนฺตํ ปคฺฆรนฺตํ พาลานํ อภิปตฺถิตํ ฯ |๑๗๖.๑๕๘| อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ เอกคฺคํ สุสมาหิตํ ยถา อิทํ ตถา เอตํ ยถา เอตํ ตถา อิทํ ฯ |๑๗๖.๑๕๙| เอวเมตํ อเวกฺขนฺตี รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา ตโต สกาย ปญฺญาย อภินิพฺพิชฺช วจฺฉสิ ฯ |๑๗๖.๑๖๐| ตสฺสา เม อปฺปมตฺตาย วิจินนฺตีธ โยนิโส ยถาภูตํ อยํ กาโย ทิฏฺโฐ สนฺตรพาหิโร ฯ |๑๗๖.๑๖๑| อถ นิพฺพินฺทิหํ กาเย อชฺฌตฺตญฺจ วิรชฺชหํ อปฺปมตฺตา วิสํยุตฺตา อุปสนฺตมฺหิ นิพฺพุตา ฯ |๑๗๖.๑๖๒| อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา เจโตปริยญาณสฺส วสี โหมิ มหามุเน ฯ |๑๗๖.๑๖๓| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ |๑๗๖.๑๖๔| สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ |๑๗๖.๑๖๕| ญาณํ มม มหาวีร อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก ฯ กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา |๑๗๖.๑๖๖| นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก |๑๗๖.๑๖๗| ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม |๑๗๖.๑๖๘| ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อภิรูปนนฺทา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อภิรูปนนฺทาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน