๙. โสณณกิงกณิยเถราปทาน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก โสณณกิงกณิยเถราปทานที่ ๙ ว่าด้วยผลแห่งการถวายกะดึงทอง
นวมํ โสณฺณกึกณิยตฺเถราปทานํ (๔๒๙)
เราได้ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา เรานุ่งห่มผ้าเปลือกไม้กรอง เห็นกรรมคือตบะ ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ พระนามว่าอัตถทัสสีเสด็จอุบัติขึ้นช่วยมหาชน ให้ข้าม ก็เราสิ้นกำลังเพราะพยาธิอย่างหนัก เรานึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด ก่อพระสถูปอันอุดมที่หาดทราย ครั้นแล้ว เป็นผู้มี จิตยินดี มีใจโสมนัส เรี่ยรายดอกกะดึงทองโดยพลัน เราบำเรอ พระสถูปของพระพุทธเจ้า พระนามว่าอัตถทัสสีผู้คงที่ ด้วยใจอัน เลื่อมใสนั้น ปานดังบำเรอพระพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์ เราไป สู่เทวโลกแล้ว ได้ความสุขอันไพบูลย์ ในเทวโลกนั้น เรามี ผิวพรรณปานทองคำ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เทพนารีของเรามี ประมาณ ๘๐ โกฏิ ประดับประดาสวยงาม บำรุงเราอยู่ทุกเมื่อ นี้ เป็นผลแห่งพุทธบูชา ดนตรี ๖ หมื่น คือ กลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์ มโหระทึก บรรเลงอย่างไพเราะในเทวโลกนั้น ช้าง กุญชรตระกูลมาตังคะแตกมัน ๓ ครั้ง อายุ ๖๐ ปี ๘,๔๐๐ เชือก ประดับสวยงามคลุมด้วยตาข่ายทอง ทำการบำรุงเรา ความเป็นผู้ บกพร่องในพลกายและที่อยู่ ไม่มีแก่เรา เราเสวยผลของดอก กะดึงทองได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๘ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๗๑ ครั้ง และได้เสวยราชสมบัติในมหาปฐพี ๑๐๑ ครั้ง บัดนี้ เราได้บรรลุอมตบทอันลึกซึ้ง ยากที่จะเห็นได้ สังโยชน์หมด สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัปนี้ เราได้เอา ดอกไม้บูชาใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้วดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโสณณกิงกณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โสณณกิงกณิยเถราปทาน
|๑๙.๑๔๑| สทฺธาย อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ วากจีรธโร อาสึ ตโปกมฺมมปสฺสิโต ฯ |๑๙.๑๔๒| อตฺถทสฺสี ตุ ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ อุปฺปชฺชิ ตมฺหิ สมเย ตารยนฺโต มหาชนํ ฯ |๑๙.๑๔๓| พลญฺจ วต เม ขีณํ พฺยาธินา ปรเมนหํ พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน ปุฬิเน ถูปมุตฺตมํ ฯ |๑๙.๑๔๔| กริตฺวา หฏฺฐจิตฺโตหํ สหเสน สโมกิรึ โสณฺณกึกณิปุปฺผานิ อุทคฺคมนโส อหํ ฯ |๑๙.๑๔๕| สมฺมุขา วิย สมฺพุทฺธํ ถูปํ ปริจรึ อหํ เตน เจโตปสาเทน อตฺถทสฺสิสฺส ตาทิโน ฯ |๑๙.๑๔๖| เทวโลกํ คโต สนฺโต ลภามิ วิปุลํ สุขํ สุวณฺณวณฺโณ ตตฺถาสิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๙.๑๔๗| อสีติโกฏิโย มยฺหํ นาริโย สมลงฺกตา สทา มยฺหํ อุปฏฺฐนฺติ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๙.๑๔๘| สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ เภริโย ปณวาปิจ สงฺขา จ เทณฺฑิมา ตตฺถ วคฺคู วชฺชนฺติ ทุนฺทุภิ ฯ |๑๙.๑๔๙| จุลฺลาสีติสหสฺสานิ หตฺถิโย สมลงฺกตา ติธปฺปภินฺนา มาตงฺคา กุญฺชรา สฏฺฐิหายนา ฯ |๑๙.๑๕๐| เหมชาลาภิสญฺฉนฺนา อุปฏฺฐานํ กโรนฺติ เม พลกาเย ภเว เจว อูนตา เม น วิชฺชติ ฯ |๑๙.๑๕๑| โสณฺณกึกณิปุปฺผานํ วิปากํ อนุโภมิหํ อฏฺฐปญฺญาสกฺขตฺตุํ จ เทวรชฺชมการยึ ฯ |๑๙.๑๕๒| เอกสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ปฐพฺยา รชฺชํ เอกสตํ มหิยา การยึ อหํ ฯ |๑๙.๑๕๓| โส ทานิ ปตฺโต อมตํ คมฺภีรํ ทุทฺทสํ ปทํ สํโยชนา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๑๙.๑๕๔| อฏฺฐารเส กปฺปสเต ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๙.๑๕๕| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๙.๑๕๖| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๙.๑๕๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสณฺณกึกณิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โสณฺณกึกณิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ