This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑. อกิตติจริยา

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก จริยาปิฎก ๑. การบำเพ็ญทานบารมี อกิตติจริยาที่ ๑ ว่าด้วยจริยาวัตรของอกิตติดาบส

สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส อปทานํ -------------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ ทฺวาจตฺตาฬีสโม ภทฺทาลิวคฺโค ปฐมํ ภทฺทาลิตฺเถราปทานํ (๔๑๑)

ในสี่อสงไขยแสนกัป ความประพฤติอันใดในระหว่างนี้ ความ ประพฤติทั้งหมดนั้น เป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณ เราจักเว้นความ ประพฤติในภพน้อยใหญ่ในกัปเสีย จักบอกความประพฤติในกัปนี้ จงฟังเรา ในกาลใด เราเป็นดาบสชื่ออกิตติ เข้าไปอาศัยอยู่ในป่า ใหญ่อันว่างเปล่า สงัดเงียบปราศจากเสียงอื้ออึง ในกาลนั้น ด้วย เดชแห่งการประพฤติตบะของเรา สมเด็จอัมรินทร์ผู้ครองไตรทิพย์ ทรงร้อนพระทัย ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์เข้ามาหาเราเพื่อภิกษา เราได้เห็นอินทพราหมณ์มายืนอยู่ใกล้ประตูบรรณศาลาของเรา จึง เอาใบหมากเม่าที่เรานำมาแต่ป่า อันไม่มีน้ำมัน ทั้งไม่เค็ม ให้หมด พร้อมกับภาชนะ ครั้นได้ให้หมากเม่าแก่อินทพราหมณ์นั้นแล้ว เราจึงคว่ำภาชนะ ละการแสวงหาใบหมากเม่าใหม่ เข้าไปยังบรรณ ศาลา แม้ในวันที่ ๒ แม้ในวันที่ ๓ อินทพราหมณ์ก็เข้ามายังสำนัก ของเรา เราไม่หวั่นไหว ไม่อาลัยในชีวิต ได้ให้หมดสิ้นเช่น วันก่อนเหมือนกัน ในสรีระของเราไม่มีความหมองศรีเพราะการอด อาหารนั้นเป็นปัจจัย เรายับยั้งอยู่ตลอดวันนั้นๆ ด้วยปีติ สุข และ ความยินดี (อันเกิดแต่ความยินดี) ถ้าเราพึงได้ทักขิเณยยบุคคลผู้ ประเสริฐ แม้เดือนหนึ่งสองเดือนเราก็ไม่หวั่นไหว ไม่ท้อแท้ใจ พึงให้ทานอันอุดม เมื่อให้ทานแก่อินทพราหมณ์นั้น เราจะได้ ปรารถนายศและลาภก็หามิได้ เราปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณ (เท่านั้น) จึงได้ประพฤติกรรมเหล่านั้น ฉะนี้. จบอกิตติจริยาที่ ๑

/อป./ |๑.๑| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ อคฺโค การุณิโก มุนิ วิเวกกาโม โลกคฺโค หิมวนฺตํ อุปาคมิ ฯ |๑.๒| อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ สุเมโธ โลกนายโก ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน นิสีทิ ปุริสาสโภ ฯ |๑.๓| สมาธึ โส สมาปนฺโน สุเมโธ โลกนายโก สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ฯ |๑.๔| ขาริกาชํ คเหตฺวาน วนมชฺโฌคหึ อหํ ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ โอฆติณฺณมนาสวํ ฯ |๑.๕| สมฺมชฺชนึ คเหตฺวาน สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ จตุทณฺเฑ ฐเปตฺวาน อกาสึ มณฺฑปํ ตทา ฯ |๑.๖| สาลปุปฺผํ คเหตฺวาน มณฺฑปํ ฉาทยึ อหํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อวนฺทึ โลกนายกํ ฯ |๑.๗| ยํ วทนฺติ สุเมโธติ ภูริปญฺญํ สุเมธสํ ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑.๘| พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย สพฺเพ เทวา สมาคมุํ อสํสยํ พุทฺธเสฏฺโฐ ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑.๙| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห เทวสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑.๑๐| โย เม สตฺตาหํ มณฺฑปํ ธารยิ สาลฉาทนํ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๑.๑๑| เทวภูโต มนุสฺโส วา เหมวณฺโณ ภวิสฺสติ ปหูตโภโค หุตฺวาน กามโภคี ภวิสฺสติ ฯ |๑.๑๒| สฏฺฐี นาคสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา เหมกปฺปนิวาสสา ฯ |๑.๑๓| อารุฬฺหา คามณีเยภิ โตมรงฺกุสปาณิภิ สายํ ปาโต อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉิสฺสนฺติมํ นรํ ฯ เตหิ นาเคหิ ปริวุโต รมิสฺสติ อยํ นโร |๑.๑๔| สฏฺฐี อสฺสสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ อาชานียา จ ชาติยา สินฺธวา สีฆพาหนา |๑.๑๕| อารุฬฺหา คามณีเยภิ อินฺทิยาจาปธาริภิ ฯ ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ |๑.๑๖| สฏฺฐี รถสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ ทีปา อโถปิ เวยฺยคฺฆา สนฺนทฺธา อุสฺสิตทฺธชา |๑.๑๗| อารุฬฺหา คามณีเยภิ จาปหตฺเถหิ จมฺมิภิ ฯ ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ |๑.๑๘| สฏฺฐี คามสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ สพฺพโส ฯ ปหูตธนธญฺญานิ สุสมิทฺธานิ สพฺพโส สทา ปาตุภวิสฺสนฺติ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑.๑๙| หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา จ จตุรงฺคินี ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑.๒๐| อฏฺฐารเส กปฺปสเต เทวโลเก รมิสฺสติ สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑.๒๑| สตานํ ตีณิกฺขตฺตุํ จ เทวรชฺชํ กริสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๑.๒๒| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑.๒๓| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑.๒๔| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ อทฺทสํ โลกนายกํ เอตฺถนฺตรํ อุปาทาย คเวสึ อมตํปทํ ฯ |๑.๒๕| ลาภา มยฺหํ สุลทฺธํ เม ยมหํ ญามิ สาสนํ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑.๒๖| นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม ญาณํ ปฏิกิตฺเตตฺวาน ปตฺโตมฺหิ อมตํปทํ ฯ |๑.๒๗| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ สพฺพตฺถ สุขิโต โหมิ ผลมฺเม ญาณกิตฺตเน ฯ |๑.๒๘| อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ จริโม วตฺตตี ภโว นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑.๒๙| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑.๓๐| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑.๓๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภทฺทาลิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ภทฺทาลิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑. อกิตติจริยา