๑๐. สังขปาลจริยา
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก สังขปาลจริยาที่ ๑๐ ว่าด้วยจริยาวัตรของสังขปาลนาคราช
ทสมํ โสวณฺณโกนฺตริกตฺเถราปทานํ (๔๓๐)
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยานาคชื่อสังขปาละมีฤทธิ์มาก มีเขี้ยวเป็นอาวุธ มีพิษแรงกล้า มีลิ้นสองแฉกเป็นใหญ่กว่านาคทั้ง หลาย เราอธิษฐานอุโบสถมีองค์ ๔ ประการว่า ผู้ใดมีกิจด้วยผิวหนัง ก็ดี เนื้อก็ดี เอ็นก็ดี กระดูกก็ดี ของเราผู้นั้นจงนำเอาอวัยวะที่เราให้ แล้วนี้ไปเถิด แล้วสำเร็จการอยู่ ณ สถานที่ใกล้ทางใหญ่สี่แยก อัน เกลื่อนกล่นด้วยหมู่ชนต่างๆ พวกบุตรของนายพรานเป็นคนดุร้าย หยาบช้าไม่มีกรุณา ได้เห็นเราแล้วมีมือถือไม้พลองตะบองสั้นกรูกัน เข้ามาหาเรา ณ ที่นั้น พวกบุตรนายพรานเอาหอกแทงเราที่จมูก ที่หาง ที่กระดูกสันหลัง แล้วเอาหวายร้อยหามเราไป ถ้าเราปรารถนา ก็พึงยังมหาปฐพีอันมีสมุทรสาครเป็นที่สุด พร้อมทั้งป่าทั้งภูเขา ให้ไหม้ด้วยลมจมูกในที่นั้นๆ แต่เราไม่โกรธเคืองพวกนายพรานแม้ จะแทงด้วยหลาว แม้จะทุบตีด้วยหอก นี้เป็นศีลบารมีของเรา ฉะนี้แล. จบสังขปาลจริยาที่ ๑๐ ----------------------------------------------------- รวมจริยาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สีลวจริยา ๒. ภูริทัตตจริยา ๓. จัมเปยยกจริยา ๔. จูฬโพธิจริยา ๕. มหิสจริยา ๖. รุรุมิคจริยา ๗. มาตังคจริยา ๘. ธรรมเทวปุตตจริยา ๙. ชยทิสจริยา ๑๐. สังขปาลจริยา จริยาทั้งหมดนี้เป็นกำลังของศีล เป็นบริขารของศีล เราได้สละชีวิต ตามรักษาศีล เราผู้เป็นสังขปาลนาคราช ได้มอบชีวิตให้แก่คนใดคนหนึ่ง แม้ตลอดกาลทุกเมื่อ เหตุนั้น จริยานั้นจึงเป็นศีลบารมี ฉะนี้แล. จบสีลบารมีนิทเทส -----------------------------------------------------
|๒๐.๑๕๘| มโนภาวนิยํ พุทฺธํ อตฺตทนฺตํ สมาหิตํ อิริยมานํ พฺรหฺมปเถ จิตฺตวูปสเม รตํ ฯ |๒๐.๑๕๙| นิติณฺณโอฆ สมฺพุทฺธํ ฌายึ ฌานรตํ มุนึ อุปวิฏฺฐํ สมาปตฺตึ อินฺทฺริยสํวรปฺปหํ ฯ |๒๐.๑๖๐| อลาวุโนทกํ คยฺห พุทฺธเสฏฺฐํ อุปาคมึ พุทฺธปาเท โธวิตฺวาน อลาวุกมทาสหํ ฯ |๒๐.๑๖๑| อาณาเปสิ จ สมฺพุทฺโธ ปทุมุตฺตรนามโก อิมิโมทกมาหตฺวา ปาทมูเล ฐเปหิ เม ฯ |๒๐.๑๖๒| สาธูติหํ ปฏิสฺสุตฺวา สตฺถุ คารวตายว อุทกํ ลาวุนาหตฺวา พุทฺธเสฏฺฐํ อุปานยึ ฯ |๒๐.๑๖๓| อนุโมทิ มหาวีโร จิตฺตํ นิพฺพาปยํ มม อิมินา ลาวุทาเนน สงฺกปฺโป เต สมิชฺฌตุ ฯ |๒๐.๑๖๔| ปณฺณรเส อิโต กปฺเป เทวโลเก รมึ อหํ เตตฺตึสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ |๒๐.๑๖๕| ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ จงฺกมนฺตสฺส ติฏฺฐโต โสวณฺณํ โกนฺตรํ คยฺห ติฏฺฐนฺติ ปุรโต มม ฯ |๒๐.๑๖๖| พุทฺธสฺส ทตฺวาน ลาวุํ ลภามิ โสณฺณโกนฺตรํ อปฺปกํปิ กรํ การํ วิปุลํ โหติ ตาทิสุ |๒๐.๑๖๗| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ลาวุมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อลาวุสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๒๐.๑๖๘| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๒๐.๑๖๙| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๒๐.๑๗๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสวณฺณโกนฺตริโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โสวณฺณโกนฺตริกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ สกึสมฺมชฺชโก เถโร เอกทุสฺสาสนปฺปทา กทมฺพ โกรณฺฑกทา ฆฏสวนิโกปิจ สุจินฺติโต กึกณิโก โสณฺณโกนฺตริโกปิจ เอกคาถาสตญฺเจตฺถ เอกสตฺตติเมว จ ฯ สกึสมฺมชฺชกวคฺโค เตจตฺตาฬีโส ฯ -----------------------