๒. โสมนัสสจริยา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๓. ยุธัญชยวรรค] ๒. โสมนัสสจริยา ๒. โสมนัสสจริยา ว่าด้วยพระจริยาของพระโสมนัสสกุมาร
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นบุตรสุดที่รัก พระมารดาและพระบิดารักใคร่ เอ็นดู ปรากฏนามว่าโสมนัส อยู่ในกรุงอินทปัตถ์ที่อุดมสมบูรณ์
เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม มีกัลยาณธรรม มีปฏิภาณ เคารพนบนอบต่อบุคคลผู้เจริญ มีหิริ และฉลาดในสังคหธรรม
ครั้งนั้น มีดาบสโกงผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปรานของพระราชาพระองค์นั้น ดาบสนั้นทำสวนและปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับเลี้ยงชีวิต
เราได้เห็นดาบสโกงนั้น เหมือนกองแกลบที่ไม่มีข้าวสาร เหมือนไม้เป็นโพรงข้างใน เหมือนต้นกล้วยหาแก่นมิได้
ดาบสโกงผู้นี้ ไม่มีธรรมของสัตบุรุษ ปราศจากความเป็นสมณะ ละหิริและธรรมฝ่ายขาว เพราะเหตุแห่งการเลี้ยงชีวิต
ปัจจันตชนบทกำเริบขึ้น เพราะโจรเที่ยวอยู่ในดง พระบิดาของเรา เมื่อจะเสด็จไปปราบความกำเริบนั้น ตรัสสั่งเราว่า
พ่ออย่าประมาทในชฎิล ผู้มีตบะแก่กล้านะลูก พ่อจงอนุวัตรตามความปรารถนา ด้วยว่าชฎิลนั้น เป็นผู้ให้ความสำเร็จ ความปรารถนาทั้งปวง
เราไปสู่ที่บำรุงชฎิลนั้นแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า คหบดี ท่านสบายดีหรือ หรือว่าท่านจะให้นำอะไรมา
เหตุนั้น ดาบสโกงนั้นอาศัยมานะจึงโกรธเราว่า เราจะให้พระราชาประหารท่านเสียในวันนี้ หรือจะให้เนรเทศเสียจากแว่นแคว้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๓. ยุธัญชยวรรค] ๒. โสมนัสสจริยา
พระราชาทรงปราบปรามปัจจันตชนบทสงบราบคาบแล้ว ได้ตรัสถามชฎิลโกงว่า พระผู้เป็นเจ้าสบายดีหรือ สักการสัมมานะยังเป็นไปแก่พระผู้เป็นเจ้าหรือ
ชฎิลชั่วนั้นกราบทูลพระราชา โดยประการที่กุมารนั้นจะพึงถูกทำให้พินาศเสีย พระเจ้าแผ่นดินทรงสดับคำของชฎิลโกงนั้น แล้วทรงบังคับว่า
จงตัดศีรษะเสียในที่นั้นนั่นแหละ จงบั่นออกเป็น ๔ ท่อน ประจานไว้ที่ถนน นั่นเป็นตัวอย่างที่เบียดเบียนชฎิล
พวกโจรฆาต(ผู้ฆ่าโจร)ผู้มีใจดุร้ายหยาบคาย ไม่มีความกรุณาเหล่านั้น ผู้ได้รับพระราชโองการไปที่นั้น เมื่อเรานั่งอยู่บนพระเพลาของพระมารดา ก็ฉุดคร่านำเราไป
เราได้กล่าวแก่เขาเหล่านั้น ซึ่งกำลังผูกมัดอย่างมั่นคงนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงพาเราไปเฝ้าพระราชาโดยเร็ว ราชกิจของเรามีอยู่
เขาเหล่านั้น พาเราไปเฝ้าพระราชาผู้ชั่ว คบแต่คนชั่ว เราไปเฝ้าพระราชาแล้ว ทูลให้ทรงเข้าพระทัยและนำมาสู่อำนาจของเรา
พระบิดาขอให้เราอดโทษ ณ ที่นั้น ได้พระราชทานสมบัติอันยิ่งใหญ่แก่เรา เรานั้นทำลายความมืดมนแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต
ราชสมบัติจะเป็นที่น่ารังเกียจของเราก็หาไม่ กามโภคะจะเป็นสิ่งที่เราพึงรังเกียจก็หาไม่ แต่เพราะพระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงสละราชสมบัติ ฉะนี้แล โสมนัสสจริยาที่ ๒ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๖๐}