๙. ปานธิทายกเถราปทาน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ปานธิทายกเถราปทานที่ ๙ ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า
นวมํ ปานธิทายกตฺเถราปทานํ (๔๗๙)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐ กว่านรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับ สำราญกลางวันแล้ว เสด็จขึ้นถนน เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีออกเดินทางไป ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้างามน่าดูน่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาท เปล่า เรายังจิตของตนให้เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบ พระบาท แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระสุคต ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ เป็นใหญ่เป็นผู้นำชั้นพิเศษ ขอเชิญสวมรองเท้าเถิด ข้าพระองค์ จักได้ผลแต่รองเท้าคู่นี้ ขอความต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จ เถิด พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ทรงสวมรองเท้าแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่าผู้ใด เลื่อมใสถวายคู่รองเท้าแก่เรา ด้วยมือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เทวดาทุกๆ องค์ได้ทราบพระ พุทธดำรัสแล้ว มาประชุมกัน ต่างก็มีจิตปีติ ดีใจ เกิดความโสมนัส ประนมกรอัญชลี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า เพราะการถวายรองเท้า นี้แล ผู้นี้จักเป็นผู้ถึงความสุข จักเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑,๐๐๐ ครั้ง และจักได้เป็น พระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ ในกัปซึ่งนับไม่ถ้วน แต่กัปนี้ สกุลโอกกากะจักสมภพ พระศาสดามีพระนามว่าโคดม จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดา พระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง แล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน ผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือใน มนุษยโลก จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานอันเปรียบด้วยยานของ เทวดา ปราสาท วอ ช้าง ที่ประดับประดาแล้ว และรถที่เทียม แล้วด้วยม้าอาชาไนย ย่อมเกิดปรากฏแก่เราทุกเมื่อแม้เมื่อเราออก บวช ก็ได้ออกบวชด้วยรถ ได้บรรลุอรหัต เมื่อกำลังปลงผม นี้ เป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว คือ การค้าขายเราได้ประกอบถูกทาง แล้ว เราถวายรองเท้าคู่หนึ่งจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ในกัปอัน ประมาณมิได้แต่กัปนี้ เราได้ถวายรองเท้าใด ด้วยการถวายรองเท้า นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งรองเท้า เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปานธิทายกเถราปทาน.
|๖๙.๗๑| อโนมทสฺสี ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ ทิวาวิหารา นิกฺขมฺม วีถิมารุยฺหิ จกฺขุมา ฯ |๖๙.๗๒| ปานธึ สุกตํ คยฺห อทฺธานํ ปฏิปชฺชหํ ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ปตฺติกํ จารุทสฺสนํ ฯ |๖๙.๗๓| สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา นีหริตฺวาน ปานธึ ปาทมูเล ฐเปตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ |๖๙.๗๔| อภิรูห มหาวีร สุคตินฺท วินายก อิโต ผลํ ลภิสฺสามิ โส เม อตฺโถ สมิชฺฌตุ ฯ |๖๙.๗๕| อโนมทสฺสี ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ ปานธึ อภิรูหิตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๖๙.๗๖| โย ปานธึ เม อทาสิ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๖๙.๗๗| พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย สพฺเพ เทวา สมาคตา อุทคฺคจิตฺตา สุมนา เวทชาตา กตญฺชลี ฯ |๖๙.๗๘| ปานธิเมว ทาเนน สุขิโตยํ ภวิสฺสติ ปญฺจปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๖๙.๗๙| สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๖๙.๘๐| อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๖๙.๘๑| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๖๙.๘๒| เทวโลเก มนุสฺเส วา นิพฺพตฺติสฺสติ ปญฺญวา เทวยานปฏิภาคํ ยานํ ปฏิลภิสฺสติ ฯ |๖๙.๘๓| ปาสาทา สิวิกา มยฺหํ หตฺถิโน สมลงฺกตา รถา วาชญฺญสํยุตฺตา สทา ปาตุภวนฺติ เม ฯ |๖๙.๘๔| อคารา นิกฺขมนฺโตปิ รเถน นิกฺขมึ อหํ เกเสสุ ฉิชฺชมาเนสุ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๖๙.๘๕| ลาภา มยฺหํ สุลทฺธํ เม วาณิชํ สุปฺปโยชิตํ ทตฺวาน ปานธึ เอกํ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ |๖๙.๘๖| อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป ยํ ปานธิมทาสหํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปานธิสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๖๙.๘๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๖๙.๘๘| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๖๙.๘๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปานธิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปานธิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ