๔. ญาณถวิกเถราปทาน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ญาณถวิกเถราปทานที่ ๔ ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญพุทธญาณ
จตุตฺถํ ญาณตฺถวิกตฺเถราปทานํ (๔๘๔)
เราสร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ ณ ทิศทักษิณแห่งภูเขาหิมวันต์ ครั้ง นั้น เราเสาะหาประโยชน์อันสูงสุด จึงอยู่ในป่าใหญ่ เรายินดีด้วย ลาภและความเสื่อมลาภ คือ ด้วยเหง้ามันและผลไม้ ไม่เบียดเบียน ใครๆ เที่ยวไป เราอยู่คนเดียว ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระองค์กำลังรื้อขนมหาชน ประกาศสัจจะอยู่ เรามิได้สดับข่าวพระสัมพุทธเจ้า ถึงใครๆ ที่จะ บอกกล่าวให้เรารู้ก็ไม่มี เมื่อล่วงไปได้ ๘ ปี เราจึงได้สดับข่าวพระ นายกของโลก เรานำเอาไฟและฟืนออกไปเสียแล้ว กวาดอาศรม ถือ เอาหาบสิ่งของออกจากป่าไป ครั้งนั้น เราพักอยู่ในบ้านและนิคม แห่งละคืน เข้าไปใกล้พระนครจันทวดีโดยลำดับ สมัยนั้น พระผู้ มีพระภาคผู้นำของโลกพระนามว่าสุเมธะ กำลังรื้อขนสัตว์เป็นอัน มาก ทรงแสดงอมตบท เราได้ผ่านหมู่ชนไปถวายบังคมพระชินเจ้า ผู้เสด็จมาดี ทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญพระผู้นำ ของโลกว่า พระองค์เป็นพระศาสดาประหนึ่งยอด เป็นธงชัยและ เป็นเสายัญของหมู่สัตว์ เป็นที่ยึดหน่วง เป็นที่พึ่ง และเป็นที่เกาะ ของหมู่สัตว์ เป็นผู้สูงสุดกว่าสัตว์. จบ ภาณวารที่ ๒๑ พระองค์เป็นผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์ในทัสนะ ทรงช่วยประชุมชน ให้ข้ามพ้นไปได้ ข้าแต่พระมุนี ผู้อื่นที่จะช่วยให้สัตว์ข้ามพ้นไปได้ ยิ่งไปกว่าพระองค์ ไม่มีในโลก สาครแสนลึกสุด ก็พึงอาจที่จะ ประมาณได้ด้วยปลายหญ้าคา ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนพระญาณ ของพระองค์ ใครๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย แผ่นดินก็อาจที่จะวาง ในตาชั่งแล้วกำหนดได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ แต่สิ่งที่เสมอกับ พระปัญญาของพระองค์ไม่มีเลย อากาศก็อาจจะวัดได้ด้วยเชือก และนิ้วมือ ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนศีลของพระองค์ ใครๆ ไม่ อาจจะประมาณได้เลย น้ำในมหาสมุทร อากาศ และพื้นภูมิภาค ๓ อย่างนี้ประมาณเอาได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ พระองค์ย่อมเป็น ผู้อันใครๆ จะประมาณเอาไม่ได้ เรากล่าวสรรเสริญพระสัพพัญญู ผู้มีพระยศใหญ่ ด้วยคาถา ๖ คาถาแล้ว ประนมกรอัญชลี ยืนนิ่ง อยู่ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน เป็น เมธีชั้นดี เขาขนานพระนามว่าสุเมธะ ประทับนั่งในท่ามกลาง พระภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดมีใจเลื่อมใส ได้กล่าวสรรเสริญญาณของเรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลาย จงฟังเรากล่าว ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ๗๗ กัป จักเป็นจอม เทวดาเสวยราชสมบัติอยู่ในเทวโลก ๑,๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้า- จักรพรรดิเกินร้อยครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอัน ไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ เขาเป็นเทวดาหรือมนุษย์ จักเป็นผู้ ตั้งมั่นในบุญกรรม จักเป็นผู้มีความดำริแห่งใจไม่บกพร่อง มี ปัญญากล้า ในสามหมื่นกัป พระศาสดามีพระนามว่าโคตมะ ซึ่ง สมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นี้จัก ไม่มีความกังวล ออกบวชเป็นบรรพชิต จักบรรลุอรหัต แต่อายุ ๗ ขวบ ในระหว่างเวลาที่เราระลึกถึงตน และได้บรรลุศาสนธรรม เจตนาที่ไม่น่ารื่นรมย์ใจ เราไม่รู้จักเลย เราท่องเที่ยวไปเสวยสมบัติ ในภพน้อยภพใหญ่ ความบกพร่องในโภคทรัพย์ไม่มีแก่เราเลย นี้ เป็นผลในการสรรเสริญพระญาณ ไฟ ๓ กอง เราดับสนิทแล้ว เราถอนภพทั้งปวงขึ้นหมดแล้ว เราเป็นผู้สิ้นอาสวะทุกอย่างแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก ในกัปที่สามหมื่น เราได้สรรเสริญพระญาณ ใด ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่ง การสรรเสริญพระญาณ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระญาณถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ญาณถวิกเถราปทาน.
|๗๔.๔๖| ทกฺขิเณ หิมวนฺตสฺส สุกโต อสฺสโม มม อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺโต วสามิ ปวเน ตทา ฯ |๗๔.๔๗| ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺโฐ มูเลน จ ผเลน จ อโนมสนฺโต อจริ วสามิ เอกโก อหํ ฯ |๗๔.๔๘| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท จตุสจฺจํ ปกาเสติ อุทฺธรนฺโต มหาชนํ ฯ |๗๔.๔๙| นาหํ สุโณมิ สมฺพุทฺธํ นปิ เม โกจิ สาสติ อฏฺฐวสฺเส อติกฺกนฺเต อสฺโสสึ โลกนายกํ ฯ |๗๔.๕๐| อคฺคึ ทารุํ นิหริตฺวา สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ ขาริภารํ คเหตฺวาน นิกฺขมึ ปวนา อหํ ฯ |๗๔.๕๑| เอกรตฺตึ วสนฺโตหํ คาเมสุ นิคเมสุ จ อนุปุพฺเพน จนฺทวตึ ตทาหํ อุปสงฺกมึ ฯ |๗๔.๕๒| ภควา ตมฺหิ สมเย สุเมโธ โลกนายโก อุทฺธรนฺโต พหู สตฺเต เทเสติ อมตํปทํ ฯ |๗๔.๕๓| ชนกายมติกฺกมฺม วนฺทิตฺวา ชินสาคตํ เอกํสํ อชินํ กตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๗๔.๕๔| ตุวํ สตฺถา จ เกตุว ธโช ยูโปว ปาณินํ ปรายโน ปติฏฺฐา จ ทีโป จ ทิปทุตฺตโม ฯ เอกวีสติมํ ภาณวารํ ฯ |๗๔.๕๕| เนปุญฺโญ ทสฺสเน ธีโร ตาเรสิ ชนตํ ตุวํ นตฺถญฺโญ ตารโก โลเก ตวุตฺตริตฺตโร มุเน ฯ |๗๔.๕๖| สกฺกา ภเว กุสคฺเคน ปเมตุํ สาครุตฺตโม น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ ญาณํ สกฺกา ปเมตเว ฯ |๗๔.๕๗| ตุลทณฺเฑ ฐเปตฺวาน มหิ สกฺกา ธเรตเว น เตฺวว ตว ปญฺญาย สมานํ อตฺถิ จกฺขุม ฯ |๗๔.๕๘| อากาโส มินิตุํ สกฺกา รชฺชุยา องฺคุเลน จ น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ สีลํ สกฺกา ปเมตเว ฯ |๗๔.๕๙| มหาสมุทฺเท อุทกํ อากาโส จ วสุนฺธโร ปริเมยฺยานิ เอตานิ อปฺปเมยฺโยสิ จกฺขุม ฯ |๗๔.๖๐| ฉหิ คาถาหิ สพฺพญฺญุํ กิตฺตยิตฺวา มหายสํ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ตุณฺหี อฏฺฐาสหํ ตทา ฯ |๗๔.๖๑| ยํ วทนฺติ สุเมโธติ ภูมิปญฺญํ สุเมธสํ ฯ ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ |๗๔.๖๒| โย เม ญาณํ ปกิตฺเตสิ วิปฺปสสนฺเนน เจตสา ฯ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต |๗๔.๖๓| สตฺตสตฺตติ กปฺปานิ เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ สหสฺสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ |๗๔.๖๔| อเนกสตกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ |๗๔.๖๕| เทวภูโต มนุสฺโส วา ปุญฺญกมฺมสมาหิโต ฯ อนูนมนสงฺกปฺโป ติกฺขปญฺโญ ภวิสฺสติ |๗๔.๖๖| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว ฯ โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ |๗๔.๖๗| อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชิสฺสติกิญฺจโน ฯ ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ |๗๔.๖๘| ยโต สรามิ อตฺตานํ ยโต ปตฺโตสฺมิ สาสนํ ฯ เอตฺถนฺตเร น ชานามิ เจตนํ อมโนรมํ |๗๔.๖๙| สํสริตฺวา ภวาภเว สมฺปตฺตานุภวึ อหํ ฯ โภเค เม อูนตา นตฺถิ ผลํ ญาณสฺส โถมเน |๗๔.๗๐| ติธคฺคี นิพฺพุตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา ฯ สพฺพาสวปริกฺขีโณ นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว |๗๔.๗๑| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ ญาณมภิโถมหํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลํ ญาณสฺส โถมเน ฯ |๗๔.๗๒| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๗๔.๗๓| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๗๔.๗๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ญาณตฺถวิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ญาณตฺถวิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ