๘. ยาคุทายกเถราปทาน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ยาคุทายกเถราปทานที่ ๘ ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวต้ม
อฏฺฐมํ ยาคุทายกตฺเถราปทานํ (๔๑๘)
ครั้งนั้น เราได้พาแขกมาบ้าน เห็นแม่น้ำที่เต็มฝั่ง จึงเข้าไปสู่ สังฆาราม ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร รักษาธุดงค์ ยินดี ในฌาน มีจีวรเศร้าหมอง ชอบสงัด เป็นนักปราชญ์ ท่านกำลัง อยู่ในสังฆาราม ท่านเหล่านั้นผู้หลุดพ้นดีแล้ว เป็นผู้คงที่ ได้ตัด คติเสียแล้ว ในเวลาที่แม่น้ำถูกกั้นด้วยน้ำ ท่านไปบิณฑบาตไม่ได้ เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส เกิดปีติปราโมทย์ ประนมกรอัญชลี ประคองข้าวสาร ถวายยาคุทานแล้ว เราเลื่อมใส ถวายข้าวยาคู ที่เราต้มด้วยมือทั้งสองของตน ปรารภแต่เฉพาะกรรมของตัว ได้ไป ถึงดาวดึงสพิภพแล้ว วิมานที่สำเร็จด้วยแก้วมณี ได้เกิดแก่เราใน หมู่ไตรทศ เราประกอบด้วยหมู่เทพนารี บันเทิงอยู่ในวิมานอัน อุดม เราได้เป็นจอมเทพยดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๓ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสวยราชสมบัติใหญ่ ๓๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้า ประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เสวยยศ ในเทวโลก บ้าง ในมนุษย์บ้าง เมื่อถึงภพที่สุด เราได้ออกบวชเป็นบรรพชิต ได้ละทิ้งสมบัติทุกอย่าง พร้อมกับผมที่ถูกโกน เราพิจารณาร่างกาย โดยความสิ้นไปและความเสื่อมไป ก็ได้บรรลุอรหัตก่อนให้สิกขา ทานอันประเสริฐเกิดแต่มือ ซึ่งเราประกอบดีแล้ว ชื่อว่าเป็นอันให้ดี แล้ว เพราะข้าวยาคูนั้นนั่นเอง เราจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว เราไม่รู้สึกว่า ความโศก ความร่ำไร ความป่วยไข้ ความกระวน กระวาย ความเดือดร้อนใจเกิดขึ้นเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าว ยาคู เราได้ถวายข้าวยาคูแก่สงฆ์ในบุญเขตอันยอดเยี่ยม ย่อมได้ เสวยอานิสงส์ ๕ ประการ เพราะเราเป็นผู้ถวายข้าวยาคูดีหนอ คือความเป็นผู้ไม่มีพยาธิ ๑ ความเป็นผู้มีรูปสวย ๑ ความเป็นผู้ได้ ตรัสรู้ธรรมได้เร็วพลัน ๑ ความเป็นผู้ได้ข้าวและน้ำ ๑ และอายุ เป็นที่ ๕ ผู้ใดผู้หนึ่ง เมื่อจะให้เกิดโสมนัส ผู้นั้นควรถวายข้าวยาคู ในสงฆ์ บัณฑิตพึงถือเอาเฉพาะฐานะ ๕ ประการนี้ เราทำกิจที่ ควรทำทุกอย่างแล้ว เพิกถอนภพทั้งหลายแล้ว อาสวะสิ้นไปหมด แล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก เราจักเที่ยวไปนมัสการพระสัมพุทธเจ้า และพระธรรมอันดี จากบ้านหนึ่งยังบ้านหนึ่ง จากบุรีหนึ่งยังบุรีหนึ่ง ในกัปที่สามหมื่น เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เรา ไม่รู้ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวยาคู เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระยาคุทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ยาคุทายกเถราปทาน
|๘.๑๔๙| อติถึ เม คเหตฺวาน อาคญฺฉึ คามกํ ตทา สมฺปุณฺณนทิกํ ทิสฺวา สงฺฆารามํ อุปาคมึ ฯ |๘.๑๕๐| อารญฺญกา ธุตธรา ฌายิโน ลูขจีวรา วิเวกาภิรตา ธีรา สงฺฆาราเม วสนฺติ เต ฯ |๘.๑๕๑| คติ เตสํ อุปจฺฉินฺนา สุวิมุตฺตาน ตาทินํ ปิณฺฑาย เต น คจฺฉนฺติ โอรุทฺธนทิกายตึ ฯ |๘.๑๕๒| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน เวทชาโต กตญฺชลี ตณฺฑุลํ ปคฺคเหตฺวาน ยาคุทานํ อทาสหํ ฯ |๘.๑๕๓| ปจนํ ยาคุํ ทตฺวาน ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ สกกมฺมาภิรทฺโธหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๘.๑๕๔| มณิมยญฺจ เม พฺยมฺหํ นิพฺพตฺตํ ติทเส คเณ นารีคเณหิ สํหิโต โมทามิ พฺยมฺหมุตฺตเม ฯ |๘.๑๕๕| เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ ตึสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ มหารชฺชมการยึ ฯ |๘.๑๕๖| ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ เทวโลเก มนุสฺเส วา อนุโภตฺวา ยสํ อหํ ฯ |๘.๑๕๗| ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต ปพฺพชึ อนคาริยํ สห โอโรปิเต เกเส สพฺพสมฺปตฺติวิชฺชหํ ฯ |๘.๑๕๘| ขยโต วยโต จาปิ สมฺมสนฺโต กเลวรํ ปุเร สิกฺขาปทาเนน อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๘.๑๕๙| สุทินฺนํ เม ทานวรํ ปาณิชํ สุปฺปโยชิตํ เตเนว ยาคุทาเนน ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ |๘.๑๖๐| โสกํ ปริทฺทวํ พฺยาธึ ทรถํ จิตฺตตาปนํ นาภิชานามิ อุปฺปนฺนํ ยาคุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๘.๑๖๑| ยาคุํ สงฺฆสฺส ทตฺวาน ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร ปญฺจานิสํเส อนุโภมิ อโห ยาคุสุยิฏฺฐตา ฯ |๘.๑๖๒| อพฺยาธิตา รูปวตา ขิปฺปํ ธมฺมํ นิพุชฺฌิตา ลาภิตา อนฺนปานสฺส อายุ ปญฺจมกํ มม ฯ |๘.๑๖๓| โย โกจิ เวทํ ชนยํ สงฺเฆ ยาคุํ ทเทยฺย โส อิมานิ ปญฺจ ฐานานิ ปฏิคฺคเณฺหยฺย ปณฺฑิโต ฯ |๘.๑๖๔| กรณียํ กตํ สพฺพํ ภวา อุคฺฆาฏิตา มยา สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๘.๑๖๕| โส อหํ วิจริสฺสามิ คามา คามํ ปุรา ปุรํ นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตํ ฯ |๘.๑๖๖| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ยาคุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๘.๑๖๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๘.๑๖๘| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๘.๑๖๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ยาคุทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ยาคุทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ