เหตุโคจฉกะ
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ เหตุโคจฉกะ
ธรรมเป็นเหตุ เป็นไฉน? กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ อโลภกุศลเหตุ อโทสกุศลเหตุ บังเกิดในกุศลทั้ง ๔ ภูมิ อโมหกุศลเหตุบังเกิดในกุศลทั้ง ๔ ภูมิ เว้นจิตตุปบาทที่เป็นญาณวิปปยุตฝ่ายกามาวจร ๔ ดวง โลภะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง โทสะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ ดวง โมหะ บังเกิดในอกุศลทั้งปวง อโลภวิปากเหตุ อโทสวิปากเหตุ ย่อมเกิดในวิบากทั้ง ๔ ภูมิ เว้นอเหตุกจิตตุปบาท ฝ่ายกามาวจรวิบาก อโมหวิปากเหตุ บังเกิดในวิบากทั้ง ๔ ภูมิ เว้นอเหตุกจิตตุปบาท ฝ่ายกามาวจรวิบาก (และ) เว้นจิตตุปบาทที่เป็นญาณวิปปยุต ๔ ดวง อโลภกิริยเหตุ อโทสกิริยเหตุ บังเกิดในกิริยาทั้ง ๓ ภูมิ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่าย กามาวจรกิริยา อโมหกิริยเหตุ บังเกิดในกิริยาทั้ง ๓ ภูมิ เว้นอเหตุกจิตตุปบาท ฝ่ายกามาวจรกิริยา (และ) เว้นจิตตุปบาทที่เป็นญาณวิปปยุต ๔ ดวง สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุ. ธรรมไม่เป็นเหตุ เป็นไฉน? เว้นเหตุทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นเหตุ.
กตเม ธมฺมา เหตู ตโย กุสลเหตู ตโย อกุสลเหตู ตโย อพฺยากตเหตู อโลโภ กุสลเหตุ อโทโส กุสลเหตุ จตูสุ ภูมีสุ กุสเลสุ อุปฺปชฺชนฺติ อโมโห กุสลเหตุ กามาวจรกุสลโต จตฺตาโร ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ กุสเลสุ อุปฺปชฺชติ โลโภ อฏฺฐสุ โลภสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ โทโส ทฺวีสุ โทมนสฺสสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ โมโห สพฺพากุสเลสุ อุปฺปชฺชติ อโลโภ วิปากเหตุ อโทโส วิปากเหตุ กามาวจรสฺส วิปากโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ วิปาเกสุ อุปฺปชฺชนฺติ อโมโห วิปากเหตุ กามาวจรสฺส วิปากโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตฺตาโร ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ วิปาเกสุ อุปฺปชฺชติ อโลโภ กิริยเหตุ อโทโส กิริยเหตุ กามาวจรกิริยโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา ตีสุ ภูมีสุ กิริเยสุ อุปฺปชฺชนฺติ อโมโห กิริยเหตุ กามาวจรกิริยโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตฺตาโร ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา ตีสุ ภูมีสุ กิริเยสุ อุปฺปชฺชติ อิเม ธมฺมา เหตู ฯ กตเม ธมฺมา นเหตู ฐเปตฺวา เหตู จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ อกุสลํ จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา นเหตู ฯ
ธรรมมีเหตุ เป็นไฉน? อกุศลที่เหลือ เว้นโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา (และ) ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ, กุศล- *ในภูมิ ๔, วิบากในภูมิ ๔ เว้นอเหตุกจิตตุปบาท ฝ่ายกามาวจรวิบาก, กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ เว้นอเหตุกจิตตุปบาท ฝ่ายกามาวจรกิริยา สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมมีเหตุ. ธรรมไม่มีเหตุ เป็นไฉน? โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ปัญจวิญญาณ ทั้ง ๒ ฝ่าย มโนธาตุ ๓ อเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ๕ รูปและนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรม ไม่มีเหตุ.
กตเม ธมฺมา สเหตุกา วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ฐเปตฺวา อวเสสํ อกุสลํ จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ กามาวจรสฺส วิปากโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก กามาวจรกิริยโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ อิเม ธมฺมา สเหตุกา ฯ กตเม ธมฺมา อเหตุกา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห อุทฺธจฺจสหคโต โมโห เทฺว ปญฺจวิญฺญาณานิ ติสฺโส จ มโนธาตุโย ปญฺจ จ อเหตุกา มโนวิญฺญาณธาตุโย รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา อเหตุกา ฯ
ธรรมสัมปยุตด้วยเหตุ เป็นไฉน? อกุศลที่เหลือ เว้นโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา (และ) ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ, กุศล ในภูมิ ๔, วิบากในภูมิ ๔ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรวิบาก, กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรกิริยา สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยเหตุ. ธรรมวิปปยุตจากเหตุ เป็นไฉน? โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ปัญจวิญญาณทั้ง ๒ ฝ่าย มโนธาตุ ๓ อเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ๕ รูปและนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรม วิปปยุตจากเหตุ.
กตเม ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตา วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ฐเปตฺวา อวเสสํ อกุสลํ จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ กามาวจรสฺส วิปากโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก กามาวจรกิริยโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ อิเม ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา เหตุวิปฺปยุตฺตา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห อุทฺธจฺจสหคโต โมโห เทฺว ปญฺจวิญฺญาณานิ ติสฺโส จ มโนธาตุโย ปญฺจ จ อเหตุกา มโนวิญฺญาณธาตุโย รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา เหตุวิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเป็นเหตุและมีเหตุ เป็นไฉน? เหตุ ๒-๓ บังเกิดร่วมกันในจิตตุปบาทใด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุ และมีเหตุ. ธรรมมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ เป็นไฉน? กุศลในภูมิ ๔, อกุศล, วิบากในภูมิ ๔ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรวิบาก, กิริยา อัพยากฤตในภูมิ ๓ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรกิริยา, เว้นเหตุทั้งหลายที่บังเกิดใน จิตตุปบาทเหล่านี้เสีย สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ. ธรรมไม่มีเหตุ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นเหตุและมีเหตุก็ไม่ได้ ว่าธรรมมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ก็ไม่ได้.
กตเม ธมฺมา เหตูเจวสเหตุกาจ ยตฺถ เทฺว ตโย เหตู เอกโต อุปฺปชฺชนฺติ อิเม ธมฺมา เหตูเจวสเหตุกาจ ฯ กตเม ธมฺมา สเหตุกาเจวนจเหตู จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ อกุสลํ กามาวจรสฺส วิปากโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก กามาวจรกิริยโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ เอตฺถุปฺปนฺเน เหตู ฐเปตฺวา อิเม ธมฺมา สเหตุกาเจวนจเหตู ฯ อเหตุกา ธมฺมา น วตฺตพฺพา เหตูเจวสเหตุกาจาติปิ สเหตุกาเจวนจเหตูติปิ ฯ
ธรรมเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ เป็นไฉน? เหตุ ๒-๓ บังเกิดร่วมกันในจิตตุปบาทใด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นเหตุและ สัมปยุตด้วยเหตุ. ธรรมสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ เป็นไฉน? กุศลในภูมิ ๔, อกุศล, วิบากในภูมิ ๔ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรวิบาก, กิริยา อัพยากฤตในภูมิ ๓ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรกิริยา เว้นเหตุทั้งหลายที่บังเกิดขึ้นใน จิตตุปบาทเหล่านี้เสีย สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ. ธรรมวิปปยุตจากเหตุ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็ไม่ได้ ว่าธรรม สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็ไม่ได้.
กตเม ธมฺมา เหตูเจวเหตุสมฺปยุตฺตาจ ยตฺถ เทฺว ตโย เหตู เอกโต อุปฺปชฺชนฺติ อิเม ธมฺมา เหตูเจวเหตุสมฺปยุตฺตาจ ฯ กตเม ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตาเจวนจเหตู จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ อกุสลํ กามาวจรสฺส วิปากโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก กามาวจรกิริยโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ เอตฺถุปฺปนฺเน เหตู ฐเปตฺวา อิเม ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตาเจวนจเหตู ฯ เหตุวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา น วตฺตพฺพา เหตูเจวเหตุสมฺปยุตฺตาจาติปิ เหตุสมฺปยุตฺตาเจวนจเหตูติปิ ฯ
ธรรมไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ เป็นไฉน? กุศลในภูมิ ๔, อกุศล, วิบากในภูมิ ๔ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรวิบาก, กิริยา อัพยากฤตในภูมิ ๓ เว้นอเหตุกจิตตุปบาทฝ่ายกามาวจรกิริยา, เว้นเหตุทั้งหลายที่บังเกิดใน จิตตุปบาทเหล่านี้เสีย สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ. ธรรมไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ เป็นไฉน? ปัญจวิญญาณทั้ง ๒ ฝ่าย มโนธาตุ ๓ อเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ๕ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ. ธรรมเป็นเหตุ จะกล่าวว่า ธรรมไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็ไม่ได้ ว่าธรรมไม่เป็นเหตุและ ไม่มีเหตุก็ไม่ได้. เหตุโคจฉกะ จบ -----------------------------------------------------
กตเม ธมฺมา นเหตู สเหตุกา จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ อกุสลํ กามาวจรสฺส วิปากโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก กามาวจรกิริยโต อเหตุเก จิตฺตุปฺปาเท ฐเปตฺวา ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ เอตฺถุปฺปนฺเน เหตู ฐเปตฺวา อิเม ธมฺมา นเหตู สเหตุกา ฯ กตเม ธมฺมา นเหตู อเหตุกา เทฺว ปญฺจวิญฺญาณานิ ติสฺโส จ มโนธาตุโย ปญฺจ จ อเหตุกา มโนวิญฺญาณธาตุโย รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา นเหตูอเหตุกา ฯ เหตู ธมฺมา น วตฺตพฺพา นเหตู สเหตุกาติปิ น เหตู อเหตุกาติปิ ฯ -------------