This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๓๕

本册其他条目

รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์รูปขันธ์เวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนา๑. สุตตันตภาชนีย์๒. อภิธรรมภาชนีย์๓. ปัญหาปุจฉกะธาตุ ๖ นัยที่ ๑ ธาตุ ๖ นัยที่ ๒ ธาตุ ๖ นัยที่ ๓ธาตุ ๑๘ ๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ ๔. โสตธาตุ ๕. สัททธาตุ ๖. โสตวิญญาณธาตุ ๗. ฆานธาตุ ๘. คันธธาตุ ๙. ฆานวิญญาณธาตุ ๑๐. ชิวหาธาตุ ๑๑. รสธาตุ ๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ ๑๓. กายธาตุ ๑๔. โผฏฐัพพธาตุ ๑๕. กายวิญญาณธาตุ ๑๖. มโนธาตุ ๑๗. ธรรมธาตุ ๑๘. มโนวิญญาณธาตุธาตุ ๑๘ ๑. ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอริยสัจ ๔ ๑. ทุกขสัจ ๒. สมุทยสัจ ๓. นิโรธสัจ ๔. มัคคสัจสัจจะ ๔สัจจะ ๔สัจจะ ๔อริยสัจ ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาอินทรีย์ ๒๒ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฯลฯ ฆานินทรีย์ ฯลฯ ชิวหินทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์อินทรีย์ ๒๒ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนาเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ ... จึงมี๑. ปัจจยจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] ๒. เหตุจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] ๓. สัมปยุตตจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] ๔. อัญญมัญญจตุกกะ [อวิชชามูลกนัย] อภิธรรมมาติกา นัย ๘ มีสังขารมูลกนัยเป็นต้น๕. ปัจจยจตุกกะ ๖. เหตุจตุกกะ ๗. สัมปยุตตจตุกกะ ๘. อัญญมัญญจตุกกะ ๙. อกุสลนิทเทส อกุศลจิต ๑๒ อกุศลจิตดวงที่ ๒-๔๑๐. กุสลนิทเทส๑๑. อัพยากตนิทเทส๑๒. อวิชชามูลกกุสลนิทเทส ๑๓. กุสลมูลกวิปากนิทเทส๑๔. อกุสลมูลกวิปากนิทเทสสติปัฏฐาน ๔ ๑. กายานุปัสสนานิทเทส ๒. เวทนานุปัสสนานิทเทส ๓. จิตตานุปัสสนานิทเทส ๔. ธัมมานุปัสสนานิทเทสสติปัฏฐานอุทเทส สติปัฏฐานนิทเทสสติปัฏฐาน ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาสัมมัปปธาน ๔ เพียรป้องกันบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดมิให้เกิด เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดแล้ว เพียรสร้างกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิด เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดแล้วไม่ให้เสื่อมสัมมัปปธาน ๔ เพียรป้องกันสภาวธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่เกิดมิให้เกิด เพียรละสภาวธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งเกิดแล้ว เพียรสร้างสภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิดให้เกิด เพียรรักษาสภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งเกิดแล้วไม่ให้เสื่อมสัมมัปปธาน ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอิทธิบาท ๔ ๑. ฉันทิทธิบาท ๒. วิริยิทธิบาท ๓. จิตติทธิบาท ๔. วิมังสิทธิบาทอิทธิบาท ๔ ๑. ฉันทิทธิบาท ๒. วิริยิทธิบาท ๓. จิตติทธิบาท ๔. วิมังสิทธิบาทอิทธิบาท ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาโพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๑ โพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๒ โพชฌงค์ ๗ นัยที่ ๓เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัยเอกโตปุจฉาวิสัชนานัยโพชฌงค์ ๗ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑ อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๒มรรคมีองค์ ๘เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัยอัฏฐังคิกวารเอกโตปุจฉาวิสัชนานัย ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัยอริยมรรคมีองค์ ๘ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนามาติกามาติกานิทเทส๑. รูปาวจรกุศล ฌานจตุกกนัย ฌานปัญจกนัย ๒. อรูปาวจรกุศล ๓. โลกุตตรกุศล ฌานจตุกกนัย ฌานปัญจกนัย ๔. รูปาวจรวิบาก ๕. อรูปาวจรวิบาก ๖. โลกุตตรวิบาก ๗. รูปารูปาวจรกิริยาติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาอัปปมัญญา ๔ ๑. เมตตาอัปปมัญญานิทเทส ๒. กรุณาอัปปมัญญานิทเทส ๓. มุทิตาอัปปมัญญานิทเทส ๔. อุเปกขาอัปปมัญญานิทเทสอัปปมัญญา ๔ เมตตากุศลฌานจตุกกนัย เมตตากุศลฌานปัญจกนัย กรุณากุศลฌานจตุกกนัย กรุณากุศลฌานปัญจกนัย มุทิตากุศลฌานจตุกกนัย มุทิตากุศลฌานปัญจกนัย อุเปกขากุศลฌานอัปปมัญญา ๔ เมตตาวิปากฌาน กรุณาวิปากฌาน มุทิตาวิปากฌาน อุเปกขาวิปากฌานอัปปมัญญา ๔ เมตตากิริยาฌาน เป็นต้นอัปปมัญญา ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนาแจกสิกขาบท ๕ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ นัยที่ ๑ แจกสิกขาบท ๕ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ นัยที่ ๒ สภาวธรรมที่เป็นสิกขาสิกขาบท ๕ ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา๑. สังคหวาร๒. สัจจวาร ๓. เหตุวาร ๔. ธัมมวาร ๕. ปฏิจจสมุปปาทวาร ๖. ปริยัตติวาร๑. กุสลวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ โดยรูปาวจรกุศลจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยอรูปาวจรกุศลจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยโลกุตตรกุศลจิต ๒. อกุสลวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๔ โดยอกุศลจิต ๓. วิปากวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอเหตุกกุศลวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยกามาวจรวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอรูปาวจรวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยโลกุตตรวิปากจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอกุศลวิปากจิต ๔. กิริยาวาร จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยอเหตุกกิริยาจิต จำแนกปฏิสัมภิทา ๓ โดยกิริยาจิตปฏิสัมภิทา ๔ ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา๑. เอกกมาติกา ๒. ทุกมาติกา ๓. ติกมาติกา ๔. จตุกกมาติกา ๕. ปัญจกมาติกา ๖. ฉักกมาติกา ๗. สัตตกมาติกา ๘. อัฏฐกมาติกา ๙. นวกมาติกา ๑๐. ทสกมาติกา๑. เอกกนิทเทส ๒. ทุกนิทเทส ๓. ติกนิทเทส ๔. จตุกกนิทเทส ๕. ปัญจกนิทเทส๖. ฉักกนิทเทส ๗. สัตตกนิทเทส ๘. อัฏฐกนิทเทส ๙. นวกนิทเทส ๑๐. ทสกนิทเทส๑. เอกกมาติกา ๒. ทุกมาติกา ๓. ติกมาติกา ๔. จตุกกมาติกา ๕. ปัญจกมาติกา ๖. ฉักกมาติกา ๗. สัตตกมาติกา ๘. อัฏฐกมาติกา ๙. นวกมาติกา ๑๐. ทสกมาติกา๑. เอกกนิทเทส๒. ทุกนิทเทส๓. ติกนิทเทส๔. จตุกกนิทเทส๕. ปัญจกนิทเทส๖. ฉักกนิทเทส๗. สัตตกนิทเทส๘. อัฏฐกนิทเทส๙. นวกนิทเทส๑๐. ทสกนิทเทสตัณหาวิจริตนิทเทสทิฏฐิ ๖๒๑. สัพพสังคาหิกวาร๒. อุปปัตตานุปปัตติวาร๓. ปริยาปันนาปริยาปันนวาร๔. ธัมมทัสสนวาร๕. ภูมันตรทัสสนวาร๖. อุปปาทกกัมมอายุปปมาณวาร๗. อภิญเญยยาทิวาร๘. สารัมมณานารัมมณวาร๙. ทิฏฐสุตาทิทัสสนวาร๑๐. ติกาทิทัสสนวาร ๑. กุสลติกะ๒. เวทนาติกะ๓. วิปากติกะ๔. อุปาทินนติกะ๕. วิตักกติกะ๑. รูปทุกะ๒. โลกิยทุกะ

经典

อิทธิบาท ๔ ๑. ฉันทิทธิบาท ๒. วิริยิทธิบาท ๓. จิตติทธิบาท ๔. วิมังสิทธิบาท

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

18 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๑. ฉันทิทธิบาท ๒. อภิธรรมภาชนีย์

๔๔๔

อิทธิบาท ๔ ได้แก่ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร ๒. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร ๓. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิและปธานสังขาร ๔. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขาร ๑. ฉันทิทธิบาท

๔๔๕

ภิกษุเจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร เป็นอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ให้ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐม- ฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ภิกษุชื่อว่าเจริญ อิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร

๔๔๖

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น ฉันทะ เป็นไฉน ความพอใจ การทำความพอใจ ความเป็นผู้ประสงค์จะทำ ความฉลาด ความ พอใจในธรรม นี้เรียกว่า ฉันทะ สมาธิ เป็นไฉน ความตั้งมั่นแห่งจิต ฯลฯ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สมาธิ ปธานสังขาร เป็นไฉน การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็น องค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า ปธานสังขาร @เชิงอรรถ : @ อภิ.สงฺ.อ. ๘๓-๑๐๐/๙๘, ๒๗๗/๒๗๐ @ อภิ.สงฺ.อ. ๒๗๗/๒๗๑ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๔๘} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๒. วิริยิทธิบาท ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้วด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขารนี้ ด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร

๔๔๗

คำว่า อิทธิ มีอธิบายว่า ความสำเร็จ ความสำเร็จด้วยดี กิริยาที่ สำเร็จ กิริยาที่สำเร็จด้วยดี ความได้ ความได้เฉพาะ ความถึง ความถึงด้วยดี ความถูกต้อง การทำให้แจ้ง ความเข้าถึงสภาวธรรมเหล่านั้น คำว่า อิทธิบาท มีอธิบายว่า ความกระทบ ฯลฯ การประคอง ความไม่ ฟุ้งซ่านของบุคคลผู้เป็นอย่างนั้น คำว่า เจริญอิทธิบาท มีอธิบายว่า ภิกษุเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งสภาวธรรม เหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า เจริญอิทธิบาท ๒. วิริยิทธิบาท

๔๔๘

ภิกษุเจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร เป็นอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญ อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ภิกษุชื่อว่าเจริญอิทธิบาท ที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร

๔๔๙

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น วิริยะ เป็นไฉน การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็น องค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า วิริยะ สมาธิ เป็นไฉน ความตั้งมั่นแห่งจิต ฯลฯ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สมาธิ ปธานสังขาร เป็นไฉน การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็น องค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า ปธานสังขาร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๔๙} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๓. จิตติทธิบาท ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้วด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขารนี้ ด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร

๔๕๐

คำว่า อิทธิ มีอธิบายว่า ความสำเร็จ ความสำเร็จด้วยดี กิริยาที่ สำเร็จ กิริยาที่สำเร็จด้วยดี ความได้ ความได้เฉพาะ ความถึง ความถึงด้วยดี ความถูกต้อง การทำให้แจ้ง ความเข้าถึงสภาวธรรมเหล่านั้น คำว่า อิทธิบาท มีอธิบายว่า ความกระทบ ฯลฯ การประคอง ความไม่ ฟุ้งซ่านของบุคคลผู้เป็นอย่างนั้น คำว่า เจริญอิทธิบาท มีอธิบายว่า ภิกษุเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งสภาวธรรม เหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า เจริญอิทธิบาท ๓. จิตติทธิบาท

๔๕๑

ภิกษุเจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิและปธานสังขาร เป็นอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ภิกษุชื่อว่าเจริญอิทธิบาท ที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิและปธานสังขาร

๔๕๒

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต สมาธิ เป็นไฉน ความตั้งอยู่แห่งจิต ฯลฯ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สมาธิ ปธานสังขาร เป็นไฉน การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็น องค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า ปธานสังขาร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๐} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๔. วิมังสิทธิบาท ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว ฯลฯ ประกอบแล้วด้วยจิตนี้ ด้วยสมาธินี้ และด้วย ปธานสังขารนี้ ด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ประกอบด้วยจิตตสมาธิ และปธานสังขาร

๔๕๓

คำว่า อิทธิ มีอธิบายว่า ความสำเร็จ ความสำเร็จด้วยดี กิริยาที่ สำเร็จ กิริยาที่สำเร็จด้วยดี ความได้ ความได้เฉพาะ ความถึง ความถึงด้วยดี ความถูกต้อง การทำให้แจ้ง ความเข้าถึงสภาวธรรมเหล่านั้น คำว่า อิทธิบาท มีอธิบายว่า ความกระทบ ฯลฯ การประคอง ความไม่ ฟุ้งซ่านของบุคคลผู้เข้าถึงสภาวธรรมเหล่านั้น คำว่า เจริญอิทธิบาท มีอธิบายว่า ภิกษุเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งสภาวธรรม เหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า เจริญอิทธิบาท ๔. วิมังสิทธิบาท

๔๕๔

ภิกษุเจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขาร เป็นอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ภิกษุชื่อว่าเจริญอิทธิบาท ที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขาร

๔๕๕

บรรดาธรรมเหล่านั้น วิมังสา เป็นไฉน ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลงงมงาย ความเลือกเฟ้นธรรม สัมมา- ทิฏฐิ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า วิมังสา สมาธิ เป็นไฉน ความตั้งมั่นแห่งจิต ฯลฯ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า สมาธิ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๑} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๑. ฉันทิทธิบาท ปธานสังขาร เป็นไฉน การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็น องค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า ปธานสังขาร ภิกษุเป็นผู้เข้าไปถึงแล้ว เข้าไปถึงแล้วด้วยดี เข้ามาถึงแล้ว เข้ามาถึงแล้วด้วยดี เข้าถึงแล้ว เข้าถึงแล้วด้วยดี ประกอบแล้วด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขารนี้ ด้วย ประการฉะนี้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขาร

๔๕๖

คำว่า อิทธิ มีอธิบายว่า ความสำเร็จ ความสำเร็จด้วยดี กิริยาที่ สำเร็จ กิริยาที่สำเร็จด้วยดี ความได้ ความได้เฉพาะ ความถึง ความถึงด้วยดี ความถูกต้อง การทำให้แจ้ง ความเข้าถึงสภาวธรรมเหล่านั้น คำว่า อิทธิบาท มีอธิบายว่า ความกระทบ ฯลฯ การประคอง ความไม่ ฟุ้งซ่านของบุคคลผู้เป็นอย่างนั้น คำว่า เจริญอิทธิบาท มีอธิบายว่า ภิกษุเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งสภาวธรรม เหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า เจริญอิทธิบาท

๔๕๗

อิทธิบาท ๔ คือ ๑. ฉันทิทธิบาท (ธรรมที่เป็นเหตุให้ประสบความสำเร็จคือฉันทะ) ๒. วิริยิทธิบาท (ธรรมที่เป็นเหตุให้ประสบความสำเร็จคือวิริยะ) ๓. จิตติทธิบาท (ธรรมที่เป็นเหตุให้ประสบความสำเร็จคือจิตตะ) ๔. วิมังสิทธิบาท (ธรรมที่เป็นเหตุให้ประสบความสำเร็จคือวิมังสา) ๑. ฉันทิทธิบาท

๔๕๘

บรรดาอิทธิบาท ๔ นั้น ฉันทิทธิบาท เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ความพอใจ การทำ ความพอใจ ความเป็นผู้ประสงค์จะทำ ความฉลาด ความพอใจในธรรม นี้เรียกว่า ฉันทิทธิบาท สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยฉันทิทธิบาท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๒} พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๒. อภิธรรมภาชนีย์ ๔. วิมังสิทธิบาท ๒. วิริยิทธิบาท

๔๕๙

วิริยิทธิบาท เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น การปรารภความเพียร ทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า วิริยิทธิบาท สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยวิริยิทธิบาท ๓. จิตติทธิบาท

๔๖๐

จิตติทธิบาท เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิตติทธิบาท สภาวธรรมที่เหลือชื่อว่า สัมปยุตด้วยจิตติทธิบาท ๔. วิมังสิทธิบาท

๔๖๑

วิมังสิทธิบาท เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ ถึงนิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด ในสมัยนั้น ปัญญา กิริยาที่ รู้ชัดฯลฯ ความไม่หลงงมงาย ความเลือกเฟ้นธรรม สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจย- สัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์มรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่า วิมังสิทธิบาท สภาวธรรม ที่เหลือชื่อว่าสัมปยุตด้วยวิมังสิทธิบาท อภิธรรมภาชนีย์ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๓}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้