This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระอภิธรรมปิฎก

อัปปมัญญา ๔ เมตตาอัปปมัญญานิเทศ กรุณาอัปปมัญญานิเทศ มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ…

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๗๔๑–๗๔๙พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์9 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ๑๓. อัปปมัญญาวิภังค์ สุตตันตภาชนีย์

อปฺปมญฺญาวิภงฺโค

๗๔๑

อัปปมัญญา ๔ คือ ๑. ภิกษุในศาสนานี้ แผ่เมตตาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๓ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๔ ก็อย่างนั้น ทิศเบื้องสูง ทิศเบื้องต่ำ ทิศเบื้องขวาง ก็เช่นเดียวกันนี้ แผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์ กว้างขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท ไปยังสัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า อยู่ ๒. แผ่กรุณาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๓ ก็ อย่างนั้น ทิศที่ ๔ ก็อย่างนั้น ทิศเบื้องสูง ทิศเบื้องต่ำ ทิศเบื้อง- *ขวาง ก็เช่นเดียวกันนี้ แผ่กรุณาจิตอันไพบูลย์ กว้างขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท ไปยังสัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุก หมู่เหล่า อยู่ ๓. แผ่มุทิตาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๓ ก็อย่าง นั้น ทิศที่ ๔ ก็อย่างนั้น ทิศเบื้องสูง ทิศเบื้องต่ำ ทิศเบื้องขวาง ก็เช่นเดียว กันนี้ แผ่มุทิตาจิตอันไพบูลย์ กว้างขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท ไปยังสัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า อยู่ ๔. แผ่อุเบกขาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น ทิศที่ ๓ ก็ อย่างนั้น ทิศที่ ๔ ก็อย่างนั้น ทิศเบื้องสูง ทิศเบื้องต่ำ ทิศเบื้องขวาง ก็เช่น เดียวกันนี้ แผ่อุเบกขาจิตอันไพบูลย์ กว้างขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มี พยาบาท ไปยังสัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า อยู่ เมตตาอัปปมัญญานิเทศ

จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย ฯ อิธ ภิกฺขุ เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ ฯ กรุณาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ กรุณาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ ฯ มุทิตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ มุทิตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ ฯ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ ฯ

๗๔๒

ก็ภิกษุแผ่เมตตาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ เป็นอย่างไร ภิกษุแผ่เมตตาจิตไปยังสัตว์ทั้งปวง เหมือนบุคคลเห็นบุคคลคนหนึ่งผู้เป็น ที่รักใคร่ชอบใจแล้ว พึงรักใคร่ ฉะนั้น

กถญฺจ ภิกฺขุ เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ ปิยํ มนาปํ ทิสฺวา เมตฺตาเยยฺย เอวเมว สพฺเพ สตฺเต เมตฺตาย ผรติ ฯ

๗๔๓

ในบทเหล่านั้น เมตตา เป็นไฉน การรักใคร่ กิริยาที่รักใคร่ ความรักใคร่ในสัตว์ทั้งหลาย เมตตาเจโต- *วิมุตติ อันใด นี้เรียกว่าเมตตา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่าจิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยเมตตานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า เมตตาจิต คำว่า ทิศหนึ่ง ได้แก่ ทิศบูรพา หรือทิศปัศจิม หรือทิศอุดร หรือ ทิศทักษิณ หรือทิศเบื้องสูง หรือทิศเบื้องต่ำ ทิศเบื้องขวาง หรือทิศต่างๆ บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ประพฤติเป็นไปอยู่ รักษาอยู่ เป็นไปอยู่ ให้เป็นไปอยู่ เที่ยวไปอยู่ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า อยู่ คำว่า ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น มีอธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ก็ ฉันนั้น ทิศที่ ๓ ก็ฉันนั้น ทิศที่ ๔ ก็ฉันนั้น ทิศเบื้องสูงก็ฉันนั้น ทิศเบื้องต่ำก็ ฉันนั้น ทิศเบื้องขวางก็ฉันนั้น ทิศต่างๆ ก็ฉันนั้น คำว่า สัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า มีอธิบายว่า คำว่า สัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า นั้น เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั่วทั้งหมดไม่มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือมิได้ คำว่า เมตตาจิต มีอธิบายว่า ในบทเหล่านั้น เมตตา เป็นไฉน การรักใคร่ กิริยาที่รักใคร่ ความรักใคร่ในสัตว์ทั้งหลาย เมตตาเจโต- *วิมุตติ อันใด นี้เรียกว่า เมตตา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า จิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยเมตตานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า เมตตาจิต บทว่า ไพบูลย์ มีอธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึง เรียกว่า อยู่ กรุณาอัปปมัญญานิเทศ

ตตฺถ กตมา เมตฺตา ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตายิตตฺตํ เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ เมตฺตา ฯ ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ ฯ อิทํ จิตฺตํ อิมาย เมตฺตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ เมตฺตาสหคเตน เจตสาติ ฯ เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ จรติ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ ทิสํ ตถา ทุติยํ ทิสํ ตถา ตติยํ ทิสํ ตถา จตุตฺถํ ทิสํ ตถา อุทฺธํ ตถา อโธ ตถา ติริยํ ตถา วิทิสํ ฯ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทาย วจนเมตํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ ฯ {๗๔๓.๑} เมตฺตาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา เมตฺตา ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตายิตตฺตํ เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ เมตฺตา ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ อิทํ จิตฺตํ อิมาย เมตฺตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ เมตฺตาสหคเตน เจตสาติ ฯ วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโฌ ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ

๗๔๔

ก็ภิกษุแผ่กรุณาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ เป็นอย่างไร ภิกษุแผ่กรุณาจิตไปยังสัตว์ทั้งปวง เหมือนบุคคลเห็นบุคคลคนหนึ่งผู้ตก ทุกข์ได้ยากแล้ว พึงสงสาร ฉะนั้น

กถญฺจ ภิกฺขุ กรุณาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ ทุคฺคตํ ทุรุเปตํ ทิสฺวา กรุณาเยยฺย เอวเมว สพฺเพ สตฺเต กรุณาย ผรติ ฯ

๗๔๕

ในบทเหล่านั้น กรุณา เป็นไฉน การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสารในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโต- *วิมุตติ อันใด นี้เรียกว่า กรุณา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า จิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยกรุณานี้ ด้วยเหตุนั้น จึง เรียกว่า กรุณาจิต คำว่า ทิศหนึ่ง ได้แก่ทิศบูรพา หรือทิศปัศจิม หรือทิศอุดร หรือทิศ- *ทักษิณ หรือทิศเบื้องสูง หรือทิศเบื้องต่ำ หรือทิศเบื้องขวาง หรือทิศต่างๆ บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ประพฤติเป็นไปอยู่ รักษาอยู่ เป็นไปอยู่ ให้เป็นไปอยู่ เที่ยวไปอยู่ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า อยู่ คำว่า ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น มีอธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ก็ ฉันนั้น ทิศที่ ๓ ก็ฉันนั้น ทิศที่ ๔ ก็ฉันนั้น ทิศเบื้องสูงก็ฉันนั้น ทิศเบื้องต่ำ ก็ฉันนั้น ทิศเบื้องขวางก็ฉันนั้น ทิศต่างๆ ก็ฉันนั้น คำว่า สัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า มีอธิบายว่า คำว่า สัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า นั้น เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั่วทั้งหมด ไม่มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือมิได้ คำว่า กรุณาจิต มีอธิบายว่า ในบทเหล่านั้น กรุณา เป็นไฉน การสงสาร กิริยาที่สงสาร ความสงสารในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโต- *วิมุตติ อันใดนี้เรียกว่า กรุณา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า จิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยกรุณานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า กรุณาจิต บทว่า ไพบูลย์ มีอธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึง เรียกว่า อยู่ มุทิตาอัปปมัญญานิเทศ

ตตฺถ กตมา กรุณา ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ กรุณา ฯ ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ ฯ อิทํ จิตฺตํ อิมาย กรุณาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ กรุณาสหคเตน เจตสาติ ฯ เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ จรติ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ ทิสํ ตถา ทุติยํ ทิสํ ตถา ตติยํ ทิสํ ตถา จตุตฺถํ ทิสํ ตถา อุทฺธํ ตถา อโธ ตถา ติริยํ ตถา วิทิสํ ฯ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทาย วจนเมตํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ ฯ {๗๔๕.๑} กรุณาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา กรุณา ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ กรุณา ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ อิทํ จิตฺตํ อิมาย กรุณาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ กรุณาสหคเตน เจตสาติ ฯ วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโฌ ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ

๗๔๖

ก็ภิกษุแผ่มุทิตาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ เป็นอย่างไร ภิกษุแผ่มุทิตาจิตไปยังสัตว์ทั้งปวง เหมือนบุคคลเห็นบุคคลคนหนึ่งผู้เป็น ที่รักใคร่ชอบใจแล้ว พึงพลอยยินดี ฉะนั้น

กถญฺจ ภิกฺขุ มุทิตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ ปิยํ มนาปํ ทิสฺวา มุทิโต อสฺส เอวเมว สพฺเพ สตฺเต มุทิตาย ผรติ ฯ

๗๔๗

ในบทเหล่านั้น มุทิตา เป็นไฉน การพลอยยินดี กิริยาที่พลอยยินดี ความพลอยยินดีในสัตว์ทั้งหลาย มุทิตาเจโตวิมุตติ อันใด นี้เรียกว่า มุทิตา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า จิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยมุทิตานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า มุทิตาจิต คำว่า ทิศหนึ่ง ได้แก่ ทิศบูรพา หรือปัศจิม หรือทิศอุดร หรือทิศทักษิณ หรือทิศเบื้องสูง หรือทิศเบื้องต่ำ หรือทิศเบื้องขวาง หรือทิศต่างๆ บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึง เรียกว่า อยู่ คำว่า ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น มีอธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ก็ ฉันนั้น ทิศที่ ๓ ก็ฉันนั้น ทิศที่ ๔ ก็ฉันนั้น ทิศเบื้องสูงก็ฉันนั้น ทิศเบื้องต่ำ ก็ฉันนั้น ทิศเบื้องขวางก็ฉันนั้น ทิศต่างๆ ก็ฉันนั้น คำว่า สัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่ เหล่า มีอธิบายว่า คำว่า สัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่ เหล่า นั้น เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั่วทั้งหมด ไม่มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือ มิได้ คำว่า มุทิตาจิต มีอธิบายว่า ในบทเหล่านั้น มุทิตา เป็นไฉน การพลอยยินดี กิริยาที่พลอยยินดี ความพลอยยินดีในสัตว์ทั้งหลาย มุทิตาเจโตวิมุตติ อันใด นี้เรียกว่า มุทิตา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า จิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยมุทิตานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า มุทิตาจิต บทว่า ไพบูลย์ มีอธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า อยู่ อุเบกขาอัปปมัญญานิเทศ

ตตฺถ กตมา มุทิตา ยา สตฺเตสุ มุทิตา มุทิตายนา มุทิตายิตตฺตํ มุทิตา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ มุทิตา ฯ ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ ฯ อิทํ จิตฺตํ อิมาย มุทิตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ มุทิตาสหคเตน เจตสาติ ฯ เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ ทิสํ ตถา ทุติยํ ทิสํ ตถา ตติยํ ทิสํ ตถา จตุตฺถํ ทิสํ ตถา อุทฺธํ ตถา อโธ ตถา ติริยํ ตถา วิทิสํ ฯ {๗๔๗.๑} สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทาย วจนเมตํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ ฯ มุทิตาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา มุทิตา ยา สตฺเตสุ มุทิตา มุทิตายนา มุทิตายิตตฺตํ มุทิตา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ มุทิตา ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ อิทํ จิตฺตํ อิมาย มุทิตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ มุทิตาสหคเตน เจตสาติ ฯ วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโฌ ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ

๗๔๘

ก็ภิกษุแผ่อุเบกขาจิตไปยังทิศหนึ่งอยู่ เป็นอย่างไร ภิกษุแผ่อุเบกขาจิตไปยังสัตว์ทั้งปวง เหมือนบุคคลเห็นบุคคลหนึ่งผู้เป็น ที่ชอบใจก็ไม่ใช่ ไม่เป็นที่ชอบใจก็ไม่ใช่ แล้วพึงเป็นผู้มีจิตเป็นอุเบกขา ฉะนั้น

กถญฺจ ภิกฺขุ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ เนว มนาปํ น อมนาปํ ทิสฺวา อุเปกฺขโก อสฺส เอวเมว สพฺเพ สตฺเต อุเปกฺขาย ผรติ ฯ

๗๔๙

ในบทเหล่านั้น อุเบกขา เป็นไฉน การวางเฉย กิริยาที่วางเฉย ความวางเฉยในสัตว์ทั้งหลาย อุเบกขาเจโต- *วิมุตติ อันใด นี้เรียกว่า อุเบกขา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่า จิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยอุเบกขานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า อุเบกขาจิต คำว่า ทิศหนึ่ง ได้แก่ ทิศบูรพา หรือทิศปัศจิม หรือทิศอุดร หรือ ทิศทักษิณ หรือทิศเบื้องสูง หรือทิศเบื้องต่ำ หรือทิศเบื้องขวาง หรือทิศต่างๆ บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึง เรียกว่า อยู่ คำว่า ทิศที่ ๒ ก็อย่างนั้น มีอธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ก็ฉันนั้น ทิศที่ ๓ ก็ฉันนั้น ทิศที่ ๔ ก็ฉันนั้น ทิศเบื้องสูงก็ฉันนั้น ทิศเบื้องต่ำก็ฉันนั้น ทิศเบื้องขวางก็ฉันนั้น ทิศต่างๆ ก็ฉันนั้น คำว่า สัตวโลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า มีอธิบายว่า คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า นั้น เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั่วทั้งหมดไม่มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือมิได้ คำว่า อุเบกขาจิต มีอธิบายว่า อุเบกขา เป็นไฉน การวางเฉย กิริยาที่วางเฉย ความวางเฉยในสัตว์ทั้งหลาย อุเบกขา- *เจโตวิมุตติ อันใด นี้เรียกว่า อุเบกขา จิต เป็นไฉน จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อันใด นี้เรียกว่าจิต จิตนี้ สหรคต เกิดร่วม เจือปน สัมปยุต ด้วยอุเบกขานี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า อุเบกขาจิต บทว่า ไพบูลย์ มีอธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท บทว่า แผ่ไป คือ กระจายออกไป น้อมจิตไป บทว่า อยู่ มีอธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า อยู่ สุตตันตภาชนีย์ จบ

ตตฺถ กตมา อุเปกฺขา ยา สตฺเตสุ อุเปกฺขา อุเปกฺขายนา อุเปกฺขายิตตฺตํ อุเปกฺขา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ อุเปกฺขา ฯ ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ ฯ อิทํ จิตฺตํ อิมาย อุเปกฺขาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสาติ ฯ เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ สํทิ ตถา ทุติยํ ทิสํ ตถา ตติยํ ทิสํ ตถา จตุตฺถํ ทิสํ ตถา อุทฺธํ ตถา อโธ ตถา ติริยํ ตถา วิทิสํ ฯ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทาย วจนเมตํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ ฯ {๗๔๙.๑} อุเปกฺขาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา อุเปกฺขา ยา สตฺเตสุ อุเปกฺขา อุเปกฺขายนา อุเปกฺขายิตตฺตํ อุเปกฺขา เจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ อุเปกฺขา ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ อิทํ จิตฺตํ อิมาย อุเปกฺขาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ เตน วุจฺจติ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสาติ ฯ วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโฌ ฯ ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา ฯ วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ เตน วุจฺจติ วิหรตีติ ฯ สุตฺตนฺตภาชนียํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย