This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระอภิธรรมปิฎก

เอกกนิเทศ

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๘๖๐–๙๐๗พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์48 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ เอกกนิเทศ

๘๖๐

ในเอกกมาติกาเหล่านั้น ความมัวเมาในชาติ เป็นไฉน ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความ ที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยชาติ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในชาติ

ตตฺถ กตโม ชาติมโท ชาตึ ปฏิจฺจ มโท มชฺชนา มชฺชิตตฺตํ มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ ชาติมโท ฯ

๘๖๑

ความมัวเมาในโคตร เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโคตร นี้เรียกว่า ความมัวเมาในโคตร ความมัวเมาในความไม่มีโรค เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความไม่มี โรค นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความไม่มีโรค ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็น หนุ่มสาว นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว ความมัวเมาในชีวิต เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยชีวิต นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในชีวิต ความมัวเมาในลาภ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยลาภ นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในลาภ ความมัวเมาในสักการะ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยสักการะ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในสักการะ ความมัวเมาในการทำความเคารพ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการทำความ เคารพ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในการทำความเคารพ ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็น หัวหน้า นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า ความมัวเมาในบริวาร เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยบริวาร นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในบริวาร ความมัวเมาในโภคสมบัติ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโภคสมบัติ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในโภคสมบัติ ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยวรรณะแห่ง สรีระและคุณความดี นี้เรียกว่า ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี ความมัวเมาในการศึกษา เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการศึกษา นี้เรียกว่า ความมัวเมาในการศึกษา ความมัวเมาในปฏิภาณ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยปฏิภาณ นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในปฏิภาณ ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นผู้ รัตตัญญู นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู ความมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นผู้ ถือบิณฑบาตเป็นวัตร นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความไม่มี ใครดูหมิ่น นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น ความมัวเมาในอิริยาบถ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิริยาบถ นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในอิริยาบถ ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิทธิฤทธิ์ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์ ความมัวเมาในยศ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยยศ นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในยศ ความมัวเมาในศีล เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศีล นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในศีล ความมัวเมาในฌาน เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยฌาน นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในฌาน ความมัวเมาในศิลปะ เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศิลปะ นี้ เรียกว่า ความมัวเมาในศิลปะ ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมี ทรวดทรงสูง นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมี ทรวดทรงสันทัด นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม เป็นไฉน ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมี ทรวดทรงงาม นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม ความมัวเมาในความมีร่างกายบริบูรณ์ เป็นไฉน ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความ ที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีร่างกายบริบูรณ์ นี้เรียกว่า ความมัวเมา ในความมีร่างกายบริบูรณ์

ตตฺถ กตโม โคตฺตมโท โคตฺตํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ อาโรคฺยํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ โยพฺพนํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ชีวิตํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ลาภํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ สกฺการํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ครุการํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ปุเรกฺขารํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ปริวารํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ โภคํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ วณฺณํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ สุตํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ปฏิภาณํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ รตฺตญฺญุตํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ปิณฺฑปาติกตฺตํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ อนวญฺญตฺตึ ปฏิจฺจ ฯเปฯ อริยาปถํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ อิทฺธึ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ยสํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ สีลํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ฌานํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ สิปฺปํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ อาโรหํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ปริณาหํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ สณฺฐานํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ ปาริปูรึ ปฏิจฺจ มโท มชฺชนา มชฺชิตตฺตํ มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ ปาริปูริมโท ฯ

๘๖๒

ความมัวเมา เป็นไฉน ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความ ที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด นี้เรียกว่า ความมัวเมา

ตตฺถ กตโม มโท โย มโท มชฺชนา มชฺชิตตฺตํ มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ มโท ฯ

๘๖๓

ความประมาท เป็นไฉน ความปล่อยจิตไป ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไป ในกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความกระทำโดยไม่เคารพ ความกระทำโดยไม่ ติดต่อ ความกระทำไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความ ทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความ ไม่ตั้งใจจริง ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาท ในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย ความประมาท กิริยาที่ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความประมาท

ตตฺถ กตโม ปมาโท กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ กุสลานํ วา ธมฺมานํ ภาวนาย อสกฺกจฺจกิริยตา อสาตจฺจกิริยตา อนฏฺฐิตกิริยตา โอลีนวุตฺติตา นิกฺขิตฺตจฺฉนฺทตา นิกฺขิตฺตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺมํ อนธิฏฺฐานํ อนนุโยโค ปมาโท โย เอวรูโป ปมาโท ปมชฺชนา ปมชฺชิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ ปมาโท ฯ

๘๖๔

ความหัวดื้อ เป็นไฉน ความหัวดื้อ กิริยาที่หัวดื้อ สภาพที่หัวดื้อ ความแข็งกระด้าง ความ หยาบคาย ความถือรั้น ความไม่อ่อนโยน อันใด นี้เรียกว่า ความหัวดื้อ

ตตฺถ กตโม ถมฺโภ โย ถมฺโภ ถมฺภนา ถมฺภิตตฺตํ กกฺขฬิยํ ผารุสิยํ อุชุจิตฺตตา อมุทุตา อยํ วุจฺจติ ถมฺโภ ฯ

๘๖๕

ความแข่งดี เป็นไฉน ความแข่งดี ความแข่งขึ้นหน้า กิริยาที่แข่งดี กิริยาที่แข่งขึ้นหน้า สภาพ ที่แข่งขึ้นหน้า อันใด นี้เรียกว่า ความแข่งดี

ตตฺถ กตโม สารมฺโภ โย สารมฺโภ ปฏิสารมฺโภ สารมฺภนา ปฏิสารมฺภนา ปฏิสารมฺภิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ สารมฺโภ ฯ

๘๖๖

ความอยากได้เกินประมาณ เป็นไฉน ความอยากได้มากของภิกษุผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัช และบริขาร หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนา ความมักมาก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความอยากได้เกินประมาณ

ตตฺถ กตมา อติจฺฉตา อิตริตรจีวรปิณฺฑปาตเสนาสน- คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ปญฺจหิ วา กามคุเณหิ อสนฺตุฏฺฐสฺส ภิยฺโยกมฺยตา ยา เอวรูปา อิจฺฉา อิจฺฉาคตํ อติจฺฉตา ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ อติจฺฉตา ฯ

๘๖๗

ความมักมาก เป็นไฉน ความอยากได้มากของภิกษุผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัช และบริขาร หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนา ความมักมาก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความมักมาก

ตตฺถ กตมา มหิจฺฉตา อิตริตรจีวรปิณฺฑปาตเสนาสน- คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ปญฺจหิ วา กามคุเณหิ อสนฺตุฏฺฐสฺส ภิยฺโยกมฺยตา ยา เอวรูปา อิจฺฉา อิจฺฉาคตํ มหิจฺฉตา ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ มหิจฺฉตา ฯ

๘๖๘

ความปรารถนาลามก เป็นไฉน คนบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีศรัทธา เป็นผู้ทุศีล ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีศีล เป็น ผู้มีการศึกษาน้อย ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีการศึกษามาก เป็น ผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้ชอบ สงัด เป็นผู้เกียจคร้าน ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้ปรารภความเพียร เป็นผู้มีสติหลงลืม ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีสติตั้งมั่น เป็นผู้มี จิตไม่ตั้งมั่น ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีจิตตั้งมั่น เป็นผู้มีปัญญา ทราม ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้ยังไม่สิ้นอาสวะ ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้สิ้นอาสวะ ความปรารถนา การปรารถนา ความปรารถนาลามก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่ง จิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความปรารถนาลามก

ตตฺถ กตมา ปาปิจฺฉตา อิเธกจฺโจ อสฺสทฺโธ สมาโน สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ ทุสฺสีโล สมาโน สีลวาติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ อปฺปสฺสุโต สมาโน พหุสฺสุโตติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ สงฺคณิการาโม สมาโน ปวิวิตฺโตติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ กุสีโต สมาโน อารทฺธวิริโยติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ มุฏฺฐสฺสติ สมาโน อุปฏฺฐิตสฺสตีติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ อสมาหิโต สมาโน สมาหิโตติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ ทุปฺปญฺโญ สมาโน ปญฺญวาติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ อขีณาสโว สมาโน ขีณาสโวติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ ยา เอวรูปา อิจฺฉา อิจฺฉาคตํ ปาปิจฺฉตา ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ ปาปิจฺฉตา ฯ

๘๖๙

การพูดเสียดแทง เป็นไฉน การพูดเสียดแทง สภาพที่พูดเสียดแทง การพูดเป็นสี่เหลี่ยมสี่คม กิริยา ที่พูดเป็นสี่เหลี่ยมสี่คม การพูดมีเหลี่ยมมีคู สภาพที่พูดมีเหลี่ยมมีคู อันใด นี้ เรียกว่า การพูดเสียดแทง

ตตฺถ กตมํ สิงฺคํ ยํ สิงฺคํ สิงฺคารตา จตุรตา จาตุริยํ ปริกฺขตตา ปาริกฺขติยํ อิทํ วุจฺจติ สิงฺคํ ฯ

๘๗๐

การพูดเกียดกัน เป็นไฉน การพูดเกียดกัน กิริยาที่พูดเกียดกัน สภาพที่พูดเกียดกัน ความละโมภ กิริยาที่ละโมภ สภาพที่ละโมภ ความถ่อมตนเพื่อจะได้ ความต้องการสิ่งที่ประณีต อันใด นี้เรียกว่า การพูดเกียดกัน

ตตฺถ กตมํ ตินฺติณํ ยํ ตินฺติณํ ตินฺติณายนา ตินฺติณายิตตฺตํ โลลุปฺปํ โลลุปฺปายนา โลลุปฺปายิตตฺตํ ปุญฺจิกตา สาธุกมฺยตา อิทํ วุจฺจติ ตินฺติณํ ฯ

๘๗๑

การชอบตกแต่ง เป็นไฉน การตกแต่งจีวร การตกแต่งบาตร การตกแต่งเสนาสนะ การตกแต่งกาย อันเปื่อยเน่า หรือการตกแต่งบริขารภายนอก การประเทืองผิว การเล่นหัว การ ร่าเริง ความกำหนัดยินดี สภาพที่กำหนัดยินดี ความตกแต่ง กิริยาที่ตกแต่ง อันใด นี้เรียกว่า การชอบตกแต่ง

ตตฺถ กตมํ จาปลฺยํ จีวรมณฺฑนา ปตฺตมณฺฑนา เสนาสนมณฺฑนา อิมสฺส วา ปูติกายสฺส พาหิรานํ วา ปริกฺขารานํ มณฺฑนา วิภูสนา เกฬนา ปริเกฬนา คิทฺธิกตา คิทฺธิกตฺตํ จปลตา จาปลฺยํ อิทํ วุจฺจติ จาปลฺยํ ฯ

๘๗๒

ความประพฤติไม่สมควร เป็นไฉน ความไม่ประพฤติตาม ความประพฤติขัดขืน ความไม่เอื้อเฟื้อ สภาพที่ ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพ ความไม่เชื่อฟัง ในบุคคลใดบุคคลหนึ่งผู้ควรเคารพ คือ บิดามารดา พี่ชาย พี่สาว อาจารย์ อุปัชฌายะ พระพุทธเจ้า หรือสาวก ของพระพุทธเจ้า นี้เรียกว่า ความประพฤติไม่สมควร

ตตฺถ กตมา อสภาควุตฺติ มาตริ วา ปิตริ วา เชฏฺเฐ วา ภาตริ วา อาจริเยสุ วา อุปชฺฌาเย วา พุทฺเธ วา สาวเกสุ วา อญฺญตรญฺญตเรสุ ครุฏฺฐานิเกสุ วิปฺปฏิกูลคาหิตา วิปจฺจนีกสาตตา อนาทริยํ อนาทรตา อคารวตา อปฺปฏิสฺสวตา อยํ วุจฺจติ อสภาควุตฺติ ฯ

๘๗๓

ความไม่ยินดี เป็นไฉน ความไม่ยินดี กิริยาที่ไม่ยินดี ความไม่ยินดียิ่ง กิริยาที่ไม่ยินดียิ่ง ความ รำคาญ ความกระวนกระวายใจ ในเสนาสนะที่สงัด หรือในอธิกุศลธรรมคือสมถะ และวิปัสสนาอย่างใดอย่างหนึ่ง นี้เรียกว่า ความไม่ยินดี

ตตฺถ กตมา อรติ ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ อญฺญตรญฺญตเรสุ วา อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อรติ อรติกา อนภิรติ อนภิรมนา อุกฺกณฺฐิตา ปริตสิตา อยํ วุจฺจติ อรติ ฯ

๘๗๔

ความโงกง่วง เป็นไฉน ความง่วงงุน กิริยาที่ง่วงงุน สภาพที่ใจง่วงงุน ความเกียจคร้าน กิริยา ที่เกียจคร้าน สภาพที่เกียจคร้าน อันใด นี้เรียกว่า ความโงกง่วง

ตตฺถ กตมา ตนฺทิ ยา ตนฺทิ ตนฺทิยนา ตนฺทิมนกตา อาลสฺยํ อาลสายนา อาลสายิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ ตนฺทิ ฯ

๘๗๕

ความบิดกาย เป็นไฉน ความเหยียดกาย การเหยียดกาย ความโน้มกายไปข้างหน้า ความโน้ม กายไปข้างหน้า ความโน้มกายไปรอบๆ ความตั้งตัวตรง ความไม่สบายกาย อันใด นี้เรียกว่า ความบิดกาย

ตตฺถ กตมา วิชมฺภิกา ยา กายสฺส ชมฺภนา วิชมฺภนา อานมนา วินมนา สนฺนมนา ปณมนา พฺยาธิยกํ อยํ วุจฺจติ วิชมฺภิกา ฯ

๘๗๖

ความเมาอาหาร เป็นไฉน ความมึนเมาเพราะอาหาร ความอึดอัดเพราะอาหาร ความร้อนกระวน กระวายเพราะอาหาร ความหนักเนื้อหนักตัวเพราะอาหาร อันใด ของผู้บริโภค อาหารแล้ว นี้เรียกว่า ความเมาอาหาร

ตตฺถ กตโม ภตฺตสมฺมโท ยา ภุตฺตาวิสฺส ภตฺตมุจฺฉา ภตฺตกิลมโถ ภตฺตปริฬาโห กายทุฏฺฐุลฺลํ อยํ วุจฺจติ ภตฺตสมฺมโท ฯ

๘๗๗

ความย่อหย่อนแห่งจิต เป็นไฉน ความไม่สมประกอบแห่งจิต ความไม่ควรแก่การงานแห่งจิต ความท้อแท้ ความถดถอย การย่อหย่อน กิริยาที่ย่อหย่อน สภาพที่ย่อหย่อน การหดหู่ กิริยาที่ หดหู่ สภาพที่หดหู่ แห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า ความย่อหย่อนแห่งจิต

ตตฺถ กตมํ เจตโส ลีนตฺตํ ยา จิตฺตสฺส อกลฺยตา อกมฺมญฺญตา โอลียนา สลฺลียนา ลีนํ ลียนา ลียิตตฺตํ ถีนํ ถียนา ถียิตตฺตํ จิตฺตสฺส อิทํ วุจฺจติ เจตโส ลีนตฺตํ ฯ

๘๗๘

การหลอกลวง เป็นไฉน การหลอกลวงเกี่ยวด้วยการเสพปัจจัย การหลอกลวงด้วยการพูดเลียบเคียง หรือการดำรงอิริยาบถ กิริยาที่ดำรงอิริยาบถ ความดำรงอิริยาบถด้วยดี ความสยิ้ว หน้า สภาพที่สยิ้วหน้า การหลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง สภาพที่หลอกลวง ของภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยาก ครอบงำ นี้เรียกว่า การหลอกลวง

ตตฺถ กตมา กุหนา ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตน วา สามนฺตชปฺปิเตน วา อิริยาปถสฺส วา อฏฺฐปนา ฐปนา สณฺฐปนา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ กุหนา ฯ

๘๗๙

การพูดประจบ เป็นไฉน การทักทายคนอื่น การแนะนำตัวเอง การพูดปลอบโยน การพูดยกย่อง การพูดเยินยอ การพูดอ้อมค้อม การพูดชมเชย การพูดสรรเสริญ การพูด สรรเสริญบ่อยๆ การพูดเอาใจให้คนรัก การพูดยกย่องเพื่อต้องการให้เขารัก การพูดทีจริงทีเล่นเสมอด้วยแกงถั่ว การเป็นผู้รับเลี้ยงเด็ก ของภิกษุผู้มุ่งลาภ สักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ อันใด นี้เรียกว่า การพูดประจบ

ตตฺถ กตมา ลปนา ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ยา ปเรสํ อาลปนา ลปนา สลฺลปนา อุลฺลปนา สมุลฺลปนา อุนฺนหนา สมุนฺนหนา อุกฺกาปนา สมุกฺกาปนา อนุปฺปิยภาณิตา ปาตุกมฺยตา มุคฺคสูปตา ปาริภฏฺยตา อยํ วุจฺจติ ลปนา ฯ

๘๘๐

การแสดงนิมิต เป็นไฉน การทำนิมิต ความฉลาดในการทำนิมิต การพูดเกี่ยวด้วยปัจจัย การพูด เป็นเลศนัย การกระซิบใกล้ๆ การพูดเลียบเคียง แก่ชนเหล่าอื่น อันใด ของ ภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ นี้เรียกว่า การแสดงนิมิต

ตตฺถ กตมา เนมิตฺติกตา ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ยํ ปเรสํ นิมิตฺตํ นิมิตฺตกมฺมํ โอภาโส โอภาสกมฺมํ สามนฺตชปฺปา ปริกถา อยํ วุจฺจติ เนมิตฺติกตา ฯ

๘๘๑

การพูดติเตียน เป็นไฉน การด่า การพูดข่ม การนินทา การพูดตำหนิโทษ การกล่าวโทษ การ พูดติเตียน การพูดเหยียดหยาม การพูดให้เสียชื่อเสียง การพูดให้เสียชื่อเสียง อย่างร้ายแรง การนำเรื่องไปเที่ยวติเตียน การพูดไพเราะต่อหน้านินทาลับหลัง แก่ชนเหล่าอื่น อันใด ของภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนา ลามก ถูกความอยากครอบงำ นี้เรียกว่า การพูดติเตียน

ตตฺถ กตมา นิปฺเปสิกตา ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสิตสฺส ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส ยา ปเรสํ อกฺโกสนา วมฺภนา ครหณา อุกฺเขปนา สมุกฺเขปนา ขิปนา สงฺขิปนา ปาปนา สมฺปาปนา อวณฺณหาริกา ปริปิฏฺฐิมํสิกตา อยํ วุจฺจติ นิปฺเปสิกตา ฯ

๘๘๒

การแลกเปลี่ยนลาภด้วยลาภ เป็นไฉน ภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความ อยากครอบงำ นำอามิสที่ได้จากข้างนี้ไปให้ข้างโน้น นำอามิสที่ได้จากข้างโน้นมา ให้ข้างนี้ การปรารถนา การเสาะหา การแสวงหา กิริยาที่เที่ยวหา กิริยาที่ แสวงหา ซึ่งอามิสด้วยอามิส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า การแลก เปลี่ยนลาภด้วยลาภ

ตตฺถ กตมา ลาเภน ลาภํ ชิคึสนตา ลาภสกฺการ- สิโลกสนฺนิสฺสิโต ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อิโต ลทฺธํ อามิสํ อมุตฺร หรติ อมุตฺร วา ลทฺธํ อามิสํ อิธ อาหรติ ยา เอวรูปา อามิเสน อามิสสฺส เอฏฺฐิ คเวฏฺฐิ ปริเยฏฺฐิ เอสนา คเวสนา ปริเยสนา อยํ วุจฺจติ ลาเภน ลาภํ ชิคึสนตา ฯ

๘๘๓

ความสำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมถือตัวโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดย ความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การ เทอดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความสำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา

ตตฺถ กตโม เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๘๔

ความสำคัญตนว่าเสมอเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมถือตัวโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดย ความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา โดยปฏิภาณ ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะ เช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความสำคัญตนว่าเสมอเขา

ตตฺถ กตโม สทิโสหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ สทิโสหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๘๕

ความสำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมดูหมิ่นตนเองโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ ความดูหมิ่นตน กิริยาที่ดูหมิ่นตน สภาพที่ดูหมิ่นตน ความ เกลียดตน ความเกลียดตนยิ่ง สภาพที่เกลียดตนยิ่ง ความดูถูกตน ความดูถูกตน ว่าต่ำช้า ความดูแคลนตน อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความสำคัญตน ว่าเลวกว่าเขา

ตตฺถ กตโม หีโนหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา โอมานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป โอมาโน โอมญฺญนา โอมญฺญิตตฺตํ หีฬนา โอหีฬนา โอหีฬิตตฺตํ อตฺตุญฺญา อตฺตาวญฺญา อตฺตปริภโว อยํ วุจฺจติ หีโนหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๘๖

ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตนว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ โดย เหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดย ความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ เขาอาศัยการถือตนว่าเลิศกว่า คนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา

ตตฺถ กตโม เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ เสยฺโย โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ เสยฺยํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๘๗

ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดย วิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ เขาอาศัยการถือตนว่าเสมอกับคน อื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา

ตตฺถ กตโม เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ เสยฺโย โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ สทิสํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๘๘

ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ โดย เหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดย ความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดย ศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ เขาอาศัยการถือตนว่า เลวกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วดูหมิ่นตน ความดูหมิ่นตน กิริยาที่ดูหมิ่นตน ความ เกลียดตน กิริยาที่เกลียดตนยิ่ง สภาพที่เกลียดตนอย่างยิ่ง ความดูถูกตน ความ ดูถูกตนว่าต่ำช้า ความดูแคลนตน อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลิศ กว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา

ตตฺถ กตโม เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ เสยฺโย โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ หีนํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย โอมานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป โอมาโน โอมญฺญนา โอมญฺญิตตฺตํ หีฬนา โอหีฬนา โอหีฬิตตฺตํ อตฺตุญฺญา อตฺตาวญฺญา อตฺตปริภโว อยํ วุจฺจติ เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๘๙

ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ โดย เหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ เขาอาศัยการถือตนว่า เลิศกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตน ขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เสมอ เขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา

ตตฺถ กตโม สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ สทิโส โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ เสยฺยํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๙๐

ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เสมอเขา ถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ โดย เหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ เขาอาศัยการถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตน ขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เสมอ เขา สำคัญตนว่าเสมอเขา

ตตฺถ กตโม สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ สทิโส โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ สทิสํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๙๑

ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เสมอเขา ถือตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ โดย เหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ เขาอาศัยการถือตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วดูหมิ่นตน ความดูหมิ่นตน กิริยา ที่ดูหมิ่นตน สภาพที่ดูหมิ่นตน ความเกลียดตน กิริยาที่เกลียดตนยิ่ง สภาพที่ ดูหมิ่นตน ความดูถูกตน ความดูถูกตนว่าต่ำช้า ความดูแคลนตน อันใด มี ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา

ตตฺถ กตโม สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ สทิโส โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ หีนํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย โอมานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป โอมาโน โอมญฺญนา โอมญฺญิตตฺตํ หีฬนา โอหีฬนา โอหีฬิตตฺตํ อตฺตุญฺญา อตฺตาวญฺญา อตฺตปริภโว อยํ วุจฺจติ สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๙๒

ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนเลวกว่าเขา ถือตนว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ โดยอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ เขาอาศัยการถือตนว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว การถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา

ตตฺถ กตโม หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ หีโน โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ เสยฺยํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๙๓

ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เลวกว่าเขา ถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ เขาอาศัยการถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ถือ ตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา

ตตฺถ กตโม หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ หีโน โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ สทิสํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน

๘๙๔

ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ถือตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใดอย่าง หนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ เขาอาศัยการถือ ตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วดูหมิ่นตน ความดูหมิ่นตน กิริยาที่ดูหมิ่นตน สภาพที่ดูหมิ่นตน ความเกลียดตน กิริยาที่เกลียดตน สภาพที่เกลียดตนยิ่ง ความดูถูกตน ความดูถูกตนว่าต่ำช้า ความดูแคลนตน อันใด มีลักษณะเช่นว่า นี้ นี้เรียกว่า ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา

ตตฺถ กตโม หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน อิเธกจฺโจ หีโน โหติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเรหิ หีนํ อตฺตานํ ทหติ โส ตํ นิสฺสาย โอมานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป โอมาโน โอมญฺญนา โอมญฺญิตตฺตํ หีฬนา โอหีฬนา โอหีฬิตตฺตํ อตฺตุญฺญา อตฺตาวญฺญา อตฺตปริภโว อยํ วุจฺจติ หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน ฯ

๘๙๕

ความถือตัว เป็นไฉน ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการ เป็นดุจธง อันใด นี้เรียกว่า ความถือตัว

ตตฺถ กตโม มาโน โย มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ มาโน ฯ

๘๙๖

ความดูหมิ่นผู้อื่น เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ดูหมิ่นคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความดูหมิ่น ผู้อื่น

ตตฺถ กตโม อติมาโน อิเธกจฺโจ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปเร อติมญฺญติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ อติมาโน ฯ

๘๙๗

ความเย่อหยิ่ง เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เบื้องต้นถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ ต่อมาภายหลัง ถือตนว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ ไม่ลดตนให้ต่ำกว่าคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯ ความถือตัว กิริยาที่ ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตน ขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความ เย่อหยิ่ง

ตตฺถ กตโม มานาติมาโน อิเธกจฺโจ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา ปุพฺพกาลํ ปเรหิ สทิสํ อตฺตานํ ทหติ อปรกาลํ อตฺตานํ เสยฺยํ ทหติ ปเรหิ หีนํ น ทหติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ มานาติมาโน ฯ

๘๙๘

ความดูหมิ่นตนเอง เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ดูหมิ่นตนเอง โดยเหตุอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดย ความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ ความดูหมิ่นตน กิริยาที่ดูหมิ่นตน สภาพที่ดูหมิ่นตน ความ เกลียดตน ความดูถูกตน ความดูถูกตนว่าต่ำช้า ความดูแคลนตน อันใด มี ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความดูหมิ่นตนเอง

ตตฺถ กตโม โอมาโน อิเธกจฺโจ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา โอมานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป โอมาโน โอมญฺญนา โอมญฺญิตตฺตํ หีฬนา โอหีฬนา โอหีฬิตตฺตํ อตฺตุญฺญา อตฺตาวญฺญา อตฺตปริภโว อยํ วุจฺจติ โอมาโน ฯ

๘๙๙

ความสำคัญว่าได้บรรลุธรรมวิเศษ เป็นไฉน ความสำคัญว่าถึงแล้วในธรรมที่ตนยังไม่ถึง ความสำคัญว่าทำแล้วในกิจ ที่ตนยังไม่ได้ทำ ความสำคัญว่าบรรลุแล้วในธรรมที่ตนยังไม่บรรลุ ความสำคัญว่า ได้ทำให้แจ้งแล้ว ในธรรมที่ตนยังไม่ได้ทำให้แจ้ง ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่ จิตต้องการเป็นดุจธง อันใดมีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความสำคัญว่าได้บรรลุ ธรรมวิเศษ

ตตฺถ กตโม อธิมาโน อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิตา อกเต กตสญฺญิตา อนธิคเต อธิคตสญฺญิตา อสจฺฉิกเต สจฺฉิกตสญฺญิตา โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ อธิมาโน ฯ

๙๐๐

ความสำคัญว่ามีอัตตาตัวตน เป็นไฉน ความสำคัญในรูป ว่าเป็นตัวเรา ความพอใจในรูปว่าเป็นตัวเรา ความ เข้าใจในรูปว่าเป็นตัวเรา ความสำคัญในเวทนาว่าตัวเรา ฯลฯ ความสำคัญใน สัญญาว่าเป็นตัวเรา ฯลฯ ความสำคัญในสังขารว่าเป็นตัวเรา ฯลฯ ความ สำคัญในวิญญาณว่าเป็นตัวเรา ความพอใจในวิญญาณว่าเป็นตัวเรา ความเข้าใจใน วิญญาณว่าเป็นตัวเรา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การ เทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความสำคัญว่า มีอัตตา ตัวตน

ตตฺถ กตโม อสฺมิมาโน รูเป อสฺมีติ มาโน อสฺมีติ ฉนฺโท อสฺมีติ อนุสโย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ สงฺขาเรสุ ฯเปฯ วิญฺญาเณ อสฺมีติ มาโน อสฺมีติ ฉนฺโท อสฺมีติ อนุสโย โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ อสฺมิมาโน ฯ

๙๐๑

ความถือตัวผิด เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ถือตนโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือโดยหน้าที่ การงานอันลามก โดยศิลปะอันลามก โดยวิทยฐานะอันลามก โดยการศึกษาอัน ลามก โดยปฏิภาณอันลามก โดยศีลอันลามก โดยวัตรอันลามก โดยศีลและ วัตรอันลามก หรือโดยทิฏฐิอันลามก ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการ เป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความถือตัวผิด

ตตฺถ กตโม มิจฺฉามาโน อิเธกจฺโจ ปาปเกน วา กมฺมายตเนน ปาปเกน วา สิปฺปายตเนน ปาปเกน วา วิชฺชฏฺฐาเนน ปาปเกน วา สุเตน ปาปเกน วา ปฏิภาเณน ปาปเกน วา สีเลน ปาปเกน วา วเตน ปาปเกน วา สีลพฺพเตน ปาปิกาย วา ทิฏฺฐิยา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา มานํ ชปฺเปติ โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณาโม ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ มิจฺฉามาโน ฯ

๙๐๒

ความคิดถึงญาติ เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณ ปรารภถึงหมู่ญาติ นี้เรียกว่า ความคิดถึงญาติ

ตตฺถ กตโม ญาติวิตกฺโก ญาตเก อารพฺภ เคหสิโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ ญาติวิตกฺโก ฯ

๙๐๓

ความคิดถึงชนบท เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณ ปรารภถึงชนบท นี้เรียกว่า ความคิดถึงชนบท

ตตฺถ กตโม ชนปทวิตกฺโก ชนปทํ อารพฺภ เคหสิโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ ชนปทวิตกฺโก ฯ

๙๐๔

ความคิดไม่ตายตัว เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณ ประกอบด้วยทุกกรกิริยา หรือประกอบด้วยทิฏฐิ นี้เรียกว่า ความคิดไม่ตายตัว

ตตฺถ กตโม อมรวิตกฺโก ทุกฺกรการิกาปฏิสํยุตฺโต วา ทิฏฺฐิคตปฏิสํยุตฺโต วา เคหสิโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ อมรวิตกฺโก ฯ

๙๐๕

ความคิดเกี่ยวด้วยความเอ็นดูผู้อื่น เป็นไฉน สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ คลุกคลีกับคฤหัสถ์อยู่ มีความรื่นเริง ร่วมกัน มีความโศกเศร้าร่วมกัน ถึงคราวสุข สุขด้วย ถึงคราวทุกข์ ทุกข์ด้วย เมื่อมีกิจที่จะพึงทำเกิดขึ้น ก็พยายามช่วยทำด้วยตนเอง ความตรึก ความตรึก อย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิดอันอิงอาศัยกามคุณ ในการคลุกคลีกับคฤหัสถ์ เหล่านั้น นี้เรียกว่า ความคิดเกี่ยวด้วยความเอ็นดูผู้อื่น

ตตฺถ กตโม ปรานุทยตาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อิเธกจฺโจ คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ สหนนฺที สหโสกี สุขิเตสุ สุขิโต ทุกฺขิเตสุ ทุกฺขิโต อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ อตฺตนาว โยคํ อาปชฺชติ โย ตตฺถ เคหสิโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ ปรานุทยตาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ฯ

๙๐๖

ความคิดเกี่ยวด้วยลาภสักการะและชื่อเสียง เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณ ปรารภลาภสักการะและชื่อเสียง นี้เรียกว่า ความคิดเกี่ยวด้วยลาภสักการะและ ชื่อเสียง

ตตฺถ กตโม ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ลาภสกฺการสิโลกํ อารพฺภ เคหสิโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ฯ

๙๐๗

ความคิดเกี่ยวด้วยความไม่อยากให้ใครดูหมิ่น เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ รำพึงว่า คนเหล่าอื่นอย่าได้ดูหมิ่นเรา โดยเหตุ อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความ เป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา โดยปฏิภาณ ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันอิงอาศัยกามคุณ ในความไม่อยากให้ใครดูหมิ่นนั้น นี้เรียกว่า ความคิดที่เกี่ยวด้วยความไม่อยากให้ใครดูหมิ่น

ตตฺถ กตโม อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อิเธกจฺโจ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเยน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วตฺถุนา มา มํ ปเร อวชานึสูติ โย ตตฺถ เคหสิโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก ฯ เอกกํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

เอกกนิเทศ