รูปังกัมมันติกถา
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ รูปังกัมมันติกถา
รูปํ กมฺมนฺติกถา
สกวาที กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจของกายกรรมนั้นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมนั้น เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ความสน ใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจ ของกาย- กรรมนั้น ไม่มี มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กายกรรมนั้น เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของกายกรรมนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร เจตนา ปตฺถนา ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร เจตนา ปตฺถนา ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ
ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิตเป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของผัสสะนั้น มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล เป็นธรรม มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของกายกรรมนั้นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา ที่ตั้ง ขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของปัญญานั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล เป็นธรรม มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของกายกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส กุสโล สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา สทฺธา วิริยํ สติ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา กุสลา สารมฺมณา อตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของธรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของผัสสะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของกายกรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา ที่ตั้ง ขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความ ตั้งใจของปัญญานั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส กุสโล อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา สทฺธา วิริยํ สติ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา กุสลา อนารมฺมณา นตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต ไม่ว่าอย่างใดทั้งหมด เป็นกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ยํ กิญฺจิ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปํ สพฺพนฺตํ กุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวี- ธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ กุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ กุสลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นอัพยากฤตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤตหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวี- ธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิตเป็นอัพยา- กฤตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤตหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ อพฺยากตาติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศลที่ไม่มีอารมณ์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศลที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศลที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศลที่ไม่มี อารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ กุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ อนารมฺมณา กุสลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นอัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวี- ธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิตเป็น อัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ อนารมฺมณา อพฺยากตาติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล ที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศลที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล ที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวี- ธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศลที่ วิปปยุตจากผัสสะ หรือ?
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ กุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ ผสฺสวิปฺปยุตฺตา กุสลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นอัพยากฤตที่วิปปยุต จากผัสสะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป อัพยากฤตที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นอัพยากฤต ที่วิปปยุต จากผัสสะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต ที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ ผสฺสวิปฺปยุตฺตา อพฺยากตาติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มี อารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล ที่ทั้ง วิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ กุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตูติ ฯเปฯ วาโยธาตุ อนารมฺมณา ผสฺสวิปฺปยุตฺตา กุสลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจาก ผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ ที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิตเป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจาก ผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ อนารมฺมณา ผสฺสวิปฺปยุตฺตา อพฺยากตาติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรม เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น ไม่มี มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วจีกรรมนั้น เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของ วจีกรรมนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ
ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของผัสสะนั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของวจีกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา ที่ตั้งขึ้น ด้วยกุศลจิต เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของปัญญานั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส กุสโล สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ กุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา สทฺธา วิริยํ สติ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา กุสลา สารมฺมณา อตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ กุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของผัสสะนั้น ไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา ที่ตั้ง ขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความ ตั้งใจ ของปัญญานั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ กุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส กุสโล อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ กุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา สทฺธา วิริยํ สติ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา กุสลา อนารมฺมณา นตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปที่ตั้งขึ้นด้วยกุศลจิต ไม่ว่าอย่างใดทั้งหมด เป็นกุศลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ วจีกรรมพึงให้พิสดารอย่างเดียวกับกายกรรม
กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ยํ กิญฺจิ กุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปํ สพฺพนฺตํ กุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยถา กายกมฺมํ ตถา วจีกมฺมนฺติ ฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจ ของกายกรรมนั้น มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมนั้น เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจ ของกายกรรม นั้น ไม่มี มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กายกรรมนั้นเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ความ สนใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจ ของ กายกรรมนั้นไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็น รูป เป็นอกุศล
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร เจตนา ปตฺถนา ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร เจตนา ปตฺถนา ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร เจตนา ปตฺถนา ปณิธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ
ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของผัสสะนั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของกายกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ อโนตตัปปะ ที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็น อกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของอโนตตัปปะนั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของกายกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส อกุสโล สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อกุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ อกุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อกุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มี อารมณ์ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของกายกรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความ นึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของผัสสะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มี อารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของกายกรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ อโนตตัปปะ ที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของอโนตตัปปะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อกุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส อกุสโล อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อกุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ อกุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต ไม่ว่าอย่างใดทั้งหมด เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ กายกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ยํ กิญฺจิ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปํ สพฺพนฺตํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศล เป็นรูป เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรมนั้น เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจี กรรมนั้น ไม่มี มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่าวจีกรรมนั้น เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของ วจีกรรมนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ
ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของผัสสะนั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ อโนตตัปปะ ที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็น อกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของอโนตตัปปะนั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส อกุสโล สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ อกุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลํ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มี อารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความ นึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของผัสสะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มี อารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของวจีกรรมนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา เจตนา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ อโนตตัปปะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของอโนตตัปปะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิโต ผสฺโส อกุสโล อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา เจตนา ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ อกุสลํ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต ไม่ว่าอย่างใดทั้งหมด เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ยํ กิญฺจิ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปํ สพฺพนฺตํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อที่ตั้งขึ้น ด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ ที่ตั้ง ขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อพฺยากตนฺติ ฯ กตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศลที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศลที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศลที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ ฯลฯ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ ที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศลจิต เป็นอกุศลที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท อนารมฺมโณ อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศล เป็นรูป เป็นอัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ ที่เกิดขึ้น ด้วยอกุศล เป็นอัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤตที่ไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท อนารมฺมโณ อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นกุศลที่วิปปยุต จากผัสสะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศลที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศลที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯลฯ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ ที่ ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศลที่วิปปยุตจากผัสสะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ ฯเปฯ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท ผสฺสวิปฺปยุตฺโต อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอัพยากฤตที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? @อภิ. ก. แปล. ๓๗/๖๗ ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤตที่ทั้งวิปปยุตจาก ผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ ที่ตั้งขึ้น ด้วยอกุศลจิต เป็นอัพยากฤตที่วิปปยุตจากผัสสะไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจาก ผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท อนารมฺมโณ ผสฺสวิปฺปยุตฺโต อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มี อารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอกุศล ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ ที่ตั้งขึ้น ด้วยอกุศลจิต เป็นอกุศล ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท อนารมฺมโณ ผสฺสวิปฺปยุตฺโต อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. รูปายตนะที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจาก ผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ ที่ตั้งขึ้นด้วย กุศลจิต เป็นอัพยากฤตที่ทั้งวิปปยุตจากผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วจีกรรมที่ตั้งขึ้นด้วยอกุศลจิต เป็นรูป เป็นอัพยากฤต ที่ทั้งวิปปยุตจาก ผัสสะ ทั้งไม่มีอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ รูปายตนํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท อนารมฺมโณ ผสฺสวิปฺปยุตฺโต อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน จิตฺเตน สมุฏฺฐิตํ วจีกมฺมํ รูปํ อนารมฺมณํ ผสฺสวิปฺปยุตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ไม่พึงกล่าวว่า รูป เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กายกรรม วจีกรรม เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า กายกรรม วจีกรรม เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง ด้วยเหตุนั้นนะ ท่านจึงต้องกล่าวว่า รูป เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง
น วตฺตพฺพํ รูปํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ รูปํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ
ส. รูป เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขายตนะ เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ป. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททาย- ตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ น้ำอสุจิ น้ำตา โลหิต ฯลฯ เหงื่อ เป็นกุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อสุจิ อสฺสุ โลหิตํ ฯเปฯ เสโท กุสโลปิ อกุสโลปีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กายเป็นรูป กายกรรมก็เป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มโน เป็นรูป มโนกรรมก็เป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กาโย รูปํ กายกมฺมํ รูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มโน รูปํ มโนกมฺมํ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มโน เป็นอรูป (นาม) มโนกรรมก็เป็นอรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กาย เป็นอรูป กายกรรมก็เป็นอรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มโน อรูปํ มโนกมฺมํ อรูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กาโย อรูปํ กายกมฺมํ อรูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กาย เป็นรูป แต่กายกรรมเป็นอรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มโน เป็นรูป แต่มโนกรรมเป็นอรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กาโย รูปํ กายกมฺมํ อรูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มโน รูปํ มโนกมฺมํ อรูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มโน เป็นอรูป มโนกรรมก็เป็นอรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กาย เป็นอรูป กายกรรมก็เป็นอรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มโน อรูปํ มโนกมฺมํ อรูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กาโย อรูปํ กายกมฺมํ อรูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะจักขายตนะ เป็นรูป ฉะนั้น จักขุวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะโสตายตนะ เป็นรูป ฉะนั้น โสตวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะฆานายตนะเป็นรูป ฉะนั้น ฆานวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะชิวหายตนะเป็นรูป ฉะนั้น ชิวหาวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกายเป็นรูป ฉะนั้น กายกรรมจึงเป็นรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะกายายตนะเป็นรูป ฉะนั้น กายวิญญาณ จึงเป็นรูป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กาโย รูปนฺติ ฯ กายกมฺมํ รูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ รูปนฺติ ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กาโย รูปนฺติ ฯ กายกมฺมํ รูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตายตนํ รูปนฺติ ฯ โสตวิญฺญาณํ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กาโย รูปนฺติ ฯ กายกมฺมํ รูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฆานายตนํ รูปนฺติ ฯ ฆานวิญฺญาณํ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กาโย รูปนฺติ ฯ กายกมฺมํ รูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ชิวฺหายตนํ รูปนฺติ ฯ ชิวฺหาวิญฺญาณํ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กาโย รูปนฺติ ฯ กายกมฺมํ รูปนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กายายตนํ รูปนฺติ ฯ กายวิญฺญาณํ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูป เป็นกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่า เป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงทำกรรมด้วยกาย วาจา ใจ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? @ อํ. ฉกฺก. ข้อ ๓๓๔ หน้า ๔๖๓ ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นกรรม
รูปํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรติ กาเยน วาจาย มนสาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ รูปํ กมฺมนฺติ ฯ
ส. รูป เป็นกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ เมื่อกายมีอยู่ สุขทุกข์อันเป็น ภายในย่อมเกิดขึ้นเพราะกายสัญเจตนาเป็นเหตุ หรือเมื่อวาจามีอยู่ สุขทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้นเพราะวจีสัญเจตนาเป็นเหตุ หรือ เมื่อใจมีอยู่ สุขทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้นเพราะมโนสัญเจตนา เป็นเหตุ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูป เป็นกรรม
รูปํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา กาเย วา อานนฺท สติ กายสญฺเจตนาเหตุ อุปฺปชฺชติ อชฺฌตฺตํ สุขทุกฺขํ วาจาย วา อานนฺท สติ วจีสญฺเจตนาเหตุ อุปฺปชฺชติ อชฺฌตฺตํ สุขทุกฺขํ มเน วา อานนฺท สติ มโนสญฺเจตนาเหตุ อุปฺปชฺชติ อชฺฌตฺตํ สุขทุกฺขนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ รูปํ กมฺมนฺติ ฯ
ส. รูป เป็นกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายสัญเจตนา ๓ อย่าง เป็นกายกรรมฝ่ายอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก วจีสัญ- เจตนา ๔ อย่าง เป็นวจีกรรมฝ่ายอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็น วิบาก มโนสัญเจตนา ๓ อย่าง เป็นมโนกรรมฝ่ายอกุศล มีทุกข์เป็น กำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายสัญเจตนา ๓ อย่าง เป็นกายกรรมฝ่ายกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก วจีสัญเจตนา @ สํ. นิ. ข้อ ๘๓ หน้า ๔๗ ๔ อย่าง เป็นวจีกรรมฝ่ายกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก มโน สัญเจตนา ๓ อย่าง เป็นมโนกรรมฝ่ายกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุข เป็นวิบาก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูป เป็นกรรม
รูปํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ติวิธา ภิกฺขเว กายสญฺเจตนา อกุสลํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากํ จตุพฺพิธา ภิกฺขเว วจีสญฺเจตนา อกุสลํ วจีกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากํ ติวิธา ภิกฺขเว มโนสญฺเจตนา อกุสลํ มโนกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากํ ติวิธา ภิกฺขเว กายสญฺเจตนา กุสลํ กายกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากํ จตุพฺพิธา ภิกฺขเว วจีสญฺเจตนา กุสลํ วจีกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากํ ติวิธา ภิกฺขเว มโนสญฺเจตนา กุสลํ มโนกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ รูปํ กมฺมนฺติ ฯ
ส. รูป เป็นกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ ถ้าสมิทธิ ผู้โมฆบุรุษนี้ ถูกปาตลิบุตรปริพาชกถามอย่างนี้ ควรพยากรณ์อย่างนี้ว่า อาวุโส ปาตลิบุตร บุคคลทำกรรมอันเป็นด้วยสัญเจตนา ด้วยกาย วาจา ใจ เป็นกรรมที่จะให้ได้เสวยความสุขแล้ว เขาย่อมจะได้เสวยความ สุข บุคคลทำกรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาด้วยกาย วาจา ใจ เป็น กรรมที่จะให้ได้เสวยความทุกข์แล้ว เขาย่อมจะได้เสวยความทุกข์ บุคคลทำกรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาด้วยกาย วาจา ใจ เป็น กรรมที่จะให้ได้เสวยเวทนาอันมิใช่ทุกข์มิใช่สุขแล้ว เขาย่อมจะได้ เสวยเวทนาอันมิใช่ทุกข์มิใช่สุข ดูกรอานนท์ สมิทธิ ผู้โมฆบุรุษ เมื่อพยากรณ์อย่างนี้แล้ว ชื่อว่า พึงพยากรณ์โดยชอบแก่ปาตลิ บุตรปริพาชก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูป เป็นกรรม รูปังกัมมันติกถา จบ ----------------------------------------------------- @ ม. อุ. ข้อ ๖๐๒ หน้า ๓๘๘
รูปํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สจายํ อานนฺท สมิทฺธิ โมฆปุริโส ปาตลิปุตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส เอวํ ปุฏฺโฐ เอวํ พฺยากเรยฺย สญฺเจตนิยํ อาวุโส ปาตลิปุตฺต กมฺมํ กตฺวา กาเยน วาจาย มนสา สุขเวทนิยํ สุขํ โส เวทยติ สญฺเจตนิยํ อาวุโส ปาตลิปุตฺต กมฺมํ กตฺวา กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺขเวทนิยํ ทุกฺขํ โส เวทยติ สญฺเจตนิยํ อาวุโส ปาตลิปุตฺต กมฺมํ กตฺวา กาเยน วาจาย มนสา อทุกฺขมสุขเวทนิยํ อทุกฺขมสุขํ โส เวทยตีติ เอวํ พฺยากรมาโน โข อานนฺท สมิทฺธิ โมฆปุริโส ปาตลิปุตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส สมฺมา พฺยากรมาโน พฺยากเรยฺยาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ รูปํ กมฺมนฺติ ฯ รูปํ กมฺมนฺติกถา ฯ ---------