รูปังเหตูติกถา
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ รูปังเหตูติกถา
รูปํเหตูติกถา
สกวาที รูปเป็นเหตุ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว @ ขุ. ธ. ข้อ ๓๐ หน้า ๕๑ ส. เป็นเหตุ คือ อโลภะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นเหตุ คือ อโทสะ ฯลฯ เป็นเหตุ คือ อโมหะ เป็นเหตุ คือ โลภะ เป็นเหตุ คือ โทสะ เป็นเหตุ คือ โมหะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เป็นเหตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มี มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า รูปเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็นเหตุ
รูปํ เหตูติ ฯ อามนฺตา ฯ อโลโภ เหตูติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโทโส เหตุ ฯเปฯ อโมโห เหตุ โลโภ เหตุ โทโส เหตุ โมโห เหตูติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ เหตูติ ฯ อามนฺตา ฯ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ รูปํ เหตูติ ฯ
ป. อโลภะเป็นเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่ง อโลภะนั้น มีอยู่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปเป็นเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อโทสะเป็นเหตุ อโมหะเป็นเหตุ โลภะเป็นเหตุ โทสะเป็นเหตุ โมหะ เป็นเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งโมหะนั้น มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปเป็นเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อโลโภ เหตุ สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ เหตุ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโทโส เหตุ อโมโห เหตุ โลโภ เหตุ โทโส เหตุ โมโห เหตุ สารมฺมโณ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ เหตุ สารมฺมณํ อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปเป็นเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่ง รูปนั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อโลภะเป็นเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ แห่งอโลภะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปเป็นเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูป นั้น ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อโทสะเป็นเหตุ อโมหะเป็นเหตุ โลภะเป็นเหตุ โทสะเป็นเหตุ โมหะ เป็นเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งโมหะนั้น ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปํ เหตุ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อโลโภ เหตุ อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ เหตุ อนารมฺมณํ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ อามนฺตา ฯ อโทโส เหตุ อโมโห เหตุ โลโภ เหตุ โทโส เหตุ โมโห เหตุ อนารมฺมโณ นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นเหตุหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นเหตุ โดยเป็นที่อาศัยแห่งอุปาทายรูปทั้งหลาย มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า มหาภูตเป็นเหตุโดยเป็นที่อาศัยแห่งอุปาทายรูปทั้งหลาย ด้วย เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า รูปเป็นเหตุ รูปังเหตูติกถา จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ รูปํ เหตูติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ มหาภูตา อุปาทายรูปานํ อุปาทายเหตูติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มหาภูตา อุปาทายรูปานํ อุปาทายเหตุ เตน วต เร วตฺตพฺเพ รูปํ เหตูติ ฯ รูปํเหตูติกถา ฯ ------------