This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

๗. ทิพพจักขุกถา ว่าด้วยทิพยจักษุ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释2 条1 个版本

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๗. ทิพพจักขุกถา (๒๗) ๗. ทิพพจักขุกถา (๒๗) ว่าด้วยทิพยจักษุ

๓๗๓

สก. มังสจักษุ(ตาเนื้อ)ที่ธรรม อุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุ(ตาทิพย์) ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสจักษุคือทิพยจักษุ ทิพยจักษุก็คือมังสจักษุใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสจักษุมีสภาพอย่างไร ทิพยจักษุก็มีสภาพอย่างนั้น ทิพยจักษุมีสภาพ อย่างไร มังสจักษุก็มีสภาพอย่างนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสจักษุกับทิพยจักษุเป็นอันเดียวกัน ทิพยจักษุกับมังสจักษุก็เป็นอัน เดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงจตุตถฌาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๓/๑๙๖) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๓/๑๙๖) @ เพราะมีความเห็นว่า ดวงตาปกติของบุคคลผู้เข้าถึงจตุตถฌาน ท่านเรียกว่า ทิพยจักษุ อันเป็นข้อ ๑ ใน @อภิญญา ๖ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๓/๑๙๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๓} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๗. ทิพพจักขุกถา (๒๗) สก. มังสจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิสัย อานุภาพ โคจรของมังสจักษุมีสภาพอย่างไร วิสัย อานุภาพ โคจร ของทิพยจักษุก็มีสภาพอย่างนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสจักษุเป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิยึดถือแล้ว เป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดถือได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุเป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิยึดถือแล้ว เป็นสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดถือได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสจักษุเป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุเป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสจักษุเป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุเป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจรได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มังสจักษุเป็นสภาวธรรมที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์แล้วเป็นสภาวธรรมที่ไม่ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๔} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๗. ทิพพจักขุกถา (๒๗)

๓๗๔

สก. มังสจักษุที่ธรรม อุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิพยจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นมังสจักษุได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุที่ธรรม อุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิพยจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นปัญญาจักษุ(ตาปัญญา)ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิพยจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นปัญญาจักษุได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มังสจักษุที่ธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพยจักษุได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักษุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มี ๓ อย่าง คือ มังสจักษุ ทิพยจักษุ และปัญญาจักษุ” มิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงกามาวจรธรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๔/๑๙๗) @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรธรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๗๔/๑๙๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๕} พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๓. ตติยวรรค] ๗. ทิพพจักขุกถา (๒๗) สก. หากจักษุ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มี ๓ อย่าง คือ (๑) มังสจักษุ (๒) ทิพยจักษุ (๓) ปัญญาจักษุ” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้น” สก. จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย จักษุนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างอะไรบ้าง คือ (๑) มังสจักษุ (๒) ทิพยจักษุ (๓) ปัญญาจักษุ จักษุมี ๓ อย่างนี้แล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้อุดมบุรุษ ได้ตรัสจักษุ ๓ อย่าง คือ มังสจักษุ ทิพยจักษุ และปัญญาจักษุอันยอดเยี่ยม ความเกิดขึ้นแห่งมังสจักษุเป็นทางแห่งทิพยจักษุ เมื่อใด ญาณคือปัญญาจักษุอันยอดเยี่ยมเกิดขึ้น เมื่อนั้น ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ เพราะได้ปัญญาจักษุ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้น” ทิพพจักขุกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.อิติ. (แปล) ๒๕/๖๑/๔๑๖-๔๑๗ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๓๗๖}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๗. ทิพพจักขุกถา ว่าด้วยทิพยจักษุ