This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระอภิธรรมปิฎก

ปริโภคมยปุญญกถา

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๑๔๕–๑๑๕๒พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์8 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปริโภคมยปุญญกถา

ปริโภคมยปุญฺญกถา

๑๑๔๕

สกวาที บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ผัสสะสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้หรือ เวทนา สัญญาเจตนา จิต สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา สำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริโภคมโย ผสฺโส วฑฺฒติ เวทนา วฑฺฒติ สญฺญา วฑฺฒติ เจตนา วฑฺฒติ จิตฺตํ วฑฺฒติ สทฺธา วฑฺฒติ วิริยํ วฑฺฒติ สติ วฑฺฒติ สมาธิ วฑฺฒติ ปญฺญา วฑฺฒตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๑๔๖

ส. บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เจริญได้ดุจเครือเถา ดุจเครือเถาย่างทราย ดุจต้นไม้ ดุจหญ้า ดุจแพ แห่งหญ้าปล้อง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ลตา วิย วฑฺฒติ มาลุวา วิย วฑฺฒติ รุกฺโข วิย วฑฺฒติ ติณํ วิย วฑฺฒติ มุญฺชปุญฺโช วิย วฑฺฒตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๑๔๗

ส. บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทายกให้ทานแล้วไม่สนใจก็เป็นบุญได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นได้แก่ผู้ไม่นึก เป็นได้แก่ผู้ไม่กังวล เป็นได้แก่ผู้ไม่สนใจ เป็นได้ แก่ผู้ไม่กระทำไว้ในใจ เป็นได้แก่ผู้ไม่จงใจ เป็นได้แก่ผู้ไม่ปรารถนา เป็น ได้แก่ผู้ไม่ตั้งใจ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุญเป็นได้แก่ผู้นึกถึง เป็นได้แก่ผู้กังวล เป็นได้แก่ผู้สนใจ เป็นได้แก่ ผู้ทำไว้ในใจ เป็นได้แก่ผู้จงใจ เป็นได้แก่ผู้ปรารถนา เป็นได้แก่ผู้ตั้งใจ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุญเป็นได้แก่ผู้นึกถึง เป็นได้แก่ผู้กังวล เป็นได้แก่ผู้สนใจ เป็นได้แก่ผู้ทำไว้ในใจ เป็นได้แก่ผู้จงใจ เป็นได้แก่ผู้ปรารถนา เป็น ได้แก่ผู้ตั้งใจ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้

ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทายโก ทานํ ทตฺวา น สมนฺนาหรติ โหติ ปุญฺญนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาวชฺชนฺตสฺส โหติ อนาโภคสฺส โหติ อสมนฺนาหรนฺตสฺส โหติ อมนสิกโรนฺตสฺส โหติ อเจตยนฺตสฺส โหติ อปตฺถยนฺตสฺส โหติ อปฺปณิทหนฺตสฺส โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อาวชฺชนฺตสฺส โหติ อาโภคสฺส โหติ สมนฺนาหรนฺตสฺส โหติ มนสิกโรนฺตสฺส โหติ เจตยนฺตสฺส โหติ ปตฺถยนฺตสฺส โหติ ปณิทหนฺตสฺส โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อาวชฺชนฺตสฺส โหติ อาโภคสฺส โหติ สมนฺนาหรนฺตสฺส โหติ มนสิกโรนฺตสฺส โหติ เจตยนฺตสฺส โหติ ปตฺถยนฺตสฺส โหติ ปณิทหนฺตสฺส โหติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ

๑๑๔๘

ส. บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทายกถวายทาน ตรึกกามวิตกอยู่ ตรึกพยาบาทวิตกอยู่ ตรึกวิหิงสา- วิตกอยู่ ก็เป็นบุญได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ เป็นฝ่ายดำและฝ่ายขาว มารวมกันได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ เป็นฝ่ายดำและฝ่ายขาว มารวมกันได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ไกลกัน ไกลกันนัก ๔ ประการเป็นไฉน ฟ้าและแผ่นดินนี้ประการแรก ซึ่ง ไกลกัน ไกลกันนัก ฝั่งข้างนี้และฝั่งข้างโน้นแห่งสมุทร นี้ประการ ที่ ๒ ซึ่งไกลกัน ไกลกันนัก แดนอาทิตย์อุทัย และด้าวอัสดงคต นี้ประการที่ ๓ ซึ่งไกลกัน ไกลกันนัก ธรรมของสัตบุรุษและ ธรรมของอสัตบุรุษ นี้ประการที่ ๔ ซึ่งไกลกัน ไกลกันนัก ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้แล ไกลกัน ไกลกันนัก ท้องฟ้ากับแผ่นดิน ไกลกัน ฝั่งสมุทรเขาก็ว่าไกลกัน แดนอาทิตย์อุทัย และด้าวอัสดงคต ก็ไกลกัน ธรรมของสัตบุรุษ กับธรรมของอสัต- บุรุษ กล่าวได้ว่า ไกลกันกว่านั้นอีก สมาคมของพวกสัตบุรุษ ยั่งยืน คงที่ อยู่ได้แม้ตลอดกาล ที่ดำรงชีพ อยู่ แต่สมาคมของพวกอสัตบุรุษ ย่อมเสื่อมไปเร็วแท้ เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษ จึงไกลจากอสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิ ใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลที่มีโทษและไม่ มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่เป็นฝ่ายดำและฝ่ายขาว มารวมกันได้

ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทายโก ทานํ ทตฺวา กามวิตกฺกํ วิตกฺเกติ พฺยาปาทวิตกฺกํ วิตกฺเกติ วิหึสาวิตกฺกํ วิตกฺเกติ โหติ ปุญฺญนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ {๑๑๔๘.๑} น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว สุวิทูรวิทูรานิ ฯ กตมานิ จตฺตาริ ฯ นภญฺจ ภิกฺขเว ปฐวี จ อิทํ ปฐมํ สุวิทูรวิทูรํ โอริมญฺจ ภิกฺขเว ตีรํ สมุทฺทสฺส ปาริมญฺจ ตีรํ อิทํ ทุติยํ สุวิทูรวิทูรํ ยโต จ ภิกฺขเว เวโรจโน อพฺภุเทติ ยตฺถ จ อตฺถเมติ อิทํ ตติยํ สุวิทูรวิทูรํ สตญฺจ ภิกฺขเว ธมฺมา อสตญฺจ ธมฺมา อิทํ จตุตฺถํ สุวิทูรวิทูรํ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ สุวิทูรวิทูรานีติ นภญฺจ ทูเร ปฐวี จ ทูเร ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร ยโต จ เวโรจโน อพฺภุเทติ ปภงฺกโร ยตฺถ จ อตฺถเมติ ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ สตญฺจ ธมฺมํ อสตญฺจ ธมฺมํ อพฺยายิโก โหติ สตํ สมาคโม ยาวมฺปิ ติฏฺเฐยฺย ตเถว โหติ ขิปฺปํ หเวติ อสตํ สมาคโม ตสฺมา สตํ ธมฺโม อสพฺภิ อารกาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ กุสลากุสลา สาวชฺชานวชฺชา หีนปฺปณีตา กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ

๑๑๔๙

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ชนเหล่าใด ปลูกสร้างสวน ปลูกสร้างป่า สร้างสะพาน ขุดบ่อน้ำ สระน้ำ สร้างที่พักอาศัยให้เป็นทาน บุญ ย่อมเจริญมากแก่ชนเหล่านั้นทุกเมื่อ ทั้งกลางวันกลางคืน ชนเหล่า @ อํ. จตุกฺก. ข้อ ๔๗ หน้า ๖๕ นั้นตั้งอยู่ในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมจะไปสู่สวรรค์ ดังนี้ เป็น สูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุญก็สำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้น่ะสิ

น วตฺตพฺพํ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อารามโรปา วนโรปา เย ชนา เสตุการกา ปปญฺจ อุทปานญฺจ เย ททนฺติ อุปสฺสยํ เตสํ ทิวา จ รตฺโต จ สทา ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนา เต ชนา สคฺคคามิโนติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ

๑๑๕๐

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำคือบุญ ห้วง น้ำคือกุศล ๔ ประการนี้ นำมาซึ่งความสุข มีอารมณ์งาม มีสุขเป็น วิบาก ยังสัตว์ให้เป็นไปในสวรรค์ เป็นไปพร้อมเพื่อผลอันน่าปรา- รถนา เพื่อผลอันน่าใคร่ เพื่อผลอันน่าพึงใจ เพื่อประโยชน์ เพื่อ ความสุข ๔ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อบริโภค จีวรของบุคคลใด เข้าเจโตสมาธิหาประมาณมิได้อยู่ ห้วงน้ำคือบุญ ห้วงน้ำคือกุศล ของบุคคลนั้น ก็หาประมาณมิได้ นำมาซึ่งความสุข มีอารมณ์งาม มีสุขเป็นวิบาก ยังสัตว์ให้เป็นไปในสวรรค์ เป็นไป พร้อมเพื่อผลอันน่าปรารถนา เพื่อผลอันน่าใคร่ เพื่อผลอันน่าพึงใจ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ภิกษุ เมื่อบริโภคบิณฑบาต ฯลฯ เมื่อบริโภคเสนาสนะ ฯลฯ เมื่อบริโภคคิลานปัจจัยเภสัชบริขารของ บุคคลใด เข้าเจโตสมาธิหาประมาณมิได้อยู่ ห้วงน้ำคือบุญ ห้วงน้ำ คือกุศล ของบุคคลนั้น ก็หาประมาณมิได้ นำมาซึ่งความสุข มีอารมณ์ งาม มีสุขเป็นวิบาก ยังสัตว์ให้เป็นไปในสวรรค์ ย่อมเป็นไปพร้อม เพื่อผลอันน่าปรารถนา น่าใคร่ เพื่อผลอันน่าพึงใจ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำคือบุญ ห้วงน้ำคือกุศล ๔ ประการนี้แล นำมาซึ่งความสุข มีอารมณ์งาม มีสุขเป็นวิบาก ยังสัตว์ @ สํ. สคาถ. ข้อ ๑๔๖ หน้า ๔๖ ให้เป็นไปในสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อผลอันน่าปรารถนา เพื่อผลอัน น่าใคร่ เพื่อผลอันน่าพึงใจ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ดังนี้ เป็น สูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุญก็สำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้น่ะสิ

น วตฺตพฺพํ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา จตฺตาโรเม ภิกฺขเว ปุญฺญาภิสนฺทา กุสลาภิสนฺทา สนฺทา สุขสฺสาหารา โสวคฺคิกา สุขวิปากา สคฺคสํวตฺตนิกา อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺติ ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ ยสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุ จีวรํ ปริภุญฺชมาโน อปฺปมาณํ เจโตสมาธึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อปฺปมาโณ ตสฺส ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท สุขสฺสาหาโร โสวคฺคิโก สุขวิปาโก สคฺคสํวตฺตนิโก อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตติ ยสฺส ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชมาโน ฯเปฯ เสนาสนํ ปริภุญฺชมาโน ฯเปฯ {๑๑๕๐.๑} คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปริภุญฺชมาโน อปฺปมาณํ เจโตสมาธึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ อปฺปมาโณ ตสฺส ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท สุขสฺสาหาโร โสวคฺคิโก สุขวิปาโก สคฺคสํวตฺตนิโก อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตติ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร ปุญฺญาภิสนฺทา กุสลาภิสนฺทา สุขสฺสาหารา โสวคฺคิกา สุขวิปากา สคฺคสํวตฺตนิกา อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ

๑๑๕๑

ส. บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทายกให้ทาน ปฏิคาหกรับแล้วไม่บริโภค แต่ทิ้งเสีย สละเสีย เป็นบุญ ได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ทายกให้ทาน ปฏิคาหกรับแล้วไม่บริโภค แต่ทิ้งเสีย สละเสีย เป็นบุญได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุญสำเร็จแต่การบริโภค เจริญได้

ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทายโก ทานํ เทติ ปฏิคฺคาหโก ปฏิคฺคเหตฺวา น ปริภุญฺชติ ฉฑฺเฑติ วิสฺสชฺเชติ โหติ ปุญฺญนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ทายโก ทานํ เทติ ปฏิคฺคาหโก ปฏิคฺคเหตฺวา น ปริภุญฺชติ ฉฑฺเฑติ วิสฺสชฺเชติ โหติ ปุญฺญํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ

๑๑๕๒

ส. บุญสำเร็จแต่การบริโภคเจริญได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทายกให้ทาน ครั้นเมื่อปฏิคาหกรับแล้ว พระราชาริบไปเสีย หรือโจรลัก ไปเสีย หรือไฟไหม้เสีย หรือน้ำพัดไปเสีย หรือทายาทผู้ไม่เป็นที่รักนำ ไปเสีย เป็นบุญได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ทายกให้ทาน ครั้นเมื่อปฏิคาหกรับแล้ว พระราชาริบไปเสีย หรือโจรลักไปเสีย หรือไฟไหม้เสีย หรือน้ำพัดไปเสีย หรือทายาทผู้ไม่ เป็นที่รักนำไปเสีย ก็เป็นบุญได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุญสำเร็จแต่การ บริโภค ย่อมเจริญได้ ปริโภคมยปุญญกถา จบ ----------------------------------------------------- @ อํ. จตุกฺก. ข้อ ๕๑ หน้า ๗๑

ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทายโก ทานํ เทติ ปฏิคฺคาหเก ปฏิคฺคหิเต ราชาโน วา หรนฺติ โจรา วา หรนฺติ อคฺคิ วา ทหติ อุทกํ วา วหติ อปฺปิยา วา ทายาทา หรนฺติ โหติ ปุญฺญนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ทายโก ทานํ เทติ ปฏิคฺคาหเก ปฏิคฺคหิเต ราชาโน วา หรนฺติ โจรา วา หรนฺติ อคฺคิ วา ทหติ อุทกํ วา วหติ อปฺปิยา วา ทายาทา หรนฺติ โหติ ปุญฺญํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒตีติ ฯ ปริโภคมยปุญฺญกถา ฯ ---------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ปริโภคมยปุญญกถา