This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระอภิธรรมปิฎก

อันตราภวกถา

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๑๙๘–๑๒๐๙พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์12 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อันตราภวกถา

อนฺตราภวกถา

๑๑๙๘

สกวาที อันตราภพ มีอยู่หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นกามภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นอรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ กามภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูปภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๑๙๙

ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ ภพในระหว่าง ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ในระหว่างรูปภพและอรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ กามภวสฺส จ รูปภวสฺส จ อนฺตเร อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปภวสฺส จ อรูปภวสฺส จ อนฺตเร อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๒๐๐

ส. อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า อันตราภพมีอยู่ ป. อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างรูปภพกับอรูปภพหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างรูปภพกับอรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า อันตราภพมีอยู่

กามภวสฺส จ รูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามภวสฺส จ รูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ รูปภวสฺส จ อรูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ รูปภวสฺส จ อรูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

๑๒๐๑

ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพนั้น เป็นกำเนิดที่ห้า เป็นคติที่หก เป็นวิญญาณฐิติที่แปด เป็นสัตตาวาสที่สิบ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพเป็นปัญจโวการภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ ปญฺจมี สา โยนิ ฉฏฺฐมี สา คติ อฏฺฐมี สา วิญฺญาณฏฺฐิติ ทสโม โส สตฺตาวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๒๐๒

ส. กามภพมีอยู่ กามภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในกามภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามภพ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ กามภโว กามภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภโว อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ กามภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ กามภวูปคา สตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๒๐๓

ส. รูปภพมีอยู่ รูปภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็น สงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปภพ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปภพมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูปภพ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปภพเป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพเป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ รูปภโว รูปภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภโว อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปภวูปคา สตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๒๐๔

ส. อรูปภพ มีอยู่ อรูปภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพ มีอยู่ อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็น สงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอรูปภพ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอรูปภพ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรูปภพเป็นจตุโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพเป็นจตุโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อตฺถิ อรูปภโว อรูปภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภโว อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรูปภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรูปภวูปคา สตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปภเว อตฺถิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว อตฺถิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปภโว จตุโวการภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว จตุโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๒๐๕

ส. อันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับสัตว์ทั้งปวงทีเดียว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับสัตว์ทั้งปวงทีเดียว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับสัตว์ทั้งปวงทีเดียว ก็ต้องไม่กล่าวว่า อันตราภพมีอยู่

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพสญฺเญว สตฺตานํ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺเพสญฺเญว สตฺตานํ นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺเพสญฺเญว สตฺตานํ นตฺถิ อตฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

๑๒๐๖

ส. อันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้กระทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม ก็ต้องไม่ กล่าวว่า อันตราภพมีอยู่

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

๑๒๐๗

ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงนรก ฯลฯ สำหรับบุคคลผู้เข้าถึง อสัญญสัตว์ ฯลฯ สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า อันตราภพมีอยู่

นอานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ นอานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิรยูปคสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อสญฺญสตฺตูปคสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

๑๒๐๘

ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงรูปภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

นอรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ นอรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑๒๐๙

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อันตราภพมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้อันตราปรินิพพายี มีอยู่ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้อันตราปรินิพพายีมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า อันตราภพมีอยู่ ส. อันตราภพ ชื่อว่ามีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อันตราปรินิพพายี มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อุปหัจจปรินิพพายีมีอยู่ อุปหัจจภพก็ชื่อว่ามี อยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพ ชื่อว่ามีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อันตราปรินิพพายี มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อสังขารปรินิพพายีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลผู้ สสังขารปรินิพพายีมีอยู่ สสังขารภพก็ชื่อว่ามีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อันตราภวกถา จบ -----------------------------------------------------

น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนฺตราปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนฺตราปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถิ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อนฺตราปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปหจฺจปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ อุปหจฺจภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตรา- ปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขารปรินิพฺพายิปุคฺคโล ฯเปฯ สสงฺขารปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ สสงฺขารภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภวกถา ฯ -------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

อันตราภวกถา