This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก

วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่าง

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๘๕พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่าง ๑. สวดปาติโมกข์

๑๘๕

ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่งถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป จึงภิกษุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุต้องทำอุโบสถ ดังนี้ ก็พวกเรามีอยู่เพียง ๔ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวด ปาติโมกข์. ๒. ทำปาริสุทธิอุโบสถ สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่งถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๓ รูป จึงภิกษุเหล่านั้น ได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวดปาติโมกข์ ก็พวกเรามีอยู่ เพียง ๓ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กัน. วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๓ รูป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำปาริสุทธิอุโบสถ อย่างนี้. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้ภิกษุเหล่านั้นทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ญัตติกรรมวาจา ท่านทั้งหลายเจ้าข้า ขอจงฟังข้าพเจ้า อุโบสถวันนี้ที่ ๑๕ ถ้าความพร้อมพรั่งของ ท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว เราทั้งหลายพึงทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กันเถิด. ภิกษุผู้เถระพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วบอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า:- คำบอกความบริสุทธิ์ ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ภิกษุผู้นวกะพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้วบอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า:- ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๒ รูป จึงภิกษุเหล่านั้น ได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูปสวดปาติโมกข์ ให้ภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กัน ก็พวกเรามีเพียง ๒ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้ภิกษุ ๒ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ. วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๒ รูป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำปาริสุทธิอุโบสถอย่างนี้:- ภิกษุผู้เถระพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้ว บอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุผู้นวกะอย่างนี้ว่า:- คำบอกความบริสุทธิ์ ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ภิกษุผู้นวกะพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้ว บอกความ บริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุผู้เถระอย่างนี้ว่า:- คำบอกความบริสุทธิ์ ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ๓. อธิษฐานอุโบสถ สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่รูปเดียว จึงภิกษุนั้นได้มีความ ปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวดปาติโมกข์ ให้ภิกษุ ๓ รูปทำปาริสุทธิ- *อุโบสถแก่กัน ให้ภิกษุ ๒ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ ก็เรามีอยู่เพียงรูปเดียว จะพึงทำอุโบสถ อย่างไรหนอ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุในศาสนานี้อยู่รูปเดียว. ภิกษุนั้นพึงกวาดสถานที่เป็นที่ไปมาแห่งภิกษุทั้งหลาย คือจะเป็นโรงฉัน มณฑป หรือโคนต้นไม้ ก็ตาม แล้วตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ ปูอาสนะ ตามประทีปไว้ แล้วนั่งรออยู่. ถ้ามีภิกษุเหล่าอื่นมา พึงทำอุโบสถร่วมกับพวกเธอ ถ้าไม่มีมา พึงอธิษฐานว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถของเรา ถ้าไม่ อธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่ง มา แล้ว ๓ รูปสวดปาติโมกข์ไม่ได้ ถ้าขืนสวด ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๓ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่ง มา แล้ว ๒ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถไม่ได้ ถ้าขืนทำ ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๒ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่ง มา แล้วอีกรูปหนึ่งอธิษฐานไม่ได้ ถ้าขืนอธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ.

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ จตฺตาโร ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา ปญฺญตฺตํ อุโปสโถ กาตพฺโพติ มยญฺจมฺห จตฺตาโร ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ มยญฺจมฺห ตโย ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺโพ ฯ พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโส ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ มยํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กเรยฺยามาติ ฯ {๑๘๕.๑} เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เต ภิกฺขู เอวมสฺสุ วจนียา ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ นวเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เต ภิกฺขู เอวมสฺสุ วจนียา ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ {๑๘๕.๒} เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เทฺว ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ มยญฺจมฺห เทฺว ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺโพ ฯ เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา นโว ภิกฺขุ เอวมสฺส วจนีโย ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหีติ ฯ นวเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เถโร ภิกฺขุ เอวมสฺส วจนีโย ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ {๑๘๕.๓} เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เอโก ภิกฺขุ วิหรติ ฯ อถโข ตสฺส ภิกฺขุโน เอตทโหสิ ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ อหญฺจมฺหิ เอกโก กถํ นุ โข มยา อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เอโก ภิกฺขุ วิหรติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ยตฺถ ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺติ อุปฏฺฐานสาลาย วา มณฺฑเป วา รุกฺขมูเล วา โส เทโส สมฺมชฺชิตฺวา ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปทีปํ กตฺวา นิสีทิตพฺพํ ฯ สเจ อญฺเญ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ เตหิ สทฺธึ อุโปสโถ กาตพฺโพ โน เจ อาคจฺฉนฺติ อชฺช เม อุโปสโถติ อธิฏฺฐาตพฺโพ โน เจ อธิฏฺฐเหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ จตฺตาโร ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา ตีหิ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ อุทฺทิเสยฺยุญฺเจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา ทฺวีหิ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ กเรยฺยุญฺเจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ เทฺว ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา เอเกน อธิฏฺฐาตพฺโพ อธิฏฺฐเหยฺย เจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่าง