This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๔

本册其他条目

เรื่องทรงมนสิการปฏิจจสมุปบาท๒. อชปาลกถา ว่าด้วยเหตุการณ์ขณะประทับอยู่ ณ ควงต้นอชปาลนิโครธ๓. มุจลินทกถา ว่าด้วยเหตุการณ์ขณะประทับอยู่ ณ ควงต้นมุจลินท์๔. ราชายตนกถา ว่าด้วยเหตุการณ์ขณะประทับอยู่ ณ ควงต้นราชายตนะ๕. พรหมยาจนกถา ว่าด้วยพรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรมพรหมนิคมคาถา เรื่องทรงพิจารณาเวไนยสัตว์เปรียบด้วยดอกบัว๖. ปัญจวัคคิยกถา ว่าด้วยภิกษุปัญจวัคคีย์ เรื่องอาฬารดาบสกาลามโคตร เรื่องอุททกดาบสรามบุตรเรื่องอุปกาชีวกเรื่องทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรภิกษุปัญจวัคคีย์ทูลขอการบรรพชาอุปสมบทอนัตตลักขณสูตรเรื่องยสกุลบุตร บิดาตามหายสกุลบุตร ยสกุลบุตรสำเร็จพระอรหัตตผล มารดาและภรรยาเก่าของพระยสะได้ธรรมจักษุ เรื่องการบรรพชาของสหาย ๔ คนของพระยสะ เรื่องการบรรพชาของสหาย ๕๐ คนของพระยสะ ๘. มารกถา ว่าด้วยมาร เรื่องส่งพระอรหันต์ ๖๐ รูป ไปประกาศศาสนา๙. ปัพพัชชูปสัมปทากถา ว่าด้วยการบรรพชาและอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์ เรื่องทรงอนุญาตภิกษุบรรพชาอุปสมบทให้กุลบุตร ไตรสรณคมน์ ว่าด้วยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ๑๐. ทุติยมารกถา ว่าด้วยมาร เรื่องที่ ๒ เรื่องทรงแนะวิธีให้ได้อนุตตรวิมุตติ ๑๑. ภัททวัคคิยวัตถุ ว่าด้วยภิกษุภัททวัคคีย์ เรื่องทรงแสดงธรรมโปรดภัททวัคคีย์ ๓๐ คนเรื่องชฎิล ๓ พี่น้อง ปาฏิหาริย์ที่ ๑ เรื่องโรงบูชาไฟ ปาฏิหาริย์ที่ ๒ เรื่องท้าวมหาราชทั้ง ๔ ปาฏิหาริย์ที่ ๓ เรื่องท้าวสักกะ ปาฏิหาริย์ที่ ๔ เรื่องท้าวสหัมบดีพรหม ปาฏิหาริย์ที่ ๕ เรื่องชาวอังคะและมคธ เรื่องผ้าบังสุกุล เรื่องสระโบกขรณี เรื่องขยำผ้าบังสุกุลบนแผ่นศิลา เรื่องพาดผ้าบังสุกุลบนต้นกุ่ม เรื่องผึ่งผ้าบังสุกุลบนแผ่นศิลา ปาฏิหาริย์เก็บผลหว้า ปาฏิหาริย์เก็บผลมะม่วง ผลมะขามป้อม ดอกปาริฉัตร เรื่องพวกชฎิลผ่าฟืน เรื่องพวกชฎิลก่อไฟ เรื่องพวกชฎิลดับไฟ เรื่องพวกชฎิลดำน้ำ เรื่องภาชนะใส่ไฟ เรื่องฝนตกน้ำท่วม ชฎิล ๓ พี่น้องทูลขอการบรรพชาอุปสมบท อาทิตตปริยายสูตรเรื่องสวนตาลหนุ่ม เรื่องพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องความปรารถนา ๕ ประการของพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ คาถาสดุดีพระพุทธเจ้าพระอัสสชิแสดงธรรม สารีบุตรปริพาชกได้ธรรมจักษุ สารีบุตรปริพาชกเปลื้องคำสัญญา โมคคัลลานปริพาชกได้ธรรมจักษุ สองสหายไปอำลาอาจารย์ ทรงพยากรณ์พระอัครสาวก ทูลขอการบรรพชาอุปสมบท เรื่องกุลบุตรชาวมคธมีชื่อเสียงบรรพชาเรื่องภิกษุนุ่งห่มไม่เรียบร้อย ทรงอนุญาตอุปัชฌาย์ วิธีถืออุปัชฌาย์ อุปัชฌายวัตร๑๖. สัทธิวิหาริกวัตตกถา ว่าด้วยสัทธิวิหาริกวัตร๑๗. ปณามิตกถา ว่าด้วยการประณาม เรื่องทรงอนุญาตให้ประณาม วิธีประณาม สัทธิวิหาริกไม่ขอขมา อุปัชฌาย์ไม่รับการขอขมา ทรงปรับทุกกฏเมื่อประณามไม่ถูกต้อง องค์แห่งการประณามเรื่องพราหมณ์ซูบผอมเพราะไม่ได้บวช อุปสมบทด้วยญัตติจตุตถกรรม วิธีให้อุปสมบทและกรรมวาจาให้อุปสมบท เรื่องภิกษุประพฤติไม่สมควร วิธีขอการอุปสมบท กรรมวาจาให้อุปสมบท เรื่องพราหมณ์บวชเพราะเห็นแก่ปากท้อง นิสสัย ๔๑๘. อาจริยวัตตกถา ว่าด้วยอาจริยวัตร เรื่องการบอกนิสสัยแก่มาณพก่อนบวช เรื่องให้อุปสมบทด้วยคณะ เรื่องอุปัชฌาย์มีพรรษาเดียวให้กุลบุตรบวช พุทธประเพณี ทรงตำหนิเรื่องอุปัชฌาย์โง่เขลา เรื่องอุปัชฌาย์หลีกไป เรื่องถือนิสสัยอยู่ ๑๐ พรรษา วิธีถือนิสสัยอาจริยวัตร๑๙. อันเตวาสิกวัตตกถา ว่าด้วยอันเตวาสิกวัตรเรื่องอันเตวาสิกไม่ประพฤติชอบ เรื่องทรงอนุญาตให้ประณาม วิธีประณาม อันเตวาสิกไม่ขอขมา อาจารย์ไม่รับการขอขมา ทรงปรับทุกกฏเมื่อประณามไม่ถูกต้อง องค์แห่งการประณาม๒๑. พาลอัพยัตตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุโง่ไม่ฉลาด เรื่องอาจารย์โง่เขลา ๒๒. นิสสยปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับนิสสัย เรื่องนิสสัยระงับจากอุปัชฌาย์และอาจารย์๒๓. อุปสัมปาเทตัพพปัญจกะ ว่าด้วยองค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ควรให้อุปสมบท ๑๖ หมวด เรื่องภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ ๒๔. อุปสัมปาเทตัพพฉักกะ ว่าด้วยองค์ ๖ แห่งภิกษุผู้ควรให้อุปสมบท ๑๔ หมวด เรื่องภิกษุประกอบด้วยองค์ ๖ติตถิยปริวาส วิธีให้ติตถิยปริวาส ไตรสรณคมน์ ว่าด้วยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ คำขอติตถิยปริวาสและกรรมวาจาให้ติตถิยปริวาส ข้อปฏิบัติที่มิให้สงฆ์ยินดี ข้อปฏิบัติที่ให้สงฆ์ยินดี เรื่องอัญเดียรถีย์เปลือยไม่โกนผม เรื่องชฎิลบูชาไฟ เรื่องอัญเดียรถีย์ศากยะเรื่องอันตรายิกธรรม ทรงห้ามคนเป็นโรคติดต่อบรรพชา๒๗. ราชภฏวัตถุ ว่าด้วยราชภัฏบรรพชา พระเจ้าพิมพิสารทูลขออนุญาต เรื่องพระเจ้าพิมพิสารทูลขอห้ามให้ราชภัฏบรรพชา๒๘. อังคุลิมาลโจรวัตถุ ว่าด้วยโจรองคุลีมาลบรรพชา เรื่องห้ามโจรมีชื่อเสียงบรรพชา๒๙. การเภทกโจรวัตถุ ว่าด้วยโจรแหกเรือนจำบรรพชา ๓๐. ลิขิตกโจรวัตถุ ว่าด้วยโจรถูกออกหมายจับบรรพชา ๓๒. ลักขณาหตวัตถุ ว่าด้วยบุรุษถูกสักหมายโทษบรรพชา๓๓. อิณายิกวัตถุ ว่าด้วยลูกหนี้บรรพชา๓๔. ทาสวัตถุ ว่าด้วยทาสบรรพชา๓๕. กัมมารภัณฑวัตถุ ว่าด้วยบุตรช่างทองผมจุกห้าแหยมบรรพชา ๓๖. อุปาลิทารกวัตถุ ว่าด้วยเด็กชายอุบาลีบรรพชา เด็กชายอุบาลีออกบวช เรื่องทรงห้ามกุลบุตรอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปีอุปสมบท๓๗. อหิวาตกโรควัตถุ ว่าด้วยอหิวาตกโรค กำหนดอายุผู้บรรพชาเป็นสามเณร เรื่องบรรพชาให้เด็กอายุหย่อนกว่า ๑๕ ปีของตระกูลมีศรัทธา ๓๘. กัณฏกวัตถุ ว่าด้วยสามเณรกัณฏกะ๓๙. อาหุนทริกวัตถุ ว่าด้วยทิศคับแคบ ๔๐. นิสสยมุจจนกกถา ว่าด้วยการถือนิสสัยและการพ้นนิสสัย ทรงอนุญาตให้ถือนิสสัย องค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ต้องถือนิสสัย องค์ ๕ แห่งภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสสัย องค์ ๖ แห่งภิกษุผู้ต้องถือนิสสัย องค์ ๖ แห่งภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสสัย๔๑. ราหุลวัตถุ ว่าด้วยพระราหุลกุมารบรรพชา พระราหุลกุมารทรงผนวชเป็นสามเณร วิธีให้บรรพชา ไตรสรณคมน์ ว่าด้วยการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ เรื่องพระเจ้าสุทโธทนะทูลขอพร ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉลาดมีสามเณรหลายรูปไว้อุปัฏฐาก ๔๒. สิกขาปทกถา ว่าด้วยสิกขาบทของสามเณร๔๓. ทัณฑกัมมวัตถุ ว่าด้วยการลงทัณฑกรรมสามเณร เรื่องวิธีลงทัณฑกรรม เรื่องห้ามฉันทางปาก ๔๔. อนาปุจฉาวรณวัตถุ ว่าด้วยการกักกันสามเณรโดยไม่บอกอุปัชฌาย์ ๔๕. อปลาฬนวัตถุ ว่าด้วยการเกลี้ยกล่อมสามเณร ทรงห้ามเกลี้ยกล่อมสามเณร ๔๖. กัณฏกสามเณรวัตถุ ว่าด้วยการนาสนะสามเณรกัณฏกะ องค์ ๑๐ สำหรับนาสนะสามเณร๔๗. ปัณฑกวัตถุ ว่าด้วยบัณเฑาะก์บรรพชา ห้ามบัณเฑาะก์อุปสมบท๔๘. เถยยสังวาสวัตถุ ว่าด้วยคนลักเพศและคนเข้ารีตเดียรถีย์บรรพชา ห้ามคนลักเพศและคนเข้ารีตอุปสมบท๔๙. ติรัจฉานคตวัตถุ ว่าด้วยสัตว์ดิรัจฉานบรรพชา นาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบรรพชา๕๐. มาตุฆาตกวัตถุ ว่าด้วยคนฆ่ามารดาขอบรรพชา ห้ามคนฆ่ามารดาอุปสมบท ๕๑. ปิตุฆาตกวัตถุ ว่าด้วยคนฆ่าบิดาขอบรรพชา ห้ามคนฆ่าบิดาอุปสมบท ๕๒. อรหันตฆาตกวัตถุ ว่าด้วยคนฆ่าพระอรหันต์บรรพชา ห้ามคนฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท๕๓. ภิกขุนีทูสกวัตถุ ว่าด้วยคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้นบรรพชา ห้ามคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้นอุปสมบท เรื่องคนทำลายสงฆ์ เรื่องคนทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต๕๔. อุภโตพยัญชนก ว่าด้วยอุภโตพยัญชนกบรรพชา ห้ามอุภโตพยัญชนกอุปสมบท๕๕. อนุปัชฌายกาทิวัตถุ ว่าด้วยคนไม่มีอุปัชฌาย์อุปสมบทเป็นต้น เรื่องคนมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์ เรื่องคนมีคณะเป็นอุปัชฌาย์ เรื่องคนมีบัณเฑาะก์เป็นอุปัชฌาย์เป็นต้น ๕๖. อปัตตกาทิวัตถุ ว่าด้วยคนไม่มีบาตรอุปสมบทเป็นต้น ห้ามคนไม่มีบาตรอุปสมบท เรื่องคนไม่มีจีวร เรื่องคนไม่มีทั้งบาตรและจีวร เรื่องคนยืมบาตร เรื่องคนยืมจีวร เรื่องคนยืมบาตรและจีวร ๕๗. ปัพพาเชตัพพทวัตติงสวาร ว่าด้วยบุคคลไม่ควรให้บรรพชา ๓๒ จำพวก เรื่องทรงห้ามให้คนมือด้วนเป็นต้นบรรพชา๕๘. อลัชชีนิสสยวัตถุ ว่าด้วยการให้นิสสัยแก่ภิกษุอลัชชี เรื่องทรงห้ามการให้นิสสัยแก่ภิกษุอลัชชี เรื่องทรงห้ามการถือนิสสัยภิกษุอลัชชี ๕๙. คมิกาทินิสสยวัตถุ ว่าด้วยการถือนิสสัยของภิกษุผู้เดินทางเป็นต้น เรื่องภิกษุผู้เดินทางไกลไม่ต้องถือนิสสัย เรื่องภิกษุไข้ไม่ต้องถือนิสัย เรื่องภิกษุผู้พยาบาลไข้ไม่ต้องถือนิสสัย เรื่องไม่ต้องถือนิสสัยเพราะหาผู้ให้นิสสัยไม่ได้๖๐. โคตเตนอนุสสาวนานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตอุปสมบทกรรมโดยสวดระบุโคตรของอุปัชฌาย์ เรื่องพระมหากัสสปะนิมนต์พระอานนท์มาสวดนาค ๖๑. เทฺวอุปสัมปทาเปกขาทิวัตถุ ว่าด้วยอุปสมบทอุปสัมปทาเปกขะ ๒ คนเป็นต้น เรื่องแย่งกันอุปสมบทก่อน เรื่องอุปสมบทครั้งละ ๓ คน มีอุปัชฌาย์รูปเดียว ๖๒. คัพภวีสูปสัมปทานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตอุปสมบทให้กุลบุตรโดยนับอายุ ๒๐ ปีทั้งอยู่ในครรภ์ เรื่องพระกุมารกัสสปะ ๖๓. อุปสัมปทาวิธิ ว่าด้วยอุปสมบทวิธี เรื่องอุปสัมบันถูกโรคเบียดเบียน เรื่องถามอันตรายิกธรรมกับอุปสัมปทาเปกขะ เรื่องสอนซ้อมก่อนถามอันตรายิกธรรม คำบอกบาตรและจีวร เรื่องภิกษุโง่เขลาสอนซ้อม เรื่องภิกษุยังไม่ได้รับแต่งตั้งสอนซ้อม วิธีแต่งตั้งตนและกรรมวาจา วิธีแต่งตั้งผู้อื่นและกรรมวาจา เรื่องห้ามผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขะเดินมาพร้อมกัน คำขออุปสมบท คำแต่งตั้งตนเพื่อถามอันตรายิกธรรม ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา๖๔. จัตตารินิสสยะ ว่าด้วยนิสสัย ๔ เรื่องทรงอนุญาตให้บอกนิสสัย ๔ ๖๕. จัตตาริอกรณียะ ว่าด้วยอกรณียกิจ ๔ เรื่องทิ้งภิกษุบวชใหม่ไว้ตามลำพัง ทรงอนุญาตให้บอกอกรณียกิจ ๔ ๖๖. อาปัตติอทัสสนอุกขิตตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นอาบัติ เรื่องภิกษุถูกลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ เรื่องภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป๖๗. รวมเรื่องที่มีในมหาขันธกะ๖๘. สันนิปาตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้สงฆ์ประชุมกัน เรื่องปริพาชกอัญเดียรถีย์ เรื่องพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ ทรงอนุญาตวันประชุม เรื่องภิกษุประชุมนั่งนิ่ง เรื่องทรงอนุญาตให้กล่าวธรรมในวันประชุม ๖๙. ปาติโมกขุทเทสานุชานนา ว่าด้วยการทรงอนุญาตปาติโมกขุทเทส เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด นิทานุทเทสวิภังค์ เรื่องภิกษุยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงทุกวัน เรื่องทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงปักษ์ละครั้ง เรื่องพระฉัพพัคคีย์ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่บริษัทเท่าที่มี เรื่องทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุผู้พร้อมเพรียง เรื่องทรงอนุญาตความพร้อมเพรียงกำหนดอาวาสเดียว ๗๐. มหากัปปินวัตถุ ว่าด้วยพระมหากัปปินเถระ เรื่องมัททกุจฉิมฤคทายวันสมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา วิธีสมมติสีมา กรรมวาจาสมมติสีมา เรื่องสมมติสีมาใหญ่เกินขนาด เรื่องสมมตินทีปารสีมา (สีมาคร่อมแม่น้ำ)๗๒. อุโปสถาคารกถา ว่าด้วยโรงอุโบสถ เรื่องยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงตามบริเวณวิหาร วิธีสมมติโรงอุโบสถและกรรมวาจาสมมติโรงอุโบสถ เรื่องสมมติโรงอุโบสถ ๒ แห่งในอาวาสเดียวกัน วิธีถอนโรงอุโบสถและกรรมวาจาถอนโรงอุโบสถ ๗๓. อุโปสถปมุขานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถ เรื่องสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินไป วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติพื้นที่ด้านหน้าในโรงอุโบสถ เรื่องภิกษุนวกะลงประชุมก่อน ทรงอนุญาตให้ภิกษุหลายวัดทำอุโบสถร่วมกัน๗๔. อวิปปวาสสีมานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เรื่องกรุงราชคฤห์ วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เรื่องสมมติแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติติจีวราวิปปวาสสีมาเว้นบ้านและอุปจารบ้าน ๗๕. สีมาสมูหนนา ว่าด้วยการถอนสีมา เรื่องสมมติสมานสังวาสสีมาก่อน วิธีถอนและกรรมวาจาถอนแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เรื่องถอนสมานสังวาสสีมาภายหลัง วิธีถอนและกรรมวาจาถอนสมานสังวาสสีมา ๗๖. คามสีมาทิ ว่าด้วยคามสีมาเป็นต้น อพัทธสีมา เรื่องอุทกุกเขปสีมาในแม่น้ำเป็นต้น เรื่องสีมาคาบเกี่ยว สมมติสีมาทับสีมา๗๗. อุโปสถเภทาทิ ว่าด้วยประเภทแห่งวันอุโบสถเป็นต้น เรื่องประเภทแห่งวันอุโบสถ เรื่องอาการที่ทำอุโบสถ๗๘. สังขิตตปาติโมกขุทเทสาทิ ว่าด้วยการยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงโดยย่อเป็นต้น เรื่องประเภทแห่งปาติโมกขุทเทส ทรงห้ามยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงโดยย่อ เรื่องทรงอนุญาตให้ยกปกติโมกข์ขึ้นแสดงโดยย่อ เมื่อชาวป่ามาพลุกพล่าน เรื่องอันตราย ๑๐ ประการ๗๙. วินยปุจฉนกถา ว่าด้วยการถามพระวินัย เรื่องถามพระวินัยท่ามกลางสงฆ์ต้องได้รับแต่งตั้งก่อน วิธีแต่งตั้งเป็นผู้ถาม กรรมวาจาแต่งตั้งตนเอง กรรมวาจาแต่งตั้งผู้อื่น เรื่องคุกคามจะฆ่า ๘๐. วินยวิสัชชนกถา ว่าด้วยการวิสัชนาพระวินัย เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์วิสัชนาพระวินัย วิธีแต่งตั้งเป็นผู้วิสัชนา กรรมวาจาแต่งตั้งตน กรรมวาจาแต่งตั้งผู้อื่น เรื่องคุกคามจะฆ่าเรื่องที่ ๒ ๘๑. โจทนากถา ว่าด้วยการฟ้องร้อง เรื่องโจทด้วยอาบัติ เรื่องขอโอกาสก่อนโจท ก่อนขอโอกาสต้องพิจารณาดูบุคคล ๘๒. อธัมมกัมมปฏิกโกสนาทิ ว่าด้วยการคัดค้านทำกรรมที่ไม่ชอบด้วยธรรมเป็นต้น เรื่องทรงอนุญาตคัดค้านกรรมที่ไม่ชอบด้วยธรรม เรื่องภิกษุ ๔-๕ รูปแสดงความเห็น เรื่องจงใจยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงไม่ให้ได้ยิน เรื่องพยายามยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง เรื่องยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัทที่มีคฤหัสถ์ เรื่องยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงโดยไม่ได้รับอาราธนา๘๓. ปาติโมกขุทเทสกอัชเฌสนาทิ ว่าด้วยการอาราธนาผู้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงเป็นต้น เรื่องภิกษุชาวเมืองโจทนาวัตถุไม่รู้จักอุโบสถ เรื่องภิกษุมากรูปไม่รู้จักอุโบสถ เรื่องส่งภิกษุไปเรียนปาติโมกข์พอจะกลับมาทันในวันนั้น ๘๔. ปักขคณนาทิอุคคหณานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้เรียนวิธีนับปักษ์เป็นต้น เรื่องวิธีการนับปักษ์ เรื่องทรงอนุญาตให้นับภิกษุในวันอุโบสถ เรื่องไปบิณฑบาตยังหมู่บ้านไกล เรื่องนึกไม่ได้ ๘๕. ปุพพกรณานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตบุพพกรณ์ เรื่องบุพพกรณ์และบุพพกิจในโรงอุโบสถ เรื่องปูอาสนะและตามประทีปเป็นต้น ๘๖. ทิสังคมิกาทิวัตถุ ว่าด้วยภิกษุไปสู่ทิศเป็นต้น เรื่องภิกษุจะไปไหนต้องบอกลาก่อน เรื่องควรสงเคราะห์ภิกษุผู้เป็นพหูสูต เรื่องส่งภิกษุไปพอจะกลับมาทันในวันนั้น เรื่องจำพรรษาในอาวาสที่มีผู้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงได้๘๗. ปาริสุทธิทานกถา ว่าด้วยการมอบปาริสุทธิ เรื่องภิกษุไข้มอบปาริสุทธิ ๘๘. ฉันททานกถา ว่าด้วยการมอบฉันทะ เรื่องทำกรรมที่จะต้องทำ วิธีมอบฉันทะ ๘๙. ญาตกาทิคหณกถา ว่าด้วยพวกญาติเป็นต้นจับภิกษุ เรื่องภิกษุถูกพวกญาติเป็นต้นจับไว้ ๙๐. อุมมัตตกสมมติ ว่าด้วยการสมมติภิกษุวิกลจริต วิธีให้อุมมัตตกสมมติและกรรมวาจาให้อุมมัตตกสมมติ๙๑. สังฆุโปสถาทิปเภท ว่าด้วยประเภทแห่งอุโบสถมีอุโบสถเป็นการสงฆ์เป็นต้น เรื่องภิกษุ ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป และ ๑ รูปทำอุโบสถ ๓ อย่าง ตามลำดับ เรื่องภิกษุ ๔ รูป ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง เรื่องภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๓ รูปและกรรมวาจา คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาอ่อนกว่า วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๒ รูป คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาอ่อนกว่า เรื่องภิกษุรูปเดียวอธิษฐานอุโบสถ๙๒. อาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขอาบัติ เรื่องภิกษุต้องอาบัติในวันอุโบสถ ไม่แน่ใจในอาบัติ เรื่องแสดงสภาคาบัติ ๙๓. อาปัตติอาวิกรณวิธิ ว่าด้วยวิธีเปิดเผยอาบัติ เรื่องระลึกอาบัติได้เมื่อจะยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง เมื่อกำลังยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงไม่แน่ใจในอาบัติ ๙๔. สภาคาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขสภาคาบัติ เรื่องสงฆ์ทั้งหมดต้องสภาคาบัติ สงฆ์ทั้งหมดไม่แน่ใจในสภาคาบัติ เรื่องไม่รู้จักชื่อและโคตรอาบัติ๙๕. อนาปัตติปัณณรสกะ ว่าด้วยการทำอุโบสถโดยไม่ต้องอาบัติ ๑๕ กรณี ๙๖. วัคคาวัคคสัญญิปัณณรสกะ ว่าด้วยแบ่งพวกกันอยู่และสำคัญว่าแบ่งพวกกัน ๑๕ กรณี ๙๗. เวมติกปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุไม่แน่ใจทำอุโบสถ ๑๕ กรณี ๙๘. กุกกุจจปกตปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุกังวลใจทำอุโบสถ ๑๕ กรณี ๙๙. เภทปุเรกขารปัณณรสกะ ว่าด้วยมุ่งทำความแตกร้าวทำอุโบสถ ๑๕ กรณี ๑๐๐. สีโมกกันติกเปยยาล ว่าด้วยการละข้อความเกี่ยวกับภิกษุเข้าสู่สีมา เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ๑๐๑. ลิงคาทิทัสสนะ ว่าด้วยการเห็นลักษณะเป็นต้น ๑๐๒. นานาสังวาสกาทิอุโปสถกรณะ ว่าด้วยภิกษุเป็นนานาสังวาสเป็นต้นทำอุโบสถ ๑๐๓. นคันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรไปในวันอุโบสถ ๑๐๔. คันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ควรไปในวันอุโบสถ ๑๐๕. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ว่าด้วยการแสดงบุคคลที่ควรเว้นในอุโบสถกรรม เรื่องปาริวาสิกปาริสุทธิ๑๐๖. รวมเรื่องที่มีในอุโปสถขันธกะ๑๐๗. วัสสูปนายิกานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตการเข้าจำพรรษา เรื่องทรงอนุญาตให้ภิกษุเข้าจำพรรษาในฤดูฝน เรื่องประเภทแห่งวันเข้าพรรษา ๑๐๘. วัสสานจาริกาปฏิกเขปาทิ ว่าด้วยทรงห้ามเที่ยวจาริกระหว่างพรรษาเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์เที่ยวจาริกในระหว่างพรรษา เรื่องปรับอาบัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เข้าพรรษา เรื่องจงใจเดินผ่านอาวาส เรื่องการเลื่อนกาลฝน ๑๐๙. สัตตาหกรณียานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อเขาสร้างวิหารถวายเป็นต้น เรื่องอุบาสกสร้างวิหารเป็นต้นถวาย๑๐๙. สัตตาหกรณียานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อเขาสร้างวิหารถวายเป็นต้น เรื่องอุบาสกสร้างวิหารเป็นต้นถวาย ๑๑๐. ปัญจอัปปหิตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อสหธรรมิกทั้ง ๕ จะไม่ส่งทูตมา เรื่องภิกษุเป็นไข้เป็นต้น สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยภิกษุ ๑๐ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยภิกษุณี ๙ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยสิกขมานา ๖ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยสามเณร ๖ กรณี สัตตาหกรณียะเนื่องด้วยสามเณรี ๖ กรณี ๑๑๑. สัตตอัปปหิตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อบุคคล ๗ จำพวกจะไม่ส่งทูตมา เรื่องมารดาบิดาเป็นไข้ ๑๑๒. ปหิตานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเมื่อพี่ชายน้องชายเป็นต้นส่งทูตมา ทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเฉพาะกิจของสงฆ์๑๑๓. อันตรายอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีอันตราย เรื่องสัตว์ร้ายเบียดเบียน เรื่องงูเบียดเบียน เรื่องพวกโจรเบียดเบียน เรื่องปีศาจรบกวน เรื่องหมู่บ้านถูกไฟไหม้ เรื่องเสนาสนะถูกไฟไหม้ เรื่องหมู่บ้านถูกน้ำท่วม เรื่องเสนาสนะถูกน้ำท่วม เรื่องชาวบ้านอพยพไปเพราะโจรภัย เรื่องทรงอนุญาตให้ตามทายกมีจำนวนมากกว่า เรื่องไม่ได้โภชนะธรรมดาหรือประณีตเป็นต้น เรื่องสตรีนิมนต์ เรื่องหญิงแพศยานิมนต์ เรื่องพบขุมทรัพย์ ๑๑๔. สังฆเภทอนาปัตติวัสสเฉทวาร ว่าด้วยการขาดพรรษาโดยไม่ต้องอาบัติในเมื่อมีผู้พยายามทำลายสงฆ์ เรื่องทำลายสงฆ์ ๘ กรณี ๑๑๕. วชาทิวัสสูปคมนะ ว่าด้วยการเข้าจำพรรษาในคอกโคเป็นต้น เรื่องเข้าจำพรรษาในคอกโค เรื่องเข้าจำพรรษาในเรือ ๑๑๖. วัสสานุปคันตัพพัฏฐาน ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรเข้าจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในโพรงไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาบนค่าคบไม้ เรื่องเข้าจำพรรษาในที่แจ้ง เรื่องภิกษุไม่มีเสนาสนะจำพรรษา เรื่องเข้าจำพรรษาในกระท่อมผี เรื่องเข้าจำพรรษาในร่ม เรื่องเข้าจำพรรษาในตุ่ม ๑๑๗. อธัมมิกกติกา ว่าด้วยการตั้งกติกาไม่ชอบธรรม เรื่องตั้งกติกาไม่ชอบธรรม ๑๑๘. ปฏิสสวทุกกฏาปัตติ ว่าด้วยการต้องอาบัติทุกกฏเพราะรับคำ เรื่องพระอุปนันทะเข้าจำพรรษาในอาวาส ๒ แห่ง เรื่องรับคำที่จะเข้าจำพรรษาหลัง วัสสูปนายิกขันธกะ มี ๕๒ เรื่อง คือ๑๒๐. อผาสุวิหาร ว่าด้วยการอยู่จำพรรษาไม่ผาสุก เรื่องภิกษุหลายรูปเข้าจำพรรษาในแคว้นโกศลมาเฝ้าพระศาสดา เรื่องเข้าจำพรรษาไม่ผาสุกดังปศุสัตว์อยู่ร่วมกัน ทรงห้ามมูควัตรตามแบบอย่างเดียรถีย์ เรื่องทรงอนุญาตพิธีปวารณาเพื่อว่ากล่าวซึ่งกันและกัน วิธีปวารณา สัพพสังคาหิกาญัตติ เตวาจิกาปวารณา เรื่องพระฉัพพัคคีย์นั่งราบบนอาสนะปวารณา ทรงอนุญาตให้นั่งกระโหย่งปวารณา ๑๒๑. ปวารณาเภท ว่าด้วยประเภทแห่งวันปวารณา เรื่องวันปวารณามี ๒ วัน เรื่องอาการที่ทำปวารณามี ๔ อย่าง๑๒๒. ปวารณาทานานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ภิกษุเป็นไข้มอบปวารณา เรื่องภิกษุเป็นไข้มอบปวารณา ๑๒๓. ญาตกาทิคหณกถา ว่าด้วยหมู่ญาติเป็นต้นจับภิกษุ เรื่องภิกษุถูกพวกญาติเป็นต้นจับไว้ ๑๒๔. สังฆปวารณาทิปเภท ว่าด้วยประเภทปวารณามีปวารณาเป็นการสงฆ์เป็นต้น เรื่องภิกษุ ๕ รูป ปวารณาเป็นการสงฆ์ เรื่องภิกษุ ๔ รูปปวารณาเป็นการคณะ วิธีทำปวารณาเป็นการคณะ คำปวารณาสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า คำปวารณาสำหรับภิกษุพรรษาอ่อนกว่า เรื่องภิกษุ ๓ รูป ปวารณาเป็นการคณะ เรื่องภิกษุ ๒ รูป ปวารณาต่อกัน เรื่องภิกษุรูปเดียวทำอธิษฐานปวารณา๑๒๕. อาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขอาบัติ เรื่องภิกษุต้องอาบัติในวันปวารณา เรื่องภิกษุไม่แน่ใจในอาบัติ ๑๒๖. อาปัตติอาวิกรณวิธิ ว่าด้วยวิธีเปิดเผยอาบัติ เรื่องภิกษุระลึกอาบัติได้ กำลังปวารณาไม่แน่ใจในอาบัติ ๑๒๗. สภาคาปัตติปฏิกัมมวิธิ ว่าด้วยวิธีแก้ไขสภาคาบัติ เรื่องสงฆ์ทั้งหมดต้องสภาคาบัติ ญัตติกรรมวาจา สงฆ์ทั้งหมดไม่แน่ใจในสภาคาบัติ๑๒๘. อนาปัตติปัณณรสกะ ว่าด้วยการปวารณาโดยไม่ต้องอาบัติ ๑๕ กรณี ๑๒๙. วัคคาวัคคสัญญิปัณณรสกะ ว่าด้วยแบ่งพวกกันอยู่สำคัญว่าพร้อมเพรียง ๑๕ กรณี ๑๓๐. เวมติกปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุไม่แน่ใจปวารณา ๑๕ กรณี ๑๓๑. กุกกุจจปกตปัณณรสกะ ว่าด้วยภิกษุกังวลใจทำปวารณา ๑๕ กรณี ๑๓๒. เภทปุเรกขารปัณณสรกะ ว่าด้วยมุ่งทำความแตกร้าวทำปวารณา ๑๕ กรณี ๑๓๓. สีโมกกันติกเปยยาล ว่าด้วยการละข้อความเกี่ยวกับภิกษุเข้าสู่สีมา เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ๑๓๔. ทิวสนานัตตะ ว่าด้วยการนับวันปวารณาต่างกัน ๑๓๕. ลิงคาทิทัสสนะ ว่าด้วยการเห็นลักษณะเป็นต้น เรื่องลักษณะของภิกษุที่อยู่ในอาวาส ๑๓๖. นานาสังวาสกาทิปวารณา ว่าด้วยภิกษุผู้เป็นนานาสังวาสเป็นต้นปวารณา เรื่องภิกษุ ๒ สังวาสปวารณา๑๓๗. นคันตัพพวาร ว่าด้วยไม่ควรไปไหนในวันปวารณา ๑๓๘. คันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ควรไปในวันปวารณา ๑๓๙. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ว่าด้วยการแสดงบุคคลควรเว้นในปวารณากรรม เรื่องห้ามปวารณาในวันมิใช่วันปวารณา๑๔๐. เทฺววาจิกาทิปวารณา ว่าด้วยสงฆ์ปวารณา ๒ หนเป็นต้น เรื่องชาวป่า เรื่องปวารณาเมื่อราตรีจวนสว่าง เรื่องปวารณาขณะที่ฝนตั้งเค้า เรื่องปวารณาเมื่อมีอันตราย ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง๑๔๑. ปวารณาฐปนะ ว่าด้วยการงดปวารณา เรื่องพระฉัพพัคคีย์มีอาบัติติดตัวปวารณา เรื่องไม่ยอมให้โอกาส วิธีงดปวารณา เรื่องพระฉัพพัคคีย์งดปวารณาของภิกษุบริสุทธิ์ เรื่องลักษณะปวารณาที่ไม่เป็นอันงด เรื่องงดปวารณาของภิกษุ เรื่องเหตุผลในการงดปวารณา ฟังคำปฏิญญาของโจทก์และจำเลย ๑๔๒. ถุลลัจจยวัตถุกาทิ ว่าด้วยการต้องอาบัติถุลลัจจัยเป็นต้น เรื่องต้องอาบัติถุลลัจจัยเป็นต้น ๑๔๓. วัตถุฐปนาทิ ว่าด้วยการงดวัตถุเป็นต้น เรื่องวัตถุและบุคคลปรากฏ ๑๔๔. ภัณฑนการกวัตถุ ว่าด้วยการก่อความบาดหมาง๑๔๕. ปวารณาสังคหะ ว่าด้วยการสงเคราะห์กันด้วยปวารณา ทรงอนุญาตให้สงเคราะห์กันด้วยปวารณา วิธีสงเคราะห์กันด้วยปวารณาและกรรมวาจาสงเคราะห์กันด้วยปวารณา เรื่องไม่มีใครเป็นใหญ่ในปวารณา๑๔๖. รวมเรื่องที่มีในปวารณาขันธกะ

经典

๑๐๑. ลิงคาทิทัสสนะ ว่าด้วยการเห็นลักษณะเป็นต้น ๑๐๒. นานาสังวาสกาทิอุโปสถกรณะ ว่าด้วยภิกษุเป็นนานาสังวาสเป็นต้นทำอุโบสถ ๑๐๓. นคันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรไปในวันอุโบสถ ๑๐๔. คันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ควรไปในวันอุโบสถ ๑๐๕. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ว่าด้วยการแสดงบุคคลที่ควรเว้นในอุโบสถกรรม เรื่องปาริวาสิกปาริสุทธิ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

6 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๐. สีโมกกันติกเปยยาล

๑๗๘

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ วันอุโบสถของพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส เป็นวัน ๑๔ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็นวัน ๑๕ ค่ำ ถ้าพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส มีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะพึงอนุวัตตามพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงอนุวัตตามพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสพึงอนุวัตตามพวก ภิกษุอาคันตุกะ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ วันอุโบสถของพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส เป็นวัน ๑๕ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็นวัน ๑๔ ค่ำ ถ้าพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส มีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะพึงอนุวัตตามพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะพึงอนุวัตตามพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสพึงอนุวัตตามพวก ภิกษุอาคันตุกะ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ วันอุโบสถของพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส เป็นวัน ๑ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็นวัน ๑๕ ค่ำ ถ้าพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส มีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสไม่ปรารถนา ก็ไม่พึงให้ความพร้อม เพรียงแก่พวกภิกษุอาคันตุกะ พวกภิกษุอาคันตุกะพึงไปนอกสีมาทำอุโบสถเถิด ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสไม่ปรารถนาก็ไม่พึงให้ความพร้อม เพรียงแก่พวกภิกษุอาคันตุกะ พวกภิกษุอาคันตุกะพึงไปนอกสีมาทำอุโบสถเถิด ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสพึงให้ความพร้อม เพรียงแก่พวกภิกษุอาคันตุกะหรือไปนอกสีมา ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ วันอุโบสถของพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส เป็นวัน ๑๕ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็นวัน ๑ ค่ำ ถ้าพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส มีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงให้ความพร้อมเพรียงแก่ภิกษุที่อยู่ใน อาวาส หรือไปนอกสีมา ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะพึงให้ความ พร้อมเพรียงแก่ภิกษุที่อยู่ในอาวาสหรือไปนอกสีมา ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวน มากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะไม่ปรารถนาก็ไม่พึงให้ความพร้อมเพรียงแก่พวกภิกษุ ที่อยู่ในอาวาส พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสพึงไปนอกสีมาทำอุโบสถเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๐} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๑. ลิงคาทิทัสสนะ ๑๐๑. ลิงคาทิทัสสนะ ว่าด้วยการเห็นลักษณะเป็นต้น

๑๗๙

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ พวกภิกษุอาคันตุกะได้เห็นอาการของ ภิกษุที่อยู่ในอาวาส ลักษณะของภิกษุที่อยู่ในอาวาส เครื่องหมายของภิกษุที่อยู่ ในอาวาส สิ่งส่อแสดงภิกษุที่อยู่ในอาวาส ของพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส เตียง ตั่ง ฟูก หมอน น้ำฉัน น้ำใช้ จัดไว้ดี บริเวณกวาดสะอาด ครั้นแล้ว ไม่แน่ใจว่า “มีพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสอยู่หรือไม่มีหนอ” ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจแต่ไม่ค้นหา ทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหา แต่ไม่พบ ทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ มุ่งความแตกร้าวว่า “ขอภิกษุเหล่านั้น จงเสื่อมสูญ จงพินาศ ภิกษุเหล่านั้นจะมีประโยชน์อะไร” ทำอุโบสถ ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ พวกภิกษุอาคันตุกะได้ยินอาการของภิกษุที่ อยู่ในอาวาส ลักษณะของภิกษุที่อยู่ในอาวาส เครื่องหมายของภิกษุที่อยู่ในอาวาส สิ่งส่อแสดงภิกษุที่อยู่ในอาวาสของพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาส ได้ยินเสียงเท้าของพวก ภิกษุที่อยู่ในอาวาสกำลังจงกรม เสียงสาธยาย เสียงไอ เสียงจาม ครั้นแล้ว ไม่ แน่ใจว่า “มีพวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสอยู่หรือไม่มีหนอ” @เชิงอรรถ : @ อาการ หมายถึงอาจารสัณฐาน คือมีอาจาระ ซึ่งทำให้รู้ว่ามีข้อวัตรมั่นคง เช่นจัดเครื่องเสนาสนะมีเตียง @ตั่งเป็นต้นไว้เรียบร้อยดี @ ลิงค์ หมายถึงเครื่องเสนาสนะมีเตียงตั่งเป็นต้นที่จัดไว้เรียบร้อยดี ซึ่งทำให้รู้ว่า มีภิกษุหลีกเร้นอยู่ แม้จะ @ไม่ปรากฏกายให้เห็นก็ตาม @ นิมิต หมายถึงเครื่องเสนาสนะมีเตียงตั่งเป็นต้นที่จัดไว้เรียบร้อยดี ซึ่งพอเห็นแล้วเป็นเหตุให้กำหนดรู้ได้ว่า @“มีภิกษุทั้งหลายอยู่” @ อุทเทส หมายถึงเครื่องเสนาสนะมีเตียงตั่งเป็นต้นที่จัดไว้เรียบร้อยดี ซึ่งเป็นเหตุให้อ้างได้ว่า “ภิกษุเหล่านั้น @มีบริขารอย่างนี้” (วิ.อ. ๓/๑๗๙/๑๔๒, สารตฺถ.ฏีกา ๓/๑๗๙/๓๔๐, ปาจิตฺยาทิโยชนา ๑๗๙/๓๑๓ ม.) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๑} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๑. ลิงคาทิทัสสนะ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจแต่ไม่ค้นหา ทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหา แต่ไม่พบ ทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ มุ่งความแตกร้าวว่า “ขอภิกษุเหล่านั้น จงเสื่อมสูญ จงพินาศ ภิกษุเหล่านั้นจะมีประโยชน์อะไร” ทำอุโบสถ ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสได้เห็นอาการของ พวกภิกษุอาคันตุกะ ลักษณะของพวกภิกษุอาคันตุกะ เครื่องหมายของพวกภิกษุ อาคันตุกะ สิ่งส่อแสดงพวกภิกษุอาคันตุกะของพวกภิกษุอาคันตุกะ ได้เห็นบาตร จีวร ผ้านิสีทนะ รอยน้ำล้างเท้าอันเป็นของภิกษุพวกอื่น ครั้นแล้ว ไม่แน่ใจว่า “มีพวกภิกษุอาคันตุกะอยู่หรือไม่มีหนอ” ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจแต่ไม่ค้นหา ทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหา แต่ไม่พบ ทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ มุ่งความแตกร้าวว่า “ขอภิกษุเหล่านั้น จงเสื่อมสูญ จงพินาศ ภิกษุเหล่านั้นจะมีประโยชน์อะไร” ทำอุโบสถ ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสได้ยินอาการของ พวกภิกษุอาคันตุกะ ลักษณะของพวกภิกษุอาคันตุกะ เครื่องหมายของพวกภิกษุ อาคันตุกะ สิ่งส่อแสดงพวกภิกษุอาคันตุกะของพวกภิกษุอาคันตุกะ ได้ยินเสียงเท้า ของพวกภิกษุอาคันตุกะกำลังเดินมา เสียงรองเท้ากระทบพื้น เสียงไอ เสียงจาม ครั้นแล้ว ไม่แน่ใจว่า “มีพวกภิกษุอาคันตุกะอยู่หรือไม่มีหนอ” ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจแต่ไม่ค้นหา ทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหา แต่ไม่พบ ทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๒} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๒. นานาสังวาสกาทิอุปสถกรณะ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจจึงค้นหาจนพบ มุ่งความแตกร้าวว่า “ขอภิกษุเหล่านั้น จงเสื่อมสูญ จงพินาศ ภิกษุเหล่านั้นจะมีประโยชน์อะไร” ทำอุโบสถ ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ๑๐๒. นานาสังวาสกาทิอุโปสถกรณะ ว่าด้วยภิกษุเป็นนานาสังวาสเป็นต้นทำอุโบสถ

๑๘๐

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ พวกภิกษุอาคันตุกะเห็นพวกภิกษุที่อยู่ใน อาวาสผู้เป็นนานาสังวาส เข้าใจว่าเป็นสมานสังวาส ไม่ไต่ถาม ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุอาคันตุกะเหล่านั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ ทำอุโบสถร่วมกัน ต้องอาบัติ ทุกกฏ ภิกษุอาคันตุกะเหล่านั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ พวกภิกษุอาคันตุกะเห็นพวกภิกษุที่อยู่ใน อาวาสผู้เป็นสมานสังวาส เข้าใจว่าเป็นนานาสังวาส ไม่ไต่ถาม ทำอุโบสถร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุอาคันตุกะเหล่านั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุอาคันตุกะเหล่านั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสเห็นพวกภิกษุอาคันตุกะ ผู้เป็นนานาสังวาส เข้าใจว่าเป็นสมานสังวาส ไม่ไต่ถาม ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้อง อาบัติ @เชิงอรรถ : @ ภิกษุผู้เป็นนานาสังวาสคือมีสังวาสต่างกันหรือต่างพวกกัน มี ๒ กลุ่ม คือ เป็นนานาสังวาสเพราะลัทธิ @เช่นประพฤติตามภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมและเป็นนานาสังวาสเพราะกรรมเช่นถูกลงอุกเขปนียกรรม @เป็นต้น (วิ.อ. ๓/๑๘๐/๑๔๒, สารตฺถ.ฏีกา ๓/๓๘๐/๔๑๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๓} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๓. นคันตัพพวาร ภิกษุที่อยู่ในอาวาสเหล่านั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ ทำอุโบสถร่วมกัน ต้อง อาบัติทุกกฏ ภิกษุที่อยู่ในอาวาสเหล่านั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ไม่ต้อง อาบัติ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ พวกภิกษุที่อยู่ในอาวาสเห็นพวกภิกษุ อาคันตุกะผู้เป็นสมานสังวาส เข้าใจว่าเป็นนานาสังวาสไม่ไต่ถาม ทำอุโบสถร่วม กัน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุที่อยู่ในอาวาสเหล่านั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติ ทุกกฏ ภิกษุที่อยู่ในอาวาสเหล่านั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ ๑๐๓. นคันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ไม่ควรไปในวันอุโบสถ

๑๘๑

ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุ ไปสู่ อาวาสที่ไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุไปสู่สถานที่ มิใช่อาวาส ซึ่งไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุไปสู่อาวาส หรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย @เชิงอรรถ : @ อาวาสที่มีภิกษุ หมายถึงในอาวาสใด มีภิกษุพอที่จะทำอุโบสถอยู่ ไม่พึงออกจากอาวาสนั้นไปสู่อาวาส @ที่ไม่มีภิกษุพอที่จะทำอุโบสถ (วิ.อ. ๓/๑๘๑/๑๔๓) @ ไปกับสงฆ์ หมายถึงไปกับภิกษุทั้งหลายที่มีจำนวนครบองค์สงฆ์ คือ ไปกับภิกษุอื่นๆ รวมกับตัวภิกษุ @นั้นเองเป็น ๔ รูปเป็นอย่างน้อย (วิ.อ. ๓/๑๘๑/๑๔๓) @ สถานที่มิใช่อาวาส หมายถึงสถานที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างและศาลาเป็นต้น (วิ.อ. ๓/๑๘๑/๑๔๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๔} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๓. นคันตัพพวาร ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ไปสู่อาวาสที่ไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ไปสู่สถานที่มิใช่อาวาสซึ่งไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ไปสู่อาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไปสู่อาวาสที่ไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไปสู่สถานที่มิใช่อาวาสซึ่งไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไปสู่อาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งไม่มีภิกษุ เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่ มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุไปสู่อาวาสที่มี ภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มี อันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุไปสู่สถานที่ มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุไปสู่อาวาส หรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ไปสู่อาวาสที่มีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๕} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๔. คันตัพพวาร ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ไปสู่สถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ไปสู่อาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุ ไปสู่อาวาสที่มีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไปสู่สถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็น นานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น ไม่พึงออกจากอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไปสู่อาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ แต่เป็นที่อยู่ของพวกภิกษุ ผู้เป็นนานาสังวาส เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย ๑๐๔. คันตัพพวาร ว่าด้วยสถานที่ควรไปในวันอุโบสถ

๑๘๒

ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุไปสู่ อาวาสที่มีภิกษุ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้เป็นสมานสังวาส ซึ่งตนเองรู้ว่า “เรา สามารถไปถึงในวันนี้แหละ” ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น พึงออกจากอาวาสที่มีภิกษุไปสู่สถานที่มิใช่ อาวาสซึ่งมีภิกษุ ฯลฯ ไปสู่อาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ซึ่งเป็นที่อยู่ ของพวกภิกษุผู้เป็นสมานสังวาส ซึ่งตนเองรู้ว่า “เราสามารถไปถึงในวันนี้แหละ” ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น พึงออกจากสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุไปสู่ อาวาสที่มีภิกษุ ... {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๖} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๕. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ... ไปสู่สถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ... ... ไปสู่อาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้ เป็นสมานสังวาส ซึ่งตนเองรู้ว่า “เราสามารถไปถึงในวันนี้แหละ” ภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถนั้น พึงออกจากอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไปสู่อาวาสที่มีภิกษุ ... ... ไปสู่สถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ... ... ไปสู่อาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสซึ่งมีภิกษุ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้ เป็นสมานสังวาส ซึ่งตนเองรู้ว่า “เราสามารถไปถึงในวันนี้แหละ” ๑๐๕. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ว่าด้วยการแสดงบุคคลที่ควรเว้นในอุโบสถกรรม

๑๘๓

ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัทที่มีภิกษุณีนั่ง อยู่ด้วย รูปใดยกขึ้นแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ ... ในบริษัทที่มีสิกขมานานั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีสามเณรนั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีสามเณรีนั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีภิกษุผู้บอกคืนสิกขานั่งอยู่ด้วย ... ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัทที่มีภิกษุต้องอันติมวัตถุ นั่งอยู่ด้วย รูปใดยกขึ้นแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัทที่มีภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนีย กรรมเพราะไม่เห็นอาบัตินั่งอยู่ด้วย รูปใดยกขึ้นแสดง พึงปรับอาบัติตามธรรม ... ในบริษัทที่มีภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัตินั่งอยู่ด้วย ... ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัททที่มีภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนีย กรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาปนั่งอยู่ด้วย รูปใดยกขึ้นแสดง พึงปรับอาบัติตามธรรม @เชิงอรรถ : @ ภิกษุต้องอันติมวัตถุ หมายถึงภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๗} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๑๐๕. วัชชนียปุคคลสันทัสสนา ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัทที่มีบัณเฑาะก์นั่งอยู่ด้วย รูปใดยกขึ้นแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ ... ในบริษัทที่มีคนลักเพศนั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีภิกษุเข้ารีตเดียรถีย์นั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีสัตว์ดิรัจฉานอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีคนฆ่ามารดานั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีคนฆ่าบิดานั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีคนฆ่าพระอรหันต์นั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีคนประทุษร้ายภิกษุณีนั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นั่งอยู่ด้วย ... ... ในบริษัทที่มีคนทำร้ายพระศาสดาจนห้อพระโลหิตนั่งอยู่ด้วย ... ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงในบริษัทที่มีอุภโตพยัญชนกนั่งอยู่ ด้วย รูปใดยกขึ้นแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ เรื่องปาริวาสิกปาริสุทธิ ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงทำอุโบสถด้วยการให้ปาริวาสิกปาริสุทธิ เว้นแต่บริษัท ยังไม่ลุกขึ้น ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ไม่พึงทำอุโบสถในวันมิใช่วันอุโบสถ เว้นแต่วันที่ สงฆ์สามัคคี ภาณวารที่ ๓ จบ อุโปสถขันธกะ ที่ ๒ จบ ในขันธกะนี้ มี ๘๖ เรื่อง @เชิงอรรถ : @ หมายถึงสัตว์ดิรัจฉานที่พระผู้มีพระภาคทรงห้ามอุปสมบท (วิ.สงฺคห.๒๔๕, กงฺขา.อ. ๑๑๖) @ ปาริวาสิกปาริสุทธิ ให้ปาริสุทธิค้าง หมายถึงภิกษุทั้งหลายนั่งประชุมกันด้วยประสงค์จะทำอุโบสถ ขณะ @นั้นเอง ได้มีภิกษุรูปหนึ่งกล่าวว่า “วันนี้ ไม่ควรทำอุโบสถ เพราะฤกษ์ไม่ดี” ดังนี้เป็นต้น ภิกษุทั้งหลาย @จึงสละเลิกปาริสุทธิแล้วลุกขึ้น มีภิกษุรูปหนึ่งกล่าวว่า “ประโยชน์ได้ล่วงเลยบุคคลผู้มัวแต่รอฤกษ์ ยามอยู่ @พวกท่านจะได้ประโยชน์อะไรจากดวงดาว” ภิกษุทั้งหลายจึงตกลงจะทำสังฆกรรมต่อไป โดยไม่ต้อง นำ @ปาริสุทธิมาใหม่ อย่างนี้ไม่สมควร เพราะปาริสุทธิที่ให้ไว้ก่อน เป็น “ปาริวาสิกปาริสุทธิ” แปลว่า @ปาริสุทธิค้าง ปาริสุทธิที่ให้แล้วแต่งดไว้ก่อน (ดู กงฺขา.อ. ๔๐๓-๔๐๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๘๘}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้