This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๔๐

本册其他条目

๑. ปัจจยุทเทส (ปัจจัย ๒๔)เหตุปัจจัยอารัมมณปัจจัยอธิปติปัจจัยอนันตรปัจจัยสมนันตรปัจจัยสหชาตปัจจัยอัญญมัญญปัจจัยนิสสยปัจจัยอุปนิสสยปัจจัยปุเรชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัยอาเสวนปัจจัยกัมมปัจจัยวิปากปัจจัยอาหารปัจจัยอินทริยปัจจัยฌานปัจจัยมัคคปัจจัยสัมปยุตตปัจจัยวิปปยุตตปัจจัยอัตถิปัจจัยนัตถิปัจจัยวิคตปัจจัยอวิคตปัจจัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ปัญจมูลกปัฏฐาน เป็นต้น ท่านย่อเสียแล้ว เอกมูลกะ ทุมูลกะ ติมูลกะ จตุมูลกะ ปัญจมูลกะ สัพพมูลกปัจจัย ผู้มีปัญญาพึงจำแนกให้พิสดาร เอกมูลกะ ทุมูลกะ ติมูลกะ จตุมูลกะ ปัญจมูลกะ สัพพมูลกปัจจัย แห่งบทหนึ่งๆ ผู้มีปัญญาพึงจำแนกให้พิสดารอนุโลมนัยปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม เกิดร่วมกับกุศลธรรม อกุศลธรรม เกิดร่วมกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม เกิดร่วมกับอัพยากตธรรมกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย เป็นต้นปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมกุศลธรรม คลุกเคล้ากับกุศลธรรม อกุศลธรรม คลุกเคล้ากับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม คลุกเคล้ากับอัพยากตธรรมปัจจนียนัยอนุโลมปัจจนียนัยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม ประกอบกับกุศลธรรม อกุศลธรรม ประกอบกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประกอบกับอัพยากตธรรม[๔๐๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยเหตุปัจจัย เป็นต้น[๔๐๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอารัมมณปัจจัย เป็นต้น[๔๑๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอธิปติปัจจัย เป็นต้น[๔๑๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอนันตรปัจจัย เป็นต้น[๔๑๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสมนันตร เป็นต้น[๔๑๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสหชาต เป็นต้น[๔๒๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นต้น[๔๒๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๔๒๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๔๒๔] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นต้น[๔๒๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นต้น[๔๒๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอาเสวนปัจจัย เป็นต้น[๔๒๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยกัมมปัจจัย เป็นต้น[๔๒๘] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต โดยวิปากปัจจัย[๔๒๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอาหารปัจจัย เป็นต้น[๔๓๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอินทรียปัจจัย เป็นต้น[๔๓๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยฌานปัจจัย เป็นต้น[๔๓๒] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยมัคคปัจจัย เป็นต้น[๔๓๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยสัมปยุตต เป็นต้น[๔๓๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตโดยวิปปยุตตปัจจัย เป็นต้น[๔๓๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอัตถิปัจจัย เป็นต้น[๔๓๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยนัตถิปัจจัย[๔๓๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยวิคตปัจจัย[๔๓๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลโดยอวิคตปัจจัยเหตุปัจจัย มีวาระ ๗อธิปติปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มีวาระ ๔สมนันตรปัจจัย กับอนันตรปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อนันตรปัจจัย กับสมนันตรปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับ สหชาตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๘ ปัจจัยที่มีวาระ ๕ ปัจจัยที่มีวาระ ๔ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อารัมมณปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๒ ปัจจัยที่มีวาระ ๑อารัมมณปัจจัย กับปุเรชาตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑วิปปยุตตปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับกัมมปัจจัย สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯอธิปติปัจจัย กับอาหารปัจจัย สหชาต กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับอินทริยปัจจัย อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯสหชาตปัจจัย กับฌานปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓เหตุปัจจัย กับสัมปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๕เหตุปัจจัย กับอัตถิปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓อนันตรปัจจัย กับนัตถิปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗อนันตรปัจจัย กับวิคตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรมในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัยเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตรมูลกนัยสมนันตรมูลกนัยสหชาตมูลกนัยอัญญมัญญมูลกนัยนิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยปุเรชาตมูลกนัยปัจฉาชาตมูลกอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยวิปปยุตตมูลกนัยอัตถิมูลกนัยนัตถิ, วิคต, อวิคตมูลกนัยนเหตุมูลกนัยนอารัมมณมูลกนัยนอธิปติมูลกนัยนอนันตรมูลกนัย นสมนันตรมูลกนัยนสหชาตมูลกนัยนอัญญมัญญมูลกนัยนนิสสยมูลกนัยนอุปนิสสยมูลกนัยนปุเรชาตมูลกนัยนปัจฉาชาตมูลกนัยนอาเสวนมูลกนัยนกัมมนวิปากมูลกนัยนอาหารมูลกนัยนอินทริยมูลกนัยนฌานมูลกนัยนมัคคมูลกนัยนสัมปยุตตมูลกนัยนวิปปยุตตมูลกนัยโน อัตถิมูลกนัยโน นัตถิมูลกนัยโน วิคตมูลกนัยโน อวิคตมูลกนัยปฏิจจวารสัมปยุตตวารปัญหาวารเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตร สมนันตรมูลกนัยสหชาต อัญญมัญญ นิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารปัญหาวารปัจจนียะอนุโลมปัจจนียะปัจจนียานุโลม

经典

ปัจจยปัจจนียนัย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

45 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร ปัจจนียะ นเหตุปัจจัย

๘๖

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็น อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหา- ภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น... ที่เป็นภายนอก... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหา- ภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัย มหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอารัมมณปัจจัย

๘๗

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณ- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑) @เชิงอรรถ : @ ได้แก่ อุเปกขาสันตีรณจิต ๒ ขณะทำหน้าที่ปฏิสนธิของทุคคติอเหตุกบุคคลและสุคติอเหตุกบุคคลใน @กามภูมิ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๕} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็น อัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็น ภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอธิปติปัจจัย

๘๘

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ- ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตต- สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๖} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- วิบาก และที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหา- ภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัย มหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็น สมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๗} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอนันตรปัจจัยและนสมนันตรปัจจัย

๘๙

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น (นอนันตรปัจจัยและนสมนันตรปัจจัยเหมือนกับนอารัมมณปัจจัย) นอัญญมัญญปัจจัย

๙๐

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่ เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากต- วิบากเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิด ขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปที่เป็นภายนอกเกิดขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้น สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหา- ภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๘} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอุปนิสสยปัจจัย

๙๑

ภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอุปนิสสยปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (นอุปนิสสย- ปัจจัยเหมือนกับนอารัมมณปัจจัย) นปุเรชาตปัจจัย

๙๒

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเร- ชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัย ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็น อัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๔๙} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร จิตตสมุฏฐานรูป และกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่ เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่ เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย

๙๓

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนปัจฉา- ชาตปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ (นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย เหมือนกับนอธิปติปัจจัย) นกัมมปัจจัย

๙๔

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนกัมม- ปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นกุศลอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑) @เชิงอรรถ : @ ในที่นี้ได้แก่ จิตตชรูป ๑๓ @ ในที่นี้ได้แก่ กัมมชรูป ๑๖ ที่เกิดพร้อมกับอุปาทขณะของปฏิสนธิวิญญาณ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๐} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยาอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหา- ภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัย

๙๕

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปาก- ปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- กิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิด ขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็น ภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๑} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอาหารปัจจัย

๙๖

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้น เพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับ เหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอินทรียปัจจัย

๙๗

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิด ขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ฯลฯ อุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม รูปชีวิตินทรีย์อาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น นฌานปัจจัย

๙๘

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิด ขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ที่เป็น ภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นมัคคปัจจัย

๙๙

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้น เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ ซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ใน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๒} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร ปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- วิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัย มหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นสัมปยุตตปัจจัย

๑๐๐

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (ปัจจัยนี้ เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย) นวิปปยุตตปัจจัย

๑๐๑

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปป- ยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตต- ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- วิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็น สมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๓} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร โนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย

๑๐๒

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ โนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น (สองปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร คณนมูลกนัย

๑๐๓

นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๔} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นเหตุทุกนัย

๑๐๔

นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย

๑๐๕

นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๕} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอุปนิสสยปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ วีสกนัย

๑๐๖

โนวิคตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย นอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย นอุปนิสสยปัจจัย นปุเร- ชาตปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย นอาหารปัจจัย นอินทรียปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย นวิปปยุตตปัจจัย และโนนัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ นเหตุมูลกนัย จบ นอารัมมณทุกนัย

๑๐๗

นเหตุปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๖} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นสมนันตรปัจจัย กับนอารัมมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ จตุกกนัย

๑๐๘

นอนันตรปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นอธิปติทุกนัย

๑๐๙

นเหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๗} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอนันตรปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ติกนัย

๑๑๐

นอารัมมณปัจจัย กับนอธิปติปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๘} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นกัมมปัจจัย กับนอธิปติปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ จตุกกนัย

๑๑๑

นอนันตรปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นอนันตรปัจจัยเป็นต้น

๑๑๒

... กับนอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย และ นอุปนิสสยปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย) นปุเรชาตทุกนัย

๑๑๓

นเหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๗ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๕๙} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอนันตรปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ติกนัย

๑๑๔

นอารัมมณปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปากปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ จตุกกนัย

๑๑๕

นอธิปติปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย นเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นปัจฉาชาตะและนอาเสวนทุกนัย

๑๑๖

นเหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๑} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นกัมมปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ ติกนัย

๑๑๗

นอารัมมณปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๒} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปปยุตตปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ จตุกกนัย

๑๑๘

นอธิปติปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นกัมมทุกนัย

๑๑๙

นเหตุปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๓} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นสัมปยุตตปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย

๑๒๐

นอารัมมณปัจจัย กับนกัมมปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ นวิปากทุกนัย

๑๒๑

นเหตุปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นสัมปยุตตปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ติกนัย

๑๒๒

นอารัมมณปัจจัย กับนวิปากปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ จตุกกนัย

๑๒๓

นอธิปติปัจจัย กับนวิปากปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ ทุกนัยมีนอาหารปัจจัยเป็นต้น

๑๒๔

นเหตุปัจจัย กับนอาหารปัจจัย ฯลฯ นอินทรียปัจจัย ฯลฯ นฌานปัจจัย ฯลฯ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตทุกนัย

๑๒๕

นเหตุปัจจัย กับนสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย) โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตทุกนัย

๑๒๖

นเหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๖} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปากปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย

๑๒๗

นอารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๗} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร จตุกกนัย

๑๒๘

นอธิปติปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ โนนัตถิและโนวิคตทุกนัย

๑๒๙

นเหตุปัจจัย กับโนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๘} พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร ติกนัย

๑๓๐

นอารัมมณปัจจัย กับโนวิคตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ ปัจจนียะ จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้