ปฏิจจวาร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน สนิทัสสนสัปปฏิฆัตติกะ ปฏิจจวาร
สนิทสฺสนสปฺปฏิฆตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ เหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัย โผฏฐัพพายตนะ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นอนิสทัสสนสัปปฏิฆธรรม รูปายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม รูปายตนะ อาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมจักขายตนะ รสายตนะ อาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัย โผฏฐัพพายตนะ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม รูปายตนะ จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม รูปายตนะ จักขายตนะ รสายตนะ อาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจจกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ ฯ {๒๑๗๕.๑} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ อาโปธาตุ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ อาโปธาตุ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๕.๒} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อาโปธาตุ จ เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อาโปธาตุ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ อาโปธาตุ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๕.๓} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ {๒๑๗๕.๔} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ จกฺขายตนํ รสายตนํ อาโปธาตุ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ เพราะ เหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆ- *ธรรม อาศัยอาโปธาตุ รูปายตนะ อาศัยอาโปธาตุ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆ- *ธรรม อาศัยอาโปธาตุ จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยอาโปธาตุ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *สัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏ- *ฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ รูปายตนะ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัย อาโปธาตุ จักขายตนะ รสายตนะ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ รูปายตนะ จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยอาโปธาตุ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *สัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ รูปายตนะ จักขายตนะ รสายตนะ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๖.๑} อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ ฯ {๒๑๗๖.๒} อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม ... เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ {๒๑๗๖.๓} อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา ... เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๖.๔} อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา ... เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๖.๕} อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ {๒๑๗๖.๖} อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ รูปายตนํ จกฺขายตนํ รสายตนํ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็น สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย และอาโปธาตุ รูปายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสน- *สัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และ อาโปธาตุ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็น สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสน- *สัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ รูปายตนะ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูป ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ จักขายตนะ รสายตนะ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูป ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ รูปายตนะ จักขายตนะ รสายตนะ อาศัย โผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆ- *ธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูป ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสน- *สัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ รูปายตนะ จักขายตนะ รสายตนะ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ รูปายตนํ ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ {๒๑๗๗.๑} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๗.๒} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ รูปายตนํ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๗.๓} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อนิทสฺสน- สปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๑๗๗.๔} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสน- สปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ รูปายตนํ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ {๒๑๗๗.๕} อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา อนิทสฺสน- อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ รูปายตนํ จกฺขายตนํ รสายตนํ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ อารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ อธิปติปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสน- *สัปปฏิฆธรรม พึงจำแนกหัวข้อปัจจัย ๗ ด้วยเหตุนี้ ในอนิทัสสนสัปปฏิฆมูลกะ บทปลายไม่มี
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆมูลเก อิมินา การเณน สตฺต ปญฺหา วิภชิตพฺพา ปริโยสานปทา นตฺถิ ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ อธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัย อาโปธาตุ พึงจำแนกหัวข้อปัจจัย ๗ ในอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะ ด้วยเหตุนี้ บทปลายไม่มี
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อิมินา การเณน อนิทสฺสนอปฺปฏิฆมูลเก สตฺต ปญฺหา วิภชิตพฺพา นิฏฺฐานปทา นตฺถิ ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็น สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ พึงจำแนกหัวข้อปัจจัยแม้ ๗ ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสน- สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ อิมินา การเณน สตฺตปิ ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
อนิทัสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ อนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา อารมฺมณสทิสํ ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ สหชาตปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพาย- *ตนะ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ พึงจำแนกหัวข้อปัจจัย ๗ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสน- สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆมูลกา สตฺต ปญฺหา อิมินา การเณน วิภชิตพฺพา ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ สหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป อุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโป- *ธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัย อาโปธาตุ พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๗ ในอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะ ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสน- อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆมูลเก สตฺต ปญฺหา อิมินา การเณน กาตพฺพา ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และ อาโปธาตุ รูปายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูปที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสน- สปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ รูปายตนํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อิมินา การเณน สตฺต ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ อัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ อาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๒
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อาโปธาตุ ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อญฺญมญฺญปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อาโปธาตุ จ เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อาโปธาตุ จ ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ อัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญ ปัจจัย คือ มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา วตฺถุ จ เทฺว ขนฺเธ ... ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา มหาภูตา ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะ นิสสยเป็นปัจจัย เพราะ อุปนิสสยปัจจัย เพราะ ปุเรชาตปัจจัย เพราะ อาเสวนปัจจัย เพราะ กัมมปัจจัย เพราะ วิปากปัจจัย เพราะ อาหารปัจจัย เพราะ อินทริยปัจจัย เพราะ ฌานปัจจัย เพราะ มัคคปัจจัย เพราะ สัมปยุตตปัจจัย เพราะ วิปปยุตตปัจจัย เพราะ อัตถิปัจจัย เพราะ นัตถิปัจจัย เพราะ วิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา อาเสวนปจฺจยา กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑ ในอธิปติปัจจัย มี " ๒๑ ในอนันตรปัจจัย มี " ๑ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย มี " ๒๑ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย มีวาระ ๒๑ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๑ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑ ในกัมมปัจจัย มี " ๒๑ ในวิปากปัจจัย ในอาหารปัจจัย มี " ๒๑ ในอินทริยปัจจัย มี " ๒๑ ในฌานปัจจัย ในมัคคปัจจัย มีวาระ ๒๑ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๒๑ ในอัตถิปัจจัย มี " ๒๑ ในนัตถิปัจจัย มี " ๑ ในวิคตปัจจัย มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย มี " ๒๑ พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ
เหตุยา เอกวีส อารมฺมเณ เอกํ อธิปติยา เอกวีส อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกวีส อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย เอกวีส อุปนิสฺสเย เอกํ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ กมฺเม เอกวีส วิปาเก อาหาเร เอกวีส อินฺทฺริเย เอกวีส ฌาเน มคฺเค เอกวีส สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต เอกวีส อตฺถิยา เอกวีส นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต เอกวีส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะเหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัย มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสน- *สัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ในอนิทัสสนสัปปฏิฆมูลกะ พึงแจกหัวข้อปัจจัยแม้ ๗ ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆมูลเก อิมินา การเณน สตฺตปิ ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่ เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัย หทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัย อาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ- *ธรรม อาศัยอาโปธาตุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะ ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห อนิทสฺสนอปฺปฏิฆมูลกา อิมินา การเณน สตฺต ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในอหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และ อาโปธาตุ รูปายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัย มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ ผู้มีปัญญาพึงยังหัวข้อปัจจัย ๗ ให้พิสดารด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุเก อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ รูปายตนํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อิมินา การเณน สตฺต ปญฺหา วิตฺถาเรตพฺพา อสมฺโมหนฺเตน ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพาย- *ตนะ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐาน ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ พึงยังหัวข้อปัจจัย ๗ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆมูลกะให้พิสดารด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆมูลกา อิมินา การเณน สตฺตปิ ปญฺหา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็น อุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ อินทรีย์รูป กวฬิงการาหาร อาศัย อาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ- *ธรรม อาศัยอาโปธาตุ พึงยังหัวข้อปัจจัยแม้ ๗ ในอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะให้พิสดารด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆมูลเก อิมินา การเณน สตฺตปิ ปญฺหา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และ อาโปธาตุ รูปายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆ- *ธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมและอาโปธาตุ ในปัจจัยสงเคราะห์ พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗ ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ รูปายตนํ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฆฏเน อิมินา การเณน สตฺตปิ ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอธิปติปัจจัย เหมือนกับ สหชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญ- *ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพาย- *ตนะ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ- *ธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๒๑ ด้วยเหตุนี้ ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาต- *ปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ อุปาทา รูปที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม พึงแจกกัมมปัจจัยแล้ว กระทำหัวข้อปัจจัย ๒๑ ด้วยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัยนั่นเอง ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ปฏิสนธิก็ดี กฏัตตารูปก็ดี ไม่มี พึงกระทำในปัญจโวการภพ เท่านั้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๒๑ ด้วยเหตุนี้ ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย รูปชีวิตินทรีย์ อาศัย มหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้งปวง ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก อสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา สหชาตสทิสํ ฯ นอนนฺตรปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อิมินา การเณน เอกวีส ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ {๒๑๙๗.๑} นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา ฯ นกมฺมปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูตํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ อุปาทารูปํ กมฺมํ วิภชิตฺวา นกมฺเมเนว เอกวีส ปญฺหา กาตพฺพา ฯ นวิปากปจฺจยา ปฏิสนฺธิปิ กฏตฺตาปิ นตฺถิ ปญฺจโวกาเรเยว กาตพฺพา ฯ นอาหารปจฺจยา พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... อิมินา การเณน วิภชิตพฺพา เอกวีสาปิ ฯ {๒๑๙๗.๒} นอินฺทฺริยปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺเพ ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ นฌานปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สตฺตปิ ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็น อุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ ด้วยเหตุนี้
อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ เอวํ สตฺตปิ ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก อสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูต รูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗ อย่างนี้ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย เหมือนกับ ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย พึงกระทำให้เต็ม โมหะ ไม่มี ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆญฺจ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ เอวํ สตฺตปิ ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ นมคฺคปจฺจยา นเหตุสทิสํ กาตพฺพํ ปริปุณฺณํ โมโห นตฺถิ ฯ นสมฺปยุตฺตปจฺจยา นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา ปริปุณฺณํ ฯ โนนตฺถิปจฺจยา โนวิคตปจฺจยา ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๒๑ ฯลฯ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๒๑ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ
นเหตุยา เอกวีส นอารมฺมเณ เอกวีส นอธิปติยา เอกวีส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ เอกวีส โนนตฺถิยา เอกวีส โนวิคเต เอกวีส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัยมีวาระ ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒๑ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ เอกวีส ... นอธิปติยา เอกวีส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นวิปาเก เอกวีส นสมฺปยุตฺเต เอกวีส นวิปฺปยุตฺเต เอกวีส โนนตฺถิยา เอกวีส โนวิคเต เอกวีส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ฯลฯ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำในอรูปภูมิเท่านั้น
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกวีส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ฌาเน เอกวีส มคฺเค เอกวีส สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต เอกวีส อตฺถิยา เอกวีส นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต เอกวีส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิสา สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ อรูเปเยว กาตพฺพา ฯ