This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๕

本册其他条目

เรื่องพระเจ้าพิมพิสารรับสั่งให้โสณโกฬิวิสะเข้าเฝ้า เรื่องพระสาคตะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ เรื่องโสณโกฬิวิสะเศรษฐีบุตรบรรพชา เรื่องทรงเปรียบเทียบความเพียรกับสายพิณ พระโสณะบรรลุอรหัตตผล อุปนิสัยสมบัติของผู้เป็นพระอรหันต์ นิคมคาถา๑๔๘. ทิคุณาทิอุปาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามใช้รองเท้า ๒ ชั้นเป็นต้น ๑๔๙. สัพพนีลกาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามใช้รองเท้าสีเขียวล้วนเป็นต้น เรื่องทรงห้ามใช้รองเท้าหุ้มส้นเป็นต้น ๑๕๐. โอมุกกคุณังคุณุปาหนานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตรองเท้าหลายชั้นที่ใช้แล้ว เรื่องภิกษุเท้าแตก ๑๕๑. อัชฌารามุปาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามสวมรองเท้าในอาราม เรื่องภิกษุอาพาธเป็นหน่อที่เท้า ๑๕๒. กัฏฐปาทุกาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามสวมเขียงเท้าไม้เป็นต้น เรื่องเขียงเท้าใบตาล เรื่องเขียงเท้าสานด้วยใบไผ่ เรื่องเขียงเท้าสานด้วยหญ้าสามัญเรื่องพระฉัพพัคคีย์จับแม่โค ๑๕๓. ยานาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามยานพาหนะเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์โดยสารยานพาหนะและภิกษุเป็นไข้ เรื่องยานพาหนะเทียมด้วยโคเพศผู้และยานพาหนะที่ใช้มือลาก เรื่องคานหาม๑๕๔. อุจจาสยนมหาสยนาปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามที่นอนสูงใหญ่ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ที่นอนสูงใหญ่ ๑๕๕. สัพพจัมมปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามแผ่นหนัง เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้หนังผืนใหญ่ เรื่องภิกษุใจบาปขอหนังลูกโค เรื่องทรงห้ามใช้หนังโคเป็นต้น ๑๕๖. คิหิวิกตานุญญาตาทิ ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องคิหิวิกัต เป็นต้น ทรงห้ามและอนุญาตให้สวมรองเท้าเข้าหมู่บ้าน เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวมรองเท้าเข้าหมู่บ้านและภิกษุเป็นไข้๑๕๗. โสณกุฏิกัณณวัตถุ ว่าด้วยพระโสณกุฏิกัณณะ เรื่องพระมหากัจจานะ ๑๕๘. มหากัจจานปัญจวรปริทัสสนา ว่าด้วยอาณัตติกพจน์ของท่านพระมหากัจจานะ ๕ ประการ พระโสณะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค เรื่องพระโสณะสวดพระสูตรในอัฏฐกวรรค เรื่องประทานพร ๕ อย่างแก่พระโสณะ กำหนดเขตปัจจันตชนบทและมัชฌิมชนบท๑๕๙. รวมเรื่องที่มีในจัมมขันธกะ๑๖๐. ปัญจเภสัชชกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตเภสัช ๕ เรื่องภิกษุอาพาธในฤดูสารท ทรงอนุญาตเภสัช ๕ ในกาล เรื่องเภสัช ๕ ในเวลาวิกาลเรื่องน้ำมันเหลวที่เป็นยา ๑๖๑. มูลาทิเภสัชชกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องยามีรากไม้เป็นต้น เรื่องรากไม้ที่เป็นยา เรื่องรากไม้บดที่เป็นยา เรื่องน้ำฝาดที่เป็นยา เรื่องใบไม้ที่เป็นยา เรื่องผลไม้ที่เป็นยา เรื่องยางไม้ที่เป็นยา เรื่องเกลือที่เป็นยา เรื่องมูลโค ดินเหนียว กากน้ำย้อมดับกลิ่นตัว เรื่องยาผงและเครื่องร่อนยา เรื่องเนื้อดิบและเลือดสด เรื่องยาหยอดตา เรื่องเครื่องบดยาผสมยาตา เรื่องกลักยาตา เรื่องไม้ป้ายยาตา เรื่องที่เก็บไม้ป้ายยาตา เรื่องน้ำมันทาศีรษะ เรื่องนัตถุ์ยา เรื่องกล้องยานัตถุ์ เรื่องสูดควัน เรื่องกล้องสูดควันและฝาปิดกล้องสูดควันพระปิลินทวัจฉะอาพาธเป็นโรคลม เรื่องน้ำมันหุง เรื่องน้ำเมาเจือในน้ำมันหุง เรื่องน้ำมันเจือด้วยน้ำเมามากเกินไป ๑๖๑. มูลาทิเภสัชชกถา เรื่องทรงอนุญาตน้ำมันเจือน้ำเมามากใช้เป็นยาทา เรื่องลักจั่น เรื่องการรมเหงื่อ เรื่องรมใหญ่ เรื่องรมด้วยใบไม้ต่างๆ เรื่องอ่างน้ำ เรื่องใช้เขาสัตว์กอกระบายโลหิตออก เรื่องยาทาเท้า เรื่องปรุงน้ำมันทาเท้าเรื่องภิกษุอาพาธเป็นฝี เรื่องยามหาวิกัฏ ๔ อย่าง ภิกษุอาพาธด้วยโรคต่างๆ๑๖๒. ปิลินทวัจฉวัตถุ ว่าด้วยพระปิลินทวัจฉะ เรื่องพระปิลินทวัจฉะจะทำความสะอาดเงื้อมเขา และพระเจ้าพิมพิสารพระราชทานคนงานวัด ทรงอนุญาตคนงานวัด เรื่องฉันเภสัชที่เก็บไว้ ๗ วัน๑๖๓. คุฬาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตน้ำอ้อยงบเป็นต้น เรื่องน้ำอ้อยงบ เรื่องถั่วเขียว เรื่องยาดองโลณโสวีรกะ ๑๖๔. อันโตวุฏฐาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามการหุงต้มภายในเป็นต้น เรื่องอาหารที่หุงต้มเอง เรื่องอุ่นภัตตาหาร เรื่องให้เก็บอาหารภายในและหุงต้มเองเมื่อคราวจำเป็น ๑๖๕. อุคคหิตปฏิคคหณา ว่าด้วยการรับประเคนของที่จับต้องแล้ว เรื่องรับประเคนผลไม้ที่จับต้องแล้ว เรื่องพราหมณ์ถวายงาและน้ำผึ้ง ๑๖๖. ปฏิคคหิตาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ฉันของที่รับประเคนไว้เป็นต้น เรื่องของฉันที่รับประเคนไว้ตอนเช้า เรื่องพระสารีบุตรอาพาธร้อนในกาย เรื่องฉันผลไม้ที่ปล้อนเมล็ดออก๑๖๗. สัตถกัมมปฏิกเขปกถา ว่าด้วยการทรงห้ามทำสัตถกรรม เรื่องริดสีดวงทวาร เรื่องทรงห้ามทำวัตถิกรรม๑๖๘. มนุสสมังสปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามฉันเนื้อมนุษย์ เรื่องอุบาสิกาสุปปิยาเชือดเนื้อขาอ่อนถวาย เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อมนุษย์ ๑๖๙. หัตถิมังสาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามฉันเนื้อช้างเป็นต้น๑๗๐. ยาคุมธุโคฬกานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตข้าวต้มและขนมหวาน เรื่องพราหมณ์คอยโอกาสถวายภัตตาหาร ประโยชน์ของข้าวต้มมี ๑๐ อย่าง๑๗๑. ตรุณัปปสันนมหามัตตวัตถุ ว่าด้วยมหาอมาตย์ผู้เลื่อมใสใหม่๑๗๒. เพลัฏฐกัจจานวัตถุ ว่าด้วยพราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะถวายน้ำอ้อยงบ๑๗๓. ปาฏลิคามวัตถุ ว่าด้วยชาวปาฏลิคามถวายที่พัก เรื่องทรงรับอาคารพักแรม โทษแห่งศีลวิบัติ ๕ ประการ อานิสงส์แห่งศีลสมบัติ ๕ ประการ๑๗๔. สุนีธวัสสการวัตถุ ว่าด้วยมหาอมาตย์สุนีธะและวัสสการะ เรื่องพุทธทำนายเกี่ยวกับนครปาฏลีบุตร นครปาฏลีบุตรจะแตกด้วยภัย ๓ อย่าง เรื่องประตูโคดมและท่าโคดมที่แม่น้ำคงคา ๑๗๕. โกฏิคามสัจจกถา ว่าด้วยทรงแสดงอริยสัจที่โกฏิคาม นิคมคาถา๑๗๖. อัมพปาลีวัตถุ ว่าด้วยหญิงงามเมืองชื่ออัมพปาลี ๑๗๗. ลิจฉวีวัตถุ ว่าด้วยเจ้าลิจฉวี๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ว่าด้วยสีหเสนาบดีสาวกของนิครนถ์นาฏบุตร ข้อกล่าวหาของคนทั่วไป ๘ ประการ พระดำรัสแก้ข้อกล่าวหา ๘ ประการ สีหเสนาบดีได้ธรรมจักษุ เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจง๑๗๙. กัปปิยภูมิอนุชานนา ว่าด้วยการทรงอนุญาตกัปปิยภูมิ เรื่องกรุงเวสาลีหาอาหารได้ง่าย เรื่องทรงห้ามอาหารที่หุงต้มภายในเป็นต้น เรื่องฝนตั้งเค้า วิธีสมมติกัปปิยภูมิและกรรมวาจาสมมติ ทรงอนุญาตกัปปิยภูมิ ๓, ๔ ชนิด เรื่องพระยโสชะเป็นไข้๑๘๐. เมณฑกคหปติวัตถุ ว่าด้วยเมณฑกคหบดีถวายปัญจโครสกับเสบียงเดินทาง ๑๘๑. ปัญจโครสาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตปัญจโครสเป็นต้น๑๘๒. เกณิยชฏิลวัตถุ ว่าด้วยเกณิยชฎิลถวายน้ำอัฏฐบาน ทรงอนุญาตน้ำอัฏฐบาน ๑๘๓. โรชมัลลวัตถุ ว่าด้วยเจ้ามัลละชื่อโรชะถวายผักกาดสดและของฉันทำด้วยแป้ง๑๘๔. วุฑฒปัพพชิตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุเฒ่าเคยเป็นช่างกัลบกในเมืองอาตุมา ห้ามภิกษุผู้เคยเป็นช่างกัลบกเก็บรักษามีดโกน เรื่องผลไม้ดาษดื่นในกรุงสาวัตถี เรื่องปลูกพืช๑๘๕. จตุมหาปเทสกถา ว่าด้วยมหาปเทส ๔ เรื่องทรงอนุญาตกาลิกระคนกัน๑๘๖. รวมเรื่องที่มีในเภสัชชขันธกะเรื่องภิกษุชาวเมืองปาเฐยยะ ๓๐ รูป เรื่องอานิสงส์กฐิน ๕ อย่าง เรื่องวิธีกรานกฐินและญัตติทุติยกรรมวาจาสำหรับกรานกฐิน เรื่องกฐินไม่เป็นอันกราน เรื่องกฐินเป็นอันกรานเรื่องกฐินเดาะด้วยมาติกา ๘ ข้อ ๑๘๘. อาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรหลีกไป ๗ กรณี ๑๘๙. สมาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรติดตัวหลีกไป ๗ กรณี ๑๙๐. อาทายฉักกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี ๑๙๑. สมาทายฉักกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี ๑๙๒. อาทายปัณณรสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรหลีกไป ๑๕ กรณี ๑๙๓. สมาทายปัณณรสกาทิ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรติดตัวหลีกไป ๑๕ กรณีเป็นต้น ๑๙๔. วิปปกตสมาทายปัณณรสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรที่ทำค้างไว้ติดตัวหลีกไป ๑๕ กรณี๑๙๕. อนาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสิ้นหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสมหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๗. กรณียโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะมีธุระจำเป็น ๑๒ กรณี ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังได้ส่วนจีวร ๙ กรณี ๑๙๙. ผาสุวิหารปัญจกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังอยู่ผาสุก ๕ กรณี ๒๐๐. ปลิโพธาปลิโพธกถา ว่าด้วยปลิโพธและอปลิโพธ ปลิโพธ ๒ อย่าง๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ๒๐๒. ชีวกวัตถุ ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจ เรื่องคณะกุฎุมพีชาวกรุงราชคฤห์พบหญิงงามเมืองชื่ออัมพปาลี เรื่องบุตรของหญิงงามเมืองชื่อสาลวดี เรื่องชีวกเดินทางไปกรุงตักกสิลา ๒๐๓. เสฏฐิภริยาวัตถุ ว่าด้วยภรรยาเศรษฐีปวดศีรษะ ๒๐๔. พิมพิสารราชวัตถุ ว่าด้วยพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องรักษาโรคริดสีดวงทวารของพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องพระราชทานตำแหน่งแพทย์หลวง ๒๐๕. ราชคหเสฏฐิวัตถุ ว่าด้วยเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ เรื่องรักษาเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ผู้ป่วยเป็นโรคปวดศีรษะ ๒๐๖. เสฏฐิปุตตวัตถุ ว่าด้วยบุตรเศรษฐี เรื่องรักษาโรคเนื้องอกในลำไส้๒๐๗. ปัชโชตราชวัตถุ ว่าด้วยพระเจ้าปัชโชต เรื่องรักษาโรคผอมเหลืองของพระเจ้าปัชโชต ๒๐๘. สิเวยยกทุสสยุคกถา ว่าด้วยการพระราชทานผ้าสิไวยกะ ๑ คู่๒๐๙. สมติงสวิเรจนกถา ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคเสวยพระโอสถถ่าย ๓๐ ครั้ง เรื่องหมอชีวกทูลถวายพระโอสถถ่าย ๓๐ ครั้ง ๒๑๐. วรยาจนากถา ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจกราบทูลขอพร เรื่องทรงรับคู่ผ้าสิไวยกะ เรื่องทรงอนุญาตคหบดีจีวร เรื่องทรงอนุญาตผ้าปาวาร ผ้าไหม และผ้าโกเชาว์ ๒๑๑. กัมพลานุชานนาทิกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตผ้ากัมพลเป็นต้น ทรงอนุญาตคหบดีจีวร ๖ ชนิด ๒๑๒. ปังสุกูลปริเยสนกถา ว่าด้วยการแสวงหาผ้าบังสุกุล๒๑๓. จีวรปฏิคคาหกสัมมติกถา ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่รับจีวร เรื่องทายกนำจีวรกลับคืน วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่รับจีวร วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร ๒๑๔. ภัณฑาคารสัมมติอาทิกถา ว่าด้วยการสมมติเรือนคลังเป็นต้น วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติเรือนคลัง วิธีสมมติและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเจ้าหน้าที่เรือนคลัง เรื่องทรงห้ามย้ายเจ้าหน้าที่เรือนคลังเรื่องจีวรเกิดขึ้นมาก เรื่องส่งเสียงดังขณะแจกจีวร วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเจ้าหน้าที่แจกจีวร เรื่องวิธีแจกจีวร เรื่องวิธีให้ส่วนแบ่ง เรื่องให้แลกส่วนของตน เรื่องให้ส่วนพิเศษ เรื่องวิธีให้ส่วนจีวร๒๑๕. จีวรรชนกถา ว่าด้วยน้ำย้อมจีวรเรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้จีวรที่ไม่ได้ตัด ๒๑๖. ฉินทกจีวรานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตจีวรตัด เรื่องตัดจีวรตามแบบคันนา ตรัสสรรเสริญพระอานนท์ ๒๑๗. ติจีวรานุชานนา ว่าด้วยการอนุญาตไตรจีวร เรื่องทอดพระเนตรเห็นภิกษุแบกห่อจีวร เรื่องทรงอนุญาตไตรจีวร ๒๑๘. อติเรกจีวรกถา ว่าด้วยอติเรกจีวร เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทรงอติเรกจีวรชุดอื่นเข้าบ้าน เรื่องอติเรกจีวรเกิดขึ้น เรื่องทรงอนุญาตผ้าปะเมื่ออันตรวาสกขาดทะลุ๒๑๙. วิสาขาวัตถุ ว่าด้วยนางวิสาขากราบทูลขอพร เรื่องนางวิสาขาขอพรเพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนเป็นต้น คาถาอนุโมทนา๒๒๐. นิสีทนาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตผ้ารองนั่งเป็นต้น เรื่องภิกษุนอนหลับขาดสติสัมปชัญญะ นอนหลับขาดสติสัมปชัญญะมีโทษ ๕ อย่าง นอนหลับมีสติสัมปชัญญะ มีอานิสงส์ ๕ อย่าง เรื่องผ้าปูนั่งผืนเล็กเกินไป เรื่องฝีดาษ เรื่องทรงอนุญาตผ้าเช็ดปากเรื่องทรงอนุญาตให้ถือวิสาสะผ้าเปลือกไม้ ๒๒๑. ปัจฉิมวิกัปปนุปคจีวราทิกถา ว่าด้วยผ้าที่ต้องวิกัปเป็นอย่างต่ำเป็นต้น เรื่องอธิษฐาน เรื่องจีวรมีขนาดเพียงไรจึงต้องวิกัป เรื่องอุตตราสงค์ที่ทำจากผ้าบังสุกุลหนัก เรื่องชายสังฆาฏิไม่เสมอกัน เรื่องด้ายหลุดลุ่ย เรื่องแผ่นสังฆาฏิลุ่ยออก เรื่องผ้าไม่พอ เรื่องผ้าเพลาะทรงอนุญาตให้ให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้ เรื่องจีวรเกิดขึ้นมาก เรื่องเก็บจีวรไว้ในวิหารอันธวัน เรื่องท่านพระอานนท์เผลอสติ๒๒๒. สังฆิกจีวรุปปาทกถา ว่าด้วยการให้จีวรเกิดขึ้นแก่สงฆ์ เรื่องภิกษุรูปเดียวจำพรรษา เรื่องภิกษุอยู่รูปเดียวตลอดฤดูกาล เรื่องพระเถระสองพี่น้อง เรื่องภิกษุ ๓ รูปจำพรรษาในกรุงราชคฤห์๒๒๓. อุปนันทสักยปุตตวัตถุ ว่าด้วยพระอุปนันทศากยบุตร เรื่องพระอุปนันทะจำพรรษาแล้วไปอาวาสใกล้บ้าน เรื่องพระอุปนันทะจำพรรษาใน ๒ อาวาส๒๒๔. คิลานวัตถุกถา ว่าด้วยภิกษุไข้ เรื่องภิกษุอาพาธเป็นโรคท้องร่วง เรื่องคนไข้ที่พยาบาลได้ยากและพยาบาลได้ง่าย บุคคลผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ บุคคลผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ควรพยาบาลภิกษุไข้ ๒๒๕. มตสันตกกถา ว่าด้วยการให้บริขารของภิกษุมรณภาพแก่ผู้พยาบาลไข้ วิธีมอบให้ไตรจีวร บาตร และกรรมวาจาสำหรับมอบให้๒๒๖. นัคคิยปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามเปลือยกาย ๒๒๗. กุสจีราทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามผ้าคากรองเป็นต้น ๒๒๘. สัพพนีลกาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามจีวรสีเขียวล้วนเป็นต้น๒๒๙. วัสสังวุตถานังอนุปปันนจีวรกถา ว่าด้วยจีวรยังไม่เกิดแก่ภิกษุผู้จำพรรษา ๒๓๐. สังฆภินเนจีวรุปปาทกถา ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งจีวรเมื่อสงฆ์แตกกัน ๒๓๑. ทุคคหิตสุคคหิตาทิกถา ว่าด้วยจีวรที่ถือเอาไม่ดีและถือเอาดีเป็นต้น เรื่องพระเรวตะฝากจีวร เรื่องการถือเอาของฝากโดยวิสาสะและการอธิษฐานเป็นจีวรมรดก๒๓๒. อัฏฐจีวรมาติกา ว่าด้วยจีวรที่เกิดขึ้นมี ๘ มาติกา๒๓๓. รวมเรื่องที่มีในจีวรขันธกะ๒๓๔. กัสสปโคตตภิกขุวัตถุ ว่าด้วยพระกัสสปโคตร เรื่องพระกัสสปโคตรผู้อยู่ประจำในอาวาส ณ วาสภคาม ๒๓๕. อธัมมวัคคาทิกัมมกถา ว่าด้วยกรรมที่แบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องภิกษุชาวกรุงจัมปาทำกรรมแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องพระผู้มีพระภาคตรัสห้ามเพราะไม่ชอบธรรม กรรม ๔ ประเภท ๒๓๖. ญัตติวิปันนกัปปาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่ญัตติวิบัติเป็นต้น เรื่องแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมไม่จัดเป็นกรรมและไม่ควรทำ กรรม ๖ ประเภท อธิบายกรรมไม่ชอบธรรม อธิบายกรรมที่แบ่งพวกทำ อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันทำ อธิบายกรรมแบ่งพวกโดยธรรมปฏิรูป อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันโดยธรรมปฏิรูป อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันโดยชอบธรรม๒๓๗. จตุวัคคกรณาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่สงฆ์กำหนดจำนวน ๔ รูปทำเป็นต้น เรื่องสงฆ์ ๕ ประเภท เรื่องกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ๒๓๘. ปาริวาสิกาทิกถา ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นต้น เรื่องสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นที่ ๔ ทำสังฆกรรมไม่ได้ และสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสนั้นเป็นที่ ๒๐ อัพภานไม่ได้ปฏิโกสนา(การกล่าวคัดค้าน) ๒ อย่าง เรื่องคำคัดค้านของคน ๒๗ จำพวกฟังไม่ขึ้น เรื่องคำคัดค้านของภิกษุที่ฟังขึ้น ๒๓๙. เทฺวนิสสารณาทิกถา ว่าด้วยนิสสารณา ๒ อย่างเป็นต้น เรื่องบุคคลที่ถูกขับออกไปดีและบุคคลที่ถูกขับออกไปไม่ดี โอสารณา ๒ อย่าง เรื่องบุคคลที่ไม่ควรรับเข้าหมู่ ๑๑ จำพวก เรื่องบุคคลที่ควรรับเข้าหมู่ ๓๒ จำพวก๒๔๐. อธัมมกัมมาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่ไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ไม่ชอบธรรม ๗ กรณี เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ไม่ชอบธรรมอีก ๗ กรณี เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ชอบธรรม ๗ กรณี๒๔๑. อุปาลิปุจฉากถา ว่าด้วยพระอุบาลีกราบทูลถามปัญหา เรื่องกรรมไม่ชอบด้วยธรรมไม่ชอบด้วยวินัย เรื่องกรรมที่ชอบด้วยธรรมชอบด้วยวินัย๒๔๒. ตัชชนียกัมมกถา ว่าด้วยตัชชนียกรรม เรื่องภิกษุแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมลงตัชชนียกรรม เรื่องภิกษุในอาวาสอื่นพร้อมเพรียงกันโดยไม่ชอบธรรมลงตัชนียกรรมเป็นต้น ๒๔๓. นิยสกัมมกถา ว่าด้วยนิยสกรรม เรื่องสงฆ์ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้โง่เขลาไม่ฉลาด ๒๔๔. ปัพพาชนียกัมมกถา ว่าด้วยปัพพาชนียกรรม เรื่องสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล ๒๔๕. ปฏิสารณียกัมมกถา ว่าด้วยปฏิสารณียกรรม เรื่องสงฆ์ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ด่าบริภาษคฤหัสถ์ ๒๔๖. อทัสสนอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๔๗. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๔๘. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ๒๔๙. ตัชชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับตัชชนียกรรม ๒๕๐. นิยสกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับนิยสกรรม ๒๕๑. ปัพพาชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับปัพพาชนียกรรม ๒๕๒. ปฏิสารณียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับปฏิสารณียกรรม ๒๕๓. อทัสสนอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๕๔. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๕๕. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ละทิฏฐิบาป๒๕๖. ตัชชนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในตัชชนียกรรม ๒๕๗. นิยสกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในนิยสกรรม ๒๕๘. ปัพพาชนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในปัพพาชนียกรรม ๒๕๙. ปฏิสารณียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในปฏิสารณียกรรม ๒๖๐. อทัสสนอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๖๑ อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๖๒. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ๒๖๓. ตัชชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับตัชชนียกรรม ๒๖๔. นิยสกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับนิยสกรรม ๒๖๕. ปัพพาชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับปัพพาชนียกรรม ๒๖๖. ปฏิสารณียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับปฏิสารณียกรรม ๒๖๗. อทัสสนอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๖๘. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๖๙. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป๒๗๐. รวมเรื่องที่มีในจัมเปยยขันธกะ๒๗๑. โกสัมพิกวิวาทกถา ว่าด้วยเรื่องภิกษุชาวกรุงโกสัมพีทะเลาะวิวาทกัน เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงแนะนำให้ภิกษุแสดงอาบัติเรื่องพวกภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ถูกลงอุกเขปนียกรรมทำอุโบสถภายในสีมา นานาสังวาสกภูมิและสมานสังวาสกภูมิเรื่องความบาดหมางกันเป็นต้น ทรงสอบถาม ทรงติเตียนแล้วทรงห้าม๒๗๒. ทีฆาวุวัตถุ ว่าด้วยทีฆาวุกุมาร๒๗๓. พาลกโลณกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปพาลกโลณกคาม เรื่องท่านพระภคุอยู่ ณ พาลกโลณกคาม ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปปาจีนวังสทายวัน เรื่องท่านพระอนุรุทธะท่านพระนันทิยะและท่านพระกิมพิละ ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปป่าปาริไลยกะ เรื่องพญาช้างปาริไลยกะ๒๗๖. อัฏฐารสวัตถุกถา ว่าด้วยเรื่องที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ๑๘ ประการ เรื่องทรงแสดงเหตุแห่งความแตกแยกแก่ท่านพระสารีบุตร ณ กรุงสาวัตถี ลักษณะของภิกษุผู้เป็นอธรรมวาที ๑๘ อย่าง ลักษณะของภิกษุผู้เป็นธรรมวาที ๑๘ อย่างเรื่องทรงแสดงวิธีปฏิบัติต่อพวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท พระเถระกราบทูลถามถึงวิธีปฏิบัติ พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลถามวิธีปฏิบัติ อนาถบิณฑิกคหบดีกราบทูลถามวิธีปฏิบัติ นางวิสาขามิคารมาตากราบทูลถามวิธีปฏิบัติ เรื่องให้เสนาสนะที่ว่างแก่พวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท เรื่องจัดเสนาสนะให้ว่างสำหรับพวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท เรื่องให้อามิสเท่าๆ กัน๒๗๗. โอสารณานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตรับเข้าหมู่ซึ่งภิกษุผู้ถูกลงอุกเขปนียกรรม ๒๗๘. สังฆสามัคคีกถา ว่าด้วยสังฆสามัคคี วิธีทำสังฆสามัคคีและกรรมวาจา ๒๗๙. อุปาลิสังฆสามัคคีปุจฉา ว่าด้วยพระอุบาลีกราบทูลถามถึงสังฆสามัคคี เรื่องทรงแสดงสังฆสามัคคี ๒ อย่างแก่ท่านพระอุบาลี สังฆสามัคคี ๒ อย่าง เรื่องไม่ถูกตำหนิโดยศีลอุบาลีคาถา๒๘๐. รวมเรื่องที่มีในโกสัมพิกขันธกะ

经典

๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ว่าด้วยสีหเสนาบดีสาวกของนิครนถ์นาฏบุตร ข้อกล่าวหาของคนทั่วไป ๘ ประการ พระดำรัสแก้ข้อกล่าวหา ๘ ประการ สีหเสนาบดีได้ธรรมจักษุ เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจง

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释5 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ว่าด้วยสีหเสนาบดีสาวกของนิครนถ์นาฏบุตร

๒๙๐

สมัยนั้น เจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงนั่งประชุมกันในสันถาคาร กล่าวสรรเสริญ พระพุทธ กล่าวสรรเสริญพระธรรม กล่าวสรรเสริญพระสงฆ์โดยประการต่างๆ สมัยนั้น สีหเสนาบดีสาวกของนิครนถ์ นั่งอยู่ในที่ประชุมนั้นด้วย ลำดับนั้น สีหเสนาบดีได้มีความคิดดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ต้องเป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าแน่ เพราะเจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้นั่งประชุมกันในสันถาคาร ต่างก็กล่าวสรรเสริญพระพุทธ กล่าวสรรเสริญพระธรรม กล่าวสรรเสริญพระสงฆ์ โดยประการต่างๆ อย่ากระนั้นเลย เราควรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น” ต่อมา เขาเข้าไปหานิครนถ์นาฏบุตรถึงที่อยู่ ไหว้แล้วนั่งอยู่ ณ ที่สมควร ได้กล่าวกับนิครนถ์นาฏบุตรดังนี้ว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาจะไปเฝ้าพระ สมณโคดม เจ้าข้า” นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวว่า “สีหะ ท่านเป็นผู้สอนให้ทำ ไฉนจึงจะไปเฝ้าพระ สมณโคดมผู้สอนไม่ให้ทำเล่า สีหะ เพราะพระสมณโคดมเป็นผู้สอนไม่ให้ทำ ย่อม แสดงธรรมเพื่อการไม่ทำ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น” ครั้งนั้นแล สีหเสนาบดีจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค @เชิงอรรถ : @ สันถาคาร มีความหมาย ๒ นัยคือ หมายถึงอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนสำหรับมหาชน ถูกสร้าง @ขึ้นที่ใจกลางเมือง คนที่อยู่รอบๆ ทั้ง ๔ ทิศสามารถมองเห็นได้ คนที่มาจากทิศทั้ง ๔ จะพักผ่อนที่อาคาร @นี้ก่อนที่จะไปพักในที่สบายสำหรับตน นัยที่ ๒ หมายถึงอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อประชุมพิจารณาราชกิจสำหรับ @ราชตระกูล ในที่นี้หมายถึงนัยที่ ๒ (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๑๒/๒๒๙-๒๓๐, ดู องฺ.อฏฺฐก. ๒๓/๑๒/๑๔๙ ด้วย) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๐๘} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ แม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ เจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงนั่งประชุมอยู่ในสันถาคาร กล่าวสรรเสริญ พระพุทธ กล่าวสรรเสริญพระธรรม กล่าวสรรเสริญพระสงฆ์ โดยประการต่างๆ แม้ครั้งที่ ๓ สีหเสนาบดีก็มีความคิดดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ต้องเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแน่ เพราะเจ้าลิจฉวีผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้นั่ง ประชุมกันในสันถาคาร ต่างก็กล่าวสรรเสริญพระพุทธ กล่าวสรรเสริญพระธรรม กล่าว สรรเสริญพระสงฆ์ โดยประการต่างๆ ก็พวกนิครนถ์เหล่านี้ เราจะบอกหรือไม่ก็ไม่ มีประโยชน์อะไร อย่ากระนั้นเลย เราจะไม่บอกพวกนิครนถ์แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น” ครั้งนั้น สีหเสนาบดีเดินทางออกจากกรุงเวสาลีแต่หัววัน พร้อมด้วยรถ ๕๐๐ คัน เดินทางไปด้วยยานพาหนะตลอดพื้นที่ที่ยานพาหนะจะไปได้แล้วลงเดินเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งอยู่ ณ ที่สมควร สีหเสนาบดีผู้นั่งอยู่ ณ ที่สมควรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระ องค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ฟังมาดังนี้ว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สอนไม่ให้ทำ ทรงแสดง ธรรมเพื่อการไม่ให้ทำ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ พระพุทธเจ้าข้า คนเหล่า ใดกล่าวอย่างนี้ว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สอนไม่ให้ทำ แสดงธรรมเพื่อการไม่ให้ทำ ทั้งแนะ นำพวกสาวกตามแนวนั้น’ พระพุทธเจ้าข้า คนเหล่านั้นจะชื่อว่ากล่าวตรงตามที่พระ ผู้มีพระภาคตรัสไว้ ไม่ชื่อว่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาคด้วยคำเท็จหรือ ชื่อว่ากล่าวแก้ อย่างสมเหตุสมผลหรือ ไม่มีบ้างหรือที่คำกล่าวเช่นนั้นและคำกล่าวต่อๆ กันมา จะ เป็นเหตุให้ถูกตำหนิได้ เพราะข้าพระองค์ไม่ประสงค์จะกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคเลย” ข้อกล่าวหาของคนทั่วไป ๘ ประการ

๒๙๑

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ๑. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สอนไม่ให้ทำ ทรงแสดงธรรมเพื่อการไม่ให้ทำ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้น มีมูลอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๐๙} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ๒. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สอนให้ทำ แสดง ธรรมเพื่อการให้ทำ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นมีมูลอยู่ ๓. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สอนให้ทำลาย แสดงธรรมเพื่อความทำลาย ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้น มีมูลอยู่ ๔. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนช่างรังเกียจ แสดงธรรมเพื่อความรังเกียจ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้น มีมูลอยู่ ๕. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนช่างกำจัด แสดง ธรรมเพื่อความกำจัด ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นมี มูลอยู่ ๖. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนช่างเผาผลาญ แสดงธรรมเพื่อความเผาผลาญ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นมีมูลอยู่ ๗. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนไม่ผุดไม่เกิด แสดงธรรมเพื่อไม่ผุดไม่เกิด ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้น มีมูลอยู่ ๘. สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้เบาใจ แสดงธรรม เพื่อความเบาใจ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นมีมูลอยู่ พระดำรัสแก้ข้อกล่าวหา ๘ ประการ

๒๙๒

สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สอนไม่ให้ทำทรง แสดงธรรมเพื่อการไม่ให้ทำ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นชื่อว่ามีมูลอยู่ เป็นอย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๑๐} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ๑. สีหะ เพราะเราสอนไม่ให้ทำกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ตลอด ถึงการไม่ให้ทำบาปอกุศลธรรมต่างๆ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระ สมณโคดมเป็นผู้สอนไม่ให้ทำ แสดงธรรมเพื่อการไม่ให้ทำ ทั้งแนะนำ พวกสาวกตามแนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่ สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้สอนให้ทำ แสดงธรรม เพื่อการให้ทำ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นมีมูลอยู่ เป็นอย่างไร ๒. สีหะ เพราะเราสอนให้ทำกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ตลอดถึง การทำกุศลธรรมต่างๆ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดม เป็นผู้สอนให้ทำ ทรงแสดงธรรมเพื่อการให้ทำ ทั้งแนะนำพวกสาวก ตามแนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่ สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมสอนให้ทำลาย แสดงธรรมเพื่อ ความทำลาย ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นชื่อว่ามีมูลอยู่ เป็นอย่างไร ๓. สีหะ เพราะเราสอนให้ทำลายราคะ โทสะ โมหะ ตลอดถึงให้ทำลาย บาปอกุศลธรรมต่างๆ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดม สอนให้ทำลาย แสดงธรรมเพื่อความทำลาย ทั้งแนะนำพวกสาวก ตามแนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่ สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนช่างรังเกียจ แสดงธรรม เพื่อความรังเกียจ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นชื่อว่ามีมูลอยู่ เป็นอย่างไร ๔. สีหะ เพราะเราช่างรังเกียจกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ตลอด ถึงรังเกียจบาป อกุศลธรรมต่างๆ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระ สมณโคดมเป็นคน ช่างรังเกียจ แสดงธรรมเพื่อความรังเกียจ ทั้ง แนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่ สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนช่างกำจัด แสดงธรรมเพื่อ ความกำจัด ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นชื่อว่ามีมูลอยู่ เป็นอย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๑๑} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ๕. สีหะ เพราะเราแสดงธรรมเพื่อกำจัดราคะ โทสะ โมหะ และบาป อกุศลธรรมต่างๆ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคน ช่างกำจัด แสดงธรรมเพื่อความกำจัด ทั้งแนะนำพวกสาวกตาม แนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่ สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนช่างเผาผลาญ แสดงธรรม เพื่อความเผาผลาญ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นชื่อว่ามีมูลอยู่ เป็นอย่างไร ๖. สีหะ เพราะเรากล่าวถึงบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริตว่าเป็นสิ่งที่ควรเผาผลาญ สีหะ เราเรียกคน ที่ละบาปอกุศลธรรมทั้งหลายที่ควรเผาผลาญได้หมดสิ้น ตัดราก ถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ว่า ‘เป็นคนช่างเผาผลาญ’ ตถาคต ละบาปอกุศลธรรมต่างๆ ที่ควรเผาผลาญได้หมดสิ้น ข้อที่เขากล่าว หาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนช่างเผาผลาญ แสดงธรรมเพื่อ การเผาผลาญ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่ สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนไม่ผุดไม่เกิด แสดงธรรม เพื่อความไม่ผุดไม่เกิด ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นชื่อว่ามีมูลอยู่ เป็นอย่างไร ๗. สีหะ เพราะเราเรียกคนที่ละการอยู่ในครรภ์และการเกิดใหม่ได้หมด ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนแล้ว เหลือแต่ พื้นที่ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ว่า ‘เป็นคนไม่ผุดไม่เกิด’ ตถาคต ละการอยู่ในครรภ์และการเกิดใหม่ได้หมดสิ้นแล้ว ข้อที่เขากล่าว หาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นคนไม่ผุดไม่เกิด แสดงธรรมเพื่อความ ไม่ผุดไม่เกิด ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่ สีหะ ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า ‘พระสมณโคดมเป็นผู้เบาใจ แสดงธรรมเพื่อความ เบาใจ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น’ นั้นชื่อว่ามีมูลอยู่ เป็นอย่างไร ๘. สีหะ เพราะเราเป็นผู้เบาใจด้วยความเบาใจอย่างยิ่ง แสดงธรรมเพื่อ ความเบาใจ ทั้งแนะนำพวกสาวกตามแนวนั้น ข้อที่เขากล่าวหาเราว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๑๒} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ‘พระสมณโคดมเป็นผู้เบาใจ แสดงธรรมเพื่อความเบาใจ ทั้งแนะนำ พวกสาวกตามแนวนั้น’ นี้แลมีมูลอยู่

๒๙๓

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสตอบอย่างนี้แล้ว สีหเสนาบดีได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรม แจ่มแจ้งโดยประการต่างๆ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า คนมีตาดีจักเห็นรูป พระองค์ ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็น สรณะ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้เข้าถึงสรณะตั้งแต่วัน นี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “สีหะ ท่านใคร่ครวญก่อนแล้วจึงตัดสินใจเถิด คนที่ มีชื่อเสียงเช่นท่านต้องใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนจึงเป็นการดี” สีหเสนาบดีกราบทูลว่า “พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ปลาบปลื้มชื่นใจอย่างยิ่ง เพราะพระดำรัส ที่พระองค์ตรัสว่า ‘ท่านใคร่ครวญก่อนแล้วจึงตัดสินใจเถิด คนที่มี ชื่อเสียงเช่นท่านต้องใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนจึงเป็นการดี’ ความจริง เพราะพวก อัญเดียรถีย์ได้ข้าพระองค์เป็นสาวกแล้วก็ป่าวประกาศไปทั่วกรุงเวสาลีว่า ‘สีหเสนาบดี เป็นสาวกของพวกเรา’ แต่พระองค์กลับตรัสว่า ‘ท่านใคร่ครวญก่อนแล้วจึงค่อย ตัดสินใจเถิด คนที่มีชื่อเสียงเช่นท่านต้องใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนจึงเป็นการดี’ พระองค์ผู้เจริญ แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ เข้าถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิตเถิด” ทรงสนับสนุนให้อุปถัมภ์ลัทธิที่เคยนับถือมาก่อน พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “สีหะ ตระกูลของท่านเคยเป็นที่ต้อนรับพวกนิครนถ์ มานาน ดังนั้น ท่านพึงใส่ใจว่าควรให้บิณฑบาตแก่พวกนิครนถ์ผู้เข้าไปตระกูลต่อไปเถิด” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๑๓} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ สีหเสนาบดีกราบทูลว่า “พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ปลาบปลื้มชื่นใจอย่าง ยิ่งเพราะพระดำรัสที่พระองค์ตรัสว่า ‘สีหะ ตระกูลของท่านเคยเป็นที่ต้อนรับพวก นิครนถ์มานาน ดังนั้น ท่านพึงใส่ใจว่าควรให้บิณฑบาตแก่พวกนิครนถ์ผู้เข้าไป ตระกูลต่อไปเถิด’ ข้าพระองค์ได้ฟังมาดังนี้ พระสมณโคดมตรัสอย่างนี้ว่า ‘ควรให้ ทานแก่เราเท่านั้น ไม่ควรให้ทานแก่ศาสดาอื่น ควรให้ทานแก่สาวกของเราเท่านั้น ไม่ควรให้ทานแก่สาวกของศาสดาอื่น ทานที่ให้แก่เราเท่านั้นมีผลมาก ทานที่ให้ แก่ศาสดาอื่นไม่มีผลมาก ทานที่ให้แก่สาวกของเราเท่านั้นมีผลมาก ทานที่ให้แก่ สาวกของศาสดาอื่นไม่มีผลมาก’ แต่พระผู้มีพระภาคกลับทรงชักชวนให้ข้าพระองค์ ให้ทานแก่พวกนิครนถ์ ข้าพระองค์จะรู้เวลาในเรื่องนี้เอง พระองค์ผู้เจริญ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอ พระผู้มีพระภาคจงทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้เข้าถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอนุปุพพิกถา คือ ทรงประกาศ ๑. ทานกถา ๒. สีลกถา ๓. สัคคกถา ๔. กามาทีนวกถา ๕. เนกขัมมานิสังสกถา แก่สีหะเสนาบดี เมื่อทรงทราบว่าสีหเสนาบดีมีจิตควร อ่อน ปราศจากนิวรณ์ เบิกบาน ผ่องใส จึงทรงประกาศสามุกกังสิกธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ธรรมจักษุอันปราศจากธุลีปราศจากมลทินได้เกิดขึ้นแก่สีหเสนาบดี นั้น ณ อาสนะนั้นแลว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมี ความดับไปเป็นธรรมดา” เปรียบเหมือนผ้าขาวสะอาดปราศจากมลทินควรรับน้ำย้อม ได้เป็นอย่างดี ครั้งนั้น สีหเสนาบดีได้เห็นธรรมแล้ว บรรลุธรรมแล้ว รู้แจ้งธรรมแล้ว หยั่งลง สู่ธรรมแล้ว ข้ามความสงสัยแล้ว ปราศจากความแคลงใจ ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๑๔} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ไม่ต้องเชื่อใครอีกในคำสอนของพระศาสดา จึงกราบทูลว่า “ขอพระผู้มีพระภาค พร้อมภิกษุสงฆ์โปรดรับภัตตาหารของข้าพระองค์เพื่อเจริญกุศลในวันพรุ่งนี้เถิด พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์โดยดุษณีภาพ สีหเสนาบดีนั้นทราบการที่พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์แล้ว จึงได้ลุกจาก อาสนะ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วกลับไป

๒๙๔

ครั้งนั้น สีหเสนาบดีใช้มหาดเล็กผู้หนึ่งว่า “เธอไปหาซื้อเนื้อสดที่มี ขายมา” โดยล่วงไปแห่งราตรีนั้นได้จัดเตรียมของเคี้ยวของฉันอันประณีตแล้วให้ มหาดเล็กไปกราบทูลภัตกาลพระผู้มีพระภาคว่า “ถึงเวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ภัตตาหารเสร็จแล้ว” ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสกแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร เสด็จไปที่นิเวศน์ของสีหเสนาบดี ประทับนั่งบนอาสนะที่จัดถวายพร้อมกับภิกษุสงฆ์ สมัยนั้น พวกนิครนถ์จำนวนมากพากันกอดแขนคร่ำครวญไปตามถนนสี่แยก สามแยกทั่วกรุงเวสาลีว่า “วันนี้ สีหเสนาบดีฆ่าสัตว์เลี้ยงตัวอ้วนๆ ทำอาหาร เลี้ยงพระสมณโคดม พระสมณโคดมทั้งที่รู้อยู่ก็ยังฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจงตนเอง” ครั้งนั้น มหาดเล็กผู้หนึ่งเข้าไปหาสีหเสนาบดี กล่าวว่า “เจ้านายพึงทราบเถิด พวกนิครนถ์จำนวนมากพากันกอดแขนคร่ำครวญไปตามถนนสี่แยกสามแยกทั่ว กรุงเวสาลีว่า ‘วันนี้ สีหเสนาบดีฆ่าสัตว์เลี้ยงตัวอ้วนๆ ทำอาหารเลี้ยงพระสมณโคดม พระสมณโคดมทั้งที่รู้อยู่ก็ยังฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจงตนเอง” สีหเสนาบดีตอบว่า “ช่างเถิด ท่านเหล่านั้นประสงค์จะตำหนิพระพุทธ ประสงค์ จะตำหนิพระธรรม ประสงค์จะตำหนิพระสงฆ์มานานแล้ว อนึ่ง ท่านเหล่านั้นกล่าวตู่ พระผู้มีพระภาคด้วยเรื่องที่ไม่มีอยู่ เปล่าประโยชน์ เป็นเรื่องเท็จ ไม่เป็นจริง ส่วน พวกเราไม่จงใจฆ่าสัตว์แม้เพราะเหตุแห่งชีวิต” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๑๕} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๙. กัปปิยภูมิอนุชานนา ลำดับนั้น สีหเสนาบดี ได้นำของเคี้ยวของฉันอันประณีตประเคนภิกษุสงฆ์มี พระพุทธเจ้าเป็นประธานด้วยตนเอง กระทั่งพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จ ทรงห้าม ภัตตาหารแล้วทรงละพระหัตถ์จากบาตร จึงได้นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควร เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจง พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้สีหเสนาบดีเห็นชัด ชวนให้อยากรับไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรง แสดงธรรมีกถาเพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ รับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรู้อยู่ ไม่พึงฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตปลา เนื้อเป็นของบริสุทธิ์ด้วยอาการ ๓ อย่างคือ ๑. ไม่ได้เห็น ๒. ไม่ได้ยิน ๓. ไม่ได้นึกสงสัย

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้