This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก

พรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๖๒๔–๖๒๘พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒5 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒

๖๒๔

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกะพระเถระทั้งหลายว่า ท่าน เจ้าข้า เมื่อจวนเสด็จปรินิพพาน พระผู้มีพระภาคตรัสกะข้าพเจ้าอย่างนี้ว่า ดูกร อานนท์ ถ้าเช่นนั้น เมื่อเราล่วงไปแล้ว สงฆ์จงลงพรหมทัณฑ์แก่ภิกษุฉันนะ พระเถระทั้งหลายกล่าวว่า ท่านอานนท์ ท่านทูลถามพระผู้มีพระภาคหรือ ว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร พระอานนท์ตอบว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าทูลถามพระผู้มีพระภาคแล้วว่า พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุฉันนะพึงพูดตามปรารถนา ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงว่ากล่าว ไม่พึงสั่งสอน ไม่ พึงพร่ำสอนภิกษุฉันนะ ท่านพระเถระทั้งหลายกล่าวว่า ท่านอานนท์ ถ้าเช่นนั้น ท่านนั้นแหละจง ลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะ พระอานนท์ปรึกษาว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะ ได้อย่างไร เพราะเธอดุร้าย หยาบคาย พระเถระทั้งหลายกล่าวว่า ท่านอานนท์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงไปกับภิกษุ หลายๆ รูป ท่านพระอานนท์รับเถระบัญชาแล้วโดยสารเรือไป พร้อมกับภิกษุ หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ถึงเมืองโกสัมพี ลงจากเรือแล้วได้นั่ง ณ โคนไม้ แห่งหนึ่งใกล้พระราชอุทยานของพระเจ้าอุเทน ฯ เรื่องพระเจ้าอุเทน

อถโข อายสฺมา อานนฺโท เถเร ภิกฺขู เอตทโวจ ภควา มํ ภนฺเต ปรินิพฺพานกาเล เอวมาห เตนหานนฺท สงฺโฆ มมจฺจเยน ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปตูติ ฯ ปุจฺฉิ ปน ตฺวํ อาวุโส อานนฺท ภควนฺตํ กตโม ปน ภนฺเต พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ปุจฺฉึ โข อหํ ภนฺเต ภควนฺตํ กตโม ปน ภนฺเต พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ฉนฺโน อานนฺท ภิกฺขุ ยํ อิจฺเฉยฺย ตํ วเทยฺย ภิกฺขูหิ ฉนฺโน ภิกฺขุ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ น อนุสาสิตพฺโพติ ฯ เตนหาวุโส อานนฺท ตฺวํเยว ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปหีติ ฯ กถาหํ ภนฺเต ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปมิ จณฺโฑ โส ภิกฺขุ ผรุโสติ ฯ เตนหาวุโส อานนฺท พหุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ คจฺฉาหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา อานนฺโท เถรานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสฺสุตฺวา มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ นาวาย คนฺตฺวา โกสมฺพึ อุชฺชวนิกาย นาวาย ปจฺโจโรหิตฺวา รญฺโญ อุเทนสฺส อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฯ

๖๒๕

ครั้งนั้น พระเจ้าอุเทนกับพระมเหสี ประทับอยู่ในพระราช- *อุทยานพร้อมด้วยข้าราชบริพาร พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนได้สดับข่าวว่า พระ คุณเจ้าอานนท์ อาจารย์ของพวกเรา นั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้พระราชอุทยาน จึงกราบทูลพระเจ้าอุเทนว่า ขอเดชะ ข่าวว่า พระคุณเจ้าอานนท์ อาจารย์ของ พวกหม่อมฉัน นั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้พระราชอุทยาน พวกหม่อมฉัน ปรารถนาจะไปเยี่ยมพระคุณเจ้าอานนท์ พระเจ้าข้า พระเจ้าอุเทนตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น พวกเธอจงเยี่ยมพระสมณะอานนท์เถิด ลำดับนั้น พระมเหสีของพระเจ้าอุเทน ได้เข้าไปหาท่านพระอานนท์ แล้วถวายอภิวาท นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระอานนท์ชี้แจงให้พระมเหสี ของพระเจ้าอุเทนผู้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ครั้งนั้น พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนอันท่านพระอานนท์ชี้แจงให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา แล้วได้ถวายผ้าห่ม ๕๐๐ ผืน แก่ ท่านพระอานนท์ ครั้นชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระอานนท์แล้วลุกจากอาสนะ ถวายอภิวาท ทำประทักษิณ แล้วเข้าไปเฝ้าพระเจ้าอุเทน ฯ

เตน โข ปน สมเยน ราชา อุเทโน อุยฺยาเน ปริวาเรหิ สทฺธึ โอโรเธน ปฏิวสติ ฯ อสฺโสสิ โข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อมฺหากํ กิร อาจริโย อยฺโย อานนฺโท อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺโนติ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ ราชานํ อุเทนํ เอตทโวจ อมฺหากํ กิร เทว อาจริโย อยฺโย อานนฺโท อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺโน อิจฺฉาม มยํ เทว อยฺยํ อานนฺทํ ปสฺสิตุนฺติ ฯ เตนหิ สมณํ อานนฺทํ ปสฺสถาติ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรธํ อายสฺมา อานนฺโท ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อายสฺมตา อานนฺเทน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานิ ปาทาสิ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อายสฺมโต อานนฺทสฺส ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เยน ราชา อุเทโน เตนุปสงฺกมิ ฯ

๖๒๖

ครั้งนั้น พระเจ้าอุเทนได้ทอดพระเนตรเห็นพระมเหสีเสด็จมา แต่ไกลเทียว ครั้นแล้ว ได้ตรัสถามว่า พวกเธอเยี่ยมพระสมณะอานนท์แล้วหรือ พระมเหสีกราบทูลว่า พวกหม่อมฉันได้เยี่ยมพระคุณเจ้าอานนท์แล้ว พระเจ้าข้า อุ. พวกเธอได้ถวายอะไร แก่พระสมณะอานนท์บ้าง ม. พวกหม่อมฉันได้ถวายผ้าห่ม ๕๐๐ ผืน แก่พระคุณเจ้าอานนท์ พระเจ้าข้า พระเจ้าอุเทนทรงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะอานนท์ จึงรับจีวรมากถึงเพียงนั้น พระสมณะอานนท์จักทำการค้าขายผ้า หรือจักตั้งร้านค้า แล้วเสด็จเข้าไปหาท่านพระอานนท์ ทรงปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการ ปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วตรัสถามว่า ท่านพระอานนท์ มเหสีของข้าพเจ้ามาหาหรือ อา. พระมเหสีของพระองค์มาหา มหาบพิตร อุ. ก็พระนางได้ถวายอะไร แก่ท่านพระอานนท์บ้าง อา. ได้ถวายผ้าห่มแก่อาตมภาพ ๕๐๐ ผืน มหาบพิตร อุ. ก็ท่านพระอานนท์จักทำอะไรกะจีวรมากมายเพียงนั้น อา. อาตมภาพจักแจกให้แก่ภิกษุทั้งหลาย ที่มีจีวรคร่ำคร่า มหาบพิตร อุ. ท่านพระอานนท์ ก็ท่านจักทำอย่างไรกะจีวรที่เก่าคร่ำเหล่านั้นต่อไป อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าดาดเพดาน มหาบพิตร อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าดาดเพดานเก่าเหล่านั้น อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าปูฟูก อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าปูฟูกที่เก่าเหล่านั้น อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าปูพื้น มหาบพิตร อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าปูพื้นที่เก่าเหล่านั้น อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าเช็ดเท้า มหาบพิตร อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าเช็ดเท้าที่เก่าเหล่านั้น อา. อาตมภาพจักทำผ้าเหล่านั้นให้เป็นผ้าเช็ดธุลี มหาบพิตร อุ. ท่านพระอานนท์ ท่านจักทำอย่างไรกะผ้าเช็ดธุลีที่เก่าเหล่านั้น อา. อาตมภาพจักโขลกผ้าเหล่านั้น ขยำกับโคลนแล้วฉาบทาฝา มหา- *บพิตร ครั้งนั้น พระเจ้าอุเทนทรงพระดำริว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร ทั้งหลายนำผ้าไปแยบคายดี ไม่เก็บผ้าเข้าเรือนคลัง แล้วถวายผ้าจำนวน ๕๐๐ ผืน แม้อื่นอีกแก่ท่านพระอานนท์ ก็ในคราวนี้บริขารคือจีวรบังเกิดแก่ท่านพระอานนท์ เป็นครั้งแรก คือผ้า ๑๐๐๐ ผืน เกิดขึ้นแล้ว ฯ ลงพรหมทัณฑ์

อทฺทสา โข ราชา อุเทโน โอโรธํ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน โอโรธํ เอตทโวจ อปิ นุ โข ตุเมฺห สมณํ อานนฺทํ ปสฺสถาติ ฯ อปสฺสิมฺหา โข มยํ เทว อยฺยํ อานนฺทนฺติ ฯ อปินุ ตุเมฺห สมณสฺส อานนฺทสฺส กิญฺจิ อทตฺถาติ ฯ อทมฺหา โข มยํ เทว อยฺยสฺส อานนฺทสฺส ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานีติ ฯ ราชา อุเทโน อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ กถํ หิ นาม สมโณ อานนฺโท ตาวพหุํ จีวรํ ปฏิคฺคเหสฺสติ ทุสฺสวณิชฺชํ วา สมโณ อานนฺโท กริสฺสติ ปคฺคาหิกสาลํ วา ปสาเรสฺสตีติ ฯ อถโข ราชา อุเทโน เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา อุเทโน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ อาคมา นุ โภ อานนฺท อมฺหากํ โอโรโธติ ฯ อาคมา โข เต มหาราช โอโรโธติ ฯ อปิจ ปน โภโต อานนฺทสฺส กิญฺจิ อทาสีติ ฯ อทาสิ โข เม มหาราช ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานีติ ฯ กึ ปน ภวํ อานนฺโท ตาวพหุํ จีวรํ กริสฺสตีติ ฯ เย เต มหาราช ภิกฺขู ทุพฺพลจีวรา เตหิ สทฺธึ สํวิภชิสฺสามีติ ฯ ยานิ โข ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ ทุพฺพลจีวรานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช อุตฺตรตฺถรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ อุตฺตรตฺถรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ {๖๒๖.๑} ตานิ มหาราช ภิสิจฺฉวิโย กริสฺสามาติ ฯ ยา ปน โภ อานนฺท โปราณกา ภิสิจฺฉวิโย ตา กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตา มหาราช ภุมฺมตฺถรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ ภุมฺมตฺถรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช ปาทปุญฺฉนิโย กริสฺสามาติ ฯ ยา ปน โภ อานนฺท โปราณกา ปาทปุญฺฉนิโย ตา กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตา มหาราช รโชหรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ รโชหรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช โกฏฺเฏตฺวา จิกฺขลฺเลน มทฺทิตฺวา ปริภณฺฑํ ลิมฺปิสฺสามาติ ฯ อถโข ราชา อุเทโน สพฺเพ วิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา โยนิโส อุปเนนฺติ น กุลวํ คเมนฺตีติ อายสฺมโต อานนฺทสฺส อญฺญานิปิ ปญฺจ ทุสฺสสตานิ ปาทาสิ ฯ อยญฺจรหิ อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปฐมํ จีวรปริกฺขาโร อุปฺปชฺชิ จีวรสหสฺสํ ฯ

๖๒๗

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปยังวัดโฆสิตาราม ครั้นแล้ว นั่งบนอาสนะที่เขาปูลาดไว้ ท่านพระฉันนะเข้าไปหาท่านพระอานนท์อภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกะท่านพระฉันนะผู้นั่ง ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่งว่า ท่านฉันนะ สงฆ์ลงพรหมทัณฑ์แก่ท่านแล้ว ฯ ฉ. ท่านพระอานนท์ ก็พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร อา. ท่านฉันนะ ท่านปรารถนาจะพูดคำใด พึงพูดคำนั้น ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงว่ากล่าว ไม่พึงตักเตือน ไม่พึงพร่ำสอนท่าน ฉ. ท่านพระอานนท์ ด้วยเหตุเพียงที่ภิกษุทั้งหลายไม่ว่ากล่าว ไม่ตักเตือน ไม่พร่ำสอนข้าพเจ้านี้ เป็นอันสงฆ์กำจัดข้าพเจ้าแล้วมิใช่หรือ แล้วสลบล้มลง ณ ที่นั้นเอง ต่อมา ท่านพระฉันนะ อึดอัด ระอา รังเกียจอยู่ด้วยพรหมทัณฑ์ จึง หลีกออกอยู่แต่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีเพียร มีตนส่งไปอยู่ ไม่นานเท่าไรนัก ได้ ทำให้แจ้งซึ่งคุณพิเศษอันยอดเยี่ยม เป็นที่สุดพรหมจรรย์ ที่กุลบุตรทั้งหลายออก จากเรือนบวชโดยชอบต้องประสงค์ ด้วยปัญญาอันยิ่ง ด้วยตนเองในปัจจุบันนี้แหละ เข้าถึงอยู่แล้ว ได้รู้ชัดแล้วว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี ก็แล ท่านพระฉันนะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง บรรดาพระอรหันต์ ทั้งหลาย ครั้นท่านพระฉันนะบรรลุพระอรหัตแล้ว เข้าไปหาท่านพระอานนท์แล้ว กล่าวว่า ท่านพระอานนท์ ขอท่านจงระงับพรหมทัณฑ์แก่ผมในบัดนี้เถิด ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านฉันนะ เมื่อใด ท่านทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัต แล้ว เมื่อนั้นพรหมทัณฑ์ของท่านก็ระงับแล้ว ฯ

อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน โฆสิตาราโม เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ อถโข อายสฺมา ฉนฺโน เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ สงฺเฆน เต อาวุโส ฉนฺน พฺรหฺมทณฺโฑ อาณตฺโตติ ฯ กตโม ปน ภนฺเต อานนฺท พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ตฺวํ อาวุโส ฉนฺน ภิกฺขุ ยํ อิจฺเฉยฺยาสิ ตํ วเทยฺยาสิ ภิกฺขูหิ ตฺวํ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ นานุสาสิตพฺโพติ ฯ นนฺวาหํ ภนฺเต อานนฺท หโต เอตฺตาวตา ยโตหํ ภิกฺขูหิ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ นานุสาสิตพฺโพติ ตตฺเถว มุจฺฉิโต ปปติ ฯ {๖๒๗.๑} อถโข อายสฺมา ฉนฺโน พฺรหฺมทณฺเฑน อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต นจิรสฺเสว ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐ ว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อพฺภญฺญาสิ ฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา ฉนฺโน อรหตํ อโหสิ ฯ อถโข อายสฺมา ฉนฺโน อรหตฺตํ ปตฺโต เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ ปฏิปฺปสฺสมฺเภหีทานิ เม ภนฺเต อานนฺท พฺรหฺมทณฺฑนฺติ ฯ ยทคฺเคน ตยา อาวุโส ฉนฺน อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ ตทคฺเคน เต พฺรหฺมทณฺโฑ ปฏิปฺปสฺสทฺโธติ ฯ

๖๒๘

ก็ในการสังคายนาพระวินัยนี้ มีภิกษุ ๕๐๐ รูป ไม่หย่อนไม่เกิน เพราะฉะนั้น การสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ บัณฑิตจึงเรียกว่า แจง ๕๐๐ ดังนี้แล ฯ ปัญจสติกขันธกะ ที่ ๑๑ จบ ในขันธกะนี้มี ๒๓ เรื่อง -----------------------------------------------------

อิมาย โข ปน วินยสงฺคีติยา ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อนูนานิ อนธิกานิ อเหสุํ ฯ ตสฺมายํ วินยสงฺคีติ ปญฺจสติกาติ วุจฺจตีติ ฯ ปญฺจสติกกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ เอกาทสมํ ฯ อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถู เตวีสติ ฯ ----------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์