พุทธานุญาตไม้สำหรับแขวน
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ พุทธานุญาตไม้สำหรับแขวน
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายแขวนถุงไว้ที่เท้าเตียงบ้าง ที่เท้าตั่งบ้าง หนูและปลวกกัดกิน ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัส ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้เดือยติดฝา ไม้นาคทนต์ ฯ พุทธานุญาตราวไม้เก็บจีวร
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มญฺจปาเทปิ ปีฐปาเทปิ ถวิกาโย ลคฺเคนฺติ ฯ อุนฺทูเรหิปิ อุปจิกาหิปิ ขชฺชนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิตฺติขีลํ นาคทนฺตกนฺติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเก็บจีวรไว้บนเตียงบ้าง บนตั่งบ้าง จีวรขาด จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราวจีวร สายระเดียง ในวิหาร ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มญฺเจปิ ปีเฐปิ จีวรํ นิกฺขิปนฺติ ฯ จีวรํ ปริภิชฺชติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว วิหาเร จีวรวํสํ จีวรรชฺชุนฺติ ฯ
สมัยนั้น วิหารยังไม่มีระเบียง หาที่พักอาศัยมิได้ ภิกษุ ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตระเบียง เฉลียงลับแล หน้ามุขมีหลังคา ระเบียงโล่งโถง ภิกษุทั้งหลาย ละอายที่จะนอน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกันสาดเลื่อนฝาค้ำ ฯ พุทธานุญาตหอฉัน
เตน โข ปน สมเยน วิหารา อนาลินฺทกา โหนฺติ อปฺปฏิสรณา ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลินฺทํ ปฆนํ ปกุฏฺฏํ โอสารกินฺติ ฯ อาลินฺทา ปากฏา โหนฺติ ฯ ภิกฺขู หิริยนฺติ นิปชฺชิตุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สํสรณกิฏิกํ อุคฺฆาฏนกิฏิกนฺติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายฉันอาหารในที่แจ้ง ลำบากด้วยหนาว บ้าง ร้อนบ้าง จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตหอฉัน หอฉันมีพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมได้ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถมพื้นที่ให้สูง ดินที่ถมพัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อกรุ ดินที่ถม ๓ ชนิด คือ อิฐ ศิลา ไม้ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลง ลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดอิฐ ศิลา ไม้ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงพลัดตก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ราวสำหรับยึด ผงหญ้าที่มุงหอฉันตกลงเกลื่อน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงแล้วฉาบโบกดินทั้งข้างบนข้างล่างให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง มีลวดลาย ดอกไม้ เครือเถา ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ ราวจีวร สายระเดียง ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อชฺโฌกาเส ภตฺตวิสฺสคฺคํ กโรนฺตา สีเตนปิ อุเณฺหนปิ กิลมนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุปฏฺฐานสาลนฺติ ฯ อุปฏฺฐานสาลา นีจวตฺถุกา โหติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ จโย ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จินิตุํ ตโย จเย อิฏฺฐกาจยํ สิลาจยํ ทารุจยนฺติ ฯ อาโรหนฺตา วิหญฺญนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย โสปาเณ อิฏฺฐกาโสปาณํ สิลาโสปาณํ ทารุโสปาณนฺติ ฯ อาโรหนฺตา ปริปตนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลมฺพนพาหนฺติ ฯ อุปฏฺฐานสาลาย ติณจุณฺณํ ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุํ เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมํ มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏิกํ จีวรวํสํ จีวรรชฺชุนฺติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายปูจีวรลงบนพื้นดินกลางแจ้ง จีวรเปื้อน ฝุ่น ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราวจีวร สายระเดียง ไว้กลางแจ้ง ... น้ำฉันถูกแดดเผา ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตโรงน้ำฉัน ปะรำน้ำฉัน โรงน้ำฉันมีพื้นต่ำ น้ำท่วมได้ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถม พื้นให้สูง ดินที่ถมพัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อกรุ ๓ ชนิด คือ ก่อด้วยอิฐ ก่อด้วยศิลา กรุด้วยไม้ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดอิฐ ศิลา ไม้ ภิกษุ ทั้งหลายขึ้นลงพลัดตก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราวสำหรับยึด ผงหญ้าที่มุงโรงน้ำฉันตกเกลื่อน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อ ลงฉาบด้วยดินทั้งข้างบนข้างล่างให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง มีลายดอกไม้ เครือ- *เถา ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ ราวจีวร สายระเดียง ภาชนะตักน้ำฉันยังไม่มี ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสังข์ตักน้ำดื่ม ขันตักน้ำดื่ม ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อชฺโฌกาเส ฉมายํ จีวรํ ปตฺถรนฺติ ฯ จีวรํ ปํสุกิตํ โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อชฺโฌกาเส จีวรวํสํ จีวรรชฺชุนฺติ ฯเปฯ ปานียํ โอตปฺปติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปานียสาลํ ปานียมณฺฑปนฺติ ฯ ปานียสาลา นีจวตฺถุกา โหติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ จโย ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จินิตุํ ตโย จเย อิฏฺฐกาจยํ สิลาจยํ ทารุจยนฺติ ฯ อาโรหนฺตา วิหญฺญนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย โสปาเณ อิฏฺฐกาโสปาณํ สิลาโสปาณํ ทารุโสปาณนฺติ ฯ อาโรหนฺตา ปริปตนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลมฺพนพาหนฺติ ฯ ปานียสาลาย ติณจุณฺณํ ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุํ เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมํ มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏิกํ จีวรวํสํ จีวรรชฺชุนฺติ ฯ ปานียภาชนํ น สํวิชฺชติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปานียสงฺขํ ปานียสราวกนฺติ ฯ
สมัยนั้น วิหารยังไม่มีเครื่องล้อม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตให้ล้อมด้วยเครื่องล้อม ๓ อย่าง คือ อิฐ ศิลา ไม้ ซุ้ม ประตูยังไม่มี ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตซุ้มประตู ซุ้มประตูมีพื้น ต่ำไป น้ำท่วมได้ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถมให้สูง ซุ้ม ประตูไม่มีบาน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบานประตู กรอบ เช็ดหน้า ครกรองรับเดือยประตู ห่วงข้างบน สายยู ไม้หัวลิง ลิ่ม กลอน ช่องดาล ช่องเชือกชัก เชือกชัก ผงหญ้าที่มุงซุ้มประตูตกเกลื่อน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลง ฉาบทั้งข้างบนข้างล่าง ให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง มีลายดอกไม้ เครือเถา ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ ฯ พุทธานุญาตท่อระบายน้ำ
เตน โข ปน สมเยน วิหารา อปริกฺขิตฺตา โหนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปริกฺขิปิตุํ ตโย ปากาเร อิฏฺฐกาปาการํ สิลาปาการํ ทารุปาการนฺติ ฯ โกฏฺฐโก น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โกฏฺฐกนฺติ ฯ โกฏฺฐโก นีจวตฺถุโก โหติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ โกฏฺฐกสฺส กวาฏํ น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว กวาฏํ ปิฏฺฐสงฺฆาฏํ อุทุกฺขลิกํ อุตฺตรปาสกํ อคฺคฬวฏฺฏึ กปิสีสกํ สูจิกํ ฆฏิกํ ตาลจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนรชฺชุนฺติ ฯ โกฏฺฐเก ติณจุณฺณํ ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุํ เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมํ มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏิกนฺติ ฯ
สมัยนั้น บริเวณเป็นตม ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้โรยกรวดแร่ กรวด แร่ไม่เต็ม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ปูศิลาเรียบ น้ำขัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตท่อระบายน้ำ ฯ พุทธานุญาตโรงไฟ
เตน โข ปน สมเยน ปริเวณํ จิกฺขลฺลํ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว มรุมฺพํ อุปกิริตุนฺติ ฯ น ปริยาปุณนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปทรสิลํ นิกฺขิปิตุนฺติ ฯ อุทกํ สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุทกนิทฺธมนนฺติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายก่อกองไฟไว้ในที่นั้นๆ ทั่วบริเวณ บริเวณสกปรก ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำโรงไฟไว้ในที่ควรส่วนข้างหนึ่ง โรงไฟมีพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมได้ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถมให้สูง ดินที่ถมพัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อกรุ ๓ ชนิด คือ อิฐ ศิลา ไม้ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดอิฐ ศิลา ไม้ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงพลัดตก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตราวสำหรับยึด โรงไฟไม่มีบานประตู ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตบานประตู กรอบเช็ดหน้า ครกรับเดือยประตู ห่วงข้างบน สายยู ไม้หัวลิง ลิ่ม กลอน ช่องดาล ช่องเชือกชัก เชือกชัก ผงหญ้าที่มุง โรงไฟหล่นเกลื่อน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลง ฉาบทั้ง ข้างบนทั้งข้างล่างให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง มีลายดอกไม้ เครือเถา ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ ราวจีวร สายระเดียง อารามไม่มีเครื่องล้อม แพะบ้าง ปสุสัตว์ บ้าง เบียดเบียนสิ่งที่ปลูกไว้ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ล้อมรั้ว ๓ อย่าง คือ รั้วไม้ไผ่ รั้ว หนาม คู ซุ้มประตูไม่มี แพะบ้าง ปสุสัตว์บ้าง ยังรบกวนสิ่งที่ปลูกไว้ตามเดิม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตซุ้มประตู เครื่องไม้คร่าว บานประตูคู่ เสาระเนียด กลอนเหล็ก ผงหญ้าที่มุงซุ้มหล่นเกลื่อน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงแล้วฉาบทั้งข้างบนข้างล่างให้มีสีขาว สีดำ สี- *เหลือง มีลายดอกไม้ เครือเถา ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ อารามเป็นตม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้โรยหินแร่ หินแร่ไม่พอ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ปูหินเรียบ น้ำขัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตท่อระบายน้ำ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปริเวเณ ตหํ ตหํ อคฺคิฏฺฐานํ กโรนฺติ ฯ ปริเวณํ อุกฺลาปํ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว เอกมนฺตํ อคฺคิสาลํ กาตุนฺติ ฯ อคฺคิสาลา นีจวตฺถุกา โหติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ จโย ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จินิตุํ ตโย จเย อิฏฺฐกาจยํ สิลาจยํ ทารุจยนฺติ ฯ อาโรหนฺตา วิหญฺญนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย โสปาเณ อิฏฺฐกาโสปาณํ สิลาโสปาณํ ทารุโสปาณนฺติ ฯ อาโรหนฺตา ปริปตนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลมฺพนพาหนฺติ ฯ {๒๓๙.๑} อคฺคิสาลาย กวาฏํ น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว กวาฏํ ปิฏฺฐสงฺฆาฏํ อุทุกฺขลิกํ อุตฺตรปาสกํ อคฺคฬวฏฺฏึ กปิสีสกํ สูจิกํ ฆฏิกํ ตาลจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนรชฺชุนฺติ ฯ อคฺคิสาลาย ติณจุณฺณํ ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุํ เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมํ มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏิกํ จีวรวํสํ จีวรชฺชุนฺติ ฯ อาราโม อปริกฺขิตฺโต โหติ ฯ อชกาปิ ปสุกาปิ อุปโรเป วิเหเฐนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปริกฺขิปิตุํ ตโย วเฏ เวฬุวฏํ กณฺฏกวฏํ ปริขนฺติ ฯ โกฏฺฐโก น โหติ ฯ ตเถว อชกาปิ ปสุกาปิ อุปโรเป วิเหเฐนฺติ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โกฏฺฐกํ อเปสึ ยมกกวาฏํ โตรณํ ปลิฆนฺติ ฯ โกฏฺฐเก ติณจุณฺณํ ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุํ เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมํ มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏิกนฺติ ฯ อาราโม จิกฺขลฺโล โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว มรุมฺพํ อุปกิริตุนฺติ ฯ น ปริยาปุณนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปทรสิลํ นิกฺขิปิตุนฺติ ฯ อุทกํ สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุทกนิทฺธมนนฺติ ฯ
สมัยนั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช มีพระราช- *ประสงค์จะทรงสร้างปราสาทฉาบปูนขาวถวายสงฆ์ ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายเกิด สนเท่ห์ว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตเครื่องมุงชนิดไรไว้บ้างหนอ จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเครื่องมุง ๕ ชนิด คือ กระเบื้อง ๑ หิน ๑ ปูนขาว ๑ หญ้า ๑ ใบไม้ ๑ ฯ ภาณวารที่ ๑ จบ -----------------------------------------------------
เตน โข ปน สมเยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร สงฺฆสฺส อตฺถาย สุธามตฺติกาเลปนํ ปาสาทํ การาเปตุกาโม โหติ ฯ อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กึ นุ โข ภควตา ฉทนํ อนุญฺญาตนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปญฺจ ฉทนานิ อิฏฺฐกาฉทนํ สิลาฉทนํ สุธาฉทนํ ติณจฺฉทนํ ปณฺณจฺฉทนนฺติ ฯ ภาณวารํ นิฏฺฐิตํ ปฐมํ ฯ