มีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ มีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังมิได้ล้าง เสนาสนะเปรอะเปื้อน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่ง ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังมิได้ล้าง รูปใด เหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ มีเท้าเปียกห้ามเหยียบเสนาสนะ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อโธเตหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมนฺติ ฯ เสนาสนํ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อโธเตหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ โย อกฺกเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังเปียก เสนาสนะเปรอะเปื้อน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่ง ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเหยียบเสนาสนะด้วยเท้าที่ยังเปียก รูปใด เหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ สวมรองเท้าห้ามเหยียบเสนาสนะ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อลฺเลหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมนฺติ ฯ เสนาสนํ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อลฺเลหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ โย อกฺกเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายสวมรองเท้าเหยียบเสนาสนะ เสนาสนะเปรอะเปื้อน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่ง ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสวมรองเท้าไม่พึงเหยียบเสนาสนะ รูปใดเหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ ทรงห้ามถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถู
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สอุปาหนา เสนาสนํ อกฺกมนฺติ ฯ เสนาสนํ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว สอุปาหเนน เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ โย อกฺกเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถูแล้ว ความงาม ย่อมเสียไป ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงถ่มเขฬะบนพื้นที่ขัดถูแล้ว รูปใดถ่ม ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกระโถน ฯ พุทธานุญาตผ้าพันเท้าเตียงตั่ง
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปริกมฺมกตาย ภูมิยา นุฏฺฐหนฺติ ฯ วณฺโณ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ปริกมฺมกตาย ภูมิยา นุฏฺฐหิตพฺพํ โย นุฏฺฐเหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว เขฬมลฺลกนฺติ ฯ
สมัยนั้น ทั้งเท้าเตียง ทั้งเท้าตั่ง ย่อมครูดพื้นที่ขัดถูแล้ว ภิกษุ ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้ใช้ผ้าพัน ฯ
เตน โข ปน สมเยน มญฺจปาทาปิ ปีฐปาทาปิ ปริกมฺมกตํ ภูมึ วิลิขนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โจฬเกน ปลิเวเฐตุนฺติ ฯ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายพิงฝาที่ขัดถูแล้ว ความงามย่อมเสีย ไป ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงพิงฝาที่ขัดถูแล้ว รูปใดพิง ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตพนักอิง พนักอิงส่วนล่างครูดพื้น และส่วนบนครูดฝา ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ ใช้ผ้าพันทั้งข้างล่างและข้างบน ฯ พุทธานุญาตให้ปูลาดนอน
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปริกมฺมกตํ ภิตฺตึ อปสฺเสนฺติ ฯ วณฺโณ ทุสฺสติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ปริกมฺมกตา ภิตฺติ อปสฺเสตพฺพา โย อปสฺเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว อปสฺเสนผลกนฺติ ฯ อปสฺเสนผลกํ เหฏฺฐโต ภูมึ วิลิขติ อุปริโต ภิตฺติญฺจ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว เหฏฺฐโต จ อุปริโต จ โจฬเกน ปลิเวเฐตุนฺติ ฯ
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายล้างเท้าแล้วย่อมรังเกียจที่จะนอน จึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ ปูลาดก่อนแล้วนอน ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู โธตปาทกา นิปชฺชิตุํ กุกฺกุจฺจายนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปจฺจตฺถริตฺวา นิปชฺชิตุนฺติ ฯ