This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก

ปิณฑจาริกวัตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๔๒๖–๔๒๗พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒2 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ ปิณฑจาริกวัตร

๔๒๖

สมัยนั้น ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรนุ่งห่มไม่เรียบร้อย ไม่มี มรรยาทเที่ยวบิณฑบาต ไม่กำหนดเข้าไปสู่นิเวศน์บ้าง ไม่กำหนดออกไปบ้าง รีบร้อนเข้าไปบ้าง รีบร้อนออกไปบ้าง ยืนไกลเกินไปบ้าง ยืนใกล้เกินไปบ้าง ยืนนานเกินไปบ้าง กลับเร็วเกินไปบ้าง ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรรูปหนึ่ง ไม่กำหนดเข้าไปสู่นิเวศน์ เธอเข้าใจว่าประตูเข้าไปสู่ห้องน้อยแห่งหนึ่ง ใน ห้องน้อยนั้นมีหญิงเปลือยกายนอนหงายอยู่ เธอได้เห็นหญิงนั้นแล้ว รู้ว่านี้ไม่ใช่ ประตู นี้เป็นห้องน้อย จึงออกจากห้องน้อยนั้นไป สามีของหญิงนั้นได้เห็น หญิงนั้นเปลือยกายนอนหงายก็สำคัญว่า ภิกษุนี้ประทุษร้ายภรรยาของเรา จึงจับ ภิกษุนั้นทุบตี ในทันใด หญิงนั้นตื่นขึ้น เพราะเสียงนั้นจึงถามสามีว่า นาย ท่านทุบตีภิกษุนี้ทำไม เขาตอบว่า เพราะภิกษุนี้ประทุษร้ายเธอ นางตอบว่า นาย ภิกษุนี้ไม่ได้ประทุษร้ายฉันเลย ท่านไม่ได้ทำอะไร แล้วให้ปล่อยภิกษุนั้น ภิกษุ นั้นไปอารามบอกเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรจึงนุ่งห่ม ไม่เรียบร้อย ไม่มีมรรยาทเที่ยวบิณฑบาต ไม่กำหนดเข้าไปสู่นิเวศน์บ้าง ไม่ กำหนดออกไปบ้าง รีบร้อนเข้าไปบ้าง รีบร้อนออกไปบ้าง ยืนไกลเกินไปบ้าง ยืนใกล้เกินไปบ้าง ยืนนานเกินไปบ้าง กลับเร็วเกินไปบ้าง จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ... จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาค ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรแก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต เป็นวัตร โดยประการที่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร พึงประพฤติเรียบร้อย ฯ

เตน โข ปน สมเยน ปิณฺฑจาริกา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ปิณฺฑาย จรนฺติ อสลฺลกฺเขตฺวาปิ นิเวสนํ ปวิสนฺติ อสลฺลกฺเขตฺวาปิ นิกฺขมนฺติ อติสหสาปิ ปวิสนฺติ อติสหสาปิ นิกฺขมนฺติ อติทูเรปิ ติฏฺฐนฺติ อจฺจาสนฺเนปิ ติฏฺฐนฺติ อติจิรํปิ ติฏฺฐนฺติ อติลหุกํปิ นิวตฺตนฺติ ฯ อญฺญตโร ปิณฺฑจาริโก ภิกฺขุ อสลฺลกฺเขตฺวา นิเวสนํ ปาวิสิ ฯ โส จ ทฺวารํ มญฺญมาโน อญฺญตรํ โอวรกํ ปาวิสิ ฯ ตสฺมิมฺปิ โอวรเก อิตฺถี นคฺคา อุตฺตานา นิปนฺนา โหติ ฯ อทฺทสา โข โส ภิกฺขุ ตํ อิตฺถึ นคฺคํ อุตฺตานํ นิปนฺนํ ทิสฺวาน นยิทํ ทฺวารํ โอวรกํ อิทนฺติ ตมฺหา โอวรกมฺหา นิกฺขมิ ฯ อทฺทสา โข ตสฺสา อิตฺถิยา สามิโก ตํ อิตฺถึ นคฺคํ อุตฺตานํ นิปนฺนํ ทิสฺวาน อิมินา เม ภิกฺขุนา ปชาปติ ทูสิตาติ ตํ ภิกฺขุํ คเหตฺวา อาโกเฏติ ฯ อถโข สา อิตฺถี เตน สทฺเทน ปฏิพุชฺฌิตฺวา ตํ ปุริสํ เอตทโวจ กิสฺส ตฺวํ อยฺย อิมํ ภิกฺขุํ อาโกเฏสีติ ฯ อิมินาสิ ตฺวํ ภิกฺขุนา ทูสิตาติ ฯ นาหํ อยฺย อิมินา ภิกฺขุนา ทูสิตา อการโก โส ภิกฺขูติ ตํ ภิกฺขุํ มุญฺจาเปสิ ฯ อถโข โส ภิกฺขุ อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ {๔๒๖.๑} เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ปิณฺฑจาริกา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ปิณฺฑาย จริสฺสนฺติ อสลฺลกฺเขตฺวาปิ นิเวสนํ ปวิสิสฺสนฺติ อสลฺลกฺเขตฺวาปิ นิกฺขมิสฺสนฺติ อติสหสาปิ ปวิสิสฺสนฺติ อติสหสาปิ นิกฺขมิสฺสนฺติ อติทูเรปิ ติฏฺฐิสฺสนฺติ อจฺจาสนฺเนปิ ติฏฺฐิสฺสนฺติ อติจิรมฺปิ ติฏฺฐิสฺสนฺติ อติลหุกมฺปิ นิวตฺติสฺสนฺติติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฯเปฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว ปิณฺฑจาริกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ปญฺญาเปสฺสามิ ยถา ปิณฺฑจาริเกหิ ภิกฺขูหิ สมฺมา วตฺติตพฺพํ ฯ

๔๒๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร คิดว่า จักเข้า บ้านในบัดนี้ เมื่อปกปิดมณฑลสาม พึงนุ่งให้เป็นปริมณฑล คาดประคดเอว ห่มผ้าซ้อน ๒ ชั้น กลัดลูกดุม ล้างบาตรแล้ว ถือเข้าบ้านโดยเรียบร้อยไม่ต้อง รีบร้อน พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวกบ้าน พึงสำรวมด้วยดีไปในละแวกบ้าน พึงมีตาทอดลงไปในละแวกบ้าน อย่าเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน อย่าหัวเราะลั่นไป ในละแวกบ้าน พึงมีเสียงน้อยไปในละแวกบ้าน อย่าโยกกายไปในละแวกบ้าน อย่าไกวแขนไปในละแวกบ้าน อย่าโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน อย่าค้ำกายไป ในละแวกบ้าน อย่าคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน อย่าเดินกระหย่งไปในละแวก- *บ้าน เมื่อเข้านิเวศน์พึงกำหนดว่า จักเข้าทางนี้ จักออกทางนี้ อย่ารีบร้อนเข้าไป อย่ารีบร้อนออกเร็วนัก อย่ายืนไกลนัก อย่ายืนใกล้นัก อย่ายืนนานนัก อย่ากลับ เร็วนัก พึงยืนกำหนดว่า เขาประสงค์จะถวายภิกษา หรือไม่ประสงค์จะถวาย ถ้าเขาพักการงาน ลุกจากที่นั่งจับทัพพี หรือจับภาชนะ หรือตั้งไว้ พึงยืนด้วยคิดว่า เขาประสงค์จะถวาย เมื่อเขาถวายภิกษา พึงแหวกผ้าซ้อนด้วยมือซ้าย พึงน้อม บาตรเข้าไปด้วยมือขวา แล้วพึงใช้มือทั้งสองประคองบาตรรับภิกษา และไม่พึง มองดูหน้าผู้ถวายภิกษา พึงกำหนดว่าเขาประสงค์จะถวายแกงหรือไม่ประสงค์จะ ถวาย ถ้าเขาจับทัพพี จับภาชนะ หรือตั้งไว้ พึงยืนอยู่ด้วยคิดว่า เขาประสงค์ จะถวาย เมื่อเขาถวายภิกษาแล้ว พึงคลุมบาตรด้วยผ้าซ้อน แล้วกลับโดยเรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน พึงปกปิดกายด้วยดี ไปในละแวกบ้าน พึงสำรวมด้วยดีไปใน ละแวกบ้าน พึงมีตาทอดลงไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน ไม่พึงหัวเราะลั่นไปในละแวกบ้าน พึงมีเสียงน้อยไปในละแวกบ้าน ไม่พึงโยกกาย ไปในละแวกบ้าน ไม่พึงไกวแขนไปในละแวกบ้าน ไม่พึงโคลงศีรษะไปใน ละแวกบ้าน ไม่พึงค้ำกายไปในละแวกบ้าน ไม่พึงคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินกระหย่งไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดกลับบิณฑบาตจากบ้านก่อน ภิกษุนั้น พึงปูอาสนะไว้ พึงจัดตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า พึงล้างภาชนะ รองของฉันตั้งไว้ พึงตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ไว้ ภิกษุใดกลับบิณฑบาตจากบ้านทีหลัง ถ้าอาหารที่ฉันแล้วยังเหลืออยู่ ถ้าจำนงก็พึงฉัน ถ้าไม่จำนงก็พึงเททิ้ง ในที่ปราศจาก ของเขียวสด หรือพึงเทลงในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ ภิกษุนั้นพึงรื้อขนอาสนะ เก็บน้ำ ล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า พึงล้างภาชนะรองของฉัน เก็บไว้ พึงเก็บ น้ำฉัน น้ำใช้ พึงกวาดโรงฉัน ภิกษุใดเห็นหม้อน้ำฉัน หม้อน้ำใช้ หรือหม้อน้ำ ชำระว่างเปล่า ภิกษุนั้นพึงจัดหาไปตั้งไว้ ถ้าเป็นการสุดวิสัย พึงกวักมือเรียก เพื่อนมา ให้ช่วยกันจัดตั้งไว้ แต่ไม่พึงเปล่งวาจาเพราะข้อนั้นเป็นเหตุ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นวัตรของภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ซึ่ง ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร พึงประพฤติเรียบร้อย ฯ

ปิณฺฑจาริเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา อิทานิ คามํ ปวิสิสฺสามีติ ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺเตน ปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา สคุณํ กตฺวา สงฺฆาฏิโย ปารุปิตฺวา คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา โธวิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา สาธุกํ อตรมาเนน คาโม ปวิสิตพฺโพ {๔๒๗.๑} สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ สุสํวุเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ {๔๒๗.๒} นิเวสนํ ปวิสนฺเตน สลฺลกฺเขตพฺพํ อิมินา ปวิสิสฺสามิ อิมินา นิกฺขมิสฺสามีติ นาติสหสา ปวิสิตพฺพํ นาติสหสา นิกฺขมิตพฺพํ นาติทูเร ฐาตพฺพํ นาจฺจาสนฺเน ฐาตพฺพํ นาติจิรํ ฐาตพฺพํ นาติลหุกํ นิวตฺติตพฺพํ ฐิตเกน สลฺลกฺเขตพฺพํ ภิกฺขํ ทาตุกามา วา อทาตุกามา วาติ สเจ กมฺมํ วา นิกฺขิปติ อาสนา วา วุฏฺฐาติ กฏจฺฉุํ วา ปรามสติ ภาชนํ วา ปรามสติ ฐเปติ วา ทาตุกามิยาติ ฐาตพฺพํ ภิกฺขาย ทียมานาย วาเมน หตฺเถน สงฺฆาฏึ อุจฺจาเรตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ปตฺตํ ปณาเมตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา ภิกฺขา ปฏิคฺคเหตพฺพา น จ ภิกฺขาทายิกาย มุขํ โอโลเกตพฺพํ สลฺลกฺเขตพฺพํ สูปํ ทาตุกามา วา อทาตุกามา วาติ สเจ กฏจฺฉุํ วา ปรามสติ ภาชนํ วา ปรามสติ ฐเปติ วา ทาตุกามิยาติ ฐาตพฺพํ ภิกฺขาย ทินฺนาย สงฺฆาฏิยา ปตฺตํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา สาธุกํ อตรมาเนน นิวตฺติตพฺพํ {๔๒๗.๓} สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ สุสํวุเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ {๔๒๗.๔} โย ปฐมํ คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมติ เตน อาสนํ ปญฺญาเปตพฺพํ ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ อุปนิกฺขิปิตพฺพํ อวกฺการปาฏึ โธวิตฺวา อุปฏฺฐาเปตพฺพํ ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปตพฺพํ โย ปจฺฉา คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมติ สเจ โหติ ภุตฺตาวเสโส สเจ อากงฺขติ ภุญฺชิตพฺพํ โน เจ อากงฺขติ อปหริเต วา ฉฑฺเฑตพฺพํ อปฺปาณเก วา อุทเก โอปิลาเปตพฺพํ เตน อาสนํ อุทฺธริตพฺพํ ปาโททกํ ปาทปีฐํ ปาทกถลิกํ ปฏิสาเมตพฺพํ อวกฺการปาฏึ โธวิตฺวา ปฏิสาเมตพฺพํ ปานียํ ปริโภชนียํ ปฏิสาเมตพฺพํ ภตฺตคฺคํ สมฺมชฺชิตพฺพํ โย ปสฺสติ ปานียฆฏํ วา ปริโภชนียฆฏํ วา วจฺจฆฏํ วา ริตฺตํ ตุจฺฉํ เตน อุปฏฺฐาเปตพฺพํ สจสฺส โหติ อวิสยฺหํ หตฺถวิกาเรน ทุติยํ อามนฺเตตฺวา หตฺถวิลงฺฆเกน อุปฏฺฐาเปตพฺพํ น จ ตปฺปจฺจยา วาจา ภินฺทิตพฺพา {๔๒๗.๕} อิทํ โข ภิกฺขเว ปิณฺฑจาริกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ยถา ปิณฺฑจาริเกหิ ภิกฺขูหิ สมฺมา วตฺติตพฺพนฺติ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ปิณฑจาริกวัตร