This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๘

本册其他条目

ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ รวมสิกขาบทที่มีในปาราชิกกัณฑ์๑. สุกกวิสัฏฐิสิกขาบท รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ๒. กายสังสัคคสิกขาบท ๓. ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบท ๔. อัตตกามปาริจริยสิกขาบท ๕. สัญจริตตสิกขาบท ๖. กุฏิการสิกขาบท ๗. วิหารการสิกขาบท ๘. ปฐมทุฏฐโทสสิกขาบท ๙. ทุติยทุฏฐโทสสิกขาบท ๑๐. สังฆเภทสิกขาบท ๑๑. สังฆเภทานุวัตตกสิกขาบท ๑๒. ทุพพจสิกขาบท ๑๓. กุลทูสกสิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์๑. ปฐมอนิยตสิกขาบท รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ๒. ทุติยอนิยตสิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในอนิยตกัณฑ์๑. กฐินวรรค(จีวรวรรค) รวมสิกขาบทที่มีในกฐินวรรค๒. โกสิยวรรค รวมสิกขาบทที่มีในโกสิยวรรค๓. ปัตตวรรค รวมสิกขาบทที่มีในปัตตวรรค๑. มุสาวาทวรรค รวมสิกขาบทที่มีในมุสาวาทวรรค๒. ภูตคามวรรค รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรค๓. โอวาทวรรค รวมสิกขาบทที่มีในโอวาทวรรค๔. โภชนวรรค รวมสิกขาบทที่มีในโภชนวรรค๕. อเจลกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในอเจลกวรรค๖. สุราปานวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสุราปานวรรค๗. สัปปาณกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค๘. สหธัมมิกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสหธัมมิกวรรค๙. ราชวรรค(รตนวรรค) รวมสิกขาบทที่มีในราชวรรค รวมวรรคที่มีในปาจิตติยกัณฑ์๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกขาบท ๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในปาฏิเทสนียกัณฑ์๑. ปริมัณฑลวรรค๒. อุชชัคฆิกวรรค๓. ขัมภกตวรรค๔. ปิณฑปาตวรรค(สักกัจจวรรค)๕. กพฬวรรค๖. สุรุสุรุวรรค๗. ปาทุกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในเสขิยกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์๕. ปาจิตติยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาจิตติยกัณฑ์๖. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์๗. เสขิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในเสขิยกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยการระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวม รวมวาระแรกที่มีในภิกขุวิภังค์ ๘ วาระ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑาทิ คำถาม - คำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์เป็นต้น๗. เสขิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในเสขิยกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์ ๒. สังฆาทิเสสกัณฑาทิ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์เป็นต้น ๗. เสขิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในเสขิยกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวมปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ปาราชิกสิกขาบทที่ ๖ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๗ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๘ รวมสิกขาบทที่มีในปาราชิกกัณฑ์สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ ... ๑๐ รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์สิกขาบทที่ ๑ ... สิกขาบทที่ ๑๒ รวมสิกขาบทที่มีในนิสสัคคิยกัณฑ์๑. ลสุณวรรค๒. รัตตันธการวรรค(อันธการวรรค)๓. นหานวรรค(นัคควรรค)๔. ตุวัฏฏวรรค๕. จิตตาคารวรรค๖. อารามวรรค๗. คัพภินีวรรค๘. กุมารีภูตวรรค๙. ฉัตตุปาหนวรรค รวมวรรคที่มีในปาจิตติยกัณฑ์คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในปาฏิเทสนียะกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ จำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์๓. นิสสัคคิยกัณฑ์ จำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์๑. ลสุณวรรค ๒. รัตตันธการวรรค ๓. นหานวรรค(นัคควรรค) ๔. ตุวัฏฏวรรค ๕. จิตตาคารวรรค ๖. อารามวรรค ๗. คัพภินีวรรค ๘. กุมารีภูตวรรค ๙. ฉัตตุปาหนวรรค๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวม๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์ ... ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ จำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์ ... ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวมสมุฏฐาน ๑๓ ๑. ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน ๒. ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน ๓. สัญจริตตสมุฏฐาน ๔. สมนุภาสนาสมุฏฐาน ๕. กฐินสมุฏฐาน ๖. เอฬกโลมสมุฏฐาน ๗. ปทโสธัมมสมุฏฐาน ๘. อัทธานสมุฏฐาน ๙. เถยยสัตถสมุฏฐาน ๑๐. ธัมมเทสนาสมุฏฐาน ๑๑. ภูตาโรจนสมุฏฐาน ๑๒. โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน ๑๓. อนนุญญาตสมุฏฐานอาบัติ ๕ กองอาบัติ ๕ วินีตวัตถุ ๕ อาบัติ ๗ กองอาบัติ ๗ วินีตวัตถุ ๗ ความไม่เคารพ ๖ ความเคารพ ๖ วินีตวัตถุ ๖ วิบัติ ๔ สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖มูลเหตุแห่งวิวาท ๖ มูลเหตุแห่งการโจท ๖ สาราณียธรรม ๖ ประการ สังฆเภท ๑๘ ประการ อธิกรณ์ ๔ สมถะ ๗ หัวข้อประจำวาร๑. ฉอาปัตติสมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน๒. กตาปัตติวาร วาระว่าด้วยต้องอาบัติเท่าไร๓. อาปัตติสมุฏฐานคาถา ว่าด้วยคาถาแสดงสมุฏฐานแห่งอาบัติ๔. วิปัตติปัจจยวาร วาระว่าด้วยความวิบัติเป็นปัจจัย๕. อธิกรณปัจจยวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์เป็นปัจจัยสมถเภท ว่าด้วยประเภทแห่งสมถะ ๖. อธิกรณปริยายวาร วาระว่าด้วยการอธิบายอธิกรณ์๗. สาธารณวาร วาระว่าด้วยสมถะทั่วไป๘. ตัพภาคิยวาร วาระว่าด้วยเป็นส่วนนั้น๙. สมถาสมถัสสสาธารณวาร วาระว่าด้วยสมถะทั่วไปและไม่ทั่วไปแก่สมถะ๑๐. สมถาสมถัสสตัพภาคิยวาร วาระว่าด้วยสมถะเป็นส่วนนั้นแห่งสมถะ๑๑. สมถสัมมุขาวินยวาร วาระว่าด้วยสมถะคือสัมมุขาวินัย ๑๒. วินยวาร วาระว่าด้วยวินัย ๑๓. กุสลวาร วาระว่าด้วยเป็นกุศล ๑๔. ยัตถวารปุจฉาวาร วาระว่าด้วย ณ ที่ใดและวาระว่าด้วยการถาม ๑๕. สมถวารวิสัชชนาวาร วาระว่าด้วยเรื่องสมถะและวาระว่าด้วยการตอบ๑๖. สังสัฏฐวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์กับสมถะรวมกัน ๑๗. สัมมติวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ระงับ ๑๘. สัมมันตินสัมมันติวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ระงับและไม่ระงับ ๑๙. สมถาธิกรณวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๒๐. สมุฏฐาเปติวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ยังอธิกรณ์ให้เกิดขึ้น ๒๑. ภชติวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ไหน รวมวาระที่มีในสมถเภทคำถามและคำตอบเกี่ยวกับอาบัติ หัวข้อประจำวารว่าด้วยธรรมก่ออาบัติเป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยสัญญาวิโมกข์เป็นต้น ว่าด้วยวันอุโบสถ เป็นต้น ว่าด้วยปาราชิก เป็นต้น ว่าด้วยบุคคล ว่าด้วยปฏิกโกสนา เป็นต้น ว่าด้วยปลิโพธ เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติด้วยอาการ ๒ อย่าง เป็นต้น ว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อ เป็นต้น ว่าด้วยบุคคลโง่เขลาและบัณฑิต เป็นต้น ว่าด้วยอาสวะ หัวข้อประจำวารว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระชนม์อยู่เป็นต้น ว่าด้วยวัตถุแห่งการโจท เป็นต้น ว่าด้วยภิกษุโง่เขลาและฉลาด เป็นต้น ว่าด้วยการปิด เป็นต้น ว่าด้วยอาพาธ เป็นต้น ว่าด้วยงดปาติโมกข์ เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติภายใน เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติด้วยอาการ ๓ อย่าง เป็นต้น ว่าด้วยข้อที่สงฆ์มุ่งหวัง เป็นต้น ว่าด้วยอุโบสถ เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยการต้องและออกจากอาบัติเป็นต้น ว่าด้วยอนริยโวหาร เป็นต้น ว่าด้วยอาบัติปาราชิก ว่าด้วยบริขาร ว่าด้วยการต้องอาบัติและออกจากอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยการต้องอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยพระอาคันตุกะ เป็นต้น ว่าด้วยสิกขาบทมีวัตถุต่างกัน เป็นต้น ว่าด้วยพระอุปัชฌาย์ต้องอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยปัจจัยแห่งการขาดพรรษา เป็นต้น ว่าด้วยถือเอาทรัพย์ เป็นต้น ว่าด้วยบุคคลควรอภิวาท เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติในกาล เป็นต้น ว่าด้วยการโจท เป็นต้น ว่าด้วยภิกษุเป็นไข้ต้องอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยงดปาติโมกข์ หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาบัติเป็นต้น ว่าด้วยองค์คุณของพระวินัยธร ว่าด้วยภิกษุอยู่ป่า เป็นต้น ว่าด้วยองค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสัย ว่าด้วยโทษในกรรมไม่น่าเลื่อมใส เป็นต้น ว่าด้วยพืชและผลไม้ ว่าด้วยวิสุทธิ ๕ ว่าด้วยอานิสงส์การทรงวินัย เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยความไม่เคารพเป็นต้น องค์ ๖ แห่งพระอุปัชฌาย์ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาบัติเป็นต้น ว่าด้วยองค์ของพระวินัยธร ว่าด้วยอสัทธรรมและสัทธรรม หัวข้อประจำวารว่าด้วยอานิสงส์เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้น ว่าด้วยองค์ของพระวินัยธร ว่าด้วยอุพพาหิกาสมมติ เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยบุคคลเป็นต้น หัวข้อประจำวาร หัวข้อลำดับหมวดอุโปสถาทิปุจฉาวิสัชชนา คำถาม - คำตอบเรื่องอุโบสถ เป็นต้น อาทิมัชฌันตปุจฉนะ ว่าด้วยคำถามถึงเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด อาทิมัชฌันตวิสัชชนา ว่าด้วยคำตอบถึงเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดอัตถวสปกรณ์ ว่าด้วยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ ห้อข้อประจำเรื่อง๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท ว่าด้วยสิกขาบทที่ทรงบัญญัติใน ๗ พระนคร พระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา สิกขาบทบัญญัติ ๒. จตุวิบัติ ว่าด้วยวิบัติ ๔ สีลวิบัติ และอาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ อาชีววิบัติ ยาวตติยกสิกขาบท ๓. เฉทนกาทิ ว่าด้วยเฉทนกสิกขาบท เป็นต้น ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบท และเภทนกสิกขาบท เป็นต้น๔. อสาธารณาทิ ว่าด้วยอสาธารณสิกขาบท เป็นต้น จำนวนสิกขาบทของภิกษุ เป็นต้น ประเภทสิกขาบทของภิกษุ ประเภทสิกขาบทของภิกษุณี อสาธารณสิกขาบทของภิกษุ อสาธารณสิกขาบทของภิกษุณี สิกขาบทที่ไม่ทั่วไปแก่สองฝ่าย สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกัน อาบัติที่ระงับไม่ได้ อาบัติที่ระงับได้ ส่วนที่ทรงจำแนก อธิกรณ์วิเคราะห์ปาราชิก วิเคราะห์สังฆาทิเสส วิเคราะห์อนิยต วิเคราะห์ถุลลัจจัย วิเคราะห์นิสสัคคีย์ วิเคราะห์ปาจิตตีย์ วิเคราะห์ปาฏิเทสนียะ วิเคราะห์ทุกกฏ วิเคราะห์ทุพภาสิต วิเคราะห์เสขิยะ อุปมาอาบัติ และอนาบัติ หัวข้อประจำวารอธิกรณเภท ว่าด้วยประเภทแห่งอธิกรณ์ ๑. อุกโกฏนเภทาทิ ว่าด้วยประเภทการรื้อฟื้น เป็นต้น ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์ เป็นต้น ๒. อธิกรณนิทานาทิ ว่าด้วยนิทานแห่งอธิกรณ์ เป็นต้น ๓. อธิกรณมูลาทิ ว่าด้วยมูลเหตุอธิกรณ์ เป็นต้น ๔. อธิกรณปัจจยาปัตติ ว่าด้วยอาบัติมีอธิกรณ์เป็นปัจจัย ว่าด้วยอนุวาทาธิกรณ์เป็นอาบัติหรืออนาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยอาปัตตาธิกรณ์เป็นอาบัติหรืออนาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยกิจจาธิกรณ์เป็นอาบัติหรืออนาบัติ เป็นต้น๕. อธิกรณาธิปปายะ ว่าด้วยอธิบายอธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ ๖. ปุจฉาวาร ว่าด้วยวาระแห่งการถาม อธิบายสมถะว่าด้วยสมถะรวมกัน เป็นต้น๘. สังสัฏฐวาร ว่าด้วยวาระที่ว่าด้วยการรวมกัน ๙. สัตตสมถนิทาน ว่าด้วยนิทานแห่งสมถะ ๗ ว่าด้วยมูลเหตุ และสมุฏฐานแห่งสมถะ ๑๐. สัตตสมถนานัตถาทิ ว่าด้วยสมถะ ๗ มีอรรถต่างกัน เป็นต้น วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ หัวข้อประจำเรื่อง๑. โจทนาทิปุจฉาวิสัชชนา ว่าด้วยคำถาม และคำตอบการโจท เป็นต้น อลัชชีบุคคล ลัชชีบุคคล บุคคลผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม บุคคลผู้โจทก์เป็นธรรม คนโจทก์ผู้โง่เขลา คนโจทก์ผู้ฉลาด การโจท๑. อนุวิชชกอนุโยค ว่าด้วยข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ เปรียบเทียบอธิกรณ์ ข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ ๒. โจทกาทิปฏิปัตติ ว่าด้วยข้อปฏิบัติของโจทก์ เป็นต้น ว่าด้วยอุโบสถ เป็นต้น ๓. โจทกัสสอัตตฌาปนะ ว่าด้วยการเผาตนของภิกษุผู้เป็นโจทก์ หัวข้อประจำกัณฑ์๑. อนุวิชชกัสสปฏิปัตติ ว่าด้วยข้อปฏิบัติของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ ว่าด้วยประโยชน์แห่งสูตร เป็นต้น ประโยชน์แห่งวินัย เป็นต้น อนุโยควัตร(วัตรในการซักถาม) หัวข้อประจำเรื่องว่าด้วยการรู้วิบัติ ว่าด้วยการรู้อาบัติ ว่าด้วยการรู้นิทาน ว่าด้วยการรู้อาการ ว่าด้วยการรู้คำต้นและคำหลัง ว่าด้วยการรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ ว่าด้วยการรู้กรรม ว่าด้วยการรู้อธิกรณ์ ว่าด้วยการรู้สมถะว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะชอบ ว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะชัง ว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะหลง ว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะกลัว นิคมคาถาไม่ถึงฉันทาคติ ไม่ถึงโทสาคติ ไม่ถึงโมหาคติ ไม่ถึงภยาคติ นิคมคาถา๔. สัญญาปนียาทิ ว่าด้วยการชี้แจง เป็นต้น ว่าด้วยการพิจารณา ว่าด้วยการเพ่งเล็ง ว่าด้วยการเลื่อมใส ๕. ปรปักขาทิอวชานนะ ว่าด้วยการดูหมิ่นฝ่ายอื่น เป็นต้น ว่าด้วยดูหมิ่นภิกษุมีสุตะน้อย ว่าด้วยดูหมิ่นภิกษุผู้อ่อนพรรษากว่า ว่าด้วยไม่พึงพูดเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ว่าด้วยธรรมวินัยสัตถุศาสน์ ๖. อนุวิชชกัสสอนุโยคะ ว่าด้วยข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์เปรียบเทียบอธิกรณ์ ๗. ปุจฉาวิภาค ว่าด้วยการจำแนกคำถาม หัวข้อประจำเรื่อง๑. กฐินอัตถตาทิ ว่าด้วยกรานกฐิน เป็นต้น ไม่ได้กรานกฐิน ได้กรานกฐิน เหตุกฐินไม่เป็นอันกราน อธิบายเหตุที่ไม่เป็นอันกรานบางข้อ เหตุกฐินเป็นอันกราน ธรรมที่เกิดพร้อมกัน ๒. กฐินอนันตรปัจจยาทิ ว่าด้วยอนันตรปัจจัยแห่งกฐิน เป็นต้น บุพพกรณ์เป็นปัจจัย การถอนผ้าเป็นปัจจัย การอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัย การกรานผ้าเป็นปัจจัย มาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัย ๓. ปุพพกรณนิทานาทิวิภาค ว่าด้วยการจำแนกนิทานแห่งบุพพกรณ์ เป็นต้น สงเคราะห์ธรรม มูลเหตุแห่งกฐิน เป็นต้น เบื้องต้นแห่งกฐิน องค์ของภิกษุผู้กรานกฐินการกรานกฐิน วัตถุวิบัติ เป็นต้น ๔. กฐินาทิชานิตัพพวิภาค ว่าด้วยการจำแนกข้อควรรู้มีกฐิน เป็นต้น ควรรู้กฐิน เป็นต้น อธิบายการกรานกฐิน ๕. ปุคคลัสเสวกฐินัตถาร ว่าด้วยบุคคลกรานกฐินเท่านั้น ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ ว่าด้วยการแก้ปัญหาปลิโพธ การเดาะกฐิน การเดาะกฐินภายในสีมา เป็นต้น หัวข้อประจำเรื่ององค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสัย องค์ของภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสัย ภิกษุที่ไม่พึงให้อุปสมบท เป็นต้น ภิกษุที่พึงให้อุปสมบท เป็นต้น องค์ ๕ ของภิกษุผู้ถูกลงโทษ หัวข้อประจำวรรคคุณสมบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม องค์ของภิกษุผู้พูดในสงฆ์ อานิสงส์ในการเรียนวินัย หัวข้อประจำวรรคภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์ ภิกษุควรพูดในสงฆ์ หัวข้อประจำวรรคความเห็นที่ไม่ชอบธรรม ความเห็นที่ชอบธรรม การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ การรับประเคนที่ใช้ได้ ของที่ไม่เป็นเดน ของที่เป็นเดน การห้ามภัตร ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ไม่ควรทำโอกาส ควรทำโอกาส ไม่ควรสนทนาวินัย ควรสนทนาวินัย เหตุที่ถามปัญหา ๕ อย่าง การอวดอ้างมรรคผล วิสุทธิ โภชนะ ๕ หัวข้อประจำวรรคคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงพิจารณา คุณสมบัติที่โจทก์พึงตั้งไว้ในตน โจทก์ควรใฝ่ใจถึงธรรม องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้ทำโอกาส องค์ของภิกษุผู้ควรให้ทำโอกาส องค์แห่งอธิกรณ์ที่ตนพึงรับ องค์ของภิกษุผู้มีอุปการะมาก องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรซักถาม องค์ของภิกษุผู้ควรซักถาม หัวข้อประจำวรรคถืออยู่ป่า เป็นต้น หัวข้อประจำวรรคมุสาวาท งดอุโบสถหรือปวารณา องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้คำซักถาม องค์ของภิกษุผู้ควรให้คำซักถาม ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ อย่าง เวร ๕ งดเว้นเวร ๕ ความเสื่อม ๕ สัมปทา ๕ หัวข้อประจำวรรคองค์สำหรับลงโทษ องค์สำหรับลงโทษภิกษุณี องค์ของภิกษุไม่ควรให้โอวาท องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรสนทนาด้วย องค์ของภิกษุผู้ควรสนทนาด้วย หัวข้อประจำวรรคไม่แต่งตั้งด้วยอุพพาหิกา แต่งตั้งด้วยอุพพาหิกา องค์ของภิกษุผู้โง่เขลา องค์ของภิกษุผู้ฉลาด หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้ไม่ควรระงับอธิกรณ์ องค์ของภิกษุผู้ควรระงับอธิกรณ์ สงฆ์แตกกัน สังฆราชี และสังฆเภท หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์มีโทษ หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่มีโทษ หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้อยู่ในอาวาส การชี้แจงพระวินัยไม่ชอบธรรม องค์ของภิกษุผู้แจกภัตร องค์ของภิกษุผู้แต่งตั้งเสนาสนะ เป็นต้น หัวข้อประจำวรรคอานิสงส์กรานกฐิน โทษของการนอนลืมสติ อานิสงส์ของการนอนมีสติ บุคคลไม่ควรไหว้ บุคคลควรไหว้ ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้อ่อนกว่า หัวข้อประจำวรรค หัวข้อบอกวรรค๑. ปาราชิก ว่าด้วยอาบัติปาราชิก ๒. สังฆาทิเสส ว่าด้วยอาบัติสังฆาทิเสส เสขิยวัตร ๓. ปาราชิกาทิ ว่าด้วยอาบัติปาราชิก เป็นต้น หัวข้อประจำเรื่อง๑. กายิกาทิอาปัตติ ว่าด้วยอาบัติทางกาย เป็นต้น ๒. เทสนาคามินิยาทิอาปัตติ ว่าด้วยอาบัติเป็นเทสนาคามินี เป็นต้น ๓. ปาจิตติยะ ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ต้องอาบัติในเขตเดียวกัน ๔. อวันทนียปุคคลาทิ ว่าด้วยบุคคลไม่ควรไหว้ เป็นต้น ๕. โสฬสกัมมาทิ ว่าด้วยกรรม ๑๖ อย่าง เป็นต้น๑. อวิปปวาสปัญหา ปัญหาว่าด้วยการไม่อยู่ปราศ ๒. ปาราชิกาทิปัญหา ปัญหาว่าด้วยอาบัติปาราชิก เป็นต้น ๓. ปาจิตติยาทิปัญหา ปัญหาว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ เป็นต้น หัวข้อประจำเรื่องกรรม ๔ วัตถุวิบัติ ญัตติวิบัติ อนุสาวนาวิบัติ สีมาวิบัติ บริษัทวิบัติ กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น อปโลกนกรรม เป็นต้น ฐานะแห่งอปโลกนกรรม ฐานะแห่งญัตติกรรม ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น๒. อัตถวสวรรค หมวดว่าด้วยอำนาจประโยชน์ทรงบัญญัติสิกขาบททรงบัญญัติปาติโมกข์ เป็นต้น๔. อปัญญัตเตปัญญัตตวรรค หมวดว่าด้วยทรงบัญญัติในเมื่อยังมิได้บัญญัติสังคหะ ๙ อย่าง ให้บอกเรื่อง พึงรู้วัตถุ เป็นต้น หัวข้อประจำวรรคปริโยสานคาถา

经典

๑. สุกกวิสัฏฐิสิกขาบท รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ๒. กายสังสัคคสิกขาบท ๓. ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบท ๔. อัตตกามปาริจริยสิกขาบท ๕. สัญจริตตสิกขาบท ๖. กุฏิการสิกขาบท ๗. วิหารการสิกขาบท ๘. ปฐมทุฏฐโทสสิกขาบท ๙. ทุติยทุฏฐโทสสิกขาบท ๑๐. สังฆเภทสิกขาบท ๑๑. สังฆเภทานุวัตตกสิกขาบท ๑๒. ทุพพจสิกขาบท ๑๓. กุลทูสกสิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

14 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ คำถาม - คำตอบสถานที่บัญญัติเป็นต้นในสังฆาทิเสสกัณฑ์

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามทำน้ำอสุจิให้เคลื่อน ณ ที่ไหน ทรงปรารภ ใคร เพราะเรื่องอะไร ในสุกกวิสัฏฐิสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีพระบัญญัติ พระอนุบัญญัติ อนุปปันนบัญญัติ สัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ สาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติอยู่หรือ บรรดาปาติโมกขุทเทส ๕ อุทเทส สุกกวิสัฏฐิสิกขาบทนั้นจัดเข้าในอุทเทสไหน นับเนื่องในอุทเทสไหน มาสู่อุทเทสโดยอุทเทสไหน บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง เป็นวิบัติอย่างไหน บรรดากองอาบัติ ๗ กอง เป็นกองอาบัติไหน บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง เป็นอธิกรณ์อย่างไหน บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๙} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ในสุกกวิสัฏฐิสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นพระวินัย อะไรเป็นอภิวินัย อะไรเป็น พระปาติโมกข์ อะไรเป็นอธิปาติโมกข์ อะไรเป็นวิบัติ อะไรเป็นสมบัติ อะไรเป็นข้อ ปฏิบัติ พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามทำน้ำอสุจิให้เคลื่อน โดยทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร ใครศึกษาอยู่ ใครศึกษาสิกขาเรียบร้อยแล้ว สิกขาบทนี้ตั้งอยู่ในใคร ใครทรงเอาไว้ เป็นถ้อยคำของใคร ใครนำมา ๑. สุกกวิสัฏฐิสิกขาบท

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามทำน้ำอสุจิให้เคลื่อน ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระเสยยสกะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระเสยยสกะพยายามใช้มือทำน้ำอสุจิให้เคลื่อน ถาม : ในสุกกวิสัฏฐิสิกขาบทนั้น มีพระบัญญัติ พระอนุบัญญัติ อนุปปันน บัญญัติอยู่หรือ ตอบ : ในสุกกวิสัฏฐิสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ ไม่ มีอนุปปันนบัญญัติ ถาม : มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติอยู่หรือ ตอบ : มีสัพพัตถบัญญัติ ถาม : มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติอยู่หรือ ตอบ : มีอสาธารณบัญญัติ ถาม : มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติอยู่หรือ ตอบ : มีเอกโตบัญญัติ ถาม : บรรดาปาติโมกขุทเทส ๕ อุทเทส สุกกวิสัฏฐิสิกขาบทนั้นจัดเข้าใน อุทเทสไหน นับเนื่องในอุทเทสไหน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๐} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ตอบ : จัดเข้าในนิทานุทเทส นับเนื่องในนิทานุทเทส ถาม : มาสู่อุทเทสโดยอุทเทสไหน ตอบ : มาสู่อุทเทสโดยอุทเทสที่ ๓ ถาม : บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง เป็นวิบัติอย่างไหน ตอบ : เป็นสีลวิบัติ ถาม : บรรดากองอาบัติ ๗ กอง เป็นกองอาบัติไหน ตอบ : เป็นกองอาบัติสังฆาทิเสส ถาม : บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร ตอบ : เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ถาม : บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง เป็นอธิกรณ์อย่างไหน ตอบ : เป็นอาปัตตาธิกรณ์ ถาม : บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร ตอบ : ระงับด้วยสมถะ ๒ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย (๒) ปฏิญญาตกรณะ ถาม : ในสุกกวิสัฏฐิสิกขาบทนั้น อะไรเป็นพระวินัย อะไรเป็นอภิวินัย ตอบ : พระบัญญัติเป็นพระวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย ถาม : ในสุกกวิสัฏฐิสิกขาบทนั้น อะไรเป็นพระปาติโมกข์ อะไรเป็น อธิปาติโมกข์ ตอบ : พระบัญญัติเป็นพระปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์ ถาม : อะไรเป็นวิบัติ ตอบ : ความไม่สำรวมเป็นวิบัติ ถาม : อะไรเป็นสมบัติ ตอบ : ความสำรวมเป็นสมบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๑} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ถาม : อะไรเป็นข้อปฏิบัติ ตอบ : การที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า “เราจะไม่ทำกรรม อย่างนี้อีก” แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ ถาม : พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามทำน้ำอสุจิ ให้เคลื่อน โดยทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร ตอบ : พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามทำน้ำอสุจิ ให้เคลื่อน โดยทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ ๑. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๒. เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์ ๓. เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๔. เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม ๕. เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๖. เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต ๗. เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส ๘. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว ๙. เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑๐. เพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย ถาม : ใครศึกษาอยู่ ตอบ : พระเสขะและกัลยาณปุถุชนศึกษาอยู่ ถาม : ใครศึกษาสิกขาเรียบร้อยแล้ว ตอบ : พระอรหันต์เป็นผู้ศึกษาสิกขาเรียบร้อยแล้ว ถาม : สิกขาบทนี้ตั้งอยู่ในใคร ตอบ : ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล ถาม : ใครทรงเอาไว้ ตอบ : พระเถระทั้งหลายผู้ทรงจำสุกกวิสัฏฐิสิกขาบทที่ ๑ ได้ทรงเอาไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๒} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ถาม : เป็นถ้อยคำของใคร ตอบ : เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ถาม : ใครนำมา ตอบ : พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ และพระโมคคัลลีบุตร รวมเป็น ๕ รูป เป็นผู้นำพระวินัยสืบๆ กันมาในชมพูทวีปอันมีสิริ จากนั้น พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระมหินทะ พระอิฏฏิยะ พระอุตติยะ พระสัมพละ และพระภัททบัณฑิต เดินทางจากชมพูทวีปมาที่เกาะสิงหลนี้ ท่านเหล่านั้นสอนพระวินัยปิฎกที่เกาะตามพปัณณิ สอนนิกาย ๕ และปกรณ์ ๗ จากนั้นพระอริฏฐะผู้มีปัญญา พระติสสทัตตบัณฑิต พระกาฬสุมนะ ผู้เชี่ยวชาญ พระทีฆเถระ และพระทีฆสุมนบัณฑิต ต่อมา พระกาฬสุมนะ พระนาคเถระ พระพุทธรักขิตะ พระติสสเถระผู้มีปัญญา และพระเทวเถระผู้เป็นบัณฑิต ต่อมา พระสุมนะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระจูฬนาคะเป็นพหูสูต ดุจช้างซับมัน พระธัมมปาลิตะ เป็นผู้อันสาธุชนในโรหนชนบทพากันบูชาเป็นอย่างดี ศิษย์ของพระธัมมปาลิตะนั้น มีปัญญามากชื่อว่าเขมะ ทรงจำพระไตรปิฎกได้รุ่งเรืองอยู่ในเกาะด้วยปัญญา เหมือนดวงจันทร์รุ่งเรืองอยู่ พระอุปติสสะผู้มีปัญญา พระปุสสเทวะผู้เป็นมหาธรรมกถึก ต่อมา พระสุมนะผู้มีปัญญา พระมหาปทุมะเป็นพหูสูต พระมหาสีวะผู้เป็นมหาธรรมกถึก ฉลาดในพระปิฎกทั้งหมด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๓} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ต่อมา พระอุบาลีผู้มีปัญญา เชี่ยวชาญในพระวินัย พระมหานาคะผู้มีปัญญามาก ฉลาดในวงศ์พระสัทธรรม ต่อมา พระอภยะผู้มีปัญญา ฉลาดในพระปิฎกทั้งหมด พระติสสเถระผู้มีปัญญาเชี่ยวชาญในพระวินัย พระสุมนะมีปัญญามาก ผู้เป็นศิษย์ของพระติสสเถระนั้น เป็นพหูสูต รักษาพระศาสนาต่อกันมาอยู่ในชมพูทวีป พระจูฬาภยะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระติสสเถระผู้มีปัญญาฉลาดในวงศ์พระสัทธรรม พระจูฬเทวะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัยและพระสิวเถระ ผู้มีปัญญา ฉลาดในพระวินัยทั้งหมด พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย ฉลาดในมรรค ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้ในเกาะตามพปัณณิ ๒. กายสังสัคคสิกขาบท

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ถูกต้องกายกับมาตุคาม ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระอุทายี ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีถูกต้องกายกับมาตุคาม ในกายสังสัคคสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๔} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ๓. ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบท

๑๐

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พูดเกี้ยวมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบ ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระอุทายี ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีพูดเกี้ยวมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบ ในทุฏฐุลลวาจาสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิด ทางวาจา (๒) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย (๓) เกิดทางกายวาจากับจิต ฯลฯ ๔. อัตตกามปาริจริยสิกขาบท

๑๑

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้กล่าวสรรเสริญการบำเรอความใคร่ของตนต่อหน้า มาตุคาม ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระอุทายี ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีกล่าวสรรเสริญการบำเรอความใคร่ของตน ต่อหน้ามาตุคาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๕} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ในอัตตกามปาริจริยสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ๕. สัญจริตตสิกขาบท

๑๒

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ทำหน้าที่ชักสื่อ ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระอุทายี ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีทำหน้าที่ชักสื่อ ในสัญจริตตสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดาสมุฏฐาน แห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิดทางกาย มิใช่ เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๔) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๕) เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย (๖) เกิดทางกายวาจากับจิต ฯลฯ ๖. กุฏิการสิกขาบท

๑๓

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้สร้างกุฎีด้วยเครื่องอุปกรณ์ที่ขอมาเอง ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุชาวเมืองอาฬวี ถาม : เพราะเรื่องอะไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุชาวเมืองอาฬวีสร้างกุฎีด้วยเครื่องอุปกรณ์ที่ขอ มาเอง ในกุฏิการสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน ฯลฯ ๗. วิหารการสิกขาบท

๑๔

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ให้สร้างวิหารใหญ่ ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงโกสัมพี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระฉันนะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระฉันนะแผ้วถางพื้นที่สร้างวิหาร สั่งให้ตัดไม้รุกขเจดีย์ ต้นหนึ่ง ในวิหารการสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน ฯลฯ ๘. ปฐมทุฏฐโทสสิกขาบท

๑๕

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์ ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๗} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ตอบ : เพราะเรื่องที่พระเมตติยะและพระภุมมชกะใส่ความท่านพระทัพพมัลล บุตรด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล ในปฐมทุฏฐโทสสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ๙. ทุติยทุฏฐโทสสิกขาบท

๑๖

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้อ้างเอาบางส่วนแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่นเป็นเลศใส่ ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์ ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่พระเมตติยะและพระภุมมชกะอ้างเอาบางส่วนแห่งอธิกรณ์ เรื่องอื่นเป็นเลศใส่ความท่านพระทัพพมัลลบุตรด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล ในทุติยทุฏฐโทสสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ๑๐. สังฆเภทสิกขาบท

๑๗

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ทำสงฆ์ให้แตกกัน ไม่สละกรรมจนกระทั่งสงฆ์ สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์ ถาม : ทรงปรารภใคร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๘} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ตอบ : ทรงปรารภพระเทวทัต ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่พระเทวทัตเพียรพยายามเพื่อทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน ในสังฆเภทสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายวาจากับจิต ฯลฯ ๑๑. สังฆเภทานุวัตตกสิกขาบท

๑๘

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุที่ประพฤติตามกล่าวสนับสนุนภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่สละกรรมจนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์ ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภภิกษุหลายรูป ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปประพฤติตามสนับสนุนพระเทวทัตผู้พยายาม ทำลายสงฆ์ ในสังฆเภทานุวัตตกสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายวาจากับจิต ฯลฯ ๑๒. ทุพพจสิกขาบท

๑๙

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุเป็นคนว่ายาก ไม่สละกรรมจนกระทั่งสงฆ์สวด สมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงโกสัมพี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๙} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระฉันนะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระฉันนะอันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนโดยชอบ ธรรม กลับทำตนให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ ในทุพพจสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายวาจากับจิต ฯลฯ ๑๓. กุลทูสกสิกขาบท

๒๐

ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรง เห็น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล ไม่สละกรรมจนกระทั่งสงฆ์ สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่พระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรม แล้วกลับกล่าวหาว่า พวกภิกษุลำเอียงเพราะชอบ ลำเอียงเพราะชัง ลำเอียงเพราะหลง ลำเอียงเพราะกลัว ในกุลทูสกสิกขาบทนั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายวาจากับจิต ฯลฯ สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๐} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๓. อนิยตกัณฑ์ รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์ ๑. สุกกวิสัฏฐิสิกขาบท ว่าด้วยการจงใจทำน้ำอสุจิให้เคลื่อน ๒. กายสังสัคคสิกขาบท ว่าด้วยการถูกต้องกายกับมาตุคาม ๓. ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบท ว่าด้วยการพูดเกี้ยวมาตุคาม ๔. อัตตกามปาริจริยสิกขาบท ว่าด้วยการให้บำเรอความใคร่ของตน ๕. สัญจริตตสิกขาบท ว่าด้วยการชักสื่อ ๖. กุฏิการสิกขาบท ว่าด้วยการก่อสร้างกุฎี ๗. วิหารการสิกขาบท ว่าด้วยการก่อสร้างวิหาร ๘. ปฐมทุฏฐโทสสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุขัดเคืองมีโทสะสิกขาบทที่ ๑ ๙. ทุติยทุฏฐโทสสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุขัดเคืองมีโทสะสิกขาบทที่ ๒ ๑๐. สังฆเภทสิกขาบท ว่าด้วยการทำสงฆ์ให้แตกกัน ๑๑. สังฆเภทานุวัตตกสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุประพฤติตามกล่าวสนับสนุน ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ๑๒. ทุพพจสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุเป็นคนว่ายาก ๑๓. กุลทูสกสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้