This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

๑. ลสุณวรรค ๒. รัตตันธการวรรค ๓. นหานวรรค(นัคควรรค) ๔. ตุวัฏฏวรรค ๕. จิตตาคารวรรค ๖. อารามวรรค ๗. คัพภินีวรรค ๘. กุมารีภูตวรรค ๙. ฉัตตุปาหนวรรค

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释9 条1 个版本

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๑. ลสุณวรรค ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาจิตติยกัณฑ์ ๑. ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๑

ภิกษุณีฉันกระเทียม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีให้ถอนขนในที่แคบ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ถอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อถอนเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีใช้ฝ่ามือตบองค์กำเนิด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังตบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อตบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีใช้ท่อนยาง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีใช้น้ำชำระให้สะอาดลึกเกิน ๒ องคุลีเป็นอย่างมาก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๘๙} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๑. ลสุณวรรค ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีปรนนิบัติภิกษุผู้กำลังฉันด้วยน้ำดื่มหรือด้วยการพัด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในระยะหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีออกปากขอข้าวเปลือกดิบมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดนภาย นอกฝา หรือภายนอกกำแพง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดน บนของเขียวสด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๐} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. รัตตันธการวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีไปดูการฟ้อนรำ การขับร้อง หรือการประโคมดนตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ยืนอยู่ในที่ที่พอจะมองเห็นหรือได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ลสุณวรรคที่ ๑ จบ ๒. รัตตันธการวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๒

ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในเวลาค่ำคืนไม่มีประทีป ต้อง อาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในโอกาสที่กำบัง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในที่แจ้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๑} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. รัตตันธการวรรค สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในถนน หรือตรอกตัน หรือทางสามแพร่ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาก่อนฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะแล้วจากไปโดยไม่ บอกเจ้าของบ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่บริเวณชายคา ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลภายหลังฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาวิกาล ปู หรือใช้ให้ปูที่นอนโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน แล้วนั่ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีเพราะเข้าใจผิด เพราะใคร่ครวญผิดให้ผู้อื่นโพนทะนา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๒} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๓. นหานวรรค ๑. กำลังให้โพนทะนา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้โพนทะนาแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีสาปแช่งตนเอง หรือผู้อื่น ด้วยนรกหรือด้วยพรหมจรรย์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสาปแช่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อสาปแช่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ทุบตีตนแต่ไม่ร้องไห้ ต้องอาบัติทุกกฏ รัตตันธการวรรคที่ ๒ จบ ๓. นหานวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๓

ภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังอาบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. อาบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๓} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๓. นหานวรรค สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีเลาะ หรือใช้ให้เลาะจีวรของภิกษุณี แล้วไม่เย็บ ไม่ขวนขวายเพื่อให้เย็บ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีให้วาระผลัดเปลี่ยนสังฆาฏิที่มีกำหนดระยะเวลา ๕ วัน ล่วงเลยไป ต้อง อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีห่มจีวรสับเปลี่ยนกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังห่ม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อห่มแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีทำอันตรายแก่จีวรที่คณะจะพึงได้ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีคัดค้านการแจกจีวรที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีให้สมณจีวรแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชกหรือแก่ปริพาชิกา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๔} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาลด้วยความหวังในจีวรที่เลื่อนลอย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ล่วงไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้ล่วงไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีคัดค้านการเดาะกฐินที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ นหานวรรคที่ ๓ จบ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๔

ภิกษุณี ๒ รูป นอนบนเตียงเดียวกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณี ๒ รูป ใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๕} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีจงใจก่อความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณีด้วยกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังก่อ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อก่อแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีไม่ดูแลช่วยเหลือ หรือไม่ใส่ใจมอบหมายให้ผู้อื่นดูแลช่วยเหลือสหชีวินี ผู้ได้รับความลำบาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีให้ที่พักแก่ภิกษุณีแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากออกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังฉุดลากออกไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อฉุดลากออกไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีผู้อยู่คลุกคลีไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย น่ากลัวภายในรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๖} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๕. จิตตาคารวรรค สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย น่ากลัวภายนอกรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปภายในพรรษา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่หลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ ตุวัฏฏวรรคที่ ๔ จบ ๕. จิตตาคารวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๕

ภิกษุณีไปดูโรงละครหลวง หอจิตรกรรม สวนสาธารณะ อุทยาน หรือ สระโบกขรณี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. ยืนในที่ที่มองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีใช้ตั่งยาวหรือแท่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๗} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๕. จิตตาคารวรรค ๑. กำลังใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีกรอด้าย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังกรอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อกรอแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีช่วยทำการขวนขวายเพื่อคฤหัสถ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีขอร้องอยู่ว่า “แม่เจ้า โปรดมาช่วยระงับอธิกรณ์นี้ด้วยเถิด” รับปากแล้วไม่ช่วยระงับ ไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยระงับ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีให้ของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชก หรือแก่ ปริพาชิกา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีใช้ผ้าซับระดูแล้วไม่ยอมสละ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๘} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๕. จิตตาคารวรรค ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีไม่สละ ที่พักแล้วหลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ พ้นเขตไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีเรียนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเรียน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีสอนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท จิตตาคารวรรคที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ไม่สละ คือไม่บอกมอบหมายให้ผู้อื่นช่วยดูแลรักษาที่พัก (วิ.อ. ๒/๑๐๐๘/๕๑๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๙} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๖. อารามวรรค ๖. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๖

ภิกษุณีรู้อยู่เข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุโดยไม่บอก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าเขต ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีด่าบริภาษภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังด่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อด่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีขึ้งเคียดบริภาษคณะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบริภาษ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบริภาษแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีผู้ได้รับนิมนต์แล้วบอกห้ามภัตตาหารแล้ว ฉันของเคี้ยวหรือของฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยวจะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีหวงตระกูล ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังหวง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อหวงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๐} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๖. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ตั้งใจว่าจะจำพรรษาแล้วจัดแจงเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. พออรุณขึ้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ด้วยฐานะ ๓ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีไม่ไปรับโอวาท หรือธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมกัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถบ้าง ไม่ถามโอวาทบ้าง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ ปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีไม่บอกสงฆ์หรือคณะ ใช้ให้บ่งฝีหรือบาดแผลที่เกิดในร่มผ้าอยู่กันสอง ต่อสองกับชาย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบ่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ อารามวรรคที่ ๖ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๑} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๗. คัพภินีวรรค ๗. คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๗

ภิกษุณีบวชให้สตรีมีครรภ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีบวชให้สตรีมีลูกยังดื่มนม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวมีอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๒} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๗. คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี แต่ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้วไม่อนุเคราะห์ ไม่ให้อนุเคราะห์ตลอด ๒ ปี ต้อง อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินีผู้บวชให้ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้ว ไม่พาหลีกไป ไม่ให้พาหลีกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ คัพภินีวรรคที่ ๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๓} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๘. กุมารีภูตวรรค ๘. กุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๘

ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี แต่ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี ผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีมีพรรษาต่ำกว่า ๑๒ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๔} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๘. กุมารีภูตวรรค ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีผู้อันสงฆ์กล่าวอยู่ว่า “แม่เจ้า ท่านอย่าบวชให้กุลธิดาเลย” รับคำแล้ว ภายหลังกลับบ่นว่า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบ่นว่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักให้จีวรแก่เรา เราก็จะบวช ให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักติดตามเราตลอด ๒ ปี เราก็จะบวชให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้คลุกคลีกับชาย คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ดุร้าย ผู้ทำชาย ให้ระทมโศก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๕} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๘. กุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ที่มารดาบิดาหรือสามียังไม่ได้อนุญาต ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๑ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาด้วยการให้ปาริวาสิกฉันทะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๒ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาทุกๆ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๓ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ๒ รูป ใน ๑ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูรายละเอียดใน วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๑๑๖๖-๑๑๖๗/๓๕๑-๓๕๒ (เชิงอรรถ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๖} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๙. ฉัตตุปาหนวรรค ๙. ฉัตตุปาหนวรรค สิกขาบทที่ ๑

๒๓๙

ภิกษุณีกั้นร่มและสวมรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีโดยสารยานพาหนะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังโดยสารไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อโดยสารไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีใช้เครื่องประดับของสตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีสรงสนานด้วยของหอมและเครื่องย้อมผิว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๗} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๕. ปาฏิเทสนิยกัณฑ์ ๙. ฉัตตุปาหนวรรค สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีสรงสนานด้วยแป้งอบกลิ่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีใช้ภิกษุณีให้บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีใช้สิกขมานาบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีใช้สามเณรีบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีใช้หญิงคฤหัสถ์บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๑ ภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนแล้วนั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๘} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๕. ปาฏิเทสนิยกัณฑ์ ๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๒ ภิกษุณีถามปัญหาภิกษุที่ตนยังไม่ได้ขอโอกาส ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังถาม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อถามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๓ ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถันเข้าไปสู่บ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่เขตรั้ว ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙ จบ ขุททกสิกขาบท จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้