This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๘ · ปริวาร

本册其他条目

กัตถปัญญัติวารที่ ๑กัตถปัญญัติวารกัตถปัญญัติวารคำถามและคำตอบในกฐินวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในโกสิยวรรคที่ ๒คำถามและคำตอบในปัตตวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในมุสาวาทวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในภูตคามวรรคที่ ๒คำถามและคำตอบในโอวาทวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในโภชนวรรคที่ ๔คำถามและคำตอบในอเจลกวรรคที่ ๕คำถามและคำตอบในสุราเมรยวรรคที่ ๖คำถามและคำตอบในสัปปาณกวรรคที่ ๗คำถามและคำตอบในสหธรรมมิกวรรคที่ ๘คำถามและคำตอบในราชวรรคที่ ๙คำถามและคำตอบในสิกขาบทที่ ๑คำถามและคำตอบในปริมัณฑลวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในอุชชัคฆิกวรรคที่ ๒คำถามและคำตอบในขัมภกตวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในปีณฑปาตวรรคที่ ๔คำถามและคำตอบในกพฬวรรคที่ ๕คำถามและคำตอบในสุรุสุรุวรรคที่ ๖คำถามและคำตอบในปาทุกาวรรคที่ ๗คำถามและคำตอบในปาราชิกกัณฑ์คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์คำถามและคำตอบปาจิตติยกัณฑ์คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์คำถามและคำตอบในเสขิยกัณฑ์วิปัตติวารที่ ๓คำถามและคำตอบในปาราชิก ๔ สิกขาบทคำถามและคำตอบในสังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบทคำถามและคำตอบในเสขิยวัตรคำถามและคำตอบอาบัติในปาราชิกกัณฑ์วิปัตติวารที่ ๓กัตถปัญญัติวารที่ ๑คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบทคำถามและคำตอบในนิสสคคิยปาจิตตีย์ ๑๒ สิกขาบทคำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในรัตตันธการวรรค ที่ ๒คำถามและคำตอบในนหานวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในตุวัฏฏวรรคที่ ๔คำถามและคำตอบในจิตตาคารวรรคที่ ๕คำถามและคำตอบในอารามวรรค ที่ ๖คำถามและคำตอบในคัพภินีวรรคที่ ๗คำถามและคำตอบในกุมารีภูตวรรคที่ ๘คำถามและคำตอบในฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบทคำถามและคำตอบในปาราชิกคำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสคำถามและคำตอบในนิสสัคคิยปาจิตตีย์คำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์วิปัตติวารที่ ๓ปาราชิกสังฆาทิเสสปาราชิกสังฆาทิเสสวิปัตติวารที่ ๓ย่อหัวข้อสมุฏฐานอาบัติเป็นต้นมูลแห่งการวิวาท ๖สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒อาปัตติสมุฏฐานคาถาวิปัตติปัจจยวารที่ ๔อธิกรณปัจจยวาร ที่ ๕ปริยายวาร ที่ ๖สาธารณวารที่ ๗ตัพภาคิยวารที่ ๘วารที่ ๙ ว่าด้วยสมถะทั่วไปแก่สมถะวารที่ ๑๐ ว่าด้วยสมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะสมถสัมมุขาวินัยวารที่ ๑๑สังสัฏฐวารที่ ๑๖คำถามและคำตอบเกี่ยวกับอาบัติว่าด้วยธรรมก่ออาบัติเป็นต้นว่าด้วยสัญญาวิโมกข์เป็นต้นว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระชนม์อยู่เป็นต้นว่าด้วยการต้องและออกจากอาบัติเป็นต้นว่าด้วยอาบัติเป็นต้นว่าด้วยความไม่เคารพเป็นต้นว่าด้วยอาบัติเป็นต้นว่าด้วยอานิสงส์เป็นต้นว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้นว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้นว่าด้วยบุคคลเป็นต้นอุโปสถกรรมเป็นต้นอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหาสิกขาบทที่ไม่ทั่วไปแก่สองฝ่าย สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกัน…วิเคราะห์ปาราชิกว่าด้วยอธิกรณ์ ๔ อย่างเป็นต้นอธิบายวิวาทาธิกรณ์ว่าด้วยสมถะรวมกัน เป็นต้นว่าด้วยสมถะรวมกันเรื่องโจทเป็นต้นข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงครามว่าด้วยการรู้วัตถุ ว่าด้วยการรู้วิบัติ ว่าด้วยการรู้อาบัติ ว่าด้วยการรู้นิทาน…ว่าด้วยไม่ถึงฉันทาคติไม่ถึงฉันทาคติว่าด้วยให้เข้าใจเปรียบเทียบอธิกรณ์ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้นการกรานกฐินท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าองค์ของภิกษุที่ไม่ควรระงับกรรมภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรมหน้าที่ของโจทก์ถืออยู่ป่าเป็นต้นมุสาวาทองค์สำหรับลงโทษไม่สมมติด้วยอุพพาหิกาองค์ของภิกษุผู้ไม่ควรระงับอธิกรณ์ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์มีโทษภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่มีโทษองค์ของภิกษุเจ้าอาวาสอานิสงส์กรานกฐินภิกษุไม่มีความจงใจต้องอาบัติเป็นต้นอาบัติทางกายเป็นต้นเสทโมจนคาถากรรม ๔ทรงบัญญัติสิกขาบททรงบัญญัติปาติโมกข์เป็นต้นปัญญัติวรรค ที่ ๔สังคหะ ๙ อย่างคาถาส่งท้าย

经典 · พระวินัยปิฎก

วิปัตติปัจจยวารที่ ๔

ข้อ ๘๗๔–๘๗๗พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร4 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร วิปัตติปัจจยวารที่ ๔

๘๗๔

สีลวิปตฺติปจฺจยา กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ สีลวิปตฺติปจฺจยา จตสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภิกฺขุนี ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺฉาเทติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ เวมติกา ปฏิจฺฉาเทติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ ปฏิจฺฉาเทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อตฺตโน ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สีลวิปตฺติปจฺจยา อิมา จตสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺติ ฯเปฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ {๘๗๔.๑} ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เทฺว วิปตฺติโย ภชนฺติ สิยา สีลวิปตฺตึ สิยา อาจารวิปตฺตึ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ จตูหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา สิยา ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ถุลฺลจฺจยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ปาจิตฺติยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐหนฺติ กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ

ถามว่า เพราะปัจจัยคือศีลวิบัติ ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า เพราะปัจจัยคือ ศีลวิบัติ ต้องอาบัติ ๔ คือ ๑. ภิกษุณีรู้อยู่ ปิดปาราชิกธรรม ต้องอาบัติปาราชิก. ๒. สงสัย ปิดไว้ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. ๓. ภิกษุปิดอาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ๔. ปิดอาบัติชั่วหยาบของตน ต้องอาบัติทุกกฏ. เพราะปัจจัยคือศีลวิบัติ ต้องอาบัติ ๔ เหล่านี้. ถามว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗? ... ตอบว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ บางทีเป็นศีลวิบัติ บางที เป็นอาจารวิบัติ. สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๔ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิก บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กายวาจาและจิต. จัด เป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔. ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขา วินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.

๘๗๕

อาจารวิปตฺติปจฺจยา กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ อาจารวิปตฺติปจฺจยา เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อาจารวิปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อาจารวิปตฺติปจฺจยา อิมํ เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ สา อาปตฺติ จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชติ ฯเปฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมติ ฯ สา อาปตฺติ จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เอกํ วิปตฺตึ ภชติ อาจารวิปตฺตึ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ เอเกน อาปตฺติกฺขนฺเธน สงฺคหิตา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ

ถามว่า เพราะปัจจัย คือ อาจารวิบัติ ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ อาจารวิบัติ ต้องอาบัติ ๑ คือ ปิดอาจารวิบัติ ต้องอาบัติ ทุกกฏ. เพราะปัจจัย คือ อาจารวิบัติ ต้องอาบัติ ตัว ๑ นี้ ถามว่า อาบัตินั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดา สมถะ ๗? ตอบว่า อาบัตินั้นจัดเป็นวิบัติอันหนึ่ง บรรดาวิบัติ ๔ คืออาจารวิบัติ สงเคราะห์ด้วย กองอาบัติหนึ่ง บรรดากองอาบัติ ๗ คือด้วยกองอาบัติทุกกฏ. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กาย วาจา และจิต จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขา วินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑

๘๗๖

ทิฏฺฐิวิปตฺติปจฺจยา กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ทิฏฺฐิวิปตฺติปจฺจยา เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ทุกฺกฏา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ทิฏฺฐิวิปตฺติปจฺจยา อิมา เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺติ ฯเปฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เอกํ วิปตฺตึ ภชนฺติ อาจารวิปตฺตึ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ ทฺวีหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา สิยา ปาจิตฺติยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐหนฺติ กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ

ถามว่า เพราะปัจจัย คือทิฏฐิวิบัติ ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า เพราะปัจจัย คือทิฏฐิวิบัติ ต้องอาบัติ ๒ คือ ๑. ไม่สละทิฏฐิอันลามก เพราะสวดประกาศห้ามครบ ๓ จบ จบญัตติเป็นทุกกฏ จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง เป็นอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว ๒. จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เพราะปัจจัย คือ ทิฏฐิวิบัติ ต้องอาบัติ ๒ เหล่านี้. ถามว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗ ตอบว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติ ๑ บรรดาวิบัติ ๔ คืออาจารวิบัติ สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๒ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือเกิดแต่กาย วาจา และจิต จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔. ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.

๘๗๗

อาชีววิปตฺติปจฺจยา กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ อาชีววิปตฺติปจฺจยา ฉ อาปตฺติโย อาปชฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ อาชีวเหตุ อาชีวการณา สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ อาชีวเหตุ อาชีวการณา โย เต วิหาเร วสติ โส ภิกฺขุ อรหาติ ภณติ ปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ {๘๗๗.๑} อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุนี ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส ฯ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อาชีววิปตฺติปจฺจยา อิมา ฉ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ {๘๗๗.๒} ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กติ วิปตฺติโย ภชนฺติ ฯเปฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ ฯ ตา อาปตฺติโย จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ เทฺว วิปตฺติโย ภชนฺติ สิยา สีลวิปตฺตึ สิยา อาจารวิปตฺตึ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ ฉหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สงฺคหิตา สิยา ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา สงฺฆาทิเสสาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ถุลฺลจฺจยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ปาจิตฺติยาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ปาฏิเทสนียาปตฺติกฺขนฺเธน สิยา ทุกฺกฏาปตฺติกฺขนฺเธน ฯ {๘๗๗.๓} ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ฉหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐหนฺติ สิยา กายโต สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต น จิตฺตโต สิยา วาจโต สมุฏฺฐหนฺติ น กายโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ วาจโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น จิตฺตโต สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น วาจโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐหนฺติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ สิยา สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ วิปตฺติปจฺจยวารํ นิฏฺฐิตํ จตุตฺถํ ฯ

ถามว่า เพราะปัจจัย คือ อาชีววิบัติ ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ อาชีววิบัติ ต้องอาบัติ ๖ คือ ๑. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุผู้ปรารถนาลามกอันความ ปรารถนาครอบงำ อวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มี ไม่เป็นจริง ต้องอาบัติปาราชิก. ๒. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุถึงความเป็นผู้เที่ยวชักสื่อ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส. ๓. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุกล่าวว่า ภิกษุใดอยู่ในวิหาร ของท่าน ภิกษุนั้นเป็นพระอรหันต์ เมื่อผู้ฟังเข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. ๔. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุขอโภชนะอันประณีต เพื่อ ประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ๕. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุณีขอโภชนะอันประณีต เพื่อประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ. ๖. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุไม่อาพาธ ขอแกงก็ดี ข้าวสุก ก็ดี เพื่อประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. เพราะปัจจัย คือ อาชีววิบัติ ต้องอาบัติ ๖ เหล่านี้. ถามว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗? ตอบว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือบางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ. สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๖ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิก บางทีด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสส บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางที ด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ. เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต ๑ บางทีเกิดแต่วาจา มิใช่กาย มิใช่จิต ๑ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต ๑ บางที เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ๑ บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย ๑ บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต ๑ จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑. วิปัตติปัจจยวาร ที่ ๔ จบ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย