ปริยายวาร ที่ ๖
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ปริยายวาร ที่ ๖
วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร? วิวาทาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะ เท่าไร? อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร? อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร? อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร? อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ เท่าไร? กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุ เท่าไร? มีมูลเท่าไร? กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร? กิจจาธิกรณ์ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร?
วิวาทาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมํ กติ ฐานานิ กติ วตฺถูนิ กติ ภูมิโย กติ เหตู กติ มูลานิ กตีหากาเรหิ วิวทติ วิวาทาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมติ ฯ อนุวาทาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมํ กติ ฐานานิ กติ วตฺถูนิ กติ ภูมิโย กติ เหตู กติ มูลานิ กตีหากาเรหิ อนุวทติ อนุวาทาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมติ ฯ อาปตฺตาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมํ กติ ฐานานิ กติ วตฺถูนิ กติ ภูมิโย กติ เหตู กติ มูลานิ กตีหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อาปตฺตาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมติ ฯ กิจฺจาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมํ กติ ฐานานิ กติ วตฺถูนิ กติ ภูมิโย กติ เหตู กติ มูลานิ กตีหากาเรหิ กิจฺจํ ชายติ กิจฺจาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมติ ฯ
ถามว่า วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน. ถ. มีฐานเท่าไร? ต. มีฐาน คือ เรื่องทำความแตกร้าวกัน ๑๘. ถ. มีวัตถุเท่าไร? ต. มีวัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘. ถ. มีภูมิเท่าไร? ต. มีภูมิ คือ วัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘. ถ. มีเหตุเท่าไร? ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓. ถ. มีมูลเท่าไร? ต. มีมูล ๑๒. ถ. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร? ต. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการ ๒ คือ เห็นว่าเป็นธรรม ๑ เห็นว่าไม่เป็นธรรม ๑. ถ. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ต. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๒ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยเยภุยยสิกา ๑
วิวาทาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมนฺติ ฯ โลโภ ปุพฺพงฺคโม โทโส ปุพฺพงฺคโม โมโห ปุพฺพงฺคโม อโลโภ ปุพฺพงฺคโม อโทโส ปุพฺพงฺคโม อโมโห ปุพฺพงฺคโม ฯ กติ ฐานานีติ ฯ อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ ฐานานิ ฯ กติ วตฺถูนีติ ฯ อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ ฯ กติ ภูมิโยติ ฯ อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ ภูมิโย ฯ กติ เหตูติ ฯ นว เหตู ตโย กุสลเหตู ตโย อกุสลเหตู ตโย อพฺยากตเหตู ฯ กติ มูลานีติ ฯ ทฺวาทส มูลานิ ฯ กตีหากาเรหิ วิวทตีติ ฯ ทฺวีหากาเรหิ วิวทติ ธมฺมทิฏฺฐิ วา อธมฺมทิฏฺฐิ วา ฯ วิวาทาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ฯ วิวาทาธิกรณํ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ ฯ
ถามว่า อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน. ถ. มีฐานเท่าไร? ต. มีฐาน คือ วิบัติ ๔. ถ. มีวัตถุเท่าไร? ต. มีวัตถุ คือ วิบัติ ๔. ถ. มีภูมิเท่าไร? ต. มีภูมิ คือ วิบัติ ๔. ถ. มีเหตุเท่าไร? ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓. ถ. มีมูลเท่าไร? ต. มีมูล ๑๔. ถ. ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร? ต. ภิกษุโจทด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยวัตถุ ๑ ด้วยอาบัติ ๑. ถ. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ต. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยสติวินัย ๑ ด้วย อมูฬหวินัย ๑ ด้วยตัสสปาปิยสิกา ๑.
อนุวาทาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมนฺติ ฯ โลโภ ปุพฺพงฺคโม โทโส ปุพฺพงฺคโม โมโห ปุพฺพงฺคโม อโลโภ ปุพฺพงฺคโม อโทโส ปุพฺพงฺคโม อโมโห ปุพฺพงฺคโม ฯ กติ ฐานานีติ ฯ จตสฺโส วิปตฺติโย ฐานานิ ฯ กติ วตฺถูนีติ ฯ จตสฺโส วิปตฺติโย วตฺถูนิ ฯ กติ ภูมิโยติ ฯ จตสฺโส วิปตฺติโย ภูมิโย ฯ กติ เหตูติ ฯ นว เหตู ตโย กุสลเหตู ตโย อกุสลเหตู ตโย อพฺยากตเหตู ฯ กติ มูลานีติ ฯ จุทฺทส มูลานิ ฯ กตีหากาเรหิ อนุวทตีติ ฯ ทฺวีหากาเรหิ อนุวทติ วตฺถุโต วา อาปตฺติโต วา ฯ อนุวาทาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ฯ อนุวาทาธิกรณํ จตูหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ สติวินเยน จ อมูฬฺหวินเยน จ ตสฺสปาปิยสิกาย จ ฯ
ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน. ถ. มีฐานเท่าไร? ต. มีฐาน คือ กองอาบัติ ๗. ถ. มีวัตถุเท่าไร? ต. มีวัตถุ คือ กองอาบัติ ๗. ถ. มีภูมิเท่าไร? ต. มีภูมิ คือ กองอาบัติ ๗. ถ. มีเหตุเท่าไร? ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓. ถ. มีมูลเท่าไร? ต. มีมูล คือ สมุฏฐานอาบัติ ๖. ถ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร? ต. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๖ คือ ไม่ละอาย ๑ ไม่รู้ ๑ สงสัยแล้วขืนทำ ๑ สำคัญว่าควรในของไม่ควร ๑ สำคัญว่าไม่ควรในของควร ๑ ลืมสติ ๑. ถ. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ต. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ ด้วยติณวัตถารกะ ๑.
อาปตฺตาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมนฺติ ฯ โลโภ ปุพฺพงฺคโม โทโส ปุพฺพงฺคโม โมโห ปุพฺพงฺคโม อโลโภ ปุพฺพงฺคโม อโทโส ปุพฺพงฺคโม อโมโห ปุพฺพงฺคโม ฯ กติ ฐานานีติ ฯ สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ฐานานิ ฯ กติ วตฺถูนีติ ฯ สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา วตฺถูนิ ฯ กติ ภูมิโยติ ฯ สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ภูมิโย ฯ กติ เหตูติ ฯ นว เหตู ตโย กุสลเหตู ตโย อกุสลเหตู ตโย อพฺยากตเหตู ฯ กติ มูลานีติ ฯ ฉ อาปตฺติสมุฏฺฐานานิ มูลานิ ฯ กตีหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ ฯ ฉหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อลชฺชิตา อญฺญาณตา กุกฺกุจฺจปกตตา อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตา กปฺปิเย อกปิยสญฺญิตา สติสมฺโมสา ฯ อาปตฺตาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ฯ อาปตฺตาธิกรณํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ ติณวตฺถารเกน จ ฯ
ถามว่า กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน. ถ. มีฐานเท่าไร? ต. มีฐาน คือ กรรม ๔. ถ. มีวัตถุเท่าไร? ต. มีวัตถุ คือ กรรม ๔. ถ. มีภูมิเท่าไร? ต. มีภูมิ คือ กรรม ๔. ถ. มีเหตุเท่าไร? ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓. ถ. มีมูลเท่าไร? ต. มีมูล ๑ คือ สงฆ์. ถ. กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร? ต. กิจเกิดด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยญัตติ ๑ ด้วยอปโลกน์. ๑ ถ. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ต. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะอย่างหนึ่ง คือ ด้วยสัมมุขาวินัย.
กิจฺจาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมนฺติ ฯ โลโภ ปุพฺพงฺคโม โทโส ปุพฺพงฺคโม โมโห ปุพฺพงฺคโม อโลโภ ปุพฺพงฺคโม อโทโส ปุพฺพงฺคโม อโมโห ปุพฺพงฺคโม ฯ กติ ฐานานีติ ฯ จตฺตาริ กมฺมานิ ฐานานิ ฯ กติ วตฺถูนีติ ฯ จตฺตาริ กมฺมานิ วตฺถูนิ ฯ กติ ภูมิโยติ ฯ จตฺตาริ กมฺมานิ ภูมิโย ฯ กติ เหตูติ ฯ นว เหตู ตโย กุสลเหตู ตโย อกุสลเหตู ตโย อพฺยากตเหตู ฯ กติ มูลานีติ ฯ เอกํ มูลํ สงฺโฆ ฯ กตีหากาเรหิ กิจฺจํ ชายตีติ ฯ ทฺวีหากาเรหิ กิจฺจํ ชายติ ญตฺติโต วา อปโลกนโต วา ฯ กิจฺจาธิกรณํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ฯ กิจฺจาธิกรณํ เอเกน สมเถน สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน ฯ
ถามว่าสมถะ มีเท่าไร? ตอบว่า สมถะมี ๗ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สมถะมี ๗ เหล่านี้. ถ. บางทีสมถะ ๗ เหล่านี้ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจ วัตถุโดยปริยาย หรือ? ต. บางทีเป็นได้ ก็บางทีเป็นได้อย่างไร? คือ วิวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๒ อนุวาทาธิกรณ์ มีสมถะ ๔ อาปัตตาธิกรณ์มีสมถะ ๓ กิจจาธิกรณ์มีสมถะ ๑ อย่างนี้ที่สมถะ ๗ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจวัตถุโดยปริยาย. ปริยายวารที่ ๖ จบ -----------------------------------------------------
กติ สมถาติ ฯ สตฺต สมถา สมฺมุขาวินโย สติวินโย อมูฬฺหวินโย ปฏิญฺญาตกรณํ เยภุยฺยสิกา ตสฺสปาปิยสิกา ติณวตฺถารโก อิเม สตฺต สมถา ฯ สิยา อิเม สตฺต สมถา ทส สมถา โหนฺติ ทส สมถา สตฺต สมถา โหนฺติ วตฺถุวเสน ปริยาเยน ฯ สิยาติ ฯ กถญฺจ สิยา ฯ วิวาทาธิกรณสฺส เทฺว สมถา อนุวาทาธิกรณสฺส จตฺตาโร สมถา อาปตฺตาธิกรณสฺส ตโย สมถา กิจฺจาธิกรณสฺส เอโก สมโถ ฯ เอวํ อิเม สตฺต สมถา ทส สมถา โหนฺติ ทส สมถา สตฺต สมถา โหนฺติ วตฺถุวเสน ปริยาเยน ฯ ปริยายวารํ นิฏฺฐิตํ ฉฏฺฐํ ฯ