ปัญหาวาร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปัญหาวาร
ปญฺหาวาโร
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย เหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปริตฺตารมฺมณา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตารมฺมณา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย มหคฺคตารมฺมณา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมธรรม โดยเหตุ ปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปมาณารมฺมณา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้น พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม พิจารณากิเลสที่ข่ม แล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภ- *ขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นปริตตารัมมณธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย อารัมมณปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ อริยา ปริตฺตารมฺมเณ ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ ปริตฺตารมฺมเณ ปริตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ ปริตฺตารมฺมโณ ราโค อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน ปริตฺตารมฺมณ- ปริตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ ปริตฺตารมฺมณา ปริตฺตา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ บุคคลพิจารณาทิพพจักขุ พิจารณาทิพพโสตธาตุ พิจารณาอิทธิวิธญาณ ที่เป็นปริตตา รัมมณธรรม เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม โดยความ เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นมหัคคตา- *รัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นปริตตารัมมณธรรมและมหัคคตธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ทิพฺพํ จกฺขุํ ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพํ โสตธาตุํ ปจฺจเวกฺขติ ปริตฺตารมฺมณํ อิทฺธิวิธญาณํ ปจฺจเวกฺขติ เจโตปริยญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ปจฺจเวกฺขติ ปริตฺตารมฺมเณ มหคฺคเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ มหคฺคตารมฺมโณ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน ปริตฺตารมฺมณมหคฺคตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ ปริตฺตารมฺมณา มหคฺคตา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ ฯลฯ พิจารณาวิญญาณัญจายตนะ พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะ พิจารณา มหัคคตารัมมณธรรม เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคต ธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย อารัมมณปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ วิญฺญาณญฺจายตนํ ปจฺจเวกฺขติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปจฺจเวกฺขติ มหคฺคตารมฺมณํ ปจฺจเวกฺขติ เจโตปริยญาณํ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ... ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ปจฺจเวกฺขติ มหคฺคตารมฺมเณ มหคฺคเค ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ ตํ อารพฺภ มหคฺคตารมฺมโณ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน มหคฺคตารมฺมณ- มหคฺคตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ มหคฺคตารมฺมณา มหคฺคตา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปค- ญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ บุคคลพิจารณาปฐมฌานปัจจเวกขณะ พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนปัจจเวก- *ขณะ พิจารณาทิพพจักขุปัจจเวกขณะ พิจารณาทิพพโสตธาตุปัจจเวกขณะ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตัง สญาณปัจจเวกขณะ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม พิจารณากิเลสที่ ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็น ปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ- *ปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ปฐมชฺฌานปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพจกฺขุปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพโสตธาตุปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขติ อิทฺธิวิธญาณ ... เจโตปริยญาณ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณ ... ยถากมฺมูปคญาณ ... อนาคตํสญาณปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มหคฺคตารมฺมเณ ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ มหคฺคตารมฺมเณ ปริตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ปริตฺตารมฺมโณ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน มหคฺคตารมฺมณปริตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ มหคฺคตารมฺมณา ปริตฺตา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมและปริตตธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสา- *นุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ เจโตปริยญาเณน อปฺปมาณารมฺมณ- ปริตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อปฺปมาณารมฺมณา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภูมิ พิจารณาโวทาน พิจารณามรรคปัจจเวกขณะ พิจารณาผลปัจจเวกขณะ พิจารณานิพพานปัจจเวกขณะ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม และปริตต- *ธรรม โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม และปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย อารัมมณปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา โคตฺรภุํ ปจฺจเวกฺขนฺติ โวทานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ มคฺคปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานปจฺจเวกฺขณํ ปจฺจเวกฺขนฺติ อปฺปมาณารมฺมเณ ปริตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ เจโตปริยญาเณน อปฺปมาณารมฺมณ- ปริตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อปฺปมาณารมฺมณา ปริตฺตา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปค- ญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณาเจโตปริยญาณที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย อารัมมณปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา อปฺปมาณารมฺมณเจโตปริยญาณํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำกุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว พิจารณา บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และปริตตธรรมให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปริตฺตารมฺมเณ ปริตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: ปริตฺตารมฺมณาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอธิปติ- *ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำทิพพจักขุให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่นแล้ว พิจารณา ทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เจโตปริย- *ญาณ ปุพเพนิสวาสานุสสติญาณ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรมให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็น มหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทิพฺพํ จกฺขุํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ทิพฺพํ โสตธาตุํ ... ปริตฺตารมฺมณํ อิทฺธิวิธญาณํ เจโตปริยญาณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ปจฺจเวกฺขติ ปริตฺตารมฺมเณ มหคฺคเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ ตํ ครุํ กตฺวา มหคฺคตารมฺมโณ ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอธิปติ ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำวิญญาณัญจายตนะให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ อิทธิวิธญาณที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ กระทำอนาคตังสญาณให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรมให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็น มหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: วิญฺญาณญฺจายตนํ ครุํ กตฺวา ... เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนํ ... มหคฺคตารมฺมณํ อิทฺธิวิธญาณํ ... เจโตปริยญาณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ยถากมฺมูปคญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ครุํ กตฺวา ... มหคฺคตารมฺมเณ มหคฺคเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ ตํ ครุํ กตฺวา มหคฺคตารมฺมโณ ราโค ... ทิฏฺฐิ ... ฯ สหชาตาธิปติ: มหคฺคตารมฺมณา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำปฐมฌานปัจจเวกขณะให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา กระทำอนาคตังสญาณปัจจเวกขณะให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม และปริตตธรรมให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็น ปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: ปฐมชฺฌานปจฺจเวกฺขณํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อนาคตํสญาณปจฺจเวกฺขณํ ครุํ กตฺวา ... มหคฺคตารมฺมเณ ปริตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ ตํ ครุํ กตฺวา ปริตฺตารมฺมโณ ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ครุํ กตฺวา ... ฯ สหาชาตาธิปติ: อปฺปมาณารมฺมณา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระเสขบุคคลทั้งหลายกระทำโคตรภูให้ เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำโวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำมรรคปัจจเวกขณะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา ผลปัจจเวกขณะ ฯลฯ กระทำนิพพานปัจจเวกขณะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส ... ฯ อารมฺมณาธิปติ: เสกฺขา โคตฺรภุํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ โวทานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ มคฺคปจฺจเวกฺขณํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลปจฺจเวกฺขณํ ... นิพฺพานปจฺจเวกฺขณํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอธิปติ- *ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระเสขบุคคลทั้งหลายกระทำเจโตปริยญาณ ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ กระทำอนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: เสกฺขา อปฺปมาณารมฺมณํ เจโตปริยญาณํ ครุํ กตฺวา ... ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ- ญาณํ ... อนาคตํสญาณํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปริตฺตารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ จุติจิตที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังค์ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปริตฺตารมฺมณํ จุติจิตฺตํ มหคฺคตารมฺมณสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปริตฺตารมฺมณํ ภวงฺคํ มหคฺคตารมฺมณาย อาวชฺชนาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปริตฺตารมฺมณา ขนฺธา มหคฺคตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ อนุโลมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ โวทาน อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปริตฺตารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา มหคฺคตารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ จุติจิตที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นปริตตารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย ภวังค์ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย มหคฺคตารมฺมณํ จุติจิตฺตํ ปริตฺตารมฺมณสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย มหคฺคตารมฺมณํ ภวงฺคํ ปริตฺตารมฺมณาย อาวชฺชนาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย มหคฺคตารมฺมณา ขนฺธา ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ อนุโลมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ โวทาน อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย มหคฺคตารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็น ปัจจัยแก่ผล โดยอนันตรปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อปฺปมาณารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อปฺปมาณารมฺมณานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส มคฺโค ผลสฺส ผลํ ผลสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ มรรคปัจจเวกขณะ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ผลปัจจเวกขณะ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม นิพพานปัจจเวกขณะ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ เป็นปริตตารัมมณธรรม เจโตปริยญาณที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็น ปริตตารัมมณธรรม ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม อนาคตังสญาณ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ผล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็น ปริตตารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเวกฺขณา ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส ผลปจฺจเวกฺขณํ ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส นิพฺพานปจฺจเวกฺขณํ ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อปฺปมาณารมฺมณํ เจโตปริยญาณํ ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อนาคตํสญาณํ ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส ผลํ ปริตฺตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอนันตร- *ปัจจัย คือ มรรคปัจจเวกขณะ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ผลปัจจเวก- *ขณะ เป็นปัจจัยแก่ ฯลฯ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม นิพพานปัจจเวกขณะ เป็นปัจจัยแก่ ฯลฯ ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม โดย อนันตรปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเวกฺขณํ มหคฺคตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส ผลปจฺจเวกฺขณา มหคฺคตารมฺมณสฺส ... นิพฺพานปจฺจเวกฺขณา มหคฺคตารมฺมณสฺส ... ผลํ มหคฺคตารมฺมณสฺส วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยสมนันตร- *ปัจจัย เหมือนกับอนันตรปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนนฺตรสทิสํ ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยสหชาต- *ปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดย นิสสยปัจจัย ๓ นัย พึงกระทำ เหมือนกับปฏิจจวาร เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม แล้ว ให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ ยังฌานที่เป็นปริตตารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย แล้วให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ ยังฌานที่เป็นปริตตารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ ความปรารถนา สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ตีณิ ปฏิจฺจวารสทิสา กาตพฺพา ฯ อุปนิสฺสยปจฺจเย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปริตฺตารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ปริตฺตารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปริตฺตารมฺมณํ สีลํ ... ปญฺญํ ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ ... กายิกํ ทุกฺขํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ปริตฺตารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปาณํ หนติ สงฺฆํ ภินฺทติ ปริตฺตารมฺมณา สทฺธา ... ปญฺญา ราโค ปตฺถนา กายิกํ สุขํ ... กายิกํ ทุกฺขํ ปริตฺตารมฺมณาย สทฺธาย ปญฺญาย ราคสฺส ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม แล้ว ยังฌานที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติ ให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ ความปรารถนา สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกายแล้ว ยังฌานที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ ศรัทธาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกายเป็นปัจจัยแก่ ศรัทธาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปริตฺตารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย มหคฺคตารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปริตฺตารมฺมณํ สีลํ ... ปญฺญํ ราคํ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ ... กายิกํ ทุกฺขํ อุปนิสฺสาย มหคฺคตารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ปริตฺตารมฺมณา สทฺธา ... กายิกํ สุขํ ... กายิกํ ทุกฺขํ มหคฺคตารมฺมณาย สทฺธาย ปญฺญาย ราคสฺส ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม แล้ว ยังฌานที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้ เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ยังฌานที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติ ให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ สุขทางกาย เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็น อัปปมาณารัมมณธรรม แก่ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: ปริตฺตารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อปฺปมาณารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปริตฺตารมฺมณํ สีลํ ... ปญฺญํ ราคํ กายิกํ สุขํ ... กายิกํ ทุกฺขํ อุปนิสฺสาย อปฺปมาณารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปริตฺตารมฺมณา สทฺธา ... กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อปฺปมาณารมฺมณาย สทฺธาย ปญฺญาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นมหัคคตารัมมณ- *ธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ มานะ ฯลฯ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา ฌานที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ถือทิฏฐิ ศรัทธาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม แก่ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: มหคฺคตารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย มหคฺคตารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ ... มานํ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ มหคฺคตารมฺมณํ สีลํ ... ปญฺญํ ... ราคํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ... มหคฺคตารมฺมณํ ฌานํ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ มหคฺคตารมฺมณา สทฺธา ... ปญฺญา ... ราโค ... ปตฺถนา มหคฺคตารมฺมณาย สทฺธาย ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม แล้วให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ฌานที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ความปรารถนาแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ถือทิฏฐิ ศรัทธาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็น ปริตตารัมมณธรรม แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: มหคฺคตารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ ปริตฺตารมฺมณํ ฌานํ ... วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ ... มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ มหคฺคตารมฺมณํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... ทิฏฺฐึ คณฺหาติ มหคฺคตารมฺมณา สทฺธา ... ปตฺถนา ปริตฺตารมฺมณาย สทฺธาย ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฌานที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ความปรารถนา ฌานที่เป็น อัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็น อัปปมาณารัมมณธรรม แก่ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: มหคฺคตารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อปฺปมาณารมฺมณํ ฌานํ ... มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มหคฺคตารมฺมณํ สีลํ ... ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย อปฺปมาณารมฺมณํ ฌานํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มหคฺคตารมฺมณา สทฺธา ... ปตฺถนา อปฺปมาณารมฺมณาย สทฺธาย ปญฺญาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นอัปปมาณารัมมณ- *ธรรม ฌานที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ฌานที่เป็นอัปปมาณา- *รัมมณธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอัปปมาณา- *รัมมณธรรม แก่ปัญญา แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อปฺปมาณารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อปฺปมาณารมฺมณํ ฌานํ ... มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อปฺปมาณารมฺมณํ สีลํ ... ปญฺญํ อุปนิสฺสาย อปฺปมาณารมฺมณํ ฌานํ ... มคฺคํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อปฺปมาณารมฺมณา สทฺธา ... ปญฺญา อปฺปมาณารมฺมณาย สทฺธาย ปญฺญาย ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นอัปปมาณารัมมณ- *ธรรมแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นปริตตารัมมณธรรมให้เกิดขึ้น วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญาแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ปริตตา- *รัมมณธรรม แก่ปัญญา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อปฺปมาณารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ ปริตฺตารมฺมณํ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อปฺปมาณารมฺมณํ สีลํ ... ปญฺญํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อปฺปมาณารมฺมณา สทฺธา ... ปญฺญา ปริตฺตารมฺมณาย สทฺธาย ปญฺญาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฌานที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา ฌานที่มหัคคตา- *รัมมณธรรม ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นมหัคคตา- *รัมมณธรรม แก่ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: อปฺปมาณารมฺมณํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย มหคฺคตารมฺมณํ ฌานํ ... วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อปฺปมาณารมฺมณํ สีลํ ... ปญฺญํ อุปนิสฺสาย มหคฺคตารมฺมณํ ฌานํ ... วิปสฺสนํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อปฺปมาณารมฺมณา สทฺธา ... ปญฺญา มหคฺคตารมฺมณาย สทฺธาย ปญฺญาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอาเสวน- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นปริตตารัมมณธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา ปริตฺตารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ ปริตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดยอาเสวน- *ปัจจัย คือ อนุโลมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ โวทาน โดยอาเสวนปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปริตฺตารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอาเสวน- *ปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา มหคฺคตารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ มหคฺคตารมฺมณานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดยอาเสวน- *ปัจจัย คือ อนุโลมที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ โวทาน โดยอาเสวนปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย มหคฺคตารมฺมณํ อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอาเสวนปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อปฺปมาณารมฺมณา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อปฺปมาณารมฺมณานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ นานาขณิกะ ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นปริตตารัมมณธรรมเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: ปริตฺตารมฺมณา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: ปริตฺตารมฺมณา เจตนา วิปากานํ ปริตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ นานาขณิกะ ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *ขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรมเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: มหคฺคตารมฺมณา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: มหคฺคตารมฺมณา เจตนา วิปากานํ มหคฺคตารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: มหคฺคตารมฺมณา เจตนา วิปากานํ ปริตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดยกัมม- *ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ นานาขณิกะ ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- *ยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อปฺปมาณารมฺมณา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อปฺปมาณารมฺมณา เจตนา วิปากานํ อปฺปมาณารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยกัมม- *ปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อปฺปมาณารมฺมณา เจตนา วิปากานํ ปริตฺตารมฺมณานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยวิปากปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๗ ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๗ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๕ ในกัมมปัจจัย มี " ๕ ในวิปากปัจจัย มี " ๓ ในอาหารปัจจัย มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย ในฌานปัจจัย ในมัคคปัจจัย ในสัมปยุตตปัจจัย ในอัตถิปัจจัย มีวาระ ๓ ในนัตถิปัจจัย มี " ๙ ในวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๓ พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ
เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ สตฺต อธิปติยา สตฺต อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย นว อาเสวเน ปญฺจ กมฺเม ปญฺจ วิปาเก ตีณิ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ฌาเน มคฺเค สมฺปยุตฺเต อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดย กัมมปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดยอุปนิสสย- *ปัจจัย
ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย
มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณารัมมณธรรม โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อปฺปมาณารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ- *ปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ปริตฺตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปมาณารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม มหคฺคตารมฺมณสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๙ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ
นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว นอธิปติยา นว นอนนฺตเร นว นสมนนฺตเร นว นสหชาเต นว นอญฺญมญฺเญ นว นนิสฺสเย นว นอุปนิสฺสเย สตฺต นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต นว นวิปฺปยุตฺเต นว โนอตฺถิยา นว โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว โนอวิคเต นว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา นอนนฺตเร นสมนนฺตเร นอุปนิสฺสเย นปุเรชาเต นปจฺฉาชาเต นอาเสวเน ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นมคฺเค นวิปฺปยุตฺเต โนนตฺถิยา โนวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ ปริตตารัมมณัตติกะที่ ๑๓ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ สตฺต ... อธิปติยา สตฺต อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย นว อาเสวเน ปญฺจ กมฺเม ปญฺจ วิปาเก ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สมฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปริตฺตารมฺมณตฺติกํ เตรสมํ นิฏฺฐิตํ --------