This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๗. อเจลกัสสปสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๔๗–๕๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค6 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๗. อเจลกัสสปสูตร

๔๗

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือ บาตรและจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในพระนครราชคฤห์ อเจลกัสสปได้เห็น พระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกล ครั้นแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ณ สถานที่นั้น ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคเห ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ อทฺทสา โข อเจโล กสฺสโป ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ

๔๘

ครั้นแล้ว อเจลกัสสปได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าพเจ้าจะขอ ถามเหตุบางอย่างกะท่านพระโคดม ถ้าท่านพระโคดมจะทรงกระทำโอกาส เพื่อ ทรงตอบปัญหาแก่ข้าพเจ้า พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรกัสสป ยังมิใช่เวลา จะตอบปัญหา เรากำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้าน แม้ครั้งที่ ๒ ... แม้ครั้งที่ ๓ อเจลกัสสปก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าพเจ้าจะขอถามเหตุบางอย่างกะท่าน พระโคดม ถ้าท่านพระโคดมจะทรงกระทำโอกาส เพื่อทรงตอบปัญหาแก่ข้าพเจ้า พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรกัสสป ยังมิใช่เวลาตอบปัญหา เรากำลังเข้าไปสู่ ละแวกบ้าน ฯ

เอกมนฺตํ ฐิโต โข อเจโล กสฺสโป ภควนฺตํ เอตทโวจ ปุจฺเฉยฺยาม มยํ ภวนฺตํ โคตมํ กญฺจิเทว เทสํ สเจ โน ภวํ โคตโม โอกาสํ กโรติ ปญฺหสฺส เวยฺยากรณายาติ ฯ อกาโล โข ตาว กสฺสป ปญฺหสฺส อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหาติ ฯ ทุติยํปิ โข อเจโล กสฺสโป ภควนฺตํ เอตทโวจ ปุจฺเฉยฺยาม มยํ ภวนฺตํ โคตมํ กญฺจิเทว เทสํ สเจ โน ภวํ โคตโม โอกาสํ กโรติ ปญฺหสฺส เวยฺยากรณายาติ ฯ อกาโล โข ตาว กสฺสป ปญฺหสฺส อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหาติ ฯ ตติยํปิ โข ฯเปฯ ปวิฏฺฐมฺหาติ ฯ

๔๙

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อเจลกัสสปได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า ก็ข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะถามท่านพระโคดมมากนัก ฯ ภ. ดูกรกัสสป ท่านจงถามปัญหาตามที่ท่านจำนงไว้เถิด ฯ ก. ข้าแต่ท่านพระโคดม ความทุกข์ตนกระทำเองหรือ ฯ ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น กัสสป ฯ ก. ความทุกข์ผู้อื่นกระทำให้หรือ ท่านพระโคดม ฯ ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น กัสสป ฯ ก. ความทุกข์ตนกระทำเองด้วย ผู้อื่นกระทำให้ด้วยหรือ ท่านโคดม ฯ ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น กัสสป ฯ ก. ความทุกข์บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่น กระทำให้หรือ ท่านพระโคดม ฯ ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น กัสสป ฯ ก. ความทุกข์ไม่มีหรือ ท่านพระโคดม ฯ ภ. ความทุกข์ไม่มีหามิได้ ความทุกข์มีอยู่ กัสสป ฯ ก. ถ้าอย่างนั้น ท่านพระโคดม ย่อมไม่รู้ไม่เห็นความทุกข์ ฯ ภ. เราย่อมไม่รู้ไม่เห็นความทุกข์หามิได้ เรารู้เห็นความทุกข์อยู่ กัสสป ฯ ก. เมื่อข้าพเจ้าถามว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม ความทุกข์ตนกระทำเองหรือ ท่านตรัสว่า อย่ากล่าวอย่างนั้น กัสสป เมื่อข้าพเจ้าถามว่า ความทุกข์ผู้อื่น กระทำให้หรือ ท่านพระโคดม ท่านตรัสว่า อย่ากล่าวอย่างนั้น กัสสป เมื่อข้าพเจ้า ถามว่า ความทุกข์เกิดขึ้นเพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำให้ หรือ ท่านพระโคดม ท่านตรัสว่า อย่ากล่าวอย่างนั้น กัสสป เมื่อข้าพเจ้าถามว่า ความทุกข์ไม่มีหรือ ท่านพระโคดม ท่านตรัสว่า ความทุกข์ไม่มีหามิได้ ความทุกข์ มีอยู่ กัสสป เมื่อข้าพเจ้าถามว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านพระโคดม ย่อมไม่รู้ไม่เห็น ความทุกข์ ท่านตรัสว่า เราย่อมไม่รู้ไม่เห็นความทุกข์หามิได้ เรารู้เห็นความทุกข์ อยู่ กัสสป ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคจงตรัสบอกความทุกข์ แก่ข้าพเจ้า และขอพระผู้มีพระภาคจงทรงแสดงความทุกข์แก่ข้าพเจ้าด้วย ฯ

เอวํ วุตฺเต อเจโล กสฺสโป ภควนฺตํ เอตทโวจ น โข ปน มยํ ภวนฺตํ โคตมํ พหุเทว ปุจฺฉิตุกามาติ ฯ ปุจฺฉ กสฺสป ยทากงฺขสีติ ฯ กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตํ ทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ กสฺสปาติ ภควา อโวจ ฯ กึ ปน โภ โคตม ปรกตํ ทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ กสฺสปาติ ภควา อโวจ ฯ กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ ทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ กสฺสปาติ ภควา อโวจ ฯ กึ ปน โภ โคตม อสยํการํ อปรการํ อธิจฺจ สมุปฺปนฺนํ ทุกฺขนฺติ ฯ มา เหวํ กสฺสปาติ ภควา อโวจ ฯ กึ นุ โข โภ โคตม นตฺถิ ทุกฺขนฺติ ฯ น โข กสฺสป นตฺถิ ทุกฺขํ อตฺถิ โข กสฺสป ทุกฺขนฺติ ฯ เตนหิ ภวํ โคตโม ทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตีติ ฯ น ขฺวาหํ กสฺสป ทุกฺขํ น ชานามิ น ปสฺสามิ ชานามิ ขฺวาหํ กสฺสป ทุกฺขํ ปสฺสามิ ขฺวาหํ กสฺสป ทุกฺขนฺติ ฯ {๔๙.๑} กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตํ ทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ กสฺสปาติ วเทสิ กึ ปน โภ โคตม ปรกตํ ทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ กสฺสปาติ วเทสิ กึ นุ โข โภ โคตม สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ ทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ กสฺสปาติ วเทสิ กึ ปน โภ โคตม อสยํการํ อปรการํ อธิจฺจ สมุปฺปนฺนํ ทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน มา เหวํ กสฺสปาติ วเทสิ กึ นุ โข โภ โคตม นตฺถิ ทุกฺขนฺติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น โข กสฺสป นตฺถิ ทุกฺขํ อตฺถิ โข กสฺสป ทุกฺขนฺติ วเทสิ เตนหิ ภวํ โคตโม ทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ กสฺสป ทุกฺขํ น ชานามิ น ปสฺสามิ ชานามิ ขฺวาหํ กสฺสป ทุกฺขํ ปสฺสามิ ขฺวาหํ กสฺสป ทุกฺขนฺติ วเทสิ อาจิกฺขตุ จ เม ภนฺเต ภควา ทุกฺขํ เทเสตุ จ เม ภนฺเต ภควา ทุกฺขนฺติ ฯ

๕๐

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัสสป เมื่อบุคคลถืออยู่ว่า นั่น ผู้กระทำ นั่นผู้เสวย [ทุกข์] เราจะกล่าวว่า ทุกข์ตนกระทำเองดังนี้ อันนี้เป็น สัสสตทิฐิไป เมื่อบุคคลถูกเวทนาทิ่มแทง [รู้] อยู่ว่าผู้กระทำคนหนึ่ง ผู้เสวย เป็นอีกคนหนึ่ง เราจะกล่าวว่า ทุกข์ผู้อื่นกระทำให้ดังนี้ อันนี้เป็นอุจเฉททิฐิไป ดูกรกัสสป ตถาคตแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดทั้งสองนั้นว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ... ความ เกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ เพราะอวิชชานั่นแหละ ดับด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ ... ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ

โส กโรติ โส ปฏิสํเวทยตีติ โข กสฺสป อาทิโต สโต สยํกตํ ทุกฺขนฺติ อิติ วทํ สสฺสตํ เอตํ ปเรติ ฯ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวทยตีติ โข กสฺสป เวทนาภิตุนฺนสฺส สโต ปรกตํ ทุกฺขนฺติ อิติ วทํ อุจฺเฉทํ เอตํ ปเรติ ฯ เอเต เต กสฺสป อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺเฌน ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ ฯ อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ ฯ

๕๑

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อเจลกัสสปได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรม โดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทาง แก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยประสงค์ว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปฉะนั้น ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคกับทั้งพระธรรมและภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ข้าพระ- *องค์พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาค ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัสสป ผู้ใดเคยเป็นอัญญเดียรถีย์ หวังบรรพชา หวังอุปสมบท ในธรรมวินัยนี้ ผู้นั้นจะต้องอยู่ปริวาส ๔ เดือน เมื่อล่วง ๔ เดือน ภิกษุทั้งหลายเต็มใจแล้ว หวังอยู่ จึงให้บรรพชา ให้อุปสมบท เพื่อความเป็นภิกษุ ก็แต่ว่า เรารู้ความต่างแห่งบุคคล ฯ อเจลกัสสปกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หากผู้ที่เคยเป็น อัญญเดียรถีย์หวังบรรพชา หวังอุปสมบทในธรรมวินัยนี้ ผู้นั้นจะต้องอยู่ปริวาส ๔ เดือน เมื่อล่วง ๔ เดือน ภิกษุทั้งหลายเต็มใจแล้วหวังอยู่ จึงให้บรรพชา ให้อุปสมบท เพื่อความเป็นภิกษุไซร้ ข้าพระองค์จักอยู่ปริวาส ๔ ปี เมื่อล่วง ๔ ปี ภิกษุทั้งหลายเต็มใจแล้ว จึงให้บรรพชา ให้อุปสมบท เพื่อความเป็นภิกษุเถิด ฯ

เอวํ วุตฺเต อเจโล กสฺสโป ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต เสยฺยถาปิ ภนฺเต นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ฯเปฯ จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ เอวเมว ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต เอสาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ ลเภยฺยาหํ ภนฺเต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยํ อุปสมฺปทนฺติ ฯ {๕๑.๑} โย โข กสฺสป อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขติ ปพฺพชฺชํ อากงฺขติ อุปสมฺปทํ โส จตฺตาโร มาเส ปริวสติ จตุนฺนํ มาสานํ อจฺจเยน ปริวุตฺถปริวาสํ อารทฺธจิตฺตา ภิกฺขู อากงฺขมานา ปพฺพาเชนฺติ อุปสมฺปาเทนฺติ ภิกฺขุภาวาย อปิจ มยา ปุคฺคลเวมตฺตตา วินีตาติ ฯ {๕๑.๒} สเจ ภนฺเต อญฺญติตฺถิยปุพฺพา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขนฺตา ปพฺพชฺชํ อากงฺขนฺตา อุปสมฺปทํ จตฺตาโร มาเส ปริวสนฺติ จตุนฺนํ มาสานํ อจฺจเยน ปริวุตฺถปริวาเส อารทฺธจิตฺตา ภิกฺขู อากงฺขมานา ปพฺพาเชนฺติ อุปสมฺปาเทนฺติ ภิกฺขุภาวาย อหํ จตฺตาริ วสฺสานิ ปริวสิสฺสามิ จตุนฺนํ วสฺสานํ อจฺจเยน ปริวุตฺถปริวาสํ อารทฺธจิตฺตา ภิกฺขู ปพฺพาเชนฺตุ อุปสมฺปาเทนฺตุ ภิกฺขุภาวายาติ ฯ

๕๒

อเจลกัสสปได้บรรพชา ได้อุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาค แล้ว ครั้นท่านกัสสปอุปสมบทแล้วไม่นาน หลีกออกจากหมู่อยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตแน่วแน่ ไม่นานนัก ก็ทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์ อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลาย ผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบ ต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี ก็ท่านกัสสปได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย ฯ จบสูตรที่ ๗

อลตฺถ โข อเจโล กสฺสโป ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ อลตฺถ อุปสมฺปทํ ฯ อจิรูปสมฺปนฺโน จ ปนายสฺมา กสฺสโป เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต นจิรสฺเสว ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อพฺภญฺญาสิ ฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา กสฺสโป อรหํ อโหสีติ ฯ สตฺตมํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๗. อเจลกัสสปสูตร