This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปฏิจจวาร
本部分目录
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ วิปากติกะ ปฏิจจวาร
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปาก เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปาก เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิปากขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยวิปากขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฎัตตารูป อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฎัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมม- *ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยมหา- *ภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากและหทัยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิปากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฎัตตารูป อาศัยวิปากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย- *ขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฎัตตารูปอาศัยวิปากขันธ์ และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม- *เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เกิดขึ้น
วิปากธรรมอาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ- *อธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น มี ๓ นัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตต- *สมุฏฐานรูป กฎัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปาก- *ธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ อนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะ สมนันตรปัจจัย ฯลฯ เหมือนกับอารัมมณปัจจัย ฯลฯ เพราะ สหชาตปัจจัย สหชาต- *ปัจจัยทั้งหมด เหมือนเหตุปัจจัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ ฯลฯ นี้เป็นข้อแตกต่างกันในสหชาตปัจจัย
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญ- *ปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ- *อัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม มหาภูตรูป ๓ อาศัย- *มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญ- *ปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากและหทยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะนิสสยปัจจัย ฯลฯ เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย
วิปากธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย ฯลฯ เพราะวิปากปัจจัย มี ๓ นัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฎัตตารูป ที่เป็น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฎัตตารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย เนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย ฯลฯ เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๕ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕ ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๓ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗ ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๕ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒ ในกัมมปัจจัย มี " ๑๓ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๑๓ ในอินทริยปัจจัย มีวาระ ๑๓ ในฌานปัจจัย มี " ๑๓ ในมัคคปัจจัย มี " ๑๓ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๓ ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๓ ในนัตถิปัจจัย มี " ๕ ในวิคตปัจจัย มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
ในเหตุปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๓ พึงนับเหมือนจำนวนกุสลัตติกะ
ในเหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มีวาระ ๒ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
ในเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ จำนวนอนุโลม จบ
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัย ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฎัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ ปัจจัย คือ โมหะที่สหรคด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วย- *วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ- *ปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัย มหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัย มหาภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก และหทยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกวิบาก และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ใน อเหตุกปฏิสนธิขณะ กฎัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์ และมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม และเนว- *วิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์และมหา- *ภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัย วิบากขันธ์ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น มหาภูต- *รูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัย มหาภูตรูป เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม และเนววิปากน- *วิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม และเนววิปากน- *วิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย ย่อเหมือนสหชาตปัจจัย ที่เป็นอนุโลม
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ กฎัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น นี้เป็นความต่างกันสำหรับธรรมที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะ อุปนิสสยปัจจัย
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต- *ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น พาหิรรูป จิตตสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ- *ปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยมหา- *ภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทยวิบากและหทยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนว- *วิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่วิบากและหทยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยวิบากขันธ์ และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมม- *ธรรม เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ- *วิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ- *วิปากปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฎัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูต- *รูป ๑ เกิดขึ้น สำหรับพวกอสัญญสัตว์ รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้น มี ๓ นัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น มี ๓ นัย
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทยวัตถุ เกิดขึ้น มี ๓ นัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่- *เพราะสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ- *สัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น มี ๑ นัย
วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ- *วิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่- *เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕ " อธิปติปัจจัย มี " ๑๓ " อนันตรปัจจัย มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๓ " อาเสวนปัจจัย มี " ๑๓ " กัมมปัจจัย มี " ๒ " วิปากปัจจัย มี " ๕ " อาหารปัจจัย มี " ๑ " อินทริยปัจจัย มี " ๑ " ฌานปัจจัย มี " ๒ " มัคคปัจจัย มี " ๙ " สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓ " นัตถิปัจจัย มี " ๕ " วิคตปัจจัย มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๐ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัย- *ที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ นเหตุมูลกนัย จบ แม้ในวิปากติกะนี้ พึงนับเหมือนที่นับไว้แล้ว โดยวิธีสาธยายในกุสลัตติกะ ปัจจนียะ จบ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๓ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย กับ- *อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย กับอธิปติปัจจัย กับอนันตรปัจจัย ฯลฯ กับปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ พึงนับเหมือนนับจำนวนอนุโลมปัจจนียะ ในกุสลัตติกะ อนุโลมปัจจนียะ จบ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๐ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐
ในสหชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
ในสหชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ- *ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตร- *ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มีวาระ ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ พึงนับเหมือนที่นับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุมูลกนัย ในกุสลัตติกะ พึงแจกวิปากติกะให้พิสดาร เหมือนที่แจกปัจจนียานุโลมปัฏฐาน ในกุสลัตติกะ ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ