ในพระราชบัญญัตินี้ “อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้านแพคลังสินค้าสำนักงานและ สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง (๑)อัฒจันทร์หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเพื่อใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน (๒)เขื่อน สะพานอุโมงค์ ทางหรือท่อระบายน้ำ อู่เรือ คานเรือ ท่าน้ำ ท่าจอด เรือ รั้ว กำแพงหรือประตูที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะหรือสิ่งที่สร้ งขึ้นให้บุคคล ทั่วไปใช้สอย (๓)ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย (ก)ที่ติดหรือตั้งไว้เหนือที่สาธารณะและมีขนาดเกินหนึ่งตารางเมตรหรือมี น้ำหนักรวมทั้งโครงสร้างเกินสิบกิโลกรัม (ข) ที่ติดหรือตั้งไว้ในระยะห่างจากที่าธารณะซึ่งเมื่อวัดในทางราบแล้ว ระยะห่างจากที่สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของป้ายนั้นเมื่อวัดจากพื้นดินและมีขนาดหรือมี น้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง (๔)พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ สำหรับอาคารที่กำหนดตามมาตรา ๘(๙) (๕)สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงส่วนต่างๆของอาคารด้วย “อาคารสูง” หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ที่มีความ สูงตั้งแต่ยี่สิบสามเมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้น ดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ” หมายความว่าอาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้พื้นที่อาคาร หรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมี พื้นที่รวมกันทุ ชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่หนึ่งหมื่นตารางเมตรขึ้นไป “อาคารชุมนุมคน” หมายความถึงอาคารหรือส่วนใดของอาคารที่บุคคลอาจเข้า ไปภายในเพื่อประโยชน์ในการชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไปหรือชุมนุมคนได้ ตั้งแต่ห้าร้อยคนขึ้นไป มาตรา ๔นิยามคำว่า “อาคารสูง”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ “โรงมหรสพ” หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็สถานที่ สำหรับฉายภาพยนตร์แสดงละครแสดงดนตรีหรือการแสดงรื่นเริงอื่นใด และมีวัตถุประสงค์เพื่อ เปิดให้สาธารณชนเข้าชมการแสดงนั้นเป็นปกติธุระ โดยจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม “ที่สาธารณะ”หมายความว่าที่ซึ่งเปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็น ทางสัญจรได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่ “แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนที่ แสดงลักษณะ ที่ตั้ง และขอบเขตของ ที่ดินและอาคารที่ก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอนเคลื่อนย้ายใช้หรือเปลี่ยนการใช้ รวมทั้งแสดง ลักษณะและขอบเขตของที่สาธารณะและอาคารในบริเวณที่ดินที่ติดต่อโดยสังเขปด้วย “แบบแปลน” หมายความว่า แบบเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อ ถอนเคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยมีรูปแสดงรายละเอียดส่วนสำคัญขนาด เครื่องหมายวัสดุและการใช้สอยต่างๆของอาคารอย่างชัดเจนพอที่จะใช้ในการดำเนินการได้ “รายการประกอบแบบแปลน”หมายความว่าข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ คุณภาพและชนิดของวัสดุ ตลอดจนวิธีปฏิบัติหรือวิธีก รสำหรับการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารเพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน “รายการคำนวณ”หมายความว่ารายการแสดงวิธีการคำนวณ กำลังของวัสดุการ รับน้ำหนัก และกำลังต้านทานของส่วนต่างๆของอาคาร “ก่อสร้าง” หมายความว่า สร้างอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขึ้น แทนของเดิมหรือไม่ “ดัดแปลง” หมายความว่า เปลี่ยนแปลงต่อเติม เพิ่ม ลดหรือขยายซึ่งลักษณะ ขอบเขตแบบรูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ ของโครงสร้างของอาคารหรือส่วนต่างๆของ อาคารซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิม และมิใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงที่กำหนดใน กฎกระทรวง “ซ่อมแซม” หมายความว่า ซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่างๆของอาคารให้คงสภาพ เดิม “รื้อถอน” หมายความว่ รื้อส่วนอันเป็นโครงสร้างของอาคารออกไปเช่ เสา คานตงหรือส่วนอื่นของโครงสร้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “เขตเพลิงไหม้” หมายความว่า บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้อาคารตั้งแต่สามสิบ หลังคาเรือนขึ้นไปหรือมีเนื้อที่ตั้งแต่หนึ่งไร่ขึ้นไป รวมทั้งบริเวณที่อยู่ติดต่อภายในระยะสามสิบ เมตรโดยรอบบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ด้วย “ผู้ วบคุ ” หมายความว่า ผู้ ซึ่ รับผิดชอบในการอำนวยการหรือ ควบคุมดูแลการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร มาตรา ๔นิยามคำว่า “อาคารชุมนุมคน”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “โรงมหรสพ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ “ผู้ดำเนินการ” หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งกระทำการ ก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารด้วยตนเอง และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งตกลงรับ กระทำการดังกล่ วไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม และผู้รับจ้างช่วง “ผู้ครอบครองอาคาร” หมายความรวมถึง ผู้จัดการของนิติบุคคลอาคารชุด สำหรับทรัพย์ส่วนกลางตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดด้วย “ผู้ตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้ับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุมหรือผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการ นั้น แล้วแต่กรณี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ “นายตรวจ”หมายความว่าผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นนายตรวจ “นายช่าง” หมายความว่า ข้าราชการหรือพนักงานของราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นนายช่าง หรือวิศวกร หรือสถาปนิกซึ่งอธิบดีกรมโยธาธิการและ ผังเมือง*แต่งตั้งให้เป็นนายช่าง “ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่ เทศบาลสุขาภิบาล องค์ารบริหารส่วน จังหวัดกรุงเทพมหานครเมืองพัทยา และองค์การปกครองท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” หมายความว่า กฎซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจนิติบัญญัติของ ราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขาภิบาล ข้อบัญญัติจังหวัด ข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานครหรือข้อบัญญัติเมืองพัทยาเป็นต้น “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า (๑)นายกเทศมนตรี หรับในเขตเทศบาล (๒)นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด (๓)ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล สำหรับในเขตองค์การ บริหารส่วนตำบล (๔)ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร (๕)นายกเมืองพัทยาสำหรับในเขตเมืองพัทยา
(๖) ผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดสำหรับในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มาตรา ๔นิยามคำว่า “ผู้ครอบครองอาคาร”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับ ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “ผู้ตรวจสอบ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “นายช่าง”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “พนักงานท้องถิ่น”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ “รัฐมนตรี”หมายความว่ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้