Law collection

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

Consolidated edition — not the text as first promulgated2522104 sections10 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)Source PDF · 43 pages
What edition is this?

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

Contents of this text

Preamble

พระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ วันที่ ๘พฤษภาคมพ.ศ.๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรด เกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคารและ กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ และรวมเป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้ ฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

All sections

Show as list
  1. Section

    พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒”

  2. Section

    พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาและจะใช้บังคับในท้องที่ใด มีบริเวณเพียงใด ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา สำหรับเขตท้องที่ที่ได้มีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วย การผังเมืองหรือเขตท้องที่ที่ได้เคยมีการประกาศดังกล่าว ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับตามเขต ของผังเมืองรวมนั้นโดยไม่ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา หรับอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคนและโรงมหรสพให้ใช้ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้บังคับไม่ว่าท้องที่ที่อาคารนั้นตั้งอยู่จะได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้ บังคับพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ก็ตาม

  3. Section

    ให้ยกเลิก (๑)พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารพุทธศักราช ๒๔๗๙ (๒)พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ.๒๕๐๔ (๓)ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙๒ลงวันที่ ๓๑กรกฎาคมพ.ศ.๒๕๑๕ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๖/ตอนที่ ๘๐/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๑๔พฤษภาคม๒๕๒๒ มาตรา ๒วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ (๔)พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช๒๔๗๖ (๕) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๔๙๖

  4. Section

    ในพระราชบัญญัตินี้ “อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้านแพคลังสินค้าสำนักงานและ สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง (๑)อัฒจันทร์หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเพื่อใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน (๒)เขื่อน สะพานอุโมงค์ ทางหรือท่อระบายน้ำ อู่เรือ คานเรือ ท่าน้ำ ท่าจอด เรือ รั้ว กำแพงหรือประตูที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะหรือสิ่งที่สร้ งขึ้นให้บุคคล ทั่วไปใช้สอย (๓)ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย (ก)ที่ติดหรือตั้งไว้เหนือที่สาธารณะและมีขนาดเกินหนึ่งตารางเมตรหรือมี น้ำหนักรวมทั้งโครงสร้างเกินสิบกิโลกรัม (ข) ที่ติดหรือตั้งไว้ในระยะห่างจากที่าธารณะซึ่งเมื่อวัดในทางราบแล้ว ระยะห่างจากที่สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของป้ายนั้นเมื่อวัดจากพื้นดินและมีขนาดหรือมี น้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง (๔)พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ สำหรับอาคารที่กำหนดตามมาตรา ๘(๙) (๕)สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงส่วนต่างๆของอาคารด้วย “อาคารสูง” หมายความว่า อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ที่มีความ สูงตั้งแต่ยี่สิบสามเมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้น ดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ” หมายความว่าอาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้พื้นที่อาคาร หรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมี พื้นที่รวมกันทุ ชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่หนึ่งหมื่นตารางเมตรขึ้นไป “อาคารชุมนุมคน” หมายความถึงอาคารหรือส่วนใดของอาคารที่บุคคลอาจเข้า ไปภายในเพื่อประโยชน์ในการชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไปหรือชุมนุมคนได้ ตั้งแต่ห้าร้อยคนขึ้นไป มาตรา ๔นิยามคำว่า “อาคารสูง”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ “โรงมหรสพ” หมายความว่า อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็สถานที่ สำหรับฉายภาพยนตร์แสดงละครแสดงดนตรีหรือการแสดงรื่นเริงอื่นใด และมีวัตถุประสงค์เพื่อ เปิดให้สาธารณชนเข้าชมการแสดงนั้นเป็นปกติธุระ โดยจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม “ที่สาธารณะ”หมายความว่าที่ซึ่งเปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็น ทางสัญจรได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่ “แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนที่ แสดงลักษณะ ที่ตั้ง และขอบเขตของ ที่ดินและอาคารที่ก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอนเคลื่อนย้ายใช้หรือเปลี่ยนการใช้ รวมทั้งแสดง ลักษณะและขอบเขตของที่สาธารณะและอาคารในบริเวณที่ดินที่ติดต่อโดยสังเขปด้วย “แบบแปลน” หมายความว่า แบบเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อ ถอนเคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยมีรูปแสดงรายละเอียดส่วนสำคัญขนาด เครื่องหมายวัสดุและการใช้สอยต่างๆของอาคารอย่างชัดเจนพอที่จะใช้ในการดำเนินการได้ “รายการประกอบแบบแปลน”หมายความว่าข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ คุณภาพและชนิดของวัสดุ ตลอดจนวิธีปฏิบัติหรือวิธีก รสำหรับการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารเพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน “รายการคำนวณ”หมายความว่ารายการแสดงวิธีการคำนวณ กำลังของวัสดุการ รับน้ำหนัก และกำลังต้านทานของส่วนต่างๆของอาคาร “ก่อสร้าง” หมายความว่า สร้างอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขึ้น แทนของเดิมหรือไม่ “ดัดแปลง” หมายความว่า เปลี่ยนแปลงต่อเติม เพิ่ม ลดหรือขยายซึ่งลักษณะ ขอบเขตแบบรูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ ของโครงสร้างของอาคารหรือส่วนต่างๆของ อาคารซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิม และมิใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงที่กำหนดใน กฎกระทรวง “ซ่อมแซม” หมายความว่า ซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่างๆของอาคารให้คงสภาพ เดิม “รื้อถอน” หมายความว่ รื้อส่วนอันเป็นโครงสร้างของอาคารออกไปเช่ เสา คานตงหรือส่วนอื่นของโครงสร้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “เขตเพลิงไหม้” หมายความว่า บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้อาคารตั้งแต่สามสิบ หลังคาเรือนขึ้นไปหรือมีเนื้อที่ตั้งแต่หนึ่งไร่ขึ้นไป รวมทั้งบริเวณที่อยู่ติดต่อภายในระยะสามสิบ เมตรโดยรอบบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ด้วย “ผู้ วบคุ ” หมายความว่า ผู้ ซึ่ รับผิดชอบในการอำนวยการหรือ ควบคุมดูแลการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร มาตรา ๔นิยามคำว่า “อาคารชุมนุมคน”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “โรงมหรสพ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ “ผู้ดำเนินการ” หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งกระทำการ ก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารด้วยตนเอง และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งตกลงรับ กระทำการดังกล่ วไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม และผู้รับจ้างช่วง “ผู้ครอบครองอาคาร” หมายความรวมถึง ผู้จัดการของนิติบุคคลอาคารชุด สำหรับทรัพย์ส่วนกลางตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดด้วย “ผู้ตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้ับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุมหรือผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการ นั้น แล้วแต่กรณี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ “นายตรวจ”หมายความว่าผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นนายตรวจ “นายช่าง” หมายความว่า ข้าราชการหรือพนักงานของราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นนายช่าง หรือวิศวกร หรือสถาปนิกซึ่งอธิบดีกรมโยธาธิการและ ผังเมือง*แต่งตั้งให้เป็นนายช่าง “ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่ เทศบาลสุขาภิบาล องค์ารบริหารส่วน จังหวัดกรุงเทพมหานครเมืองพัทยา และองค์การปกครองท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” หมายความว่า กฎซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจนิติบัญญัติของ ราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขาภิบาล ข้อบัญญัติจังหวัด ข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานครหรือข้อบัญญัติเมืองพัทยาเป็นต้น “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า (๑)นายกเทศมนตรี หรับในเขตเทศบาล (๒)นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด (๓)ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล สำหรับในเขตองค์การ บริหารส่วนตำบล (๔)ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร (๕)นายกเมืองพัทยาสำหรับในเขตเมืองพัทยา (๖) ผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดสำหรับในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มาตรา ๔นิยามคำว่า “ผู้ครอบครองอาคาร”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับ ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “ผู้ตรวจสอบ”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “นายช่าง”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “พนักงานท้องถิ่น”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ “รัฐมนตรี”หมายความว่ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

  5. Section

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง (๑) กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกิ อัตราท้ ยพระราชบัญญัติี้ หรือยกเว้ ค่าธรรมเนียม (๒)กำหนดแบบคำขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง ใบแทนตลอดจนแบบ ของคำสั่งหรือแบบอื่นใดที่จะใช้ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (๓)กำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  6. หมวด ๑ บททั่วไป12 sections
  7. Section

    พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่พระที่นั่งหรือพระราชวั

  8. Section

    ให้รัฐมนตรีีอำนาจออกกฎกระทรวงยกเว้ ผ่อนผัหรือกำหนด เงื่อนไขในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเกี่ยวกับอาคาร ดังต่อไปนี้ (๑) อาคารของกระทรวง ทบวง กรม ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์ (๒)อาคารของราชการส่วนท้องถิ่น ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ (๓) อาคารขององค์ารของรัฐที่จัดตั้ ขึ้ ตามกฎหมายที่ใช้ในกิจการของ องค์การหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ (๔) โบราณสถาน วัดวาอาราม หรืออาคารต่างๆที่ใช้เพื่อการศาสนาซึ่งมี กฎหมายควบคุมการก่อสร้างไว้แล้วโดยเฉพาะ (๕) อาคารที่ทำการขององค์การระหว่างประเทศ หรืออาคารที่ทำการของ หน่วยงานที่ตั้งขึ้ ตามความตกลงระหว่ งรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ (๖)อาคารที่ทำการสถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศ (๗)อาคารชั่วคราวเพื่อใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอาคารถาวรหรืออาคารเพื่อ ใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราว ที่มีกำหนดเวลาการรื้อถอน (๘) อาคารที่กระทรวง ทบวงกรมราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การ ของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย สำหรับผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้ ต้องมิใช่การยกเว้นหรือผ่อนผันเงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง และความปลอดภัยของอาคารหรือความปลอดภัยของผู้ซึ่งอยู่อาศัยหรือใช้อาคาร มาตรา ๗(๘)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๔)พ.ศ.๒๕๕๐

  9. Section

    เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรงความปลอดภัยการป้องกัน อัคคีภัย การสาธารณสุขการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรมและการ อำนวยความสะดวกแก่การจราจร ตลอดจนการอื่นที่จ เป็เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด (๑)ประเภทลักษณะแบบรูปทรง สัดส่วน ขนาดเนื้อที่ และที่ตั้งของอาคาร (๒)การรับน้ำหนัก ความต้านทานความคงทนตลอดจนลักษณะและคุณสมบัติ ของวัสดุที่ใช้ (๓)การรับน้ำหนัความต้านทานความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับ อาคาร (๔)แบบและวิธีการเกี่ยวกับการติดตั้งระบบประปา ก๊าซ ไฟฟ้า เครื่องกล ความ ปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัยหรือภัยพิบัติอย่างอื่น และการป้องกันอันตรายเมื่อมีเหตุชุลมุนวุ่นวาย (๕)แบบและจำนวนของห้องน้ำและห้องส้วม (๖)ระบบการจัดการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของอาคารเช่น ระบบการจัดแสง สว่าง การระบายอากาศการปรับอากาศการฟอกอากาศการระบายน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการ กำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (๗)ลักษณะระดับ ความสูงเนื้อที่ของที่ว่างภายนอกอาคาร หรือแนวอาคาร (๘)ระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับอาคารหรือเขตที่ดินของผู้อื่น หรือระหว่าง อาคารกับถนนตรอกซอยทางเท้ ทางหรือที่สาธารณะ (๙)พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของ รถสำหรับอาคารบางชนิดหรือบางประเภทตลอดจนลักษณะและขนาดของพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้น ดังกล่าว (๑๐)บริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการ ใช้อาคารชนิดใดหรือประเภทใด (๑๑) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร (๑๒)หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาตการต่ออายุ ใบอนุญาตการโอนใบอนุญาตการออกใบรับรองและการออกใบแทนตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๓)หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ออกแบบผู้ควบคุมงาน ผู้ดำเนินการผู้ ครอบครองอาคารและเจ้าของอาคาร (๑๔) คุ สมบัติเฉพาะและลักษณะต้องห้ มของผู้ ตรวจสอบ ตลอดจน หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ ตรวจสอบ (๑๕) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจสอบอาคาร ติดตั้งและ ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของอาคาร มาตรา ๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ (๑๖)ชนิดหรือประเภทของอาคารที่เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารหรือ ผู้ดำเนินการต้องทำการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของ บุคคลภายนอก

  10. Section ๘ ทวิ

    เพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยของประชาชนให้รัฐมนตรีโดย คำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือลักษณะ ของสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการขนส่งบุคคลในบริเวณใดในลักษณะกระเช้าไฟฟ้าหรือสิ่งอื่นใดที่ สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัหรือออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือลักษณะของ สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องเล่นในสวนสนุกหรือในสถานที่อื่นใดเพื่อประโยชน์ในลักษณะ เดียวกันเป็นอาคารตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งต้องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ก่อสร้าง การอนุญาตให้ใช้ การตรวจสอบมาตรฐานการรับน้ำหนัก ความปลอดภัยและคุณสมบัติ ของวัสดุหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นเกี่ยวเนื่องกับสิ่งนั้น ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของสิ่งที่สร้างขึ้นแต่ ละประเภทหรือแต่ละลักษณะโดยอาจกำหนดให้แตกต่างจากบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ได้

  11. Section

    ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา ๘ แล้ว ให้ราชการส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติตามกฎกระทรวงนั้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๑๐ ในกรณีที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา ๘ให้ราชการ ส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่องนั้นได้ ในกรณีที่ได้มีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่องใดตามวรรคสองแล้ว ถ้า ต่อมามีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องนั้น ให้ข้อกำหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ขัดหรือ แย้งกับกฎกระทรวงเป็นอันยกเลิก และให้ข้อกำหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้ง กับกฎกระทรวงยังคงใช้บังคับต่อไปได้จนกว่าจะมีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นใหม่ตามมาตรา ๑๐ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนั้นใช้บังคับ การยกเลิกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคสามย่อมไม่กระทบกระเทือนต่อการ ดำเนินการที่ได้กระทำไปแล้วโดยถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น

  12. Section ๑๐

    ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา ๘ แล้ว ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นในเรื่องนั้นได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)เป็นการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดรายละเอียดในเรื่องนั้นเพิ่มเติมจากที่ กำหนดไว้ในกฎกระทรวงโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงดังกล่าว (๒)เป็นการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่องนั้นขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวง ดังกล่าวเนื่องจากมีความจำเป็นหรือมีเหตุผลพิเศษเฉพาะท้องถิ่น มาตรา ๘ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม (๒)ให้มีผลใช้บังคับได้เมื่อได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการควบคุมอาคารและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี คณะกรรมการควบคุมอาคารจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความ เห็นชอบในข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม(๒) ให้เสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อบัญญัติ ท้องถิ่นนั้น ถ้าไม่ให้ความเห็นชอบ ให้แจ้งเหตุผลให้ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นทราบด้วย ถ้ คณะกรรมการควบคุ อาคารพิจารณาข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นไม่เสร็จภายใน กำหนดเวลาตามวรรคสามให้ถือว่าคณะกรรมการควบคุมอาคารได้ให้ความเห็นชอบในข้อบัญญัติ ท้องถิ่นนั้นแล้ว และให้ราชการส่วนท้องถิ่นเสนอรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป ถ้ารัฐมนตรีไม่สั่งการ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น ให้ถือว่ารัฐมนตรีได้อนุมัติตามวรรคสอง

  13. Section ๑๐ ทวิ

    ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม อาคารเห็นว่าข้อบัญญัติท้องถิ่นใดที่ออกตามมาตรา ๑๐(๑)ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออก ตามมาตรา ๘หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๑๐(๒)มีข้อกำหนดที่ก่อภาระหรือความ ยุ่งยากให้แก่ประชาชนเกินความจำเป็นหรือก่อให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือ ทรัพย์สินของประชาชนให้รัฐมนตรีมีอำนาจแจ้งให้ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นดำเนินการยกเลิกหรือ แก้ไขข้อบัญญัติท้องถิ่นดังกล่าวเสียใหม่ได้ ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้ราชการส่วนท้องถิ่นดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่ง ร้อยยี่สิบวันนับแต่วันรับแจ้งจากรัฐมนตรี กำหนดวันดังกล่าวให้หมายถึงวันในสมัยประชุมของ ราชการส่วนท้องถิ่นนั้น การยกเลิกหรือแก้ไขข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งย่อมไม่กระทบกระเทือนต่อ การดำเนินการที่ได้กระทำไปแล้วโดยถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น

  14. Section ๑๑

    ข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐เมื่อประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  15. Section ๑๒

    กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตาม มาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐ถ้าขัดหรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองให้บังคับตามกฎหมายว่า ด้วยการผังเมือง

  16. Section ๑๓

    ในกรณีที่สมควรห้ามการก่อสร้างดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายและ ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารชนิดใดหรือประเภทใดในบริเวณหนึ่ บริเวณใด แต่ยังไม่มี กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดการตามมาตรา ๘(๑๐)ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำ ของอธิบดี รมโยธาธิการและผังเมือง*หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มีอำนาจประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาห้ามการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร มาตรา ๑๐ทวิเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในบริเวณนั้นเป็นการชั่วคราวได้ และให้ดำเนินการออกกฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ ถ้ ไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในกำหนดเวลาตามวรรค หนึ่ง ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก

  17. Section ๑๓ ทวิ

    เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนซึ่ง จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (๑)ให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอื่นแจ้ง ข้อห้าม ข้อจำกัด หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย อาคารหรือการดำเนินการอย่างอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการตาม (๒) (๒) ให้ราชการส่วนท้องถิ่นจัดให้มีเอกสารเผยแพร่หลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตดำเนินการต่างๆตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนข้อมูล ที่ได้รับแจ้งตาม (๑)ไว้จำหน่ายหรือให้แก่ประชาชนซึ่งจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) ให้เจ้าพนังานท้องถิ่ แจ้ คำเตือนไว้ในใบอนุญตที่ได้ออกให้ตาม พระราชบัญญัตินี้ว่าผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ยังคงมีหน้าที่ต้องขออนุญาตเกี่ยวกับ อาคารนั้นตามกฎหมายอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย (๔)ราชการส่วนท้องถิ่นอาจจัดให้มีแบบแปลนอาคารต่างๆ ที่ได้มาตรฐานและ ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ไว้จำหน่ายหรือให้แก่ประชาชนได้

  18. Section ๑๓ ตรี

    ถ้ ผู้ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ (๑)การกำหนดระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับอาคาร หรือเขตที่ดินของผู้อื่น หรือระหว่างอาคารกับถนนตรอกซอยทางเท้า หรือที่สาธารณะหรือ (๒)การกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือ เปลี่ยนการใช้อาคารชนิดใดหรือประเภทใด ผู้ นั้ มีสิทธิหารือไปยังเจ้าพนักงานท้องถิ่ ได้โดยทำเป็หนัสือ และให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นตอบข้อหารือนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่ถ้าเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขอคำปรึกษาจากคณะกรรมการควบคุมอาคารเสียก่อนหรือมีเหตุ จำเป็นอื่นใด ก็ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าว ออกไปอีกได้ไม่เกินสองคราว คราวละไม่เกินสามสิบ วัน ในกรณีที่ผู้หารือตามวรรคหนึ่งได้ดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือ เคลื่อนย้ายอาคารโดยถือปฏิบัติตามคำตอบข้อหารือของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าต่อมาปรากฏว่า มาตรา ๑๓ทวิเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๓ตรีเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตอบข้อหารือไปโดยผิดพลาดเป็นเหตุให้ผู้หารือได้ดำเนินการดังกล่าวไป โดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

  19. หมวด ๒ คณะกรรมการควบคุมอาคาร7 sections
  20. Section ๑๔

    ให้มีคณะกรรมการควบคุมอาคารประกอบด้วยอธิบดีกรมโยธาธิ การและผังเมือง*เป็นประธานกรรมการผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมทางหลวง ผู้แทนกรมอัยการ ผู้แทนสำนักผังเมือง ผู้แทน นักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนคณะกรรมการ ควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและผู้แทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรมแห่งละหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิ สี่คนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และให้หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการควบคุมอาคารเป็นกรรมการและเลขานุการ

  21. Section ๑๕

    กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี ในกรณีมีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่ง เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองคราว ติดต่อกัน

  22. Section ๑๖

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๕กรรมการซึ่ง รัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑)ตาย (๒)ลาออก (๓)รัฐมนตรีให้ออก (๔)เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้ จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

  23. Section ๑๗

    การประชุมของคณะกรรมการควบคุมอาคาร ต้องมีกรรมการมา ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึ เป็นองค์ประชุ ถ้าประธานกรรมการไม่ อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานใน ที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ ประธานในที่ประชุ ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  24. Section ๑๘

    ให้ ณะกรรมการควบคุมอาคารมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการดำเนินการตามมาตรา ๘หรือมาตรา ๑๐ ทวิ (๒)ให้ความเห็นชอบในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา ๑๐(๒) (๓) ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือส่วนราชการในการ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) กำกับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ซึ่งมี หน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) รับขึ้นทะเบียนและเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

  25. Section ๑๙

    คณะกรรมการควบคุมอาคารอาจตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการควบคุ อาคารมอบหมายได้ ให้นำมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

  26. Section ๒๐

    ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการควบคุมอาคารขึ้นในกรมโยธาธิ การและผังเมือง*มีหน้าที่ดังนี้ (๑)ปฏิบัติงานธุรการและงานวิชาการให้แก่คณะกรรมการควบคุมอาคาร (๒) ปฏิบัติงานธุรการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเสนอความเห็นแก่ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ (๓)ประสานงานและให้ความช่วยเหลือแก่ราชการส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนให้คำแนะนำแก่ภาคเอกชน (๔)ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการควบคุมอาคารมอบหมาย

  27. หมวด ๓ มาตรา ๑๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕27 sections
  28. Section ๒๑

    ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารต้องได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่ หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา ๓๙ทวิ

  29. Section ๒๑ ทวิ

    การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารชนิดหรือ ประเภทที่ ฎกระทรวงกำหนดให้ารตรวจสอบงานออกแบบและคำนวณส่วนต่า ๆของ โครงสร้างอาคาร ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ ต้องจัดให้มีการตรวจสอบงาน ออกแบบและคำนวณดังกล่าวตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  30. Section ๒๒

    ผู้ใดจะรื้อถอนอาคารดังต่อไปนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้า พนักงานท้องถิ่ หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา ๓๙ทวิ (๑)อาคารที่มีส่วนสูงเกินสิบห้าเมตรซึ่งอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะ น้อยกว่าความสูงของอาคาร (๒)อาคารที่อยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าสองเมตร

  31. Section ๒๓

    (ยกเลิก)

  32. Section ๒๔

    (ยกเลิก)

  33. Section ๒๕

    ในกรณีที่เป็นการยื่นคำขอรับใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผล ให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมี คำสั่งไม่อนุญาตได้ภ ยในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองคราว คราวละไม่เกินสี่สิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละคราวให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้นั้น แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบอนุญาตหรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า มาตรา ๒๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๑ทวิเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๓ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

  34. Section ๒๖

    ในกรณีที่การก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่ ขออนุญาตนั้นมีลักษณะหรืออยู่ในประเภทที่ได้กำหนดเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตาม กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมหรือเป็นวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วย วิชาชีพสถาปัตยกรรม ถ้าวิศวกรหรือสถาปนิกผู้รับผิดชอบในการนั้นตามที่ระบุไว้ในคำขอมิได้เป็น ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตาม กฎหมายดังกล่ วแล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนังานท้องถิ่นปฏิเสธไม่รับพิจารณาคำขอนั้น

  35. Section ๒๗

    ในการตรวจพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้เจ้ พนักงานท้องถิ่น มีอำนาจสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลนรายการประกอบ แบบแปลนหรือรายการคำนวณที่ได้ยื่นไว้ เพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๘หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐และให้นำมาตรา ๒๕วรรค สามมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังบริเวณ แบบแปลนรายการ ประกอบแบบแปลนหรือรายการคำนวณตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตให้ภายในสามสิบวัแต่ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตได้แก้ไข เปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญผิดจากคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ในกรณีนี้ให้ถือว่าเป็นการยื่นคำ ขอใหม่และให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๕ต่อไป

  36. Section ๒๘

    ในกรณีที่แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนและรายการ คำนวณที่ได้ยื่นมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตกระทำโดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบ วิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาแต่ เฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับรายการคำนวณ

  37. Section ๒๘ ทวิ

    ในกรณีที่แบบแปลนรายการประกอบแบบแปลน และ รายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมของอาคารซึ่งไม่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ที่ได้ยื่นมาพร้อม กับคำขอรับใบอนุญาตกระทำโดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาแต่เฉพาะในส่วนที่ไม่ เกี่ยวกับรายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมส่วนภายในอาคาร เว้นแต่ทางหนีไฟและบันไดหนีไฟ มาตรา ๒๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๘ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

  38. Section ๒๙

    เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหนังสือแจ้งชื่อผู้ ควบคุมงานกับวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ทราบพร้อมทั้งแนบหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุ งานมาด้วย ผู้ควบคุมงานจะเป็นบุคคลใดหรือเป็นเจ้าของอาคารก็ได้ เว้นแต่จะเป็นการ ต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมหรือกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม

  39. Section ๓๐

    ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตจะบอกเลิกตัวผู้ควบคุมงานที่ได้แจ้งชื่อไว้ หรือผู้ควบคุมงานจะบอกเลิกการเป็ผู้ควบคุมงาน ให้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนังานท้องถิ่นทราบ แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบถึงสิทธิและหน้าที่ทางแพ่งระหว่างผู้ได้รับใบอนุญาตกับผู้ควบคุมงานนั้น ในกรณีที่มีารบอกเลิกตามวรรคหนึ่ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องระงับการ ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนจนกว่าจะได้มีหนังสือแจ้งชื่อและส่งหนังสือแสดงความ ยินยอมของผู้ควบคุมงานคนใหม่ให้แก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว

  40. Section ๓๑

    ห้ามมิให้ผู้ใดจัดให้มีหรือดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ ได้รับอนุญาต ตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือให้ ผิดไปจากที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ทวิ เว้นแต่ (๑)เจ้าของอาคารนั้นได้ยื่นคำขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นให้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ (๒)เจ้าของอาคารนั้นได้แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ แล้ว หรือ (๓) การดำเนินการดักล่ วไม่ขัดต่อกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่ ที่ เกี่ยวข้อง หรือเป็นกรณีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้นำมาตรา ๒๕หรือมาตรา ๓๙ทวิ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตาม(๑) หรือ (๒)แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร เป็นการฝ่าฝืน ความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ควบคุ เว้นแต่ผู้ควบคุมงานจะพิสูจน์ได้ว่า เป็นการกระทำของผู้อื่นซึ่งผู้ควบคุมงานได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงการกระทำดังกล่าวให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคารและผู้ดำเนิ การทราบแล้วแต่บุคคลดังกล่าวไม่ยอมปฏิบัติตาม

  41. Section ๓๒

    อาคารประเภทควบคุมการใช้ คือ อาคารดังต่อไปนี้ (๑) อาคารสำหรับใช้เป็นคลังสินค้า โรมแรมอาคารชุดหรือสถานพยาบาล มาตรา ๒๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ (๒)อาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรมอุตสาหกรรมการศึ ษา สาธารณสุขหรือกิจการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่ อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเคลื่อนย้ ยอาคารประเภท ควบคุมการใช้ หรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ ได้กระทำการดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้แจ้งเป็นหนังสือ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อทำการตรวจสอบการ ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ห้ามมิให้บุคคลใดใช้อาคารนั้นเพื่อกิจการดังที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้ง ไว้ตามมาตรา ๓๙ทวิ ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ทำการตรวจสอบแล้วเห็นว่าการก่อสร้างดัดแปลง หรือ เคลื่อนย้ายอาคารนั้นเป็นไปโดยถูกต้องตามที่ได้รับใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ทวิ แล้ว ก็ให้ออกใบรับรองให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ เพื่อให้มีการใช้ อาคารนั้นตามที่ได้รับใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ทวิ ได้ แต่ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่น มิได้ทำการตรวจสอบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นใช้ หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารนั้นเพื่อกิจการดังที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตาม มาตรา ๓๙ทวิ ต่อไปได้ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้หรือยินยอมให้ บุคคลใดใช้อาคารนั้นเพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๓๙ ทวิ

  42. Section ๓๒ ทวิ

    เจ้าของอาคาร ดังต่อไปนี้ (๑)อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ (๒)อาคารชุมนุมคน (๓)อาคารตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือผู้ตรวจสอบด้านสถาปัตยกรรม แล้วแต่กรณี ทำการ ตรวจสอบสภาพอาคารโครงสร้างของตัวอาคาร อุปกรณ์ประกอบต่างๆเกี่ ยวกับระบบไฟฟ้า และการจัดแสงสว่างระบบการเตือนการป้องกันและการระงับอัคคีภัย การป้องกันอันตรายเมื่อมี เหตุชุลมุนวุ่นวาย ระบบระบายอากาศระบบระบายน้ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบเครื่องกล หรือ ระบบอื่นๆของอาคารที่จำเป็นต่อการป้องกันภยันตรายต่างๆที่มีผลต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาผลการตรวจสอบสภาพอาคารตามวรรคหนึ่งโดย มิชักช้า เพื่อพิจารณาออกใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารหรือดำเนิ การตามมาตรา ๔๖ หรือมาตรา ๔๖ทวิ แล้วแต่กรณี ต่อไป มาตรา ๓๒(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๒ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

  43. Section ๓๓

    ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งไม่เป็นอาคารประเภท ควบคุมการใช้ใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารดังกล่าวเพื่อกิจการตามมาตรา ๓๒เว้นแต่จะ ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว และให้นำ มาตรา ๒๕และมาตรา ๒๗หรือมาตรา ๓๙ทวิ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเปลี่ยนการใช้อาคารประเภทควบคุม การใช้สำหรับกิจการหนึ่งไปใช้เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้สำหรับอีกกิจการหนึ่งโดยอนุโลม

  44. Section ๓๔

    ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องมีพื้นที่หรือสิ่งที่ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘(๙) ดัดแปลงหรือใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของ รถนั้นเพื่อการอื่น ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ท้องถิ่น ข้อห้ามตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าเป็นภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยตรง ตราบที่อาคารนั้นยังมีอยู่ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการโอนที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้น ต่อไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ก็ตาม

  45. Section ๓๕

    ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๒๑หรือมาตรา ๒๒ให้ใช้ได้ตาม ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตถ้ ผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้อง ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าเจ้า พนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น

  46. Section ๓๖

    ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๒๑มาตรา ๒๒หรือมาตรา ๓๓จะ โอนแก่กันมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

  47. Section ๓๗

    ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑มาตรา ๒๒หรือ มาตรา ๓๓ตาย ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของบุคคลดังกล่าวซึ่งประสงค์จะทำการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนเคลื่อนย้ ย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อคารนั้นต่อไป ต้องมีหนัสือแจ้งให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตาย ในกรณีเช่นว่านี้ให้ถือว่า ทายาทหรือผู้จัดการมรดกดังกล่าวเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นแทน มาตรา ๓๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

  48. Section ๓๘

    ในระหว่างการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร แล้วแต่กรณี ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเก็บใบอนุญาตแผนผังบริเวณแบบแปลนและรายการ ประกอบแบบแปลนไว้ในบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้กระทำการดังกล่าวหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้ นายช่างหรือนายตรวจตรวจดูได้ ให้ผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้ แสดงใบรับรองตามมาตรา ๓๒ หรือใบอนุญาตตามมาตรา ๓๓ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้่าย อาคารนั้น

  49. Section ๓๙

    ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือใบรับรองสูญหายถู ทำลายหรือชำรุดใน สาระสำคัญให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทน ใบรับรองต่อเจ้ พนักงานท้องถิ่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายถูกทำลาย หรือชำรุด การขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง และการออกใบแทน ใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง ใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ให้มีผลตามกฎหมายเช่ เดียวกับ ใบอนุญาตหรือใบรับรองแล้วแต่กรณี

  50. Section ๓๙ ทวิ

    ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดย ไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็ได้โดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและต้อง ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสารดัต่อไปนี้ด้วย (ก) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคารซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับ ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมประเภทวุฒิสถาปนิกตามกฎหมายว่า ด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา ๔๙ทวิ (ข) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณอาคารซึ่งจะต้องเป็นผู้ ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุ ประเภทวุฒิวิศวกรตามกฎหมายว่าด้วย วิชาชีพวิศวกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา ๔๙ทวิ (ค)ชื่อของผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบ วิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรมและเป็นผู้ได้รับ ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม และ จะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา ๔๙ทวิ (ง)สำเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม(ก)(ข)และ(ค) มาตรา ๓๙ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ (จ)หนังสือรับรองของบุคคลตาม(ก)(ข)และ(ค)ว่ ตนเป็นผู้ออกแบบ อาคารเป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคารหรือจะเป็นผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งรับรอง ว่าการก่อสร้ ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้ ถู ต้องตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมาย อื่นที่เกี่ยวข้องทุกประการ (ฉ) แผนผังบริเวณ แบบแปลนรายการประกอบแบบแปลนและรายการ คำนวณของอาคารที่จะก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายซึ่งมีคำรับรองของบุคคลตาม (ก)และ(ข)ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคารและเป็ผู้ออกแบบและคำนวณอาคารนั้น (ช)วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว (๒)ชำระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารในกรณี ที่เป็นการแจ้งการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนังานท้องถิ่นกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้น ภายในวันที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้างดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้าย อาคารตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง ให้นำมาตรา ๓๘และมาตรา ๓๙มาใช้บังคับแก่ใบรับแจ้งตามมาตรานี้โดย อนุโลม

  51. Section ๓๙ ตรี

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบในภายหลังว่าผู้แจ้งได้ แจ้งข้อมูลหรือยื่นเอกสารไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๙ทวิ ให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้แจ้งมาดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในเจ็ดวันนับ แต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้ออกใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ หรือนับ แต่วันที่เริ่มการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ แล้วแต่กรณี ถ้า เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจพบว่าการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ ยอาคารที่ได้แจ้ง ไว้ แผนผังบริเวณแบบแปลนรายการประกอบแบบแปลนหรือรายการคำนวณของอาคารที่ได้ยื่น ไว้ตามมาตรา ๓๙ทวิ ไม่ถู ต้องตามบทบัญญัติแห่ พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือ ข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ ทราบโดยเร็วและให้มีอำนาจดำเนินการตาม มาตรา ๔๐มาตรา ๔๑มาตรา ๔๒หรือมาตรา ๔๓แล้วแต่กรณี ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ ทราบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองให้ถือว่าการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอนหรือเคลื่อนย้าย อาคารดังกล่าวได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)การกระทำดังกล่าวเป็นการรุกล้ำที่สาธารณะ มาตรา ๓๙ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ (๒)การกระทำดักล่าวที่เกี่ยวกับระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับถนนตรอก ซอยทางเท้า หรือที่สาธารณะ เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง ประกาศหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออก ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ (๓) การกระทำดังกล่าวที่เกี่ยวกับบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารชนิดใดหรือประเภทใด เป็นการฝ่าฝืน กฎกระทรวง ประกาศหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หมวด ๓ทวิ การอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการเกี่ยวกับโรงมหรสพ

  52. Section ๓๙ จัตวา

    การก่อสร้าง ดัดแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอนหรือตรวจสอบ อาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ด้วย

  53. Section ๓๙ เบญจ

    ห้ มมิให้เจ้ ของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารใช้หรือ ยินยอมให้ผู้ใดใช้อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นโรงมหรสพ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตให้ใช้ อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพจากคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาตามวรรคสองแล้วแต่ กรณี ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพมีอำนาจพิจารณาออก ใบอนุญาต เพิ ถอนใบอนุญาตต่ออายุใบอนุญาตโอนใบอนุญาตและออกใบแทนใบอนุญาต เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพดังต่อไปนี้ (๑)ในเขตกรุงเทพมหานครประกอบด้วยอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง* เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขผู้แทน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการ และให้ผู้อำนวยการกองควบคุมการก่อสร้าง กรมโยธาธิ การและผังเมือง*เป็กรรมการและเลขานุ (๒)ในเขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ เจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่เกี่ยวข้อง สาธารณสุขจังหวัด หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดเป็น กรรมการและให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด*เป็นกรรมการและเลขานุการ ในการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก และให้ประธาน คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพตามวรรคสองแล้วแต่กรณีเป็นผู้มีอำนาจลง นามออกใบอนุญาตเพิกถอนใบอนุญาต ต่ออายุใบอนุญาต โอนใบอนุญาต และออกใบแทน ใบอนุญาตตามวรรคสอง หมวด ๓ทวิมาตรา ๓๙จัตวา มาตรา ๓๙เบญจและมาตรา ๓๙ฉเพิ่มโดย พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ ประเภทของโรงมหรสพระบบความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายอันอาจ เกิดขึ้นกับคนดูและจำนวนและระยะห่างของสิ่งของหรือส่วนต่างๆภายในและภายนอกอาคารที่ ใช้เป็นโรงมหรสพ เช่น ห้องฉาย ทางเข้าออกประตู ที่นั่ งคนดู ทางเดิน เป็นต้น ให้เป็นไปตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง

  54. Section ๓๙ ฉ

    ใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพให้มีอายุ สองปี โดยให้ใช้ได้จนถึงวันที่๓๑ธันวาคมของปีที่สองนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต หลัเกณฑ์ วิธีก และเงื่ อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุ ใบอนุญาตการโอนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตสำหรับโรงมหรสพให้เป็นไปตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้ อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้มีอำนาจอนุญาตตามมาตรา ๓๙เบญจจะมีคำสั่งไม่อนุญาต

  55. หมวด ๔ อำนาจหน้ ที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น13 sections
  56. Section ๔๐

    ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการดังนี้ (๑) มีคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน ผู้ดำเนินการ ลูกจ้าง หรือบริวารของบุคคลดังกล่าว ระงับการกระทำดังกล่าว (๒)มีคำสั่งห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆของอาคารหรือบริเวณที่ มีการกระทำดังกล่าว และจัดให้มีเครื่องหมายแสดงการห้ามนั้นไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย อาคารหรือบริเวณดังกล่าว และ (๓) พิจารณามีคำสั่งตามมาตรา ๔๑หรือมาตรา ๔๒แล้วแต่กรณี ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีคำสั่งตาม (๑)

  57. Section ๔๑

    ถ้าการกระทำตามมาตรา ๔๐ เป็นกรณีที่สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขออนุญาต หรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ หรือดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายใน มาตรา ๔๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่ สามสิบวัน ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่น จะขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปอีกก็ได้ และให้นำมาตรา ๒๗มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  58. Section ๔๒

    ถ้าการกระทำตามมาตรา ๔๐เป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ หรือเจ้ ของอาคารมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนังานท้องถิ่นตาม มาตรา ๔๑ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่ น้อยกว่าสามสิบวัน โดยให้ดำเนินการรื้อถอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘(๑๑)หรือ ข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐

  59. Section ๔๓

    ถ้าไม่ีการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนังานท้องถิ่นตาม มาตรา ๔๒ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑)ยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล นับแต่ระยะเวลาที่กำหนดไว้ ตามมาตรา ๔๒ได้ล่วงพ้นไปขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังบุคคลซึ่งมิได้ปฏิบัติการตามคำสั่ง ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๒โดยให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ บังคับโดยอนุโลม (๒) ดำเนินการหรือจัดให้มีการรื้อถอนอาคารดังกล่าวได้เองโดยจะต้องปิด ประกาศกำหนดการรื้อถอนไว้ในบริเวณนั้นแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวันและเจ้าของหรือผู้ ครอบครองอาคารผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร ผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณอาคาร ผู้ควบคุมงาน และผู้ดำเนินการ จะต้องร่วมกันเสียค่าใช้จ่ายในการนั้นเว้นแต่บุคคลดังกล่าวจะ พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้เป็นผู้กระทำหรือมีส่วนร่วมในการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ในการดำเนินการรื้อถอนอาคารตามวรรคหนึ่ง เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือผู้ซึ่ง ดำเนินการแทนเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์แล้ว บุคคล ตามวรรคหนึ่งจะเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งดำเนินการแทนเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นไม่ได้ วัดุก่อสร้างที่ถูกรื้อถอนและสิ่งของที่ขนออกจากอาคารส่วนที่มีการรื้อถอนให้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจยึดและเก็บรักษาไว้หรือขายและถือเงินไว้แทนได้ ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์วิธี และเงื่อนไขที่ก หนดในกฎกระทรวงและถ้าเจ้าของมิได้เรียกเอาทรัพย์สินหรือ เงินนั้นคืนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการรื้อถอน ให้ทรัพย์สินหรือเงินนั้นตกเป็นของราชการ ส่วนท้องถิ่นนั้นเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนอาคารตามพระราชบัญญัตินี้

  60. Section ๔๔

    ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๓๒วรรคสามหรือมาตรา ๓๓ให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารระงับการใช้อาคารส่วนที่ยังไม่ได้ มาตรา ๔๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ รับใบรับรอง ใบอนุญาต หรือที่ไม่ได้แจ้ ไว้ตามมาตรา ๓๙ทวิ จนกว่ จะได้รับใบรับรอง ใบอนุญาตหรือได้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ แล้ว

  61. Section ๔๕

    ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๓๔ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารผู้ครอบครองพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นดักล่าวหรือผู้ที่กระทำ การฝ่าฝืนมาตรา ๓๔ระงับการกระทำนั้น และสั่งให้บุคคลดังกล่าวดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลง พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และให้นำมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  62. Section ๔๖

    ในกรณีที่อาคารซึ่งก่อสร้ ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายโดยได้รับ อนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หรือได้ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเคลื่อนย้ายก่อนวันที่พระราชบัญญัติ นี้ใช้บังคับ มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรือ อาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัยหรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญหรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง และถ้า อาคารนั้นอาจเป็ภยันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพชีวิตร่างกาย หรือทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารนั้นได้โดยให้นำมาตรา ๔๒มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  63. Section ๔๖ ทวิ

    ในกรณีที่อุปกรณ์ประกอบต่างๆเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและการ จัดแสงสว่าง ระบบการเตือนการป้องกันและการระงับอัคคีภัย การป้องกันอันตรายเมื่อมีเหตุ ชุลมุนวุ่นวาย ระบบระบายอากาศระบบระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบเครื่องกล หรือระบบ อื่น ๆของอาคารตามมาตรา ๓๒ทวิมีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิ หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคีภัยหรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญหรือ กระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดังนี้ (๑)มีคำสั่งห้ามมิให้เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารใช้หรือยินยอมให้ บุคคลใดใช้อุปกรณ์ประกอบต่างๆและจัดให้มีเครื่องหมายแสดงการห้ามนั้นไว้ที่อุปกรณ์ หรือ บริเวณที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายที่อยู่ใกล้กับอุปกรณ์นั้น (๒)มีคำสั่งให้เจ้ ของอาคารดำเนินการแก้ไขอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆนั้น ให้อยู่ ในสภาพที่ปลอดภัยหรือสามารถใช้งานได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบ วัน ในกรณีมีเหตุอันสมควรเจ้าพนังานท้องถิ่นจะขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปอี ก็ได้ ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง และ หากอุปกรณ์ดังกล่าวมีผลทำให้อาคารนั้นมีสภาพหรือการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายอย่างร้ายแรงต่อ มาตรา ๔๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๖ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ สุขภาพชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิ ให้เจ้ พนักงานท้องถิ่ นสั่งห้ามใช้อาคารนั้ ทั้ หมดหรือ บางส่วนไว้ก่อนก็ได้ และต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงการห้ามนั้นไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณบริเวณอาคารหรือบริเวณดังกล่าว

  64. Section ๔๗

    การสั่งหรือการแจ้งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากกรณีตามมาตรา ๔๐(๒) และมาตรา ๔๗ทวิ ให้ทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาต ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองอาคารผู้ดำเนินการหรือผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณีณภูมิลำเนาของผู้นั้น หรือจะทำ เป็นบันทึกและให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อรับทราบก็ได้ ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ให้ปิดประกาศ สำเนาคำสั่งหรือหนังสือแจ้ง แล้วแต่กรณี ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายณอาคารหรือบริเวณที่ตั้ง อาคารที่ทำการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้นั้นและให้ถือว่าผู้ ขอรับใบอนุญาตผู้ได้รับใบอนุญาต ผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ดำเนินการ หรือผู้ควบคุมงานได้ทราบคำสั่งหรือหนังสือแจ้งนั้นแล้วเมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่ วันที่ได้มีการปิดประกาศดังกล่าว

  65. Section ๔๗ ทวิ

    การแจ้งคำสั่งของเจ้ พนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้ระงับการกระทำ ที่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือให้รื้อถอนอาคาร ให้ทำเป็นหนังสือส่งทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ซึ่งจะต้องรับคำสั่งดังกล่าวณภูมิลำเนาของผู้นั้น และให้ปิด ประกาศคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายณอาคารหรือบริเวณที่มีการกระทำดังกล่าว และให้ถือว่าผู้ซึ่งจะต้องรับคำสั่งได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วเมื่อพ้นกำหนดสามวันนับแต่วันที่ได้มีการ ปิดประกาศดังกล่าว

  66. Section ๔๘

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เจ้าพนังานท้องถิ่นมี อำนาจเข้าไปในอาคารหรือบริเวณที่ตั้งอาคารที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่ นั้น และเพื่อการนี้ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริง หรือสั่งให้แสดงเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่ เกี่ยวข้องจากบุคคลที่อยู่หรือทำงานในสถานที่นั้น

  67. Section ๔๙

    ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงาน ส่วนท้องถิ่นซึ่งมี วามรู้หรือคุณวุฒิตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้เป็นนายตรวจหรือนายช่างได้ มาตรา ๔๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๗ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือได้รับการร้องขอจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น อธิบดี โยธาธิการและผังเมือง*มีอำนาจแต่งตั้งวิศวกรหรือสถาปนิกเป็นนายช่างได้ตามหลักเกณฑ์ที่ กำหนดในกฎกระทรวง

  68. Section ๔๙ ทวิ

    ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย อาคารโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ และเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ดำเนินการตามมาตรา ๔๐มาตรา ๔๑หรือมาตรา ๔๒แล้วแต่กรณี แต่ิได้มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น และมีเหตุอันควรสงสัยว่า ผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคำนวณอาคารหรือผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร หรือผู้ควบคุม งานอาจเป็นผู้ ระทำหรือมีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าวให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้บุคคลเช่น ว่านั้นทราบ และให้มีหนังสือแสดงหลักฐานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เพื่อพิสูจน์ว่า เป็นการกระทำของผู้อื่น หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำของผู้อื่นให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ดำเนินการแจ้งชื่อและการกระทำของบุคคลเช่นว่านั้นให้คณะกรรมการควบคุมอาคารทราบและให้ แจ้งสภาวิศวกรและสภาสถาปนิกทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรและ กฎหมายว่าด้วยสถาปนิก

  69. หมวด ๕ การอุทธรณ์4 sections
  70. Section ๕๐

    ให้มีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ (๑) ในเขตกรุงเทพมหานครหรือในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง* ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักา ผู้แทนคณะกรรมการ ควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม และผู้แทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรม เป็กรรมการ และกรรมการอื่ อี ไม่เกินหกคนซึ่งรัฐมนตรีแต่ ตั้ จาก ผู้ทรงคุณวุฒิ ในจำนวนนี้ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่าสองคน และให้หัวหน้า สำนักงานคณะกรรมการควบคุมอาคารเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง (๑)ต้องไม่เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ราชการของกรุงเทพมหานครหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือสภาจังหวัด (๒) ในเขตเทศบาล เขตเมืองพัทยา หรือเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็ประธานกรรมการ อัยการจังหวัดซึ่ เป็หัวหน้าที่ทำการ มาตรา ๔๙ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕และ ต่อมาแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ อัยการจังหวัด และบุคคลอื่นอีกไม่เกิ หกคนซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แต่งตั้ง ในจำนวนนี้ ให้แต่งตั้งจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด* เป็นกรรมการและเลขานุ กรรมการและเลขานุการตามวรรคหนึ่ง(๒)ต้องไม่เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการ ของราชการส่วนท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ให้นำมาตรา ๑๕มาตรา ๑๖และมาตรา ๑๗มาใช้บังคับแก่ ณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์โดยอนุโลม

  71. Section ๕๑

    ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของเจ้ พนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ (๒)มีหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่ง เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ (๓)สอบถามข้อเท็จจริงหรือกระทำการใดๆเท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการ พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม(๓)กรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์มอบหมายจะเข้าไปในอาคารหรือบริเวณที่ตั้งอาคารอันเป็นมูลกรณีแห่งการ อุทธรณ์ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกก็ได้

  72. Section ๕๑ ทวิ

    คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น คณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่มอบหมายก็ได้ ให้นำมาตรา ๑๕มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗และมาตรา ๕๑มาใช้บังคับแก่การ ปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

  73. Section ๕๒

    ผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ได้ับใบอนุญาตผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ และผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือและยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออก คำสั่งดังกล่าว และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดส่งอุทธรณ์และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไป ยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รบอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งภายในหก สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ แล้วแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ และเจ้าพนักงานท้องถิ่น มาตรา ๕๐(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕๑ทวิเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่เห็ด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้เสนอคดีต่อศาลภายในสามสิบ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ในกรณีที่ ณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลได้มีคำวิิ จฉัย หรือคำ พิพากษาเป็นประการใดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นปฏิบัติตามนั้น ในระหว่างอุทธรณ์ ห้ามมิให้ผู้อุทธรณ์หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นกระทำการใดแก่ อาคารอันเป็นมูลกรณีแห่งการอุทธรณ์ เว้ แต่อาคารนั้นจะเป็นภยันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน หรือมีลักษณะซึ่งไม่อาจรอได้ ให้นำมาตรา ๔๗มาใช้บังคับแก่การแจ้งคำวิิจฉัยอุทธรณ์โดยอนุโลม

  74. หมวด ๖ นายช่าง นายตรวจและผู้ตรวจสอบ5 sections
  75. Section ๕๓

    ให้น ยช่างหรือนายตรวจมีอำนาจเข้าไปในบริเวณที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคาร เพื่อตรวจสอบว่าได้มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้หรือไม่ และเพื่อการนี้ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือสั่งให้แสดงเอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องจากบุคคลที่อยู่หรือทำงานในสถานที่นั้น

  76. Section ๕๔

    เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาคารใดซึ่งได้ก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายเสร็จแล้วนั้น ได้กระทำขึ้นโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือมี เหตุอันควรสงสัยว่าอาคารใดมีการใช้หรือเปลี่ยนการใช้โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔หรืออาคารใดมีลักษณะตามมาตรา ๔๖ให้นายช่างมีอำนาจเข้าไป ตรวจอาคารและบริเวณที่ตั้งอาคารนั้นได้ และเพื่อการนี้ให้ีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือสั่งให้ แสดงเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องจากบุคคลที่อยู่หรือทำงานในสถานที่นั้น

  77. Section ๕๕

    ในการปฏิบัติการตามมาตรา ๕๓หรือมาตรา ๕๔นายช่างหรือ นายตรวจต้องกระทำการในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของ สถานที่นั้น และในการนี้ให้นายช่างหรือนายตรวจแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องร้องขอ บัตรประจำตัวให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

  78. Section ๕๕ ทวิ

    ห้ามมิให้ผู้ใดทำการตรวจสอบตามมาตรา ๓๒ทวิ เว้นแต่ผู้นั้น เป็นผู้ตรวจสอบตามพระราชบัญญัตินี้

  79. Section ๕๕ ตรี

    ในกรณีที่ผู้ตรวจสอบทำการตรวจสอบอาคารตามมาตรา ๓๒ ทวิ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้นำมาตรา ๔๙ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ชื่อของหมวด ๖“นายช่าง นายตรวจและผู้ตรวจสอบ”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕๕ทวิเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕๕ตรีเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

  80. หมวด ๗ เขตเพลิงไหม้8 sections
  81. Section ๕๖

    เมื่อเกิดเพลิงไหม้ในบริเวณใดอันเข้าลักษณะเป็เขตเพลิงไหม้ ให้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศแสดงเขตเพลิงไหม้ไว้ณสำนักงานของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น และ บริเวณที่เกิดเพลิ ไหม้โดยมีแผนที่สังเขปแสดงแนวเขตเพลิงไหม้ พร้อมทั้งระบุให้ทราบถึงการ กระทำอันต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้

  82. Section ๕๗

    ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่เกิดเพลิงไหม้ ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารในเขตเพลิงไหม้ และให้ผู้รับใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารหรือผู้แจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ ในเขตดังกล่าวอยู่แล้ว ก่อนวันที่เกิดเพลิงไหม้ระงับการกระทำตามที่ได้รับอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้นั้นตามระยะเวลา ดังกล่าวด้วย ให้นำมาตรา ๔๐มาตรา ๔๒และมาตรา ๔๓มาใช้บังคับแก่การฝ่าฝืนบทบัญญัติ ในวรรคหนึ่งโดยอนุโลม บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ (๑)การก่อสร้างอาคารชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการบรรเทาทุกข์ ซึ่งจัดทำหรือ ควบคุมโดยทางราชการ (๒)การดัดแปลงหรือซ่อมแซมอาคารเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่ออยู่อาศัยหรือใช้สอย ชั่วคราว

  83. Section ๕๘

    ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาว่าสมควรจะมีการปรับปรุงเขตเพลิง ไหม้หรือไม่ โดยคำนึงถึงประโยชน์ในการป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุขการรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรมและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจรและให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นเสนอความเห็นพร้อมด้วยแผนที่สังเขปแสดงแนวเขตเพลิงไหม้ต่อคณะกรรมการ ควบคุมอาคารในกรณีที่เขตเพลิงไหม้อยู่ในเขตอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมากกว่าหนึ่งท้องที่ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ร่วมกันพิจารณาและเสนอความเห็นทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เกิดเพลิงไหม้ เมื่อคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาความเห็นของเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ให้เสนอความเห็พร้อมทั้ ข้อสัเกตต่อรัฐมนตรีเพื่อสั่ ให้เจ้ พนังานท้องถิ่นประกาศให้ ประชาชนในเขตเพลิงไหม้ทราบว่า จะมีการปรับปรุงหรือไม่ ประกาศดังกล่าวให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานของราชการส่วนท้องถิ่น้นและบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ภายในสี่สิบห้ วันนับแต่วันที่เกิด เพลิงไหม้ มาตรา ๕๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

  84. Section ๕๙

    ในกรณีที่มีการประกาศไม่ปรับปรุงเขตเพลิงไหม้แล้ว ให้การห้าม ตามมาตรา ๕๗วรรคหนึ่ง เป็นอันยกเลิก ในกรณีที่มีการประกาศปรับปรุงเขตเพลิ ไหม้แล้ว ให้การห้ามตามาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปอีกเป็นเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่มีประกาศปรับปรุงเขตเพลิง ไหม้นั้น และให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมอาคารจัดทำแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้เสนอ ต่อรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้บังคับแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ในราชกิจจานุเบกษาภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว

  85. Section ๖๐

    เมื่อมีประกาศใช้บังคับแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้แล้ว ห้ามมิ ให้ผู้ใดก่อสร้า ดัดแปลงรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารในเขตตามแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ ให้ผิดไปจากที่กำหนดในแผนผังนั้น และบรรดาใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารหรือใบรับแจ้งตามมาตรา ๓๙ทวิ ที่ได้ออกไว้ก่อนวันประกาศใช้บังคับ แผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ซึ่งขัดกับแผนผังดังกล่าว ให้เป็นอันยกเลิก ให้นำมาตรา ๔๐มาตรา ๔๒และมาตรา ๔๓มาใช้บังคับแก่การฝ่าฝืนบทบัญญัติ ในวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

  86. Section ๖๐ ทวิ

    ให้เจ้ พนักงานท้องถิ่ นเริ่มต้นดำเนินการปรับปรุงเขตเพลิง ไหม้ตามประกาศใช้บังคับแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ตามมาตรา ๖๐ภายในสองปีนับแต่วันใช้ บังคับประกาศดังกล่าว ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการเวนคืนที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ใด เพื่อ ใช้ประโยชน์ตามที่กำหนดในแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ ให้จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิ ได้รับเงินค่าทดแทนก่อนเริ่มต้นดำเนินการปรับปรุงเขตเพลิ ไหม้โดยกำหนดตามราคาประเมิ ทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดินที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่มีประกาศปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ แต่ถ้า ไม่สามารถจ่ายเงินค่าทดแทนได้ภายในสองปีนับแต่วันใช้บังคับประกาศดังกล่าว ให้กำหนดตาม ราคาประเมินทุนทรัพย์ดังกล่าวที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่๑มกราคมของปีที่มีการจ่ายเงินค่าทดแทน ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้เริ่มต้นดำเนินการปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ภายใน กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิ

  87. Section ๖๑

    ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดให้ได้มาซึ่งที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ใดเพื่อใช้ประโยชน์ตามที่กำหนดในแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ ให้ดำเนินการเวนคืนที่ดินหรือ อสังหาริมทรัพย์นั้นโดยให้นำกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  88. Section ๖๒

    เมื่อเกิดเพลิงไหม้ในท้องที่ใดอันเข้าลักษณะเป็เขตเพลิงไหม้ ถ้า ท้องที่นั้นยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับ ให้ถือว่าได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ มาตรา ๖๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๖๐ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้พระราชบัญญัตินี้ในท้องที่นั้นตั้งแต่วันที่เกิดเพลิงไหม้ แต่ถ้าต่อมามีการประกาศไม่ปรับปรุง เขตเพลิงไหม้ตามมาตรา ๕๘ให้ถือว่าพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นอันยกเลิกตั้งแต่วันที่เจ้า พนักงานท้องถิ่นมีประกาศนั้น

  89. หมวด ๘ บทเบ็ดเตล็ด3 sections
  90. Section ๖๓

    ในการปฏิบัติหน้ ที่ของกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้ซึ่ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มอบหมายกรรมการเปรียบเทียบคดีเจ้าพนักงานท้องถิ่น นายช่าง หรือนายตรวจตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ได้รับอนุญาต เจ้าของหรือผู้ครอบครอง อาคารผู้ดำเนินการ ผู้ควบคุมงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในสถานที่นั้นต้องให้ความสะดวก และช่วยเหลือตามสมควร

  91. Section ๖๔

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการพิจารณา อุทธรณ์ ผู้ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มอบหมายกรรมการเปรียบเทียบคดี เจ้าพนักงาน ท้องถิ่น นายช่าง และนายตรวจเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

  92. Section ๖๔ ทวิ

    ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหักเงินค่าธรรมเนียมการตรวจ แบบแปลนก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่ได้รับจากผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้แจ้ ตามมาตรา ๓๙ ทวิ ไว้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพื่อนำมาจัดสรรเป็นเงินค่าตอบแทน ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจแบบแปลนก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร นายช่างและนายตรวจได้ตาม หลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น

  93. หมวด ๙ บทกำหนดโทษ14 sections
  94. Section ๖๕

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑มาตรา ๒๒มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๕๒วรรคหกมาตรา ๕๗หรือมาตรา ๖๐ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้วผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๓๑มาตรา ๓๒มาตรา ๓๔หรือมาตรา ๕๗ยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่ง หมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  95. Section ๖๕ ทวิ

    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๔ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๖๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๖๕ทวิเพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ทวิ ยัง ต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  96. Section ๖๕ ตรี

    ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๙เบญจวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้วผู้ฝ่าฝืนมาตรา ๓๙เบญจวรรคหนึ่ง ยัง ต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  97. Section ๖๕ จัตวา

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา ๔๖ทวิ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้วผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๖ ทวิ ยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติ ให้ถูกต้อง

  98. Section ๖๖

    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๘มาตรา ๓๙ หรือมาตรา ๓๙ตรี วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

  99. Section ๖๖ ทวิ

    ผู้ใดมิได้รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม มาตรา ๔๒โดยมิได้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวัน ละไม่เกินสามหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

  100. Section ๖๗

    ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๐วรรคสองหรือฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นตามมาตรา ๔๐มาตรา ๔๔หรือมาตรา ๔๕ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวัน ละไม่เกินสามหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่ จะได้ปฏิบัติให้ถู ต้อง

  101. Section ๖๘

    ผู้ใด (๑)ไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารตามหนังสือเรียกของคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ตามมาตรา ๕๑(๒)โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือ มาตรา ๖๕ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๕จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๖๖ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๖๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ (๒)ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้ซึ่งคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์มอบหมายเจ้าพนักงานท้องถิ่น นายช่าง หรือนายตรวจตามมาตรา ๔๘มาตรา ๕๑มาตรา ๕๓หรือมาตรา ๕๔หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๑มาตรา ๕๓มาตรา ๕๔หรือมาตรา ๖๓แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือ ทั้งจำทั้ง ปรับ

  102. Section ๖๙

    ถ้าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็การกระทำของ ผู้ดำเนินการ ผู้กระทำต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ

  103. Section ๗๐

    ถ้าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นการกระทำอัน เกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรมอุตสาหกรรมการศึกษาหรือการสาธารณสุขหรือเป็นการกระทำ ในทางการค้าเพื่อให้เช่า ให้เช่าซื้อ ขายหรือจำหน่ายโดยมีค่าตอบแทนซึ่งอาคารใด ผู้กระทำต้อง ระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ

  104. Section ๗๑

    ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔มาตรา ๔๒มาตรา ๕๒วรรคหกมาตรา ๕๗หรือมาตรา ๖๐ให้ถือว่าเป็นการกระทำ ของเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ดำเนินการ ผู้ควบคุมงาน หรือผู้อุทธรณ์ตามมาตรา ๕๒ แล้วแต่กรณี หรือเป็การกระทำตามคำสั่งของบุคคลดังกล่าว เว้นแต่บุคคลนั้ จะพิสูจน์ได้ว่าเป็น การกระทำของผู้อื่น

  105. Section ๗๒

    ในกรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่า กรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะ พิสูจน์ได้ว่า การกระทำของนิติบุคคลนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

  106. Section ๗๓

    ในกรณีมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเจ้าของ หรือผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารที่อยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับอาคารที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น หรือบุคคลซึ่งความเป็นอยู่หรือการใช้สอยที่ดินหรืออาคารถูกกระทบกระเทือนเนื่องจากการ กระทำความผิดดังกล่าว เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา

  107. Section ๗๔

    ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี (๑)ในเขตกรุงเทพมหานครประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทน สำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาตรา ๗๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๗๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๗๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ (๒)ในเขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด ซึ่งเป็นหัว หน้าที่ทำการอัยการจังหวัด และหัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด ความผิดตามมาตรา ๖๕วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๕ทวิ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๕ตรี วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๕จัตวา วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๖มาตรา ๖๖ทวิ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๗วรรค หนึ่ง มาตรา ๖๘มาตรา ๖๙หรือมาตรา ๗๐ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีอำนาจ เปรียบเทียบได้ ในกรณีที่พนักงานสอบสวนพบว่าผู้ใดกระทำความผิดตามวรรคสอง ถ้าผู้กระทำ ความผิดดังกล่าวและผู้เสียหาย ถ้ มี ยินยอมให้เปรียบเทียบให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้ คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตามวรรคหนึ่งภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้นั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ถ้าคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรถูกฟ้องร้องหรือได้รับ โทษถึงจำคุกให้กำหนดค่าปรับซึ่งผู้ต้องหาจะพึงชำระ ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหายถ้ามี ยินยอม ตามนั้น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการ เปรียบเทียบ ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบหรือยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับ ภายในเวลาตามวรรคสี่ให้ดำเนินคดีต่อไป ค่าปรับที่เปรียบเทียบตามพระราชบัญญัตินี้ให้ตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่น โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

  108. บทเฉพาะกาล6 sections
  109. Section ๗๕

    บรรดาคำขออนุญาตใดๆที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรืออธิบดีกรมโยธาธิการและผัง เมือง* และการอนุญาตใดๆที่ได้ให้ไว้ต มกฎหมายว่ ด้วยการควบคุมการก่อสร้ งอาคารหรือ กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ หรือการปฏิบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต ตามที่ได้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตและการอนุญาตตาม พระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม ในกรณีที่การขออนุญาตหรือการพิจารณาอนุญาตดังกล่าวมีข้อแตกต่างไปจาก การขออนุญาตหรือการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้การขออนุญาตหรือการพิจารณา อนุญาตนั้นเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งตามมาตรา ๒๗ เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติตามให้ถูกต้องภายในเวลาสามสิบวัถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คำขอรับใบอนุญาตนั้น เป็นอันตกไป

  110. Section ๗๖

    อาคารซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้างหรือดัดแปลง และได้ กระทำการเสร็จแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แม้จะเข้าลักษณะเป็นอาคารประเภท ควบคุมการใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ ก็ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคสอง

  111. Section ๗๗

    ท้องที่ใดมีอาคารก่อสร้างขึ้นเป็จำนวนมากในที่ดินที่เป็นสาธารณ สมบัติของแผ่นดินก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และมีสภาพหรืออาจทำให้เกิดสภาพที่ไม่ เหมาะสมหรือไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุขการรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมการผัเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่ารจราจร เมื่อมีพระราชกฤษฎี กำหนดเขตปรับปรุงอาคารในท้องที่นั้นแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างดังต่อไปนี้ (๑) มีคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารรื้อถอนอาคารนั้นภายใน กำหนดเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง แต่การสั่งรื้อถอนอาคารจะต้องกระทำเพื่อ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง การพัฒนาท้องถิ่นหรือประโยชน์ในการใช้ที่สาธารณะ ของประชาชน (๒)มีคำสั่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปรับปรุง อาคารมีผลใช้บังคับ ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารให้ถูกต้องตาม พระราชบัญญัตินี้ ภายในกำหนดเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง (๓)มีคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารดำเนินการเพื่อขจัดหรือระงับเหตุ ที่ก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย การป้องกัน อัคคีภัย การสาธารณสุขการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวก แก่การจราจรภายในกำหนดเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง (๔) มีคำสั่งให้เจ้าของอาคารทำสัญญาเช่าที่ดินกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม หลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าเช่าที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารผู้ใดปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้นั้นได้รับยกเว้ โทษแต่ถ้าผู้นั้นไม่ปฏิบัติตามผู้นั้นต้องระวางโทษปรับไม่ เกินห้าหมื่นบาท และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้ผู้นั้นรื้อถอนอาคารนั้นเสียภายในระยะเวลา ที่กำหนด ถ้าผู้นั้นไม่รื้อถอนอาคารให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่ ว ผู้นั้นต้องระวางโทษ ปรับเป็นรายวันอีกวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าผู้นั้นยินยอมให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นเอง ในกรณีหลังนี้ให้นำมาตรา ๔๒วรรคสี่และวรรค ห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ให้มีแผนที่แสดงแนวเขตบริเวณที่กำหนดนั้น แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย และให้เจ้ พนังานท้องถิ่ มีอำนาจดำเนิ การให้เช่าที่ดินใน บริเวณนั้นเพื่อเป็นรายได้สำหรับบำรุงท้องถิ่นได้ แต่ที่ดินนั้นยังคงเป็นสาธารณสมบัติของ แผ่นดิน สัญญาเช่าที่ดินที่ท ขึ้นตามวรรคหนึ่ง (๔)ให้มีระยะเวลาเช่ ตามที่ตกลงกันแต่ ต้องไม่เกินสิบปี การต่อระยะเวลาเช่าจะกระทำมิได้ เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าที่ดินแล้ว เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองอาคารผู้ใดไม่รื้อถอนขนย้ายอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างของตนออกจากบริเวณที่ กำหนดในพระราชกฤษฎีกาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับเป็นรายวันอีกวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือ จนกว่าผู้นั้นยินยอมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นเองในกรณีหลังนี้ให้นำ มาตรา ๔๒วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  112. Section ๗๘

    ให้ถือว่าอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บงคับ เป็นอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ได้ยื่น ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้

  113. Section ๗๙

    บรรดากฎกระทรวงเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติจังหวัดกฎข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งซึ่งได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๗๙หรือพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช ๒๔๗๖ให้คงใช้บังคับได้ต่อไป ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

  114. Section ๘๐

    ท้องที่ใดได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติควบคุม การก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช๒๔๗๙หรือพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้ งในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช ๒๔๗๖อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้ บังคับพระราชบัญญัตินี้ในท้องที่นั้นแล้ว ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑)ใบอนุญาตก่อสร้าง ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๒)ใบอนุญ ตดัดแปลง ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓)ใบอนุญาตรื้อถอน ฉบับละ ๕๐ บาท (๔)ใบอนุญาตเคลื่อนย้าย ฉบับละ ๕๐ บาท (๕)ใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้ ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๖) ใบรับรอง ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๖ทวิ) ใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบ กิจการโรงมหรสพ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๖ตรี) ใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคาร ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๗)ใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ฉบับละ ๑๐ บาท (๘)การต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามอัตราใน (๑)ถึง (๔) (๘ทวิ) การต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพให้เป็นไป ตามอัตราใน(๖ทวิ) (๙)การตรวจแบบแปลนก่อสร้ หรือดัดแปลงอาคารให้คิดค่ ธรรมเนียมสำหรับการ ก่อสร้าง หรือสำหรับส่วนที่มีการดัดแปลง ดังนี้ (ก)อาคารซึ่งสูงไม่เกินสามชั้นหรือไม่เกินสิบห้าเมตร คิดตามพื้นที่ของพื้นอาคาร แต่ละชั้นรวมกัน ตารางเมตรละ ๒ บาท (ข)อาคารซึ่งสูงเกินสามชั้นหรือเกินสิบห้าเมตร คิดตามพื้นที่ของพื้นอาคารแต่ละชั้นรวมกัน ตารางเมตรละ ๔ บาท (ค)อาคารประเภทซึ่งต้องมีพื้นรับน้ำหนักบรรทุกชั้นใด ชั้นหนึ่งเกินห้าร้อยกิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร คิดตามพื้นที่ของพื้นอาคารแต่ละชั้นรวมกัน ตารางเมตรละ ๔ บาท (ง)ป้ายคิดตามพื้นที่ของป้ายโดยเอาส่วนกว้างที่สุด คู ด้วยส่วนยาวที่สุด ตารางเมตรละ ๔ บาท (จ)อาคารประเภทซึ่งต้องวัดความยาว เช่น เขื่อน อัตราค่าธรรมเนียม (๖)แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ อัตราค่าธรรมเนียม(๖ทวิ)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๓ อัตราค่าธรรมเนียม (๖ตรี)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๓ อัตราค่าธรรมเนียม(๘ทวิ)เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๓ ทางหรือท่อระบายน้ำ รั้ว หรือกำแพง รวมทั้งประตูรั้วหรือกำแพงคิดตามความยาว เมตรละ ๑ บาท ในการคิดค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนเศษของตารางเมตรหรือเมตรตั้งแต่กึ่งหนึ่ง ขึ้นไปให้ถือเป็นหน่วยเต็ม ถ้าต่ำกว่ากึ่งหนึ่งให้ปัดทิ้ง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติ ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๗๙และพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขต เพลิงไหม้ พุทธศัราช๒๔๗๖ได้ประกาศใช้มานานแล้วแม้ว่าได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกันอยู่ตลอด มา แต่ปัจจุบันบ้านเมืองได้เจริญก้าวหน้าและขยายตัวมากขึ้นฉะนั้นเพื่อให้เหมาะสมและ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการควบคุมเกี่ยวกับความ มั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัยการป้องกัอัคคีภัย การสาธารณสุขการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรมและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร สมควรปรับปรุง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้ งอาคารและกฎหมายว่ ด้วยการควบคุารก่อสร้างในเขต เพลิงไหม้เสียใหม่ และสมควรรวมกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวเข้าเป็นฉบับเดียวกัน จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๒๗ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๘ บรรดาคำขออนุญาตใด ๆที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตมิได้มา ขอรับคืนจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นพิจารณาคำขออนุญาตดังกล่าวต่อไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติควบคุม อาคารพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๙ บรรดาเขตเพลิงไหม้ที่ได้มีประกาศใช้บังคับแผนผังปรับปรุงเขต เพลิงไหม้ตามมาตรา ๖๐แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒อยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเริ่มต้นดำเนินการปรับปรุ ภายในสองปีนับแต่ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและให้นำมาตรา ๖๐ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๓๐ บรรดากฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือคำสั่งที่ได้ออกตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคง ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติ นี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๓๙/หน้า ๑/๖เมษายน๒๕๓๕ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็การสมควรปรับปรุง บทบัญญัติในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ว่าด้วยการออกอนุบัญญัติตาม พระราชบัญญัตินี้ให้เหมาะสมและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการแจ้งให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นทราบก่อนการดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร แทน การขออนุญาตเพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วแก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ ของเจ้าพนักงานท้องถิ่ ในการบัคับการตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงบทกำหนดโทษอัตราโทษ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีให้ เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจและลัษณะของการกระทำความผิดและปรับปรุงบทบัญญัติอื่น ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการปรับปรุงบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นหรือให้เหมาะสมและชัดเจน ยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อัมพิกา/แก้ไข ๑/๓/๔๕ B+A(C) พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓)พ.ศ.๒๕๔๓ มาตรา ๓๑ กฎหมายกฎระเบียบข้อบังคับมติหรือคำสั่งใดที่อ้างถึงโรง มหรสพตามพระราชบัญญัติป้องกันภยันตรายอันเกิดแต่การเล่นมหรสพพระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ให้ถือว่ากฎหมายกฎระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงโรงมหรสพตามพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๒ บรรดาคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติป้องกัภยันตรายอันเกิด แต่การเล่นมหรสพพระพุทธศักราช๒๔๖๔ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยัง อยู่ในระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้ถือว่าเป็นคำขออนุญาตตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๓ ใบอนุญาตให้ก่อสร้างโรงมหรสพและใบอนุญาตให้เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเพิ่มเติมโรงมหรสพที่ออกให้ตามพระราชบัญญัติป้องกันภยันตรายอันเกิดแต่การเล่น มหรสพพระพุทธศัราช๒๔๖๔ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปโดยให้ถือเป็น ใบอนุญาตก่อสร้างโรงมหรสพหรือใบอนุญาตดัดแปลงโรงมหรสพตามพระราชบัญญัติควบคุม อาคารพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี มาตรา ๓๔ ใบอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่แสดงการมหรสพที่ ออกให้ตาม พระราชบัญญัติป้องกันภยันตรายอันเกิดแต่การเล่นมหรสพ พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตดังกล่าวประสงค์ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๔๒ก/หน้า ๑/๑๕พฤษภาคม๒๕๔๓ จะใช้ ถานที่นั้นเป็โรงมหรสพต่อไปหลังจากใบอนุญาตสิ้นอายุ และได้ยื่นคำขออนุญาตใช้ สถานที่ดังกล่าวเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพต่อไปก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ ให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตใช้โรงมหรสพนั้นต่อได้ตามใบอนุญาตเดิม เว้ แต่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามมาตรา ๓๙ เบญจแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จะ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่นั้นเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๕ บรรดาคำขออนุญาตที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยัอยู่ในระหว่ งการพิจารณาของเจ้ พนังานท้องถิ่ ให้ถือว่าเป็คำขออนุญาตตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่คำ ขออนุญาตดังกล่าวมีข้อความแตกต่างไปจากคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้แก้ไข เพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๖ บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้แก่บุคคลใดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตนั้น มาตรา ๓๗ บรรดากฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือคำสั่งที่ได้ออกตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒และพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ.๒๕๓๕ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติที่ได้รับการ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือคำสั่งที่ออก ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ในเรื่อง นั้น ๆใช้บังคับ มาตรา ๓๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติ นี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนา ประเทศได้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะได้มีการขยายตัวของเมืองในด้านการ ก่อสร้างอาคารเพิ่มมากขึ้น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้บังคับอยู่ไม่เหมาะสมและ สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารเสีย ใหม่ โดยกำหนดมาตรการในด้านการควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย ป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร นอกจากนี้ กฎหมายว่าด้วยการป้องกัภยันตรายอัน เกิดแต่การเล่นมหรสพได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับโรงมหรสพก็เป็นอาคารอย่างหนึ่ง สมควรที่จะนำหลักการเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้ โรงมหรสพมาบัญญัติรวมเป็นฉบับเดียวกันกับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารเพื่อสะดวกต่อ การใช้กฎหมายและสมควรกำหนดให้สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการขนส่งบุคคลในลักษณะกระเช้า ไฟฟ้าหรือสิ่งที่สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องเล่นในสวนสนุกหรือสถานที่อื่นใดเพื่อ ประโยชน์ในลักษณะเดียวกันเป็นอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารด้วยจึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ.๒๕๔๕พ.ศ.๒๕๔๕ มาตรา ๔๗ ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒ (๑)ให้แก้ไขคำว่ “กรมโยธาธิ ” เป็น “กรมโยธาธิการและผังเมือง”คำว่า “อธิบดีกรมโยธาธิการ” เป็น “อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง” และคำว่า “ผู้แทนสำนักงาน นโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม”เป็น “ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม”และคำว่า “โยธาธิการจังหวัด”เป็น “โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด” (๒)ให้ตัดคำว่า “ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง”ออกเพื่อให้สอดคล้องกับการยุบ เลิกกรมการผังเมือง หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวงทบวงกรมพ.ศ.๒๕๔๕ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้ มีการตราพระราชกฤษฎีาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมนั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการรัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วน ราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่างๆให้สอดคล้องกับ อำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติ และพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้ อดคล้องกับการโอน ส่วนราชการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมาย โอนอำนาจหน้าที่ว่ ตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตาม กฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการ เปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับ การโอนอำนาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัด โอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจึ จำเป็นต้องตราพระ ราชกฤษฎีกานี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๙/ตอนที่๑๐๒ก/หน้า๖๖/๘ตุลาคม๒๕๔๕ วชิระ/ปรับปรุง ๑๖พฤศจิกายน๒๕๔๙ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๔)พ.ศ.๒๕๕๐ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบาย แก้ไขปัญหาความยากจนและขยายโอกาสให้คนยากจนและคนด้อยโอกาสซึ่งนโยบายประการ หนึ่งคือการส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัย รวมทั้งได้รับการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพ ชีวิตได้ดีขึ้น ดังนั้น เพื่อให้กระทรวง ทบวงกรมราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือหน่วยงานอื่นของรัฐสามารถดำเนินการจัดให้มีหรือพัฒนาที่อยู่อาศัย ต้นทุนต่ำสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยไม่มีปัญหาอุปสรรคในด้านการขออนุญาตก่อสร้าง หรือด้านข้อกำหนดมาตรฐานอาคารในบางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงแข็งแรงหรือ ความปลอดภัยของอาคารเช่น ระยะถอยร่นเนื้อที่ของที่ว่างภายนอกอาคารหรือระยะห่างจากแนว เขตที่ดิน เป็นต้น สมควรยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การควบคุมอาคารบางประการ โดยออกเป็นกฎกระทรวง เพื่อให้อาคารที่หน่วยงานของรัฐ ดังกล่าวจัดให้มีหรือพัฒนานั้นสอดคล้องกับความต้องการและฐานะทางเศรษฐกิจของผู้มีรายได้ น้อยอย่างแท้จริงจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๔/ตอนที่๖๘ก/หน้า๑/๑๖ตุลาคม๒๕๕๐

Notes and footnotes

มาตรา ๑๘(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๘(๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๘(๕) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๘(๖) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ การก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอนเคลื่อนย้ายและใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
The agency’s publication page
http://www.law.moi.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
http://www.law.moi.go.th/105.pdf43 pp.
File checksum
sha256:d90da1f702217d0c6a8fe431a59ad22a6a7bcd4d3570451268a266fcda1fd9caPulled at 2026-08-24T07:37:28.689Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522