Law collection

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

Consolidated edition — not the text as first promulgated2535341 sections43 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)Source PDF · 108 pages
What edition is this?

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

Contents of this text

Preamble

พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๒มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

All sections

Show as list
  1. Section

    พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕”

  2. Section

    พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๔มาตรา ๗ถึงมาตรา ๑๖มาตรา ๑๗ถึงมาตรา ๓๑มาตรา ๒๖๒มาตรา ๒๖๓มาตรา ๓๑๘ถึ มาตรา ๓๒๐และมาตรา ๓๓๒ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  3. Section

    ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ (๒) พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๗

  4. Section

    ในพระราชบัญญัตินี้ “หลักทรัพย์”หมายความว่า (๑) ตั๋วเงินคลัง (๒) พันธบัตร (๓) ตั๋วเงิน (๔) หุ้น (๕) หุ้นกู้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่๒๒/หน้า๑/๑๖มีนาคม๒๕๓๕ - - (๖) หน่วยลงทุนอัได้แก่ ตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในทรัพย์สินของกองทุ รวม (๗) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (๘) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ (๙) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน (๑๐)ตราสารอื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด “ตั๋วเงิน”หมายความว่าตั๋วเงินที่ออกเพื่อจัดหาเงินทุนจากประชาชนเป็นการทั่วไป ตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด “หุ้นกู้” หมายความว่า ตราสารแห่งหนี้ไม่ว่าจะเรียกชื่อใดที่แบ่งเป็นหน่วยแต่ละ หน่วยมีมูลค่าเท่ากันและกำหนดประโยชน์ตอบแทนไว้เป็นการล่วงหน้าในอัตราเท่ากันทุกหน่วย โดย บริษัทออกให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินหรือผู้ซื้อเพื่อแสดงสิทธิที่จะได้รับเงินหรือผลประโยชน์อื่นของผู้ถือตรา สารดังกล่าวแต่ไม่รวมถึงตั๋วเงิน “ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์” หมายความว่า ผู้ทำการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ให้แก่ ประชาชน “หนังสือชี้ชวน” หมายความว่าเอกสารใดๆที่ออกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณาชี้ ชวนให้บุคคลอื่นจองซื้อหรือซื้อหลักทรัพย์ที่ตนหรือบุคคลอื่นออกหรือเสนอขาย “บริษัท”๒ หมายความว่า บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และให้หมายความ รวมถึง (๑) องค์การมหาชน (๒) องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยาและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (๓) หน่วยงานหรือองค์การของรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศและนิติ บุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ (๔) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และ (๕) ผู้ออกหลัทรัพย์ที่ จดตั้งขึ้นในรูปแบบอื่ ใดตามที่ค ก.ล.ต. ประกาศกำหนด “บริษัทหลักทรัพย์”หมายความว่ บริษัทหรือสถาบันการเงิ ที่ได้รับใบอนุญาตให้ ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ธุรกิจหลักทรัพย์”หมายความว่าธุรกิจหลัทรัพย์ประเภทดังต่อไปนี้ (๑) การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (๒) การค้าหลักทรัพย์ (๓) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน (๔) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (๕) การจัดการกองทุนรวม (๖) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล มาตรา ๔นิยามคำว่ “บริษัท”แก้ไขเพิ่ เติ โดยพระราชบัญญัติ หลัทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๗) กิจการอื่นที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ตามที่รัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการก.ล.ต. “การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์”หมายความว่าการเป็นนายหน้าหรือตัวแทน เพื่อซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นเป็นทางค้าปกติ โดยได้รับค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม หรือค่าตอบแทนอื่น “การค้าหลักทรัพย์”หมายความว่าการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในนาม ของตนเองเป็นทางค้าปกติโดยกระทำนอกตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ “การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน”หมายความว่า การให้คำแนะนำแก่ประชาชนไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อม เกี่ยวกับคุณค่าของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุนที่เกี่ยวกับ หลักทรัพย์นั้นหรือที่เกี่ยวกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ เป็นทางค้าปกติ ทั้ งนี้ โดยได้รับ ค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่น แต่ไม่รวมถึงการให้คำแนะนำแก่ประชาชนในลักษณะที่ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด “การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์”หมายความว่าการรับหลักทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วน จากบริษัทหรือเจ้ ของหลักทรัพย์ไปเสนอขายต่อประชาชนโดยได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทน อื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ก็ตาม “การจัดการกองทุ รวม”๓ หมายความว่า การจัดการลงทุ ตามโครงการจัดการ กองทุนรวมโดยการออกหน่วยลงทุนของแต่ละโครงการจำหน่ายแก่ประชาชน เพื่อนำเงินที่ได้จากการ จำหน่ายหน่วยลงทุ นั้นไปลงทุ หรือแสวงหาประโยชน์จากหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทรัพย์สินอื่น หรือไปหาดอกผลหรือแสวงหาประโยชน์โดยวิธีอื่น “การจัดการกองทุนส่วนบุคคล”๔ หมายความว่าการจัดการเงินทุนของบุคคลหรือ คณะบุคคลที่ได้มอบหมายให้จัดการลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะมีการ ลงทุนในทรัพย์สินอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำเป็นทางค้าปกติโดยได้รับค่าธรรมเนียมหรือ ค่าตอบแทนอื่น แต่ไม่รวมถึงการจัดการลงทุนตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด “หลักทรัพย์จดทะเบียน” หมายความว่า หลักทรัพย์ที่ได้รับการจดทะเบียนหรือ ได้รับการอนุญาตให้ทำการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔นิยามคำว่า “การจัดการกองทุนรวม”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๔นิยามคำว่ “การจัดการกองทุนส่วนบุคคล”แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๒ - -

  5. Section

    เว้นแต่จะมีบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในการ ออกใบอนุญาตและการให้ความเห็นชอบตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาและการสั่งการให้เป็นที่ทราบโดยทั่วไป และในกรณีที่ไม่ อนุญาตหรือไม่ให้ความเห็นชอบให้แจ้ เหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย

  6. Section

    การลงลายมือชื่อของกรรมการหรือนายทะเบียนในใบหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้ จะใช้เครื่องจักรประทับหรือโดยวิธีอื่นใดแทนตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน กำหนดก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  7. Section

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและแต่งตั้งพนังานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  8. หมวด ๑ การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  9. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์8 sections
  10. Section

    แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - มาตรา ๙๗ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับ แต่งตั้งตามมาตรา ๘ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๒) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๓) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุ ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรค การเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๕) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงาน (๖) ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขาย ล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้ สมาคมกำกับผู้ ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือานักงาน ในกรณีที่มีการแต่งตั้งบุคคลตาม (๕) หรือ (๖) ผู้ได้รับการแต่งตั้งจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ได้ต่อเมื่อได้ลาออกจากตำแหน่งตาม (๕) หรือ (๖) แล้ว โดยต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้ เป็นประธานกรรมการก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ดำเนินการแต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน แล้วแต่กรณี มาตรา ๑๐๘ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการ แต่งตั้งตามมาตรา ๘มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ เมื่อประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการแต่ ตั้ ใหม่ภายในหกสิบวัในระหว่างที่ ยัมิได้มีารแต่ ตั้ ขึ้ ใหม่ ให้ประธาน กรรมการก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่า ประธานกรรมการก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ มาตรา ๑๑๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก

  11. Section

    แก้ไขเพิ่ เติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑

  12. Section ๑๑

    แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ (๔) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ (๕) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี หรับประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ออกโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดสำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ มติและคำสั่งให้ ออกดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง ในกรณีที่ประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อน วาระคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นประธานกรรมการก.ล.ต. แทนหรือรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่น เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน แล้วแต่กรณี และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ใน ตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน

  13. Section ๑๒

    การประชุมของคณะกรรมการก.ล.ต. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมของคณะกรรมการก.ล.ต. ถ้าประธานกรรมการก.ล.ต. ไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานให้รองประธานทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีรอง ประธานหรือมีแต่ไม่าประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ รรมการ ก.ล.ต. ที่มาประชุมเลือก ก.ล.ต. คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ก.ล.ต. คนหนึ่งให้มี เสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด

  14. Section ๑๓

    ก.ล.ต. ผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาให้แจ้งการมีส่วน ได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น แนวทางการพิจารณาส่วนได้เสียตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและ พัฒนาตลอดจนกำกับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขาย หลักทรัพย์ และธุ กิจที่เกี่ยวเนื่อง องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุ กิจหลักทรัพย์ การออกหรือเสนอขาย หลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการและการป้องกันการกระทำอันไม่ เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อำนาจดังกล่าวให้รวมถึง (๑) ออกระเบียบข้อบังคับประกาศคำสั่ง หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับคำขออนุญาต คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาตหรือ การประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ มาตรา ๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๔) ออกระเบียบคำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัพันธ์ การบรรจุแต่งตั้งถอดถอน และวินัยพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดเงินเดือนและเงิน อื่น ๆรวมตลอดถึงการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ (๔/๑)๑๑ กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๕) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศคำสั่งหรือข้อกำหนดใดๆที่ใช้บังคับเป็นการ ทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๑๔/๑๑๒ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้ง จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน ในจำนวนนี้ต้องเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ล.ต. อย่างน้อยสองคน ให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ คณะกรรมการตรวจสอบ

  15. Section ๑๔

    ให้ ณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจและหน้ ที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ทบทวนและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับระบบการควบคุม ภายใน (๒) สอบทานรายงานการเงินและข้อมูลทางการเงินของสำนักงาน (๓) ประสานงานกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในเรื่องการตรวจสอบงบการเงิน (๔) ทบทวนและสอบทานการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (๕) กำกับดูแลหน่วยงานตรวจสอบภายใน (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการก.ล.ต. ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อ คณะกรรมการก.ล.ต.

  16. Section ๑๕

    ให้ ก.ล.ต. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. มอบหมายได้ ให้นำความในมาตรา ๑๒มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดย อนุโลม มาตรา ๑๔(๔/๑) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๔/๑เพิ่ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๔/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - มาตรา ๑๖ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการก.ล.ต. และคณะอนุกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนดและให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ สำนักงาน ส่วนที่ ๑/๑ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน๑๕ มาตรา ๑๖/๑๑๖ ให้มี คณะกรรมการกำกับตลาดทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย เลขาธิการ เป็นประธานกรรมการ รองเลขาธิการซึ่งเลขาธิการมอบหมายหนึ่งคน ผู้อำนวยการ งานเศรษฐกิจการคลังหรือรองผู้อำนวยการที่ได้รับมอบหมายหนึ่ คน และกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยผ่านการคัดเลือกตามที่กำหนดในมาตรา ๓๑/๗อีกไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยสองคนต้องมีประสบการณ์ในการบริหารกิจการบริษัทที่มี หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุารคณะกรรมการ กำกับตลาดทุน มาตรา ๑๖/๒๑๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องมีสัญชาติไทยและไม่ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙และต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ บุคคลผู้มีอำนาจในการ จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือตำแหน่งอื่นใดในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อ ขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขาย สัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อ ขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนหรือสำนักงาน ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดที่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๙(๕) หรือตามวรรคหนึ่ง ต้องลาออกจากการเป็นบุ คลตามมาตรา ๙(๕) หรือตามวรรค หนึ่ง แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายใน ระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและให้ดำเนินการ แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน ส่วนที่ ๑/๑ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมาตรา ๑๖/๑ถึงมาตรา ๑๖/๘เพิ่มโดย พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - มาตรา ๑๖/๓๑๘ ให้ รรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ ตามมาตรา ๑๖/๑มี วาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้แต่จะ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ โดยในวาระเริ่มแรกเมื่อครบสองปี ให้กรรมการ ออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับ สลากเป็นการออกตามวาระ เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการร่วมกันเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิต่อคณะกรรมการคัดเลือกภายในหกสิบวันเพื่อ ดำเนินการตามที่กำหนดในมาตรา ๓๑/๗ ทั้งนี้ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งอยู่ใน ตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ ให้นำความในมาตรา ๑๒และมาตรา ๑๓มาใช้บังคับกับการประชุมของ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนโดยอนุโลม มาตรา ๑๖/๔๑๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๑๖/๑พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ (๔) รัฐมนตรีมีคำสั่งให้ออกโดยคำแนะนำของคณะกรรมการก.ล.ต. ที่มีมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ คำสั่งให้ออกดังกล่าวต้อง แสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง (๕) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖/๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่น เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับ วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน มาตรา ๑๖/๕๒๐ ให้กรรมการกำกับตลาดทุนจัดทำรายงานการถือหลักทรัพย์ของ ตนคู่ มรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุิ ติ ภาวะ ยื่ ต่อ ก.ล.ต. ตามหลัเกณฑ์ และ ระยะเวลาที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนด มาตรา ๑๖/๖๒๑ ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น โดยต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการก.ล.ต. มาตรา ๑๖/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖/๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖/๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึง (๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศคำสั่ง หรือข้อกำหนดในเรื่องการประกอบ ธุรกิจหลักทรัพย์ การออกและเสนอขายหลัทรัพย์ ตลาดหลัทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สำนักหัก บัญชี นายทะเบียนหลักทรัพย์ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อ ครอบงำกิจการ (๒) รายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด (๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือเพื่อให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๖/๗๒๒ ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ ณะกรรมการกำกับตลาดทุนมอบหมายได้ ให้นำความในมาตรา ๑๒มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ โดย อนุโลม

  17. Section ๑๖

    ให้ รรมการกำกับตลาดทุนและอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบ แทนตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดและให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงาน

  18. ส่วนที่ ๒ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์15 sections
  19. Section ๑๗

    ให้จัดตั้ งสำนักงานขึ้นเรียกว่า “สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์”และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

  20. Section ๑๘

    ให้สำนักงานมีสำนักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัด ใกล้เคียง และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ที่อื่นใดก็ได้

  21. Section ๑๙

    ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้ ที่ดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มาตรา ๑๖/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖/๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๖/๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๒) กำกับดูแลให้มีารปฏิบัติตามและดำเนิ การบังคับใช้ ฎหมายกับบุ คลที่ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการยื่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์ การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี การจดทะเบียนและการยื่นคำขอต่าง ๆ (๔) รับค่าธรรมเนีย (๕) ปฏิบัติงานอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

  22. Section ๒๐

    ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการก.ล.ต. และให้เลขาธิการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และ อาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

  23. Section ๒๑

    เลขาธิารต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ มดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่สำนักงาน (๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุ คลล้มละลาย (๓) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับ เลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้ ที่ในพรรคการเมือง (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐอื่นหรือของราชการส่วนท้องถิ่น (๕) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในบริษัทหลักทรัพย์

  24. Section ๒๒

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระเลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลกษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑ (๕)๒๖ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของ ก.ล.ต. เพราะบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือหย่อนความสามารถโดยมติดังกล่าว ต้องแสดงเหตุผลในการให้ออกอย่างชัดแจ้ง มาตรา ๒๒/๑๒๗ ภายในสองปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะประกอบ ธุรกิจหรือทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ องค์กร หรือบริษัท หรือดำรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๑๖/๒วรรคหนึ่ง มิได้ มาตรา ๒๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒(๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒/๑เพิ่ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - ในการพิจารณากำหนดเงินเดือนและเงินอื่นใดของเลขาธิการ ให้ำนึงถึงข้อห้ามมิให้ ประกอบอาชีพตามวรรคหนึ่งด้วย

  25. Section ๒๓

    ให้เลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบใน การดำเนินกิจการทั้งปวงของสำนักงาน ในการดำเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.

  26. Section ๒๔

    ในกิจการของสำนักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็น ผู้แทนของสำนักงาน และเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทำการเฉพาะ อย่างแทนก็ได้ มาตรา ๒๔/๑๒๘ เพื่ อรักษาประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุ ให้ สำนักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากสำนักงานมีอำนาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการ ออกหรือเสนอขายหลัทรัพย์ บริษัทที่ ออกหรือเสนอขายหลัทรัพย์ บริษัทหลัทรัพย์ ตลาด หลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การกระทำความผิดและ การลงโทษบุคคลที่กระทำความผิดหรือข้อมูลอื่นใดที่ได้ับเนื่องจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

  27. Section ๒๕

    ให้สำนักงานมีทุนประเดิมประกอบด้วยเงินที่โอนมาตามมาตรา ๓๑๙ และมาตรา ๓๒๐

  28. Section ๒๖

    ให้สำนักงานจัดให้มีเงินสำรองประเภทต่างๆตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

  29. Section ๒๗

    บรรดาค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและค่าธรรมเนียมอื่น ที่สำนักงานได้รับและรายได้อื่นอันได้มาจากการดำเนินงานของคณะกรรมการก.ล.ต. และสำนักงาน ให้ตกเป็นของสำนักงาน และเมื่อได้หักด้วยรายจ่ายและหักเป็นเงินสำรองตามมาตรา ๒๖แล้ว เหลือ เท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ

  30. Section ๒๘

    การพ้นจากตำแหน่งของพนังานของสำนักงาน รวมทั้งการพ้นจาก ตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ในกรณีที่มีเหตุผลสมควรเมื่อคำนึงถึงตำแหน่งหรือลักษณะงานใดที่พนักงาน รับผิดชอบก่อนพ้นตำแหน่งหรือหน้าที่ในสำนักงาน ให้คณะกรรมการก.ล.ต. มีอำนาจออกข้อบังคับ กำหนดให้นำความในมาตรา ๒๒/๑มาใช้บังคับกับพนักงานนั้นโดยอนุโลม มาตรา ๒๔/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - มาตรา ๒๙ มิให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่าย ค่าชดเชยและการจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมายว่า ด้วยพนักงานรัฐวิาหกิจสัมพันธ์ มาใช้บังคับกับเลขาธิการ พนัและลูกจ้างของสำนักงาน

  31. Section ๒๙

    ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. กรรมการกำกับตลาดทุน และเลขาธิการ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา

  32. Section ๓๐

    ให้สำนักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสำนักงานและ จัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ

  33. Section ๓๑

    ให้สำ งานตรวจเงินแผ่นดินเป็ผู้สอบบัญชีของสำนักงานและเสนอ รายงานผลการสอบบัญชีต่อรัฐมนตรีภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๓๑/๑๓๑ ให้สำนักงานจัดทำรายงานประจำปีซึ่งแสดงถึงฐานะการเงินและ ผลการดำเนินงานเสนอรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๓๑/๒๓๒ ให้สำนักงานจัดทำแผนการดำเนินงานของสำนักงานและทำคำ ชี้แจงเกี่ยวกับแผนงานที่สำคัญที่จะดำเนินการโดยจัดทำเป็นแผนสามปีเสนอรัฐมนตรี

  34. ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการคัดเลือก๓๓
  35. หมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัท
  36. ส่วนที่ ๑ การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่5 sections
  37. Section ๓๒

    ห้ามมิให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อ ประชาชนหรือบุคคลใดๆเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสำนักงานและปฏิบัติตามมาตรา ๖๕ การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทดังกล่าวได้จด ทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดแล้ว มาตรา ๓๓๓๙ ห้ามมิให้บริษัทเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ ประเภทหุ้น หุ้นกู้ ตั๋ว เงิน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ และหลักทรัพย์อื่นใดที่ ก.ล.ต. กำหนดเว้นแต่ (๑) เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามมาตรา ๖๓ (๒) ได้รับอนุญาตจากสำนักงานและปฏิบัติตามมาตรา ๖๕หรือ (๓) เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ทั้งหมดโดยบริษัทมหาชนจำกัดต่อผู้ถือ หุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยได้รับชำระราคาเต็มมูลค่าที่เสนอขายจากผู้ถือหุ้น มาตรา ๓๑/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๑/๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - มาตรา ๓๔๔๐ การเสนอขายหุ้นของบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ไม่ว่าจะกระทำโดยบริษัทจำกัดที่ออกหุ้นนั้นหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวมิให้กระทำเป็น การทั่วไปหรือต่อบุคคลในวงกว้าง เว้นแต่จะได้รับยกเว้ หรือปฏิบัติตามหลัเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด มาตรา ๓๕ การขอเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่และการอนุญาตตามมาตรา ๓๒

  38. Section ๓๓

    และมาตรา ๓๔ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาด ทุนประกาศกำหนดในการนี้คณะกรรมการกำกับตลาดทุน อาจประกาศกำหนดรายละเอียดในเรื่อง ดังต่อไปนี้ไว้ด้วยก็ได้ (๑) สัดส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (๒) ระยะเวลาในการเสนอขายหลักทรัพย์ (๓) การจองการจัดจำหน่าย และการจัดสรรหลักทรัพย์ (๔) การรับชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ (๕) การเก็บรักษาและการปฏิบัติเกี่ยวกับเงิ ค่าจองหลักทรัพย์ (๖) เงื่อนไขอื่นที่จำเป็นในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนผู้ลงทุน [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  39. Section ๓๖

    ในการพิจารณาคำขออนุญาตให้สำนักงานแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่น คำขอทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ตามมาตรา ๓๕

  40. Section ๓๗

    มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ห้ามมิให้ บริษัทจำกัดออกหุ้นกู้ มาใช้บังคับกับบริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ออกหุ้นกู้ตามมาตรา ๓๔

  41. Section ๓๘

    มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๖๕๔แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้และตั๋วเงินที่เสนอขายได้ตามมาตรา ๓๓และมาตรา ๓๔

  42. ส่วนที่ ๒ หุ้นกู้2 sections
  43. Section ๓๙

    หุ้นกู้ของบริษัทต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าฉบับละหนึ่งร้อยบาทโดยชำระ เป็นเงินและผู้ซื้อจะขอหักกลบลบหนี้กับบริษัทมิได้

  44. Section ๔๐

    ใบหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้ มาตรา ๓๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๑) ชื่อบริษัท (๒) เลขทะเบียนบริษัท และวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท (๓) จำนวนเงินที่ออกหุ้นกู้ (๔) ชื่อผู้ถือหุ้นกู้ หรือคำแถลงว่าได้ออกหุ้นกู้นั้นให้แก่ผู้ถือ (๕) ชนิด มูลค่า เลขที่ใบหุ้นกู้ จำนวนหุ้นกู้และจำนวนเงิน อัตราดอกเบี้ย และ ระยะเวลาการชำระคืน (๖) วิธีการ เวลาและสถานที่สำหรับการชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ และการไถ่ถอนหุ้นกู้ (๗) สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในกรณีที่บริษัทมีหนี้ก่อนการออกหุ้นกู้ (๘) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (๙) ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือนายทะเบียนหุ้นกู้ (๑๐)วันเดือนปีที่ออกหุ้นกู้ (๑๑)รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  45. ส่วนที่ ๓ การออกหุ้นกู้มีประกัน9 sections
  46. Section ๔๑

    ในการขออนุญาตตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔เพื่อออกหุ้นกู้มี ประกันผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ด้วย (๑) เสนอร่างข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ (๒) เสนอร่างสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๓) ขอความเห็นชอบบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนดเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๔) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทมหาชนจำกัดจะเสนอขายหุ้นกู้มีประกันที่ออกใหม่ต่อผู้ถือหุ้นซึ่งไม่ ต้องขออนุญาตตามมาตรา ๓๓ให้บริษัทมหาชนจำกัดดำเนินการตามวรรคหนึ่งก่อนการเสนอขายหุ้น กู้ด้วย [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  47. Section ๔๒

    ข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้อย่าง น้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (๑) สิทธิและเงื่อนไขตามหุ้นกู้ (๒) ผลประโยชน์ตอบแทน (๓) ทรัพย์สินที่เป็นประกันหรือหลักประกันอื่น (๔) การแต่งตั้งและอำนาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ - - (๕) เงื่อนไขการเปลี่ยนตัวผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๖) คำยินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ที่จะให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ที่ ได้รับความเห็นชอบไว้ตามมาตรา ๔๑(๓) (๗) คำรับรองของผู้ออกหุ้นกู้มีประกันที่จะจำนอง จำนำ หรือให้หลักประกันอย่าง อื่นเพื่อเป็นประกันหุ้นกู้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๔ (๘) วิธีการ เวลาและสถานที่สำหรับการชำระหนี้ (๙) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (๑๐)รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  48. Section ๔๓

    สัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (๑) อำนาจและหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในการรับจำนอง รับจำนำ หรือรับ หลักประกันอย่ งอื่น การใช้สิทธิบังคับหลักประกันดังกล่าวหรือการดำเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกัน ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ทำไว้กับผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย (๒) อัตราและวิธีการจ่ ยค่าตอบแทนและบำเหน็จในการเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๓) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  49. Section ๔๔

    เมื่อผู้ออกหุ้นกู้มีประกันได้เสนอขายหุ้นกู้มีประกันต่อผู้ถือหุ้นหรือต่อ ประชาชนหรือบุคคลใดๆแล้ว ให้ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนดตามมาตรา ๔๑(๑) และตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามคำ ยินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ พร้อมกับดำเนินการจำนอง จำนำ หรือจัดให้มีหลักประกันอย่างอื่นให้กับผู้แทน ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่ วภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ปิดการเสนอขาย

  50. Section ๔๕

    ให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีอำนาจกระทำการในนามของตนเองเพื่อประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงในการรับจำนอง รับจำนำ หรือรับหลักประกันอย่างอื่นการใช้สิทธิบังคับ หลักประกัน และการดำเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกัปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ให้ไว้กับผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย การกระทำของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ถือหุ้นกู้ โดยตรง

  51. Section ๔๖

    ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการในการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้ [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] - -

  52. Section ๔๗

    นอกจากหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแต่งตั้ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มี หน้าที่ดูแลรักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทำการ งดเว้ กระทำการ หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามวรรคหนึ่งจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้นกู้ ให้ผู้ถือหุ้นกู้หรือสำนักงานมีสิทธิฟ้องร้องบังคับ คดีกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงได้ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้ฟ้องร้องบังคับคดี ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวต้องมีจำนวนหุ้นกู้มี ประกัน หรือได้รับแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นกู้อื่นซึ่งมีจำนวนหุ้นกู้มีประกันรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละสิบของ จำนวนหุ้นกู้มีประกันที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

  53. Section ๔๘

    ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามบทบัญญัติ ในหมวด ๑หมวด ๓หมวด ๔หมวด ๕หรือหมวด ๗ของลักษณะ ๑๒แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้สำนักงานเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย ในกรณีตามวรรคหนึ่ง เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ให้พนักงานอัยการมี อำนาจเรียกทรัพย์ินหรือราคาหรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแทนผู้ได้รับความเสียหายด้วย ในการนี้ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม

  54. Section ๔๙

    ในการออกหุ้นกู้ลักษณะอื่นนอกจากหุ้นกู้มีประกัน หากผู้ออกหุ้นกู้ ประสงค์จะจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ออกหุ้นกู้ต้องแสดงความจำนงในขณะที่ขออนุญาตออกหุ้นกู้และ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๔มาตรา ๔๕มาตรา ๔๖มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับการขออนุญาตการทำข้อกำหนดและ สัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อำนาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้แทนผู้ ถือหุ้นกู้โดยอนุโลม

  55. ส่วนที่ ๔ การจัดทำทะเบียนและการโอน6 sections
  56. Section ๕๐

    ให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญแสดง สิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด

  57. Section ๕๑

    การโอนหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔จะสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้มีชื่อแสดงว่า เป็นเจ้าของหรือผู้รับโอนคนสุดท้ายได้ส่งมอบใบหลักทรัพย์ดังกล่าวแก่ผู้รับโอนโดยลงลายมือชื่อสลัก หลังแสดงการโอน - -

  58. Section ๕๒

    ผู้ใดครอบครองใบหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ที่มีการสลักหลังตาม มาตรา ๕๑แล้วให้สันนิษฐานไว้่อนว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของหลัทรัพย์นั้น

  59. Section ๕๓

    ผู้รับโอนหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ผู้ใดประสงค์จะลงทะเบียนการโอน ให้ยื่นคำขอต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนพร้อมทั้งส่งมอบใบหลักทรัพย์ที่ตนได้ลง ลายมือชื่อเป็นผู้รับโอนในด้านหลังของใบหลักทรัพย์นั้นแล้ว และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนาย ทะเบียน แล้วแต่กรณี ลงทะเบียนการโอนพร้อมทั้งรับรองการโอนไว้ในใบหลักทรัพย์นั้น หรือออกใบ หลักทรัพย์ให้ใหม่ ทั้งนี้ ภายในกำหนดระยะเวลาที่สำนักงานประกาศกำหนดเว้นแต่การโอน หลักทรัพย์นั้นจะขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อข้อจำกัดในเรื่องการโอนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้ จดทะเบียนข้อจำกัดนั้นไว้กับสำนักงานแล้ว เมื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนได้รับคำขอโอนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ การโอนนั้นใช้ยันกับบริษัทที่ออกหลัทรัพย์ได้ แต่จะใช้ยันบุ คลภายนอกได้เมื่อมีการลงทะเบียนการ โอนแล้ว

  60. Section ๕๔

    ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนใดๆแก่ บุคคลที่มิได้มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามมาตรา ๕๓เว้นแต่เป็นกรณีของหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ ถือ ให้จ่ายได้เมื่อผู้ครอบครองได้ยื่นใบหุ้นต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ในกรณีเช่นนี้ให้บริษัทที่ออก หลักทรัพย์สลักหลังการจ่ายไว้ด้วย

  61. Section ๕๕

    การโอนหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซื้อหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ส่งมอบใบ หลักทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้รับโอน

  62. ส่วนที่ ๕ การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชี7 sections
  63. Section ๕๖

    ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทต่อ สำนักงาน ดังต่อไปนี้ (๑) งบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีได้สอบทานแล้ว (๒) งบการเงินประจำงวดการบัญชีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว (๓) รายงานประจำปี (๔) รายงานการเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบริษัทตามที่คณะกรรมการกำกับตลาด ทุนประกาศกำหนด - - งบการเงินและรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการ ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดการกำหนดดังกล่าวให้คำนึงถึงมาตรฐานที่ คณะกรรมการควบคุ การประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความ เห็นชอบไว้แล้วด้วย [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  64. Section ๕๗

    ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ รายงานพร้อมด้วยเหตุผลต่อสำนักงานโดยไม่ชักช้า เมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้เกิดขึ้น (๑) บริษัทประสบความเสียหายอย่างร้ายแรง (๒) บริษัทหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน (๓) บริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือลักษณะการประกอบธุ กิจ (๔) บริษัททำสัญญาให้บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของ บริษัท (๕) บริษัทกระทำหรือถูกกระทำอันมีลักษณะเป็นการครอบงำหรือถูกครอบงำ กิจการตามมาตรา ๒๔๗ (๖) กรณีใดๆที่มีหรือจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ หรือต่อ การตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของบริษัทตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนด

  65. Section ๕๘

    ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าเอกสารหรือรายงานที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔จัดส่งให้มีข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือมีข้อความคลุมเครือไม่ ชัดเจน หรือในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือมีกรณีอื่นใดที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือ หลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของ บริษัท ให้สำนังานมีอำนาจที่จะดำเนินการประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการดังนี้ (๑) ให้บริษัทรายงานหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (๒) ให้กรรมการ ผู้ จด หรือบุคคลผู้มีอ นาจในการจัดการของบริษัทชี้แจง เพิ่มเติม (๓) ให้บริษัทจัดให้มีการสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชี และรายงานผลการสอบบัญชีนั้น ให้สำนักงานทราบ และเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไป

  66. Section ๕๙

    ให้กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารตามที่สำนักงานประกาศ กำหนดและผู้สอบบัญชีของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ จัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ของตนและของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่ง ถือหลักทรัพย์ในบริษัทนั้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อสำนักงานตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนดด้วยความเห็ชอบของคณะกรรมการกำกับตลาด ทุน - - [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  67. Section ๖๐

    เพื่อประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนเกี่ยวกับฐานะและผล การดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลัทรัพย์รวมทั้งการถือหลักทรัพย์ในบริษัทดักล่าว ให้สำนักงานมี อำนาจเปิดเผยรายงานหรือข้อมูลที่ได้รับตามมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๕๘และมาตรา ๕๙ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  68. Section ๖๑

    ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๕๖ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความ เห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้สอบบัญชีนั้นมีสิทธิสอบบัญชีบริษัท หลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๐๖บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามที่กำหนดใน มาตรา ๑๙๙และบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่กำหนดในมาตรา ๒๑๗ ได้ด้วย

  69. Section ๖๒

    ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีสอบทานหรือสอบบัญชีพบว่ บริษัทที่ออก หลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔จัดทำงบการเงินรายไตรมาสหรืองบการเงิน ประจำงวดการบัญชีไม่ตรงตามความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีรายงานข้อสังเกตหรือเปิดเผยข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญของงบการเงินและแจ้งพฤติการณ์ไว้ในรายงานการสอบทานหรือรายงานการสอบ บัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น พร้อมทั้งแจ้งให้สำนักงานทราบ ในการแสดงความเห็นต่องบการเงินประจำงวดการบัญชี ผู้สอบบัญชีใดไม่ปฏิบัติตาม ความในวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้

  70. หมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน27 sections
  71. Section ๖๓

    บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ (๑) ตั๋วเงินคลัง (๒) พันธบัตรรัฐบาล (๓) พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (๔) พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย (๕) หลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด - -

  72. Section ๖๔

    บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บัคับแก่การเสนอขายหลัทรัพย์ใลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) การเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ท่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบการจัดการกองทุนรวม (๒) การเสนอขายหลัทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆที่มีมูลค่าของหลักทรัพย์ ทั้งหมดน้อยกว่าจำนวนเงินที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (๓) การเสนอขายหลักทรัพย์ที่มีลักษณะ ประเภทหรือจำนวนของผู้ลงทุนตามที่ คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด การเสนอขายหลักทรัพย์ตาม (๒) และ(๓) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัท หรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันปิดการ เสนอขาย

  73. Section ๖๕

    การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆจะกระทำได้ ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลัทรัพย์ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการ เสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่ วมีผลใช้บังคับแล้ว

  74. Section ๖๖

    ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ตามมาตรา ๖๕ที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทอาจยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการ เสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔หรือจะยื่นภายหลังจากวันที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ก็ได้ ในกรณีที่บริษัทได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๓หรือ มาตรา ๓๔ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆได้หลายครั้งภายในวงเงินและระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด และหลักทรัพย์ดักล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่มีก หนดเวลาการชำระคืนไม่เกินสองร้อยเจ็ดสิบวัน บริษัทไม่ จำต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนทุกครั้งที่มีการเสนอ ขายหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ต้องจัดส่ ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงจากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่าง หนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ครั้งแรกให้แก่สำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการก่อนวันจัดส่งหรือ แจกจ่ายหนังสือชี้ชวน

  75. Section ๖๗

    ภายใต้บังคับมาตรา ๖๘แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสี่สิบห้าวันนับจากวันที่สำนักงานได้รับ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เว้นแต่คณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนจะประกาศกำหนดให้มีผลใช้บังคับก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] - -

  76. Section ๖๘

    ในกรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทได้ยื่นแบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตเสนอขาย หลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔หากสำนักงานยัมิได้อนุญาตให้ เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๗ให้แบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท มหาชนจำกัดหรือบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ได้

  77. Section ๖๙

    แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามแบบที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดโดยให้มีรายละเอียดของรายการดังนี้ (๑) วัตถุประสงค์ของการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆ (๒) ชื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๓) ทุนของบริษัท (๔) จำนวนและประเภทหลักทรัพย์ที่เสนอขาย (๕) ราคาที่คาดว่ จะขายของหลักทรัพย์ต่อหน่วย (๖) ลักษณะการประกอบธุรกิจ (๗) ฐานะทางการเงิ การดำเนินงาน และข้อมูลที่สำคัญของธุ กิจ (๘) ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๙) ผู้สอบบัญชี สถาบันการเงินที่ติดต่อประจำและที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทที่ ออกหลักทรัพย์ (๑๐)วิธีการจอง จัดจำหน่ายและจัดสรรหลักทรัพย์ (๑๑)ข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์สำนักงานจะกำหนดให้ผู้ เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แนบเอกสารหลักฐานอื่นนอกจากที่ระบุไว้ ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ก็ได้ [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  78. Section ๗๐

    แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทตั๋วเงินหรือ หุ้นกู้ นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) สิทธิและข้อจำกัดในการโอนตามตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ (๒) ผลประโยชน์ตอบแทน (๓) ทรัพย์สินหรือหลักประกันอื่นที่เป็นประกันการออกหลักทรัพย์ (ถ้ามี) (๔) ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (ถ้ามี) (๕) ภาระผูกพันในทรัพย์สินของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เฉพาะกรณีหลักทรัพย์ที่ไม่มี ประกัน (๖) ยอดหนี้คงค้างในการออกตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ครั้งก่อน (๗) วิธีการ เวลาและสถานที่สำหรับการชำระหนี้ - - (๘) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (๙) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  79. Section ๗๑

    แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) สิทธิ และเงื่อนไขตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (๒) มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ให้ออกหุ้นหรือหุ้นกู้ หรือคำอนุมัติของสำนักงานที่ให้ ออกหน่วยลงทุนเพื่อการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ แล้วแต่ รณี (๓) จำนวนหุ้นหรือหุ้นกู้หรือหน่วยลงทุนทั้งสิ้นที่จะออกตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (๔) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (๕) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  80. Section ๗๒

    ร่างหนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด สำหรับรายการในร่างหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมี สาระสำคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

  81. Section ๗๓

    ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนไม่สมบูรณ์หรือไม่ครบถ้วน ให้สำนักงานมีอำนาจ สั่งให้ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยื่นรายการหรือแก้ไข เพิ่มเติมให้ครบถ้วน แต่สำนักงานจะสั่งภายหลังจากที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๖๗หรือมาตรา ๖๘แล้วมิได้

  82. Section ๗๔

    ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลัทรัพย์และร่าง หนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ หากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ประสงค์ จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่าง หนังสือชี้ชวนดังกล่าว ให้ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานได้ เว้นแต่การ ขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ สำนักงานอาจกำหนดให้การขอแก้ไข เพิ่มเติมนั้นมีผลเป็นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเข้า มาใหม่ โดยให้ถือว่าวันที่สำนักงานได้รับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นวันเริ่มต้นในการนับระยะเวลาตาม มาตรา ๖๗ด้วย - - ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าการขอแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อ ผลประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ดังกล่ วยื่นเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลใดๆเพิ่ เติมได้

  83. Section ๗๕

    ในการนับระยะเวลาตามมาตรา ๖๗มิให้นับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ สำนักงานได้สั่งการตามมาตรา ๗๓หรือมาตรา ๗๔วรรคสอง จนถึงวันที่สำนักงานได้รับเอกสาร หลักฐานหรือข้อมูลโดยครบถ้วน

  84. Section ๗๖

    ภายหลังจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และ ร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ ให้สำนักงานมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญอัน อาจทำให้บุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์เสียหาย ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบ แสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลัทรัพย์และร่างหนัสือชี้ชวน และในกรณีที่การเสนอขาย หลักทรัพย์นั้นได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งเพิก ถอนการอนุญาตนั้นได้ในทันที (๒) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญหรือมีเหตุการณ์ที่มีผลให้ข้อมูล ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ทั้งนี้ อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของบุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์ ให้สำนักงานมีอำนาจ สั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและดำเนินการอื่นใดตามที่ สำนักงานกำหนดเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงการแก้ไขข้อมูลดังกล่าว (๓) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูล การเสนอขายหลัทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในลัษณะอื่น ให้สำนักงานมีอ นาจสั่งให้ผู้เริ่ม จัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ที่ยื่นแบบดังกล่าวแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง การสั่งการของสำ งานตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงการดำเนิ การใดๆของผู้เริ่ม จัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีการสั่งการดังกล่าว และไม่กระทบ ถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายของบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๒

  85. Section ๗๗

    เมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ได้ยื่น แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนแล้ว การเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์ และร่าง หนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับให้กระทำได้ แต่ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูลตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนดพร้อมทั้งมีข้อความให้เห็นชัดเจนว่าการเผยแพร่ดังกล่าวมิใช่เป็นหนังสือชี้ชวน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำ งานประกาศกำหนด - -

  86. Section ๗๘

    ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจหรือขอสำเนาแบบแสดงรายการข้อมูล เสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ต่อสำนักงาน ให้กระทำได้เมื่อได้ปฏิบัติตามระเบียบ ที่สำนักงานประกาศกำหนด

  87. Section ๗๙

    เมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ ชวนมีผลใช้บังคับการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนจะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีการจัดส่ง หรือ แจกจ่ายหนังสือชี้ชวนพร้อมทั้งระบุวันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และ ร่างหนังสือชี้ชวนไว้ด้วย

  88. Section ๘๐

    การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้ เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์โดยมิใช่ด้วยวิธีการตามมาตรา ๗๙จะ กระทำได้ต่อเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ ตามมาตรา ๖๗หรือมาตรา ๖๘แล้ว และต้องไม่ใช้ถ้อยคำหรือข้อความใดที่เกินความจริง หรือเป็น เท็จ หรืออาจทำให้บุคคลอื่นสำคัญผิด และถ้าเป็นการโฆษณาทางสิ่งตีพิมพ์ต้องมีรายละเอียดตาม รายการดังต่อไปนี้ (๑) จำนวน ชนิด ราคาเสนอขายหลัทรัพย์ต่อหน่วยและมูลค่าของหลักทรัพย์ ทั้งหมดที่โฆษณาชี้ชวนให้ซื้อ (๒) ชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ (๓) ประเภทของธุรกิจที่จะดำเนินการ หรือกำลังดำเนินการ (๔) สถานที่ และวันเวลาที่จะขอรับหนังสือชี้ชวนได้ (๕) ชื่อผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (ถ้ามี) (๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  89. Section ๘๑

    เมื่อได้เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชน จำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายหลัทรัพย์ต่อสำนัและในกรณีที่ผู้ เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์เสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้จัดจำหน่าย หลักทรัพย์ให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดบริษัทหรือเจ้ ของหลักทรัพย์แจ้งจำนวนหลักทรัพย์ และ จำนวนเงินส่วนที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้รับซื้อไว้เองด้วย การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศ กำหนด

  90. Section ๘๒

    ในกรณีที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือ ชี้ชวนมีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญให้บุคคลใด ๆที่ ซื้อหลักทรัพย์จากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และยังเป็นเจ้าของ หลักทรัพย์อยู่และได้รับความเสียหายจากการนั้น มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ดังกล่าวได้ - - บุ คลผู้ซื้อหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่ เสียหายตามวรรคหนึ่ ต้องเป็ผู้ซื้อ หลักทรัพย์ก่อนที่จะปรากฏข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่แบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

  91. Section ๘๓

    ให้บุคคลดังต่อไปนี้ับผิดตามมาตรา ๘๒ร่วมกับบริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น หรือโดยตำแหน่งหน้าที่ตนไม่อาจล่วงรู้ถึงความ แท้จริงของข้อมูลหรือการขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งนั้น (๑) กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน (๒) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการ เสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน (๓) ผู้จัดจำหน่ายหลัทรัพย์ ผู้สอบบัญชี ที่ปรึ ษาทางการเงิ หรือผู้ประเมินราคา ทรัพย์สินซึ่งจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงลงลายมือชื่อรับรองข้อมูลในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน

  92. Section ๘๔

    บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และบุคคลตามมาตรา ๘๓ไม่ต้องรับผิด ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ซื้อหลักทรัพย์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าข้อความหรือรายการเป็เท็จ หรือขาด ข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญ หรือ (๒) ความเสียหายที่เกิดขึ้นอันมิใช่เป็นผลมาจากการได้รับข้อความหรือรายการที่ เป็นเท็จ หรือการไม่แจ้งข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญ

  93. Section ๘๕

    ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ให้มีผลเป็นจำนวนเท่ากับ ส่วนต่างของจำนวนเงินที่ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้จ่ายไปสำหรับการได้มาซึ่งหลักทรัพย์นั้นกับ ราคาที่ควรจะเป็หากมีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องตามที่ส นักงานกำหนดซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าที่ ตราไว้ของหลักทรัพย์นั้นบวกด้วยดอกเบี้ยของจำนวนส่วนต่างดังกล่าวสำหรับระยะเวลาที่ถือ หลักทรัพย์ตามอัตราดอกเบี้ยสูงสุดโดยเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์อย่างน้อยสี่แห่งตามที่สำนักงานกำหนด พึงจ่ายสำหรับเงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป

  94. Section ๘๖

    สิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ให้มีอายุความหนึ่งปี นับจากวันที่ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน มีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งแต่ไม่เกินสองปีนับจากวันที่แบบ แสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

  95. Section ๘๗

    การมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนมิได้เป็นการแสดงว่ คณะกรรมการก.ล.ต. และสำนักงานได้ับรองถึงความ ถูกต้องของข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และในหนังสือชี้ชวนดังกล่าว หรือ ก.ล.ต. และสำนังานได้ประกันราคาของหลัทรัพย์ที่เสนอขายนั้น - -

  96. Section ๘๘

    บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องส่งมอบหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อ หลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  97. Section ๘๙

    ผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็นต่องบการเงินซึ่งเผยแพร่ไว้ในแบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่และหนังสือชี้ชวนในหมวดนี้ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ สำนักงานให้ความเห็นชอบ หมวด ๓/๑ การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์๔๑ มาตรา ๘๙/๑๔๒ ในหมวดนี้ “บริษัท”หมายความว่ (๑) บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชน เว้นแต่บริษัท มหาชนจำกัดที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๒) บริษัทมหาชนจำกัดที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือ หลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ “บริษัทย่อย” หมายความว่า (๑) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บริษัทมีอำนาจควบคุมกิจการ (๒) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บริษัทย่อยตาม (๑) มีอำนาจควบคุม กิจการ (๓) บริษัทจำกัดหรือบริัทมหาชนจำกัดที่อยู่ภายใต้อำนาจควบคุ กิจการต่อเป็น ทอดๆโดยเริ่มจากการอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมกิจการของบริษัทย่อยตาม (๒) “คณะกรรมการ”หมายความว่ คณะกรรมการของบริษัท “กรรมการ”หมายความว่ากรรมการของบริษัท “ผู้บริหาร” หมายความว่ ผู้จัดการหรือบุ คลซึ่งรับผิดชอบในการบริหารงานของ บริษัทไม่ว่าโดยพฤติการณ์หรือโดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนด “บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง” หมายความว่า บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะใด ลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ หมวด ๓/๑การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ มาตรา ๘๙/๑ถึงมาตรา ๘๙/๓๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘๙/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๑) บุคคลที่มีอำนาจควบคุมกิจการบริษัท และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคลให้ หมายความรวมถึงกรรมการของนิติบุคคลนั้นด้วย (๒) คู่สมรส บุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลตาม(๑) (๓) นิติบุคคลที่บุคคลตาม(๑) หรือ (๒) มีอำนาจควบคุมกิจการ (๔) บุคคลอื่นที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด เมื่อบุคคลใดกระทำการด้วยความเข้าใจหรือความตกลงว่าหากบริษัททำธุรกรรมที่ ให้ประโยชน์ทางการเงินแก่บุคคลดังกล่าวกรรมการผู้บริหาร หรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) จะได้รับ ประโยชน์ทางการเงินด้วย ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสำหรับการทำธุรกรรม นั้น “อำนาจควบคุมกิจการ”หมายความว่า (๑) การถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในนิติบุคคลหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวน สิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น (๒) การมีอำนาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุ ผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หรือไม่ว่าเพราะเหตุอื่นใด (๓) การมีอำนาจควบคุ การแต่ ตั้ หรือถอดถอนกรรมการตั้ แต่กึ่ หนึ่ ของ กรรมการทั้งหมดไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม มาตรา ๘๙/๒๔๓ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทกระทำการใดอันเป็นการ ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นใดที่รับจ้างทำงานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะโดยการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน ลักษณะงาน หรือสถานที่ ทำงาน สั่งพักงาน ข่มขู่ รบกวนการปฏิบัติงาน เลิกจ้าง หรือกระทำการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการ ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลดังกล่าวด้วยเหตุที่บุคคลนั้น (๑) ให้ข้อมูล ให้ความร่วมมือ หรือให้ความช่วยเหลือไม่ว่าด้วยประการใดๆแก่ คณะกรรมการก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือ อันเกี่ยวข้องกับกรณีที่พนักงาน ลูกจ้างหรือบุคคลอื่นใดนั้นเชื่อหรือมีเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ (๒) ให้ถ้อยคำ ยื่นเอกสารหลักฐาน หรือให้ความช่วยเหลือไม่ว่าด้วยประการใด ๆ แก่คณะกรรมการก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา หรือตรวจสอบกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าจะกระทำไป โดยที่คณะกรรมการก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือสำนักงานมีคำสั่งให้ปฏิบัติหรือไม่

  98. ส่วนที่ ๑ มาตรา ๘๙/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
  99. ส่วนที่ ๒ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร๔๙
  100. ส่วนที่ ๓ การประชุมผู้ถือหุ้น
  101. หมวด ๔ ธุรกิจหลักทรัพย์
  102. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งและการออกใบอนุญาต4 sections
  103. Section ๙๐

    การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จะกระทำได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งในรูปบริษัท จำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดหรือเมื่อเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้ โดยได้รับ ใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการก.ล.ต. วรรคสอง๗๖ (ยกเลิก) การควบบริษัทหลักทรัพย์เข้ากันให้ถือว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัท มหาชนจำกัดแล้วแต่กรณี การขอรับใบอนุญาต การขอความเห็นชอบ การออกใบอนุญาตและการให้ความ เห็นชอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ตลอดจนเสียค่าธรรมเนียมตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง

  104. Section ๙๑

    ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ของประเทศหรือเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ ในกรณีที่สภาพการณ์ที่ก่อให้เกิดความจำเป็นตามวรรคหนึ่ เปลี่ยนแปลงไป รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ แล้วนั้นได้

  105. Section ๙๒

    บริษัทหลักทรัพย์อาจมีสำนักงานสาขาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด การจัดตั้งสำนักงานสาขาของสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่นให้เป็นไป ตามกฎหมายว่ ด้วยการนั้น [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  106. Section ๙๓

    ผู้ใดจะกระทำการแทนบริัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุ กิจหลักทรัพย์ ตามกฎหมายต่างประเทศ โดยมีสำนักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาต จากสำนักงาน ให้ผู้กระทำการแทนตามวรรคหนึ่งทำกิจการได้เฉพาะที่ระบุไว้ในการอนุญาต มิให้นำความในมาตรา ๙๕มาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรานี้ แต่ผู้ได้รับ อนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด

  107. ส่วนที่ ๒ มาตรา ๙๐วรรคสองยกเลิกโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)17 sections
  108. Section ๙๔

    บริษัทหลักทรัพย์ต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “บริษัทหลักทรัพย์”นำหน้าและ “จำกัด”ต่อท้าย

  109. Section ๙๕

    ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากบริษัทหลักทรัพย์ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า “บริษัทหลักทรัพย์”หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

  110. Section ๙๖

    คณะกรรมการก.ล.ต. อาจกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีทุนจด ทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ตามจำนวนที่กำหนดสำหรับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทใดประเภท หนึ่งหรือไม่ก็ได้ เว้นแต่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการค้าหลักทรัพย์หรือ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือที่มีการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ก.ล.ต. ต้องกำหนดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้าน บาท (๑) มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้ ไว้ในความครอบครอง (๒) มีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเอง (๓) มีภาระความรับผิดชอบต่อระบบชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์

  111. Section ๙๗

    ให้บริษัทหลักทรัพย์ดำรงเงินกองทุนให้เพียงพอตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนด

  112. Section ๙๘

    ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำการดังต่อไปนี้ (๑) ลดทุนโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (๒) กระทำการใด ๆอัจะทำให้ลูกค้ หรือบุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา คุณค่า และลักษณะของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง (๓) กระทำการใดๆอันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการเอา เปรียบลูกค้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๔) ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็การซื้อขายในนามของตนเองหรือลูกค้า เว้นแต่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กระทำได้ (๕) ขายหลักทรัพย์โดยที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองหรือมิได้มี บุคคลใดมอบหมายให้ขายหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้ กระทำได้ (๖) รับคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์จากลูกค้านอกสถานที่ทำการของสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา เว้นแต่สำนักงานจะกำหนดเป็นอย่างอื่น (๗) ซื้อหรือมีหุ้น เว้นแต่ มาตรา ๙๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - - (ก) เป็นการได้าเนื่องจากประกอบการค้าหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ ย หลักทรัพย์ หรือธุรกิจหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด หรือ (ข) เป็นการได้มาโดยได้รับผ่อนผันจากสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและ วิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๘) ประกอบกิจการอื่นใดที่มิใช่ธุ กิจหลักทรัพย์ในประเภทที่ได้ับอนุญาต เว้นแต่ จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน การประกอบกิจการอื่นใดตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อ ขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือการค้า หลักทรัพย์หรือการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และในศูนย์ซื้อขาย หลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าหลักทรัพย์ (๙) ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาโดยมิได้รับอนุญาตจากสำนักงาน (๑๐) โฆษณากิจการของบริษัทหลัทรัพย์นั้ เว้นแต่การโฆษณานั้นจะได้กระทำ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  113. Section ๙๙

    ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ครอบครอง อยู่ในขณะใดขณะหนึ่งว่า บริษัทหลักทรัพย์ได้ครอบครองไว้เพื่อตนเองหรือเพื่อลูกค้าของบริษัท หลักทรัพย์ หรือบริษัทได้ครอบครองไว้เพื่อลูกค้ารายใด ให้เป็นไปตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ (๑) ให้การครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์อยู่ใน ลำดับก่อนการครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อตนเอง (๒) ให้ลูกค้าที่สั่งซื้อก่อนได้รับประโยชน์ตามลำดับก่อนหลังหลักทรัพย์ที่ซื้อ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทหลักทรัพย์นั้นจะยึดถือหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ด้วยหรือไม่ก็ตาม

  114. Section ๑๐๐

    การตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ต้อง ได้รับอนุญาตจากสำนักงานก่อน การขอรับอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  115. Section ๑๐๑

    ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานภายในสิบห้าวัน นับ แต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทหลักทรัพย์ - -

  116. Section ๑๐๒

    การให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด มาตรา ๑๐๓ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของบริษัท หลักทรัพย์ (๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๒) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ กระทำโดยทุจริต (๓) เคยเป็นกรรมการ ผู้ จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบัน การเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (๔)๗๙ เป็นกรรมการ ผู้จัด หรือบุ คลผู้ มีอำนาจในการจัดการของบริษัท หลักทรัพย์อื่น เว้นแต่จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด (๕) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตาม มาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๔๕หรือเคยถูกถอดถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น (๖) เป็นข้าราชการการเมือง (๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมบริษัทหลักทรัพย์ พนักงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานเว้นแต่ (ก) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ หรือ (ข) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๔๕ (ค) เป็นกรณีของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณ (๘)๘๐ (ยกเลิ ) (๙) เป็นบุคคลซึ่งมิได้มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงานหรือ คุณสมบัติอื่น ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๑๐) มีลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ กำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] มาตรา ๑๐๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๐๓(๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๐๓(๘) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  117. Section ๑๐๔

    บริัทหลักทรัพย์จะแต่งตั้งกรรมการหรือผู้จัด หรือทำสัญญาให้ บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์ได้ ต่อเมื่อได้รับความ เห็นชอบจากสำ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๓ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนความเห็นชอบที่ได้ให้ไว้แล้วได้และให้บริษัทหลักทรัพย์เสนอชื่อ บุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนความ เห็นชอบ ให้นำความในมาตรา ๑๐๓มาใช้บังคับแก่บุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ทำสัญญาให้มี อำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ตลอดจนผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่ บุคคลนั้นด้วยโดยอนุโลม

  118. Section ๑๐๕

    ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะ การเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงโดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่ หน่วยราชการที่เกี่ ยวข้องให้ วามเห็ชอบและข้อกำหนดเพิ่ เติมตามที่ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

  119. Section ๑๐๖

    ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนทุกงวด การ บัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนดงบดุลนั้นต้องมีการตรวจสอบ และแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในรอบปีบัญชีนั้นและ ผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่จัดทำขึ้นตามวรรคหนึ่ง ทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือน โดยให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยณสำนักงานของบริษัท หลักทรัพย์นั้นลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับและเสนอต่อ สำนักงานหนึ่งฉบับ การจัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนสำหรับงวดการบัญชี อบระยะเวลาหกเดือน แรกของปีบัญชีตามวรรคหนึ่งและการประกาศตามวรรคสอง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสาม เดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชี และสำหรับงวดประจำปีบัญชี ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบ เอ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ระยะเวลาทั้งหมดต้องไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปี บัญชีนั้น ทั้งนี้ เว้ แต่สำนักงานจะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

  120. Section ๑๐๗

    ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๑๐๖ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติงานสอบ บัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและ ข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีและหรือลงบัญชีไม่ตรง กับความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชีที่มีผลกระทบต่องบ การเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอน การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้ ได้ - -

  121. Section ๑๐๘

    ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศรายการหรือเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับ บริษัทหลักทรัพย์นั้นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่สำ งานกำหนด ประกาศรายการหรือข้อมูล ดังกล่าว ให้แสดงไว้ในที่เปิดเผยณสำนักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และให้รายงานต่อสำนักงาน ทราบพร้อมด้วยสำเนาประกาศรายการหรือข้อมูลที่เปิดเผย

  122. Section ๑๐๙

    สำนักงานจะกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ใดยื่นรายงานหรือแสดง เอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่สำนักงานกำหนดก็ได้ และสำนักงานจะให้ทำคำ ชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารนั้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ ภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด รายงานและเอกสารที่ยื่นหรือแสดงหรือคำชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความตาม วรรคหนึ่ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทำให้ รบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  123. Section ๑๑๐

    บริ ทหลักทรัพย์ต้องเปิดทำการตามเวลาและหยุดทำการตามวันที่ สำนักงานกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เปิดทำการหรือหยุดทำการในเวลาหรือวัน อื่น

  124. Section ๑๑๑

    มิให้นำความในมาตรา ๙๔มาตรา ๙๘(๑) (๗) (๘) และ(๙) มาตรา ๑๐๔มาตรา ๑๐๖มาตรา ๑๐๗มาตรา ๑๐๘และมาตรา ๑๑๐มาใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่ จัดตั้งตามกฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๙๐ มาตรา ๑๑๑/๑๘๑ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกศาลสั่ง พิทักษ์ทรัพย์หรือถูกทางการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมายอื่นสั่งระงับการดำเนิน กิจการบางส่วนหรือทั้งหมด ให้นำความในมาตรา ๔๓มาตรา ๔๔มาตรา ๔๕และมาตรา ๔๖แห่ง พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้ พ.ศ. ๒๕๔๖มาใช้บังคับแก่ลูกค้า และทรัพย์สินที่ถือว่าเป็น ของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ในการนี้ให้สันนิษฐานว่ารายการและจำนวน ทรัพย์สินของลู ค้ ซึ่งปรากฏตามบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์จัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนดเป็นรายการและจำนวนที่ถูกต้อง เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ “ลูกค้า”หมายความว่า (๑) บุคคลที่ใช้บริการด้านธุรกิจหลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ประเภทการเป็น นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนดและมีฐานะสุทธิเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีสิทธิเรียกเอาเงิน หลักทรัพย์ ตราสารทางการเงิ หรือทรัพย์สินอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ับ ได้มาหรือมีไว้เพื่อบุคคลดังกล่าว มาตรา ๑๑๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๒) บุคคลอื่นนอกจากบุ คลตาม (๑) ซึ่ มีฐานะสุทธิเป็เจ้ หนี้ของบริษัท หลักทรัพย์อันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ บริษัทหลักทรัพย์ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของบุคคลตาม(๑) “ทรัพย์สินที่ถือว่าเป็นของลูกค้า”หมายความว่า (๑) บรรดาทรัพย์ิ ของลูกค้าและทรัพย์สิ อื่นที่ได้มาแทนทรัพย์สินของลู ค้ ตลอดจนดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครอง หรืออำนาจสั่งการหรือสั่งจำหน่าย ของบริษัทหลักทรัพย์ อันเนื่องมาจากประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขาย หลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๒) หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดที่บริษัทหลักทรัพย์ถือไว้ในลักษณะเป็น เจ้าของ ซึ่งเป็นหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินที่ออกโดยนิติบุคคลเดียวกันหรือโครงการจัดการ กองทุนรวมเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกันกับหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินของลูกค้า ทั้งนี้ ในจำนวนที่จำเป็นเพื่อการส่งคืนหลัทรัพย์หรือตราสารทางการเงินประเภทและชนิดเดียวกันนั้นแก่ ลูกค้าตามสิทธิเรียกร้องที่ลูกค้ามีต่อบริษัทหลักทรัพย์

  125. ส่วนที่ ๓ การเป็นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์2 sections
  126. Section ๑๑๒

    ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทำ สัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าที่มอบหมายให้ทำการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในการนี้ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนอาจกำหนดรายการอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็น ธรรมแก่คู่สัญญาดังกล่าวก็ได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  127. Section ๑๑๓

    ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้อง ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

  128. ส่วนที่ ๔ การค้าหลักทรัพย์1 sections
  129. Section ๑๑๔

    ในการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการค้าหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] มาตรา ๑๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  130. ส่วนที่ ๕ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุ1 sections
  131. Section ๑๑๕

    ในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดและคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนจะกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์อาจเรียกจากลูกค้าในการ เป็นที่ปรึกษาการลงทุนด้วยก็ได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  132. ส่วนที่ ๖ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์1 sections
  133. Section ๑๑๖

    ในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดและคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนจะกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์ อาจเรียกจากลูกค้าในการ จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ด้วยก็ได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  134. ส่วนที่ ๗ การจัดการกองทุนรวม24 sections
  135. Section ๑๑๗

    ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จะจัดตั้งและจัดการ กองทุนรวมได้ เมื่ อคำขอจัดตั้ กองทุ รวมนั้ นได้รับอนุ ติ จากสำทั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  136. Section ๑๑๘

    ในการยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนรวมตามมาตรา ๑๑๗บริษัทหลักทรัพย์ ต้องส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย (๑) รายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมตามรายการที่สำ กงานประกาศ กำหนด (๒) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ - - (๓) ร่างสัญญาจัดตั้ ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

  137. Section ๑๑๙

    ข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์อย่างน้อยต้อง มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (๑) อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทหลักทรัพย์ (๒) การแต่งตั้ง เงื่อนไขการเปลี่ยนตัวและค่าตอบแทนของผู้ดูแลผลประโยชน์ของ กองทุนรวม (๓) อัตรา และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบำเหน็จในการจัดการกองทุนรวม (๔) สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน (๕) การเลิกกองทุนรวมไม่ว่าเพราะเหตุครบกำหนดอายุของโครงการจัดการกองทุน รวมหรือเพราะเหตุอื่นใด (๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  138. Section ๑๒๐

    ข้อผู พัตามมาตรา ๑๑๙และสัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของ กองทุนรวมต้องไม่มีข้อจำกัดความรับผิดของบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีลักษณะอัน ไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งให้ตก เป็นโมฆะ

  139. Section ๑๒๑

    ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมต้องเป็นธนาคารพาณิชย์หรือ สถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ในการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง สำนักงานจะกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้เป็น สำคัญ (๑) เงินกองทุนสินทรัพย์รวมสุทธิ และผลการดำเนินงานของผู้ที่จะเป็นผู้ดูแล ผลประโยชน์ (๒) ความสัมพันธ์ของผู้ดูแลผลประโยชน์กับบริษัทหลักทรัพย์ (๓) การจัดองค์ รและการควบคุมภายในเพื่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดูแล ผลประโยชน์

  140. Section ๑๒๒

    เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตาม มาตรา ๑๑๗แล้วและก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชน ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวม

  141. Section ๑๒๓

    การเสนอขายหน่วยลงทุ ต่อประชาชนจะกระทำได้ต่อเมื่อบริษัท หลักทรัพย์ได้จัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนพร้อมทั้งระบุวันที่ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการ กองทุนรวมไว้ด้วย - - หนัสือชี้ชวนต้องเป็ไปตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนดสำหรับรายการใน หนังสือชี้ชวนที่ตรงกับรายการในโครงการจัดการกองทุนรวมต้องมีสาระสำคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

  142. Section ๑๒๔

    เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายหน่วยลงทุนในแต่ละโครงการจัดการ กองทุนรวมให้รวมเข้ เป็นกองทรัพย์ิน และให้บริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนกองทรัพย์สินดังกล่าว เป็นกองทุนรวมกับสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ กำหนด กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัท หลักทรัพย์นำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนตามโครงการจัดการกองทุนรวมตามที่ได้รับอนุมัติ โดยให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกองทุนรวม ให้กองทุนรวมตามวรรคสองมีสัญชาติเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ในการดำเนินการของกองทุนรวม [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  143. Section ๑๒๕

    ในการจัดการกองทุนรวมบริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) จัดการให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติ ตลอดจนข้อ ผูกพันที่ทำไว้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างเคร่งครัด (๒) จัดให้มีการฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน รวม (๓) จัดทำบัญชีแสดงการลงทุนของกองทุนรวมไว้โดยถูกต้องครบถ้วน (๔) จัดทำรายงานการลงทุนของกองทุนรวมให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด (๕) จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศ กำหนดด้วยความเห็ชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุ (๖) จัดให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการนำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนและ นำผลประโยชน์ดังกล่ วฝากไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  144. Section ๑๒๖

    ในการจัดการกองทุนรวม ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) กระทำการใดๆอันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ ถือหน่วยลงทุนตามที่สำนักงานประกาศกำหนด (๒) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการนั้นเอง (๓) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่บริษัทหลัทรัพย์เดียวกัน นั้นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ - - (๔) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริัทใดเกินอัตราส่วนที่ งานประกาศ กำหนด ทั้งนี้ สำนักงานจะกำหนดตามประเภทของหลักทรัพย์หรือตามประเภทของกิจการของบริษัท นั้นก็ได้ (๕)๘๓ กู้ยืมเงินในนามของกองทุนรวม หรือก่อภาระผูกพันใดๆแก่ทรัพย์สินของ กองทุนรวม เว้นแต่เป็นการเข้าผูกพัตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตามหลัเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด การประกาศตาม(๔) สำนักงานจะประกาศกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ถือปฏิบัติ สำหรับแต่ละกองทุนรวมหรือรวมทุกกองทุนรวมที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก็ได้

  145. Section ๑๒๗

    ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ดูแลให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๕โดยเคร่งครัด (๒) รับฝากทรัพย์สิ ของกองทุนรวมโดยแยกไว้ต่างหากจากทรัพย์สินอื่น พร้อมทั้ง ดูแลให้การเบิกจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวมเป็นไปตามที่ระบุไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวม (๓) จัดทำบัญชีแสดงการรับจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวม (๔) จัดทำรายงานเสนอต่อสำนักงาน ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทำการ หรืองด เว้นกระทำการจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวมหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๕ (๕) ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามหน้าที่ของตน หรือ ฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือ หน่วยลงทุนทั้งปวง หรือเมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักงาน ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวม ใดให้เรียกร้องจากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

  146. Section ๑๒๘

    ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการจน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรา ๑๒๕ให้ผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวมจัดทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องดักล่าวโดยละเอียดและส่งให้แก่สำนักงาน ภายในห้าวันนับแต่วันที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมรู้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ในกรณีที่สำนักงานได้ับรายงานตามวรรคหนึ่ง และพิจารณาเห็ว่าการกระทำของ บริษัทหลักทรัพย์เป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้ง ปวง ให้สำนักงานมีอำนาจสั่ ให้บริษัทหลักทรัพย์แก้ไขการกระทำหรืองดเว้ การกระทำที่อาจ ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๒๕ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานที่สั่งตามวรรคสอง ให้ สำนักงานมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) สั่งเพิกถอนการเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทหลักทรัพย์นั้นและ แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นเข้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการแทน ทั้ งนี้ ให้ถือว่าบริษัท หลักทรัพย์ที่สำนักงานแต่งตั้งได้รับไปซึ่งสิทธิและหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งเพิกถอน (๒) สั่งให้บริษัทหลักทรัพย์เลิกกองทุนรวมนั้ มาตรา ๑๒๖(๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๖ - -

  147. Section ๑๒๙

    ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม โครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีจัดการ หากมิได้กระทำ ตามมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของ จำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของโครงการจัดการกองทุนรวมนั้น จะต้องได้รับความ เห็นชอบจากสำนักงาน ในกรณีที่การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีจัดการได้กระทำตาม มติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีมติ ให้แก้ไข ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีจัดการ ไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคน และประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่ อย่างน้อยหนึ่งฉบับ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานหรือวันที่ได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่ กรณี

  148. Section ๑๓๐

    เมื่อเลิ กองทุนรวมแล้ว ให้บริัทหลักทรัพย์แต่ ตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อ ทำหน้าที่รวบรวมและแจกจ่ายทรัพย์สินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งทำการอย่างอื่นตามแต่จำเป็น เพื่อชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด ผู้ชำระบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานก่อน ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการชำระบัญชีของกองทุนรวมใด ให้จ่ายจาก ทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  149. Section ๑๓๑

    เมื่อการชำระบัญชีเสร็จสิ้นให้ผู้ชำระบัญชีขอจดทะเบียนเลิกกองทุน รวมกับสำนักงาน ภายหลังจดทะเบียนเลิกกองทุนรวมแล้ว หากปรากฏว่ายังมีทรัพย์สินคงค้างอยู่ให้ผู้ ชำระบัญชีจัดการโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำ

  150. Section ๑๓๒

    ให้นำความในมาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๘๐มาตรา ๘๑มาตรา ๘๒มาตรา ๘๓มาตรา ๘๔มาตรา ๘๕มาตรา ๘๖มาตรา ๘๗และมาตรา ๘๙รวมทั้งบทกำหนด โทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับแก่การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนและการฟ้องร้องบังคับคดีกับ ผู้ดูแลผลประโยชน์โดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของกองทุนรวมใดให้เรียกร้องได้จาก ทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น ส่วนที่ ๘ - - การจัดการกองทุนส่วนบุคคล๘๔

  151. Section ๑๓๓

    ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรัษาผลประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดย ใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ให้บริษัทหลักทรัพย์ทำสัญญาเป็นหนังสือกับบุคคลหรือคณะบุคคลที่มอบหมายให้ จัดการกองทุนส่วนบุคคล และต้องดำเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในการนี้ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมี อำนาจกำหนดรายการอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาดังกล่าวได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  152. Section ๑๓๔

    ในการจัดการกองทุ ส่วนบุคคลบริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มี ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยความเห็นชอบของสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการ ที่ ณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้นำความในมาตรา ๑๓๓วรรค หนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลดำเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคสองหรือวรรคสาม ให้ สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลนั้นได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  153. Section ๑๓๕

    ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้รับ ฝากทรัพย์สิ โดยความเห็นชอบของสำทั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่ อนไข และวิธีารที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด บริษัทหลักทรัพย์อาจเป็ผู้รับฝากทรัพย์ินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน บุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน ส่วนที่ ๘การจัดการกองทุนส่วนบุคคล มาตรา ๑๓๓ถึง มาตรา ๑๔๐แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - - บุ คลและได้รับความเห็นชอบจากสำทั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่ อนไข และวิธารที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  154. Section ๑๓๖

    ให้บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุน ส่วนบุคคลออกจากทรัพย์สินของตน และในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้ มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ให้บริษัทหลักทรัพย์นำ ทรัพย์สินนั้นไปฝากไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๑๓๕วรรคหนึ่ง ภายใน วันทำการถัดจากวันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับทรัพย์สินนั้นมาหรือภายในระยะเวลาตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนด

  155. Section ๑๓๗

    ในการรับฝากทรัพย์สิน ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินแยกทรัพย์สินที่ตนรับ ฝากไว้ออกจากทรัพย์สินอื่นของตน และดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่รับฝากนั้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด ผู้รับฝากทรัพย์สินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้ส งานมีอำนาจเพิก ถอนการให้ความเห็นชอบผู้รับฝากทรัพย์สินนั้นได้

  156. Section ๑๓๘

    บรรดาทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลต้อง ลงชื่อของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและชื่อของบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะผู้ทำการแทน ไว้ด้วย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สำนักงานประกาศ กำหนด

  157. Section ๑๓๙

    ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำ การดังต่อไปนี้ (๑) ลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นใดเพื่อเป็นทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการ กองทุนส่วนบุคคล นอกจากที่ได้ตกลงกัไว้ตามสัญญามอบหมายให้จัดการกองทุ ส่วนบุคคล มาตรา ๑๓๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - - (๒) รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน บุคคล เว้นแต่เป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญามอบหมาย ให้จัดการกองทุ ส่วนบุคคล (๓) ซื้อหรือขายทรัพย์สินในนามของตนเองให้แก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน บุ คลโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าถึ การกระทำดังกล่าว (๔) ให้คำรับรองแก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลว่าจะมีกำไรหรือ ผลตอบแทนในอัตราที่แน่นอนหรือสัญญาว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กำหนดไว้โดยแน่นอน เว้นแต่ เป็นการให้คำรับรองตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด (๕) กระทำการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนด

  158. Section ๑๔๐

    ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำบัญชีแสดงฐานะทางการเงินของกองทุ ส่วนบุคคลแต่ละรายตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบบัญชี แสดงให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีลักษณะตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ให้ บริษัทหลักทรัพย์จัดทำงบการเงินของกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นอยู่ตามความเป็จริ และต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด การกำหนด ดังกล่าวให้คำนึ ถึ มาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่า ด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบแล้วด้วย งบการเงินตามวรรคสองต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่ ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้าง ของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้สอบบัญชีของกองทุนส่วนบุคคลต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อ แสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และข้อกำหนด เพิ่มเติมตามที่ ณะกรรมการกำกับตลาดทุ ประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลในงบ การเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ รบถ้วนให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริ และผลกระทบที่เป็น สาระสำคัญต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่หรือวรรคห้ ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนการ ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  159. ส่วนที่ ๙ การเพิกถอนใบอนุญาตและการเลิกบริษัท12 sections
  160. Section ๑๔๑

    ในกรณีที่ส นักงานเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใด (๑) จัดทำบัญชีไม่เรียบร้อยหรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร (๒) กระทำการหรือไม่ ระทำการตามที่สำนักงานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขการกระทำดังกล่าวหรือกระทำ การหรืองดเว้นกระทำการตามที่สำนักงานเห็นสมควรภายในเวลาที่กำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  161. Section ๑๔๒

    เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสำนักงานว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมี การดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้ สำนักงานมีอ นาจสั่ ให้บริษัทหลัทรัพย์นั้นแก้ไขฐานะหรือการดำเนิ งานดักล่าวได้ภายใน ระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

  162. Section ๑๔๓

    ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมี ฐานะหรือมีการดำเนิ งานอยู่ในลัษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ประโยชน์ของประชาชนให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ดำเนินการ แก้ไขการบริหารงานให้ถูกต้องหรือดำเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน กำหนดในการนี้ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นด้วยก็ได้ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ดำเนินการแก้ไขหรือไม่สามารถแก้ไขการดำเนินงานดังกล่าว ได้ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัท หลักทรัพย์นั้นได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  163. Section ๑๔๔

    เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสำงานว่ บริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมี การดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน หรือ กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๑๔๑หรือมาตรา ๑๔๒ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ นั้นถอดถอนกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ผู้เป็น ต้นเหตุดังกล่าวออกจากตำแหน่งได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแต่งตั้งบุคคลอื่นโดยความเห็นชอบ จากสำนักงานเข้าดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน - -

  164. Section ๑๔๕

    บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ถอดถอนบุคคลหรือถอดถอนแล้วไม่แต่งตั้ง บุคคลอื่นเข้าดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน ให้สำนักงานด้วยความ เห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจสั่งดังต่อไปนี้ (๑) ถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ั้นไม่ถอดถอน (๒) แต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดไปดำรงตำแหน่งแทนผู้ซึ่งถูกถอดถอนเป็นเวลาไม่เกิน สามปี และให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดโดยให้จ่ายจาก ทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และในระหว่างเวลาที่บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งอยู่ ผู้ถือหุ้นของ บริษัทหลักทรัพย์จะมีมติเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของสำนักงานมิได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าคำสั่งของสำนักงานตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใดๆไม่ว่าโดยทางตรงและ ทางอ้อมในบริัทหลักทรัพย์นั้นมิได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับ แต่งตั้งแทน [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  165. Section ๑๔๖

    บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๑๔๔ให้สำนักงานรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการก.ล.ต. มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

  166. Section ๑๔๗

    ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ประกอบกิจการตามประเภทที่ได้รับ ใบอนุญาตในปริมาณที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนดในช่วงระยะเวลาสองปีใดๆให้รัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่ เพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการทุก ประเภทหรือประเภทใดประเภทหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตนั้นได้

  167. Section ๑๔๘

    ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๖หรือมาตรา ๑๔๗ที่เป็นการสั่งเพิกถอนการประกอบกิจการทุกประเภทให้บริัทหลักทรัพย์ที่ ถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวเป็นอันเลิกบริษัท ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่อาจประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ ตามกฎหมายอื่น

  168. Section ๑๔๙

    ในการเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์ ให้รัฐมนตรีแจ้งเป็น หนังสือให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทราบและปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยณสำนักงานของบริษัท หลักทรัพย์นั้น กับทั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อย หนึ่งฉบับ - -

  169. Section ๑๕๐

    บริ ทหลักทรัพย์ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามประเภทที่ ได้รับใบอนุญาตให้ยื่นขออนุญาตเลิกประกอบกิจการต่อรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการ อนุญาตรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขใดๆก็ได้

  170. Section ๑๕๑

    เมื่อบริัทหลักทรัพย์ใดเลิกกิจการหรือเลิกประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทำการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ใน รายการที่ค้างอยู่ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

  171. Section ๑๕๒

    เมื่อมีการเลิกบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๔๘ให้มีการชำระบัญชี และให้สำนักงานแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี การชำระบัญชีให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า ด้วยการชำระบัญชีบริษัทจำกัด หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดว่าด้วยการชำระบัญชี แล้วแต่ กรณีเว้นแต่การใดที่เป็นอำนาจและหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงาน ค่ ใช้จ่ายในการชำระบัญชีของบริษัทหลัทรัพย์ใดให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัท หลักทรัพย์นั้น

  172. หมวด ๕ ตลาดหลักทรัพย์
  173. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้ง6 sections
  174. Section ๑๕๓

    ให้จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเรียกว่า “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย”มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์โดยไม่นำผลกำไรมาแบ่งปันกันดังนี้ (๑) จัดให้มีการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน รวมตลอดถึงการ จัดระบบและวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ดังกล่าว (๒) ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ อันได้แก่ ธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับ หลักทรัพย์จดทะเบียนโดยเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลัทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ ธุรกิจ ให้บริการด้านข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือธุรกิจทำนองเดียวกัน (๓) ประกอบธุรกิจอื่นใดนอกจาก (๑) และ(๒) โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

  175. Section ๑๕๔

    ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบแห่ง วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๑๕๓อำนาจเช่นว่ นี้ให้รวมถึง - - (๑) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่างๆครอบครองเช่ หรือให้เช่า เช่าซื้อ หรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือรับจำนองขายหรือจำหน่าย ด้วยวิธีอื่นใดซึ่งสัหาริมทรัพย์หรืออสังหาริ ทรัพย์ (๒) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์

  176. Section ๑๕๕

    ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์หรือกิจการที่มี ลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากตลาดหลักทรัพย์ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

  177. Section ๑๕๖

    ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากตลาดหลักทรัพย์ ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อใน ธุรกิจว่า “ตลาดหลักทรัพย์”หรือ “ตลาดหุ้น”หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

  178. Section ๑๕๗

    หลัทรัพย์ที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเป็นหลักทรัพย์ที่จด ทะเบียนตามส่วนที่ ๔แห่งหมวดนี้

  179. Section ๑๕๘

    บริษัทหลักทรัพย์ที่จะทำการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขาย หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเป็สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์

  180. ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์19 sections
  181. Section ๑๕๙

    ให้มีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลซึ่ง คณะกรรมการก.ล.ต. แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน กับบุคคลซึ่งสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘เลือกตั้งอีก จำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดย ตำแหน่ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้มีความรู้และ ประสบการณ์ในกิจการตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุ กิจการเงินเป็อย่ งดีและอย่างน้อย หนึ่งคนต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่งนอกจาก ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นประธานกรรมการ และจะเลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์อีกคนหนึ่ง เป็นรองประธานกรรมการด้วยก็ได้

  182. Section ๑๖๐

    กรรมการตลาดหลักทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุ คลล้มละลาย (๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ - - (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือ หรือ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภา ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับเลือกตั้ง (๕) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ออก

  183. Section ๑๖๑

    ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ดำรง ตำแหน่งคราวละสองปี แต่ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่ง คณะกรรมการก.ล.ต. แต่งตั้งและกรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งสมาชิกเลือกตั้งออกจากตำแหน่งฝ่าย ละสองคนโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระ ด้วย กรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง ได้อีกแต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิ สองวาระมิได้

  184. Section ๑๖๒

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่ ตามวาระกรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้น จากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ก.ล.ต. มีมติให้ออก (๔) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ เมื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการก.ล.ต. แต่งตั้งหรือสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘เลือกตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แทน แล้วแต่ กรณี

  185. Section ๑๖๓

    ให้นำความในมาตรา ๑๐วรรคสอง มาตรา ๑๑วรรคสอง มาตรา ๑๒และมาตรา ๑๓มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  186. Section ๑๖๔

    ให้ ณะกรรมการตลาดหลัทรัพย์เป็นผู้แต่ ตั้ ผู้จัดการตลาด หลักทรัพย์โดยให้ได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ กำหนด ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกินสี่ปี และอาจได้รับ แต่งตั้งอีกได้

  187. Section ๑๖๕

    ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้อง (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๒) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่ตลาดหลักทรัพย์

  188. Section ๑๖๖

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พ้น จากตำแหน่งเมื่อ - - (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ (๔) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้ออก (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ มติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ออกจากตำแหน่ง ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยไม่ นับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

  189. Section ๑๖๗

    ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดหลักทรัพย์ ให้เป็นไปตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และมีอำนาจบังคับ บัญชาพนักงานและลู จ้างของตลาดหลักทรัพย์ ในการบริหารกิจการ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์

  190. Section ๑๖๘

    ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็น ผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์ และเพื่อการนี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์จะมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนโดยไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อบัคับที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ กำหนดไว้ก็ได้ การมอบหมายตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือ

  191. Section ๑๖๙

    เมื่อตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ ได้ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือพนักงานของตลาด หลักทรัพย์คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนเป็นการชั่วคราวได้ ในการนี้ ให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจและ หน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการตลาดหลัทรัพย์

  192. Section ๑๗๐

    ให้ ณะกรรมการตลาดหลัทรัพย์มีอำนาจหน้ ที่วางนโยบาย ควบคุมดูแลการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ และปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการกำหนด ระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จด ทะเบียน (๒) อัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติหน้าที่เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขาย หลักทรัพย์จดทะเบียน (๓) หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเป็สมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ การเลือกตั้ง กรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๕๙จำนวน วิธีการรับ คุณสมบัติ สิทธิและหน้าที่ วินัย การ ลงโทษการประชุมตลอดจนการโอนและการพ้ จากสมาชิกภาพของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ - - (๔) การกำหนดเกี่ยวกับค่าเข้าเป็นสมาชิก ค่าบำรุง เงินประกัและค่าบริการต่าง ๆ ที่สมาชิกจะพึงจ่ายให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ (๕) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อกำหนดเพิ่มเติ ในการบัญชีและการสอบบัญชีโดยไม่ขัด ต่อมาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้การรับรอง (๖) การประกาศรายชื่อผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์ให้ทำการสอบบัญชีของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (๗) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ จด ทะเบียน การเปิดเผยฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ (๘) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการทำสัญญาเป็นนายหน้าหรือตัวแทน ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าและบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก (๙) หลักเกณฑ์ เงื่ อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลัทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ การอนุญาตให้สมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์และ การชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ได้ารซื้อหรือขายในตลาดหลัทรัพย์ (๑๐) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์จด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว (๑๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบเอกสารและสมุด บัญชีของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (๑๒) เวลาทำการประจำวันและวันหยุดทำการสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ใน ตลาดหลักทรัพย์ (๑๓) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือ หลักทรัพย์ รวมทั้งกำหนดระยะเวลาการรับรองการโอนหลักทรัพย์และการออกใบหลักทรัพย์ (๑๔) การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอนพนักงานและลูกจ้าง วินัย การลงโทษพนักงาน และลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนการร้องทุกข์และระเบียบวิธีปฏิบัติงานของตลาดหลักทรัพย์ (๑๕) การกำหนดตำแหน่ อัตราเงินเดือ ค่าจ้างและเงินบำเหน็จรางวัลพนักงาน และลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ (๑๖) การสงเคราะห์พ กงานและลูกจ้าง หรือผู้พ้นจากการเป็พนักงานและลูกจ้าง ของตลาดหลักทรัพย์ตลอดจนครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น (๑๗)การอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตาม (๒) (๓) (๔) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) และ(๑๒) ต้องรับฟังความเห็นจากที่ประชุมสมาชิกก่อน และการกำหนดหรือแก้ไข เปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๑๑)และ(๑๗)เมื่อได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการก.ล.ต. แล้ว จึงให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๑๗๐/๑๙๓ ในกรณีที่ปรากฏต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่า กฎเกณฑ์ของ ตลาดหลักทรัพย์อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบกระเทือนต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชน มาตรา ๑๗๐/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - หรือไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองและรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการก.ล.ต. มีอำนาจสั่ง ให้ตลาดหลักทรัพย์กำหนดกฎเกณฑ์เพิ่มเติม ยกเลิก หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่มีอยู่แล้วได้

  193. Section ๑๗๑

    ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) รับหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับ การรับหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐(๑) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (๒) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใดรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็น การชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๓) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๔) เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีารเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐(๑) การสั่งรับหลักทรัพย์หรือเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ตลาดหลักทรัพย์ ประกาศไว้ในที่เปิดเผย สถานที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบ ก่อนวันที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหรือถูกเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

  194. Section ๑๗๒

    เพื่อให้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปโดยเรียบร้อยหรือ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุ ให้ ณะกรรมการตลาดหลัทรัพย์มีอำนาจสั่งให้บริษัทที่มี หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการในเรื่องใดๆตามความ จำเป็นและสมควร ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฝ่าฝืนคำสั่งของ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะใช้อำนาจตามมาตรา ๑๗๑(๒) หรือ (๔) ก็ได้

  195. Section ๑๗๓

    ในกรณีท่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์ จดทะเบียนเนื่องจากบริษัทฝ่าฝืนคำสั่งตามมาตรา ๑๗๒ให้บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนนั้นมี สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัทผู้เป็นต้นเหตุแห่งการฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว บุ คลผู้ถือหลัทรัพย์ที่ี สิทธิเรียกร้องค่ เสียหายตามวรรคหนึ่ ต้องเป็นผู้ได้ หลักทรัพย์นั้นมาก่อนการเพิกถอนและมิได้มีส่วนร่วมหรือให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติแก่การฝ่าฝืน เช่นว่านั้น

  196. Section ๑๗๔

    ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๑๗๓ให้เป็นจำนวนเงิน เท่ากับมูลค่าที่ลดลงจากราคาขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์นั้น

  197. Section ๑๗๕

    ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีเรียกค่าเสียหาย ตาม มาตรา ๑๗๔เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ทั้งปวง - -

  198. Section ๑๗๖

    ให้ ณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจแต่ ตั้งคณะอนุก ตลาดหลักทรัพย์เพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์มอบหมายได้และให้นำความในมาตรา ๑๒มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้คณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์กำหนด

  199. Section ๑๗๗

    ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตลาด หลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์กำหนด

  200. ส่วนที่ ๓ การดำเนินงาน11 sections
  201. Section ๑๗๘

    ให้คณะกรรมการตลาดหลัทรัพย์เสนองบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ประจำปีซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองต่อที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปี ปฏิทิน

  202. Section ๑๗๙

    ให้ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบุคคล ที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนอและให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกกำหนด ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และไม่ เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์

  203. Section ๑๘๐

    ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และเอกสาร หลักฐานของตลาดหลักทรัพย์ และขอคำชี้แจงจากกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาด หลักทรัพย์ พนังานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ได้

  204. Section ๑๘๑

    ให้ ณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยื่นงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ประจำปีตลอดจนทำรายงานและจัดส่งเอกสารต่อสำนักงาน ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  205. Section ๑๘๒

    ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินให้แก่สำนักงานเพื่อเป็นการอุดหนุนตาม อัตราที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

  206. Section ๑๘๓

    ให้ตลาดหลักทรัพย์หรือบุ คลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือ บริษัทหลัทรัพย์ท่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ทราบเพื่อคุ้ ครอง - - ประโยชน์หรือส่วนได้เสียของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธารที่คณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์กำหนด

  207. Section ๑๘๔

    การซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้กระทำ ได้โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อหรือการขายหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง สมาชิกจะกระทำการเป็นนายหน้า หรือตัวแทนของบุคคลใดๆหรือของบริษัทหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นสมาชิกก็ได้ ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนซึ่งมิใช่ประเภทหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อาจประกาศกำหนดให้บุคคลที่มิใช่บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ ตลาดหลักทรัพย์สามารถทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวได้๙๔

  208. Section ๑๘๕

    ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ซื้อหรือ ขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือขายในฐานะนายหน้าหรือ ตัวแทนหรือในนามของสมาชิกเองเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์

  209. Section ๑๘๖

    เพื่อป้องกัความเสียหายอันอาจเกิดแก่ประโยชน์ของประชาชนหรือ เศรษฐกิจของประเทศให้คณะกรรมการก.ล.ต. มีอำนาจ (๑) ห้ มการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทั้ หมดในตลาดหลัทรัพย์เป็นการ ชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๒) สั่งให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการอื่นใดตามที่เห็นสมควร การดำเนินการตาม (๑) ให้คณะกรรมการก.ล.ต. ทำเป็นหนังสือและประกาศไว้ในที่ เปิดเผย ณสถานที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์ พร้อมทั้งรายงานให้รัฐมนตรีทราบโดยเร็วในการนี้ ให้ รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงการสั่งการดังกล่าวได้

  210. Section ๑๘๗

    ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องอันเนื่องมาแต่เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบซื้อ ขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผลให้ไม่อาจซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ได้ตามปกติ ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ทั้ หมดเป็การชั่วคราวได้ แต่ต้ องรายงานเหตุดักล่ วโดยละเอียดต่อ คณะกรรมการก.ล.ต. ในทันที

  211. Section ๑๘๘

    เมื่อสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์รายใดพ้นจากสมาชิกภาพตลาด หลักทรัพย์ต้องอนุญาตให้สมาชิกนั้นซื้อขายหลักทรัพย์รายการที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ

  212. ส่วนที่ ๔ หลัทรัพย์จดทะเบีย12 sections
  213. Section ๑๘๙

    บุ คลใดประสงค์จะนำหลัทรัพย์ที่ตนออกไปซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ จะต้องนำหลักทรัพย์นั้นไปจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำขอจดทะเบียนแล้วให้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อสั่งรับหรือไม่รับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

  214. Section ๑๙๐

    ในกรณีที่ต้องมีการส่งมอบ การโอน การยึดถือหรือส่งคืน หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ใช้หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวม เดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน และจำนวนเท่ากันแทนกันได้

  215. Section ๑๙๑

    ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด การจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จะมอบให้ ตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๒๑เป็น ผู้ดำเนินการแทนก็ได้

  216. Section ๑๙๒

    ในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนใดซึ่งมี จำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้นร้องขอ ต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าว ให้ตลาด หลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนตามคำขอนั้น และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดำเนินการส่งมอบเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ตลาดหลักทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์แจ้งการรับเป็น นายทะเบียนต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังกล่าว จะทำหน้าที่นายทะเบียนต่อไปไม่ได้

  217. Section ๑๙๓

    ในกรณีที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะงดรับการลงทะเบียน การโอนหลักทรัพย์ชนิดระบุชื่อผู้ถือก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้มีผู้ถือหลักทรัพย์ขอลงทะเบียนการ โอนไว้ก่อนวันงดรับการลงทะเบียนดังกล่าว บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะต้องดำเนินการโอน หลักทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นนั้น

  218. Section ๑๙๔

    ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจ่ายเงินปันผลหรือ ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นแก่บุคคลที่มิได้ลงทะเบียนเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ และในกรณีที่ หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหุ้น ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวยอมให้บุคคลนั้นออก เสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น มาตรา ๑๙๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  219. Section ๑๙๕

    ในกรณีที่เจ้ ของหลัทรัพย์มีสัญญาให้บริัทหลักทรัพย์ยึดถือ หลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีบัญชีหลักทรัพย์จดทะเบียนดักล่าวตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด และต้องลงรายการให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริงและเป็นปัจจุบัน (๒) รักษาหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้ให้ตรงตามประเภท ชนิด และตามจำนวนสุทธิที่ ปรากฏในบัญชีหลักทรัพย์ตาม (๑) อยู่ตลอดเวลา เว้นแต่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะประกาศ กำหนดเป็นอย่างอื่น และต้องส่งคืนให้แก่ผู้กู้ได้ในทันทีที่ผู้กู้ได้ชำระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว การยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่งมิให้ นำมาตรา ๗๕๒และมาตรา ๗๕๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ บังคับกับการให้ประกันตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้และมาตรา ๑๙๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกัการชำระหนี้เงินกู้ ตามวรรคหนึ่ง มีบุริมสิทธิเหนือหลักทรัพย์ดังกล่าวทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ

  220. Section ๑๙๖

    การบังคับขายหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ยึดถือไว้เป็นประกันการ ชำระหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๑๙๕ผู้ใหู้้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้กู้และผู้ให้ประกันก่อนเพื่อให้มี การชำระหนี้ภายในเวลาอันควร ถ้าผู้กู้และผู้ให้ประกันไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวผู้ให้กู้มีสิทธินำ หลักทรัพย์ที่เป็ประกันนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด หรือขาย ทอดตลาดได้ ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการบังคับจำนำหลักทรัพย์จดทะเบียนที่จำนำไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย โดยอนุโลม

  221. Section ๑๙๗

    ในการออกใบหลักทรัพย์ ให้นายทะเบียนหลักทรัพย์มีอำนาจลง ลายมือชื่อในใบหลักทรัพย์แทนการลงลายมือชื่อกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ จดทะเบียนได้ เมื่อได้รับมอบหมายจากบริษัทดังกล่าว

  222. Section ๑๙๘

    บทบัญญัติมาตรา ๑๙๑มาตรา ๑๙๒มาตรา ๑๙๓มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๑๙๕และมาตรา ๑๙๖มิให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ดังต่อไปนี้ (๑) พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (๒) ตั๋วเงิน (๓) หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด มาตรา ๑๙๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๙๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  223. Section ๑๙๙

    ให้ ความในมาตรา ๕๑มาตรา ๕๒มาตรา ๕๓และมาตรา ๕๕ รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การโอนและการจัดทำทะเบียนหลักทรัพย์จด ทะเบียนของบริัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่ตั๋วเงิ โดยอนุโลม ให้นำความในมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๕๘มาตรา ๕๙มาตรา ๖๑และ มาตรา ๖๒รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชีของ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดโดยอนุโลมแต่ในกรณีที่บริษัทดังกล่าว ได้จัดทำและส่งรายงานการเปิดเผยข้อมูลต่อสำนักงานตามมาตรา ๕๖ไว้แล้ว บริษัทจะส่งสำเนา รายงานข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ สำนักงานหรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่ ของตลาดหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  224. Section ๒๐๐

    ให้ บดุลและบัญชี ไรขาดทุนประจำงวดการบัญชีของบริษัท หลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดทำตามแบบที่กำหนด ไว้ตามมาตรา ๑๐๖วรรคหนึ่ง หรือกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินนั้น เป็น งบการเงินประจำงวดการบัญชีตามที่กำหนดในมาตรา ๑๙๙และให้ถือว่าผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับความ เห็นชอบตามมาตรา ๑๐๖หรือตามกฎหมายดังกล่าว เป็นผู้สอบบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ความ เห็นชอบ

  225. ส่วนที่ ๕ การชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์3 sections
  226. Section ๒๐๑

    ในกรณีที่สมาชิกของตลาดหลัทรัพย์มีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือ เกี่ยวเนื่องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง หรือระหว่างสมาชิ กับลูกค้าของสมาชิก คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อขอให้มีการชี้ ขาดข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์แต่งตั้งหนึ่งคนเป็นประธาน และบุคคลซึ่งคู่พิพาทแต่งตั้งอีกฝ่ายละหนึ่งคน

  227. Section ๒๐๒

    คำร้องตามมาตรา ๒๐๑ให้เป็นไปตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด และอย่างน้อยต้องระบุเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท (๒) ประเด็นข้อพิพาท (๓) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง - -

  228. Section ๒๐๓

    ให้นำกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับกับการพิจารณา และชี้ขาดข้อพิพาทตามมาตรา ๒๐๑โดยอนุโลม

  229. หมวด ๖ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์และศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า
  230. ส่วนที่ ๑ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์13 sections
  231. Section ๒๐๔

    บริ ทหลักทรัพย์รวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้ารายอาจขอรับใบอนุญาต จากคณะกรรมการก.ล.ต. จัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่มิได้ เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้

  232. Section ๒๐๕

    การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๐๔ ให้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (๒) ที่ตั้งสำนักงาน (๓) บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง (๔) ทุนและที่มาของทุนในการดำเนินงาน (๕) ข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (๖) รายละเอียดอื่นใดตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด คำขอตามวรรคหนึ่งให้แนบเอกสารหลักฐานข้อตกลงในการจัดตั้ง ข้อบังคับที่ใช้ บังคับกับสมาชิ และหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด

  233. Section ๒๐๖

    การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็ไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

  234. Section ๒๐๗

    ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต จัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ได้

  235. Section ๒๐๘

    ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล

  236. Section ๒๐๙

    ห้ามมิให้บุคคลใดให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์หรือกิจการที่มี ลักษณะคล้ายคลึ กัน นอกจากศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้ บใบอนุญาตตามส่วนนี้ - -

  237. Section ๒๑๐

    เมื่อมีารจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๐๔แล้ว ให้มี คณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์คณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการที่สมาชิกผู้ก่อตั้งเลือกเข้ามา จำนวนไม่เกินเก้ คน ให้กรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เป็นผู้เลือกประธานกรรมการ รองประธาน ผู้จัดการศู ย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และตำแหน่งอื่นตามที่เห็นสมควรจากกรรมการตามวรรค หนึ่ง ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์แจ้งชื่อและตำแหน่งของกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนทราบโดยมิชักช้า [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  238. Section ๒๑๑

    ในกรณีที่ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับที่ใช้กับสมาชิก ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์รายงานการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับดังกล่าวให้สำนักงานทราบโดยไม่ชักช้า

  239. Section ๒๑๒

    (ยกเลิก)

  240. Section ๒๑๓

    ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต้องจัดให้สมาชิกผูกพันว่าจะปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือตามระเบียบหรือข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลัทรัพย์นั้น หรือ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หากสมาชิกใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้นต้องลงโทษสมาชิกดังกล่าว โทษตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ปรับ (๓) ห้ามมิให้ซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้นเป็นการชั่วคราว (๔) ให้พ้นจากสมาชิกภาพ

  241. Section ๒๑๔

    ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ย่อมเลิกกันด้วยเหตุดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าในข้อตกลงในการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์มีกำหนดกรณีอันใดเป็นเหตุที่ จะเลิกกัน เมื่อมี รณีนั้น (๒) ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้เลิก (๓) ถ้าจำนวนสมาชิกลดน้อยลงจนเหลือไม่ถึงสิบห้าราย และคณะกรรมการก.ล.ต. มีมติให้เลิก (๔) ล้มละลาย (๕) คณะกรรมการก.ล.ต. สั่งให้เลิกเมื่อมีเหตุอันสมควร การเลิกตาม (๑) และ(๒) จะมีผลต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. มาตรา ๒๑๒ยกเลิ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  242. Section ๒๑๕

    เมื่อศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เลิกกันแล้ว หากข้อตกลงในการจัดตั้งหรือ ข้อบังคับที่ใช้บัคับกับสมาชิกไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่ ให้แบ่งทรัพย์สินที่เหลืออยู่แก่สมาชิก จำนวนเท่าๆกัน

  243. Section ๒๑๖

    ให้นำความในมาตรา ๙๑มาตรา ๑๕๘มาตรา ๑๖๐มาตรา ๑๖๑ มาตรา ๑๖๒มาตรา ๑๖๓มาตรา ๑๗๐/๑มาตรา ๑๘๖มาตรา ๑๙๐มาตรา ๑๙๓มาตรา ๑๙๔ และมาตรา ๑๙๗รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับ โดยอนุโลม มาตรา ๒๑๗ ให้นำความในมาตรา ๑๖๗มาตรา ๑๖๘มาตรา ๑๗๐มาตรา ๑๗๑ มาตรา ๑๗๒มาตรา ๑๗๘มาตรา ๑๗๙มาตรา ๑๘๐มาตรา ๑๘๑มาตรา ๑๘๒มาตรา ๑๘๓ มาตรา ๑๘๔มาตรา ๑๘๗มาตรา ๑๘๘มาตรา ๑๘๙มาตรา ๑๙๑มาตรา ๑๙๕มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘มาตรา ๑๙๙มาตรา ๒๐๐มาตรา ๒๐๑มาตรา ๒๐๒และมาตรา ๒๐๓รวมทั้งบท กำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือผู้จดการตลาดหลักทรัพย์ ให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการ กำหนดอำนาจหน้าที่ของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือ ผู้จัดการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

  244. ส่วนที่ ๒ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า1 sections
  245. Section ๒๑๘

    การจัดตั้ง การดำเนินงาน การกำกับและควบคุมกิจการศูนย์ซื้อขาย หลักทรัพย์ล่วงหน้าให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

  246. หมวด ๗ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
  247. ส่วนที่ ๑ สำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์11 sections
  248. Section ๒๑๙

    ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี เว้นแต่จะได้รับ ใบอนุญาตจากคณะกรรมการก.ล.ต. มาตรา ๒๑๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - กหักบัญชี หมายความว่ สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการเพื่อประโยชน์ ในการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ได้มีการซื้อขายกัน รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้อง

  249. Section ๒๒๐

    ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เว้นแต่จะ ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการก.ล.ต. ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หมายความว่า สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการรับ ฝากและถอนหลักทรัพย์รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการหักบัญชี

  250. Section ๒๒๑

    ห้ามมิให้บุคคลใดให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ เว้นแต่จะ ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการก.ล.ต.

  251. Section ๒๒๒

    ให้นำความในมาตรา ๒๐๖และมาตรา ๒๐๗รวมทั้งบทกำหนดโทษ ที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์โดย อนุโลม

  252. Section ๒๒๓

    ในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือ นายทะเบียนหลักทรัพย์ บุคคลที่ประกอบการดังกล่าวต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและ วิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] มาตรา ๒๒๓/๑๑๐๐ การเข้าผูกพันหรือแทนที่เป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขาย หลักทรัพย์โดยสำนักหักบัญชีและการวางหลักประกันซึ่งปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สำนักหักบัญชีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนให้มีผลผูกพันและใช้บังคับได้ตามกฎหมาย มาตรา ๒๒๓/๒๑๐๑ ในกรณีที่สำนักหักบัญชีเข้าผูกพันหรือแทนที่เป็นคู่สัญญาใน สัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ ให้สำนักหับัญชีมีความผูกพันตามสิทธิและหน้าที่ที่เกิดขึ้นตามสัญญาซื้อ ขายหลักทรัพย์ที่ตนให้บริการในการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เฉพาะกับสมาชิกของตนเท่านั้น ไม่ว่าสมาชิกดังกล่าวจะดำเนินการเพื่อตนเองหรือเพื่อบุคคลอื่น มาตรา ๒๒๓/๓๑๐๒ ในกรณีที่สำนักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินจาก สมาชิกเพื่อเป็นประกันการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่สมาชิก มาตรา ๒๒๓/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๓/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๓/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - เป็นผู้รับผิดชอบต่อสำนักหักบัญชี ทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งของสมาชิกและ ของลูกค้าหรือทรัพย์สินที่สมาชิกนำมาวางไว้กับสำนักหักบัญชีเพื่อความมั่นคงของระบบการซื้อขาย และการชำระราคาและส่ มอบหลัทรัพย์ให้นำความในมาตรา ๘๒และมาตรา ๘๓แห่ง พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖มาใช้บังคับกับสำนักหักบัญชีในการดูแลรักษา และการใช้ทรัพย์สินดักล่าวโดยอนุโลม มาตรา ๒๒๓/๔๑๐๓ เมื่อสมาชิกถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายและศาลมีคำสั่งพิทักษ์ ทรัพย์ให้นำความในมาตรา ๘๔มาตรา ๘๕มาตรา ๘๖และมาตรา ๘๗แห่งพระราชบัญญัติสัญญา ซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖มาใช้บังคับกับสำนักหักบัญชีและทรัพย์สินที่สำนักหักบัญชีได้รับมาหรือ มีไว้ตามมาตรา ๒๒๓/๓โดยอนุโลม มาตรา ๒๒๓/๕๑๐๔ เมื่อสำนักหักบัญชีตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกศาลสั่ง พิทักษ์ทรัพย์หรือถูกทางการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลสั่งระงับการดำเนินกิจการบางส่วน หรือทั้งหมดเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองทรัพย์สินของสมาชิกและลู ค้าของสมาชิ หรือระบบการ ชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ให้นำความในมาตรา ๔๓มาตรา ๔๕และมาตรา ๔๖แห่ง พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้ พ.ศ. ๒๕๔๖มาใช้บังคับกับสำนักหับัญชีและทรัพย์สินที่ สำนักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ตามมาตรา ๒๒๓/๓โดยอนุโลม

  253. Section ๒๒๔

    ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับ ฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้ประกอบการได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาตจาก คณะกรรมการก.ล.ต. ทั้งนี้ ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกอบการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๒๓๑๐๕ คำว่า“ตลาดหลักทรัพย์”ตามวรรคหนึ่งและที่จะกล่าวต่อไปในส่วนนี้ให้หมายความ รวมถึงบริษัทจำกัดที่ตลาดหลักทรัพย์จัดตั้งขึ้นและถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจำนวนหุ้นที่ จำหน่ายได้แล้วทั้ หมดของบริษัทจำกัดนั้น

  254. Section ๒๒๕

    ในการฝากหลักทรัพย์ไว้กับตลาดหลักทรัพย์ ให้ผู้ฝากหลักทรัพย์ จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ได้ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่ตลาดหลัทรัพย์กำหนด และเมื่อรับฝากหลักทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ตลาดหลักทรัพย์อาจรับโอน หลักทรัพย์ที่รับฝากไว้ในชื่อของตนในฐานะที่ถือแทนผู้ฝากหลักทรัพย์หรือลูกค้าของผู้ฝากหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ก็ได้ มาตรา ๒๒๓/๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๓/๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๔วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ - - ให้สันนิษฐานว่าหลัทรัพย์ที่อยู่ในชื่อของตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ เป็หลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ถือแทนบุคคลผู้มีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อดังกล่าวที่ผู้ฝากหลักทรัพย์ จัดทำขึ้น ทั้งนี้ ตามชนิดประเภทและจำนวนที่ปรากฏในบัญชี ในวันปิดสมุดทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ให้ตลาดหลักทรัพย์รวบรวมบัญชี หลักทรัพย์ที่ับฝากไว้และรายชื่อบุ คลซึ่งเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวในวันก่อนวัแรกที่ปิดสมุด ทะเบียนนั้นจากผู้ฝากหลักทรัพย์ส่งให้แก่นายทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ และให้ถือว่าบัญชี รายชื่อดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ เว้นแต่รายชื่อของบุคคลที่นายทะเบียนของ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์แจ้งคัดค้านภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อนั้นว่าการถือ หลักทรัพย์ของบุคคลดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือข้อจำกัดในเรื่องการโอนที่ได้จดทะเบียนไว้ตาม กฎหมาย

  255. Section ๒๒๖

    เมื่อตลาดหลักทรัพย์ยื่นคำขอต่อบริษัทที่ออกหลัทรัพย์พร้อมทั้งส่ง มอบใบหลักทรัพย์เพื่อให้ลงทะเบียนการโอนว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ถือหลักทรัพย์แทนบุคคลตาม มาตรา ๒๒๕วรรคหนึ่ แล้ว ตลาดหลัทรัพย์จะขอให้บริษัทที่ออกหลัทรัพย์ออกใบรับโดยมี รายการตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดแทนการออกใบหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ถือ เสมือนว่าบริษัทดังกล่ วได้ออกใบหลัทรัพย์แล้ว

  256. Section ๒๒๗

    เจ้ ของหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลัทรัพย์อาจขอให้ตลาด หลักทรัพย์ออกใบหลักทรัพย์ในชื่อของตนได้โดยยื่นคำขอตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด เมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ตลาดหลักทรัพย์แจ้งรายชื่อผู้เป็นเจ้าของ หลักทรัพย์ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ทราบ และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้รับแจ้งรายชื่อดังกล่าว แล้ว ดำเนินการใส่ชื่อผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้นลงในสมุดทะเบียนของบริษัทพร้อมทั้งออกใบ หลักทรัพย์ใหม่ในชื่อของเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าว การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ถ้าเจ้าของหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้ฝากหลักทรัพย์โดยตรง กับตลาดหลักทรัพย์ ให้ยื่นคำขอผ่ นผู้ฝากหลักทรัพย์นั้น

  257. Section ๒๒๘

    การโอนหลักทรัพย์จากบัญชีผู้ฝากหลักทรัพย์รายหนึ่งไปยังบัญชีของ ผู้ฝากหลักทรัพย์อีกรายหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำร้องขอจากผู้ฝากหลักทรัพย์ หรือเมื่อสำนักหับัญชีของตลาดหลักทรัพย์ได้แจ้งรายการการส่งมอบหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกที่ได้ ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละสิ้นวัน การโอนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือภายในบัญชีผู้ฝากหลักทรัพย์รายเดียวกันให้ ถือว่ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายเมื่อได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนด๑๐๖ มาตรา ๒๒๘/๑๑๐๗ การใช้หลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์เพื่อเป็นประกัน การชำระหนี้ที่ิใช่กรณีตามมาตรา ๑๙๕ให้มีผลสมบูรณ์เป็ประกันการชำระหนี้ และใช้ยันบริษัทที่ มาตรา ๒๒๘วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ - - ออกหลักทรัพย์และบุ คลภายนอกได้เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้ลงบันทึกบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด ขึ้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน การบังคับชำระหนี้จากหลักทรัพย์ที่เป็นประกันตามวรรคหนึ่ง เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าว เป็นหนังสือไปยังลูกหนี้และผู้ให้ประกัก่อนเพื่อให้มีการชำระหนี้ภายในเวลาอัควรถ้าลูกหนี้และ ผู้ให้ประกันไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว เจ้าหนี้มีสิทธินำหลักทรัพย์ที่เป็นประกันนั้นไปขายในตลาด หลักทรัพย์ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด หรือขายทอดตลาดได้ ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ บังคับกับการใช้หลักทรัพย์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ มาตรานี้ ให้เจ้าหนี้ที่รับหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันการชำระหนี้ตามวรรคหนึ่ง มีบุริมสิทธิเหนือ หลักทรัพย์ดังกล่าวทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ มาตรา ๒๒๘/๒๑๐๘ ให้น ความในมาตรา ๒๒๕มาตรา ๒๒๖มาตรา ๒๒๗มาตรา ๒๒๘และมาตรา ๒๒๘/๑มาใช้บังคับกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยอนุโลม ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการรับฝากหลัทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้

  258. Section ๒๒๙

    ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้ประกอบการได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาตจาก คณะกรรมการก.ล.ต. และให้คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้นำความในมาตรา ๒๒๕มาตรา ๒๒๖มาตรา ๒๒๗มาตรา ๒๒๘และมาตรา ๒๒๘/๑มาใช้บังคับ โดยอนุโลม ทั้งนี้ การใดที่เป็น อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนตามบทบัญญัติดังกล่าวให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการธนาคารแห่ ประเทศไทยและให้ตลาดหลัทรัพย์ตามมาตราดังกล่าวหมายความถึง ธนาคารแห่งประเทศไทย

  259. ส่วนที่ ๒ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์8 sections
  260. Section ๒๓๐

    บริ ทหลัทรัพย์จะรวมกัจัดตั้งสมาคมที่เกี่ ยวเนื่องกับธุ กิจ หลักทรัพย์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการส่งเสริมการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อันมิใช่เป็นการหาผล กำไรหรือรายได้แบ่งปันกันได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติี้

  261. Section ๒๓๑

    การจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาต และจดทะเบียนกับสำนักงาน

  262. Section ๒๓๒

    การขออนุญาตและการจดทะเบียนนั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ผู้เริ่มก่อ การจัดตั้งที่มีจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้ารายยื่นคำขอต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด ให้สำนักงานมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดๆมาสอบถามหรือให้ส่ง เอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ ยวเนื่องกับธุ กิจ หลักทรัพย์ได้

  263. Section ๒๓๓

    ให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตและจด ทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล

  264. Section ๒๓๔

    สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุ กิจหลักทรัพย์ต้องมีข้อบังคับและข้อบังคับ นั้นอย่างน้อยต้องมีข้อความดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อ (๒) วัตถุที่ประสงค์ (๓) ที่ตั้งสำนักงาน (๔) วิธีรับสมาชิก สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (๕) วินัยและการลงโทษสมาชิก (๖) การดำเนินกิจการของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การตั้ง การออก จากตำแหน่ง และการประชุมของกรรมการตลอดจนการประชุมใหญ่ (๗) ข้อบังคับอื่นตามที่ค ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ข้อบังคับของสมาคมต้องนำไปจดทะเบียนต่อสำนักงานพร้อมกับการยื่นคำขอ อนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ก่อนออกใบอนุญาตถ้าสำนักงานเห็นสมควรจะ สั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นก็ได้

  265. Section ๒๓๕

    สมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัท หลักทรัพย์เท่านั้น

  266. Section ๒๓๖

    ชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จะต้องเป็นชื่อเฉพาะที่ ปรากฏในข้อบัคับเท่านั้น และห้ามมิให้ใช้ข้อความ “แห่ ประเทศไทย”หรือข้อความที่มีความหมาย ทำนองเดียวกันประกอบเป็นชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ - - ให้ มาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จัดให้มีป้ายชื่ออ่านได้ชัดเจนติดไว้หน้า สำนักงาน

  267. Section ๒๓๗

    ให้นำบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าในส่วนที่เกี่ยวกับ การดำเนินกิจการ การควบคุมการเลิ และบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในส่วนนี้ ทั้งนี้ ให้ใช้คำว่า “คณะกรรมการก.ล.ต.” แทนคำว่า “รัฐมนตรี” คำว่า “สำนักงาน” แทนคำว่า “นายทะเบียน”คำว่า “สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์”แทน คำว่า “สมาคมการค้า” และให้อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสมาคม การค้า เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

  268. หมวด ๘ การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
  269. ส่วนที่ ๑ การป้องกัการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับ7 sections
  270. Section ๒๓๘

    ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินกิจการ ของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์บอกกล่าวข้อความ อันเป็นเท็จหรือข้อความใดโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการ ดำเนินงานหรือราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

  271. Section ๒๓๙

    ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินกิจการ ของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์ แพร่ข่าวเกี่ยวกับ ข้อเท็จจริงใดๆอันอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง เว้นแต่จะเป็น การแพร่ข่าวในข้อเท็จจริงที่ได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์แล้ว

  272. Section ๒๔๐

    ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคล อื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง

  273. Section ๒๔๑

    ในการซื้อหรือขายซึ่งหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ หลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ห้ามมิให้บุคคลใดทำการซื้อหรือขายหรือเสนอซื้อหรือ เสนอขายหรือชัชวนให้บุคคลอื่นซื้อหรือขายหรือเสนอซื้อหรือเสนอขายซึ่งหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ใน ประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบต่อบุคคลภายนอกโดยอาศัยข้อเท็จจริงอันเป็สาระสำคัญต่อการ - - เปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ที่ ยัมิได้เปิดเผยต่อประชาชนและตนได้ล่วงรู้มาในตำแหน่งหรือ ฐานะเช่นนั้นและไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะกระทำเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือนำ ข้อเท็จจริงเช่น้นออกเปิดเผยเพื่อให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวโดยตนได้รับประโยชน์ตอบแทน เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ บุคคลตามวรรคหนึ่งให้รวมถึง (๑) กรรมการผู้จัด ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานหรือผู้สอบบัญชีของบริษัทที่มี หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (๒) ผู้ถือหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือ บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ถือหลักทรัพย์ตามมูลค่าที่ตราไว้เกินร้อยละห้า ของทุนจดทะเบียน ในกรณีนี้ให้คำนวณมูลค่าหลักทรัพย์ของผู้ถือหลักทรัพย์โดยนับหลักทรัพย์ของคู่ สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวรวมเป็นหลักทรัพย์ของผู้ถือ หลักทรัพย์ด้วย (๓) เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือกรรมการผู้จัดการ หรือพนักงานของตลาด หลักทรัพย์ หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหรือฐานะที่สามารถล่วงรู้ข้อเท็จจริง อันเป็น สาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อันได้จากการปฏิบัติหน้าที่ (๔) ผู้ใดซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ และหรือการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาด หลักทรัพย์ หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

  274. Section ๒๔๒

    เพื่อมิให้บุคคลตามมาตรา ๒๔๑วรรคสองได้รับประโยชน์จากการฝ่า ฝืนมาตรา ๒๔๑วรรคหนึ่ง ให้สำนักงานมีสิทธิเรียกให้ผู้ฝ่าฝืนดังกล่าวส่งมอบผลประโยชน์ที่ตนได้มา จากการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น หรือจากการนำข้อเท็จจริงออกเปิดเผย ซึ่งได้กระทำภายในหกเดือนนับ จากวันที่ตนได้ล่วงรู้ ข้อเท็จจริงดังกล่าว และให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นส่งมอบผลประโยชน์ตามที่สำนักงาน เรียกร้องภายในกำหนดเวลาที่สำนักงานกำหนด ผลประโยชน์ที่เรียกได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นของสำนักงาน

  275. Section ๒๔๓

    ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือ หลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (๑) ห้ามมิให้ผู้ใดทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยรู้เห็น หรือตกลงกับบุคคลอื่นอัน เป็นการอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าขณะใดขณะหนึ่งหรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหลักทรัพย์ นั้นได้มีการซื้อหรือขายกัมาก หรือราคาของหลักทรัพย์นั้ ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่มีการ เปลี่ยนแปลง อันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด (๒) ห้ามมิให้ผู้ใดโดยตนเองหรือร่วมกับผู้อื่นทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะ ต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาดและการ กระทำดังกล่าวได้กระทำไปเพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่เป็นการ กระทำโดยสุจริตเพื่อปกป้องประโยชน์อันชอบธรรมของตน

  276. Section ๒๔๔

    ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ เป็นการอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิด ตามมาตรา ๒๔๓(๑) ด้วย - - (๑) ทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ซึ่งในที่สุดบุคคลที่ได้ประโยชน์จากการซื้อและ ขายหลักทรัพย์นั้นยังคงเป็นบุคคลคนเดียวกัน (๒) สั่งซื้อหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือผู้ซึ่งร่วมกันได้สั่งขายหรือจะสั่งขาย หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกัน ประเภทและชนิด เดียวกัน ทั้งนี้ โดยมีจำนวนใกล้เคียงกัราคาใกล้เคียงกันและภายในเวลาใกล้เคียงกั (๓) สั่งขายหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือผู้ซึ่งร่วมกันได้สั่งซื้อหรือจะสั่งซื้อ หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกันประเภทและชนิด เดียวกัน ทั้งนี้ โดยมีจำนวนใกล้เคียงกันราคาใกล้เคียงกันและภายในเวลาใกล้เคียงกัน

  277. ส่วนที่ ๒ การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ15 sections
  278. Section ๒๔๕

    ในส่วนนี้ “หลักทรัพย์”หมายความว่าหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือหลักทรัพย์อื่น ที่อาจแปลงสภาพแห่ สิทธิเป็นหุ้นได้ “กิจการ”๑๑๐ หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่มีลักษณะตามที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

  279. Section ๒๔๖

    บุคคลใดกระทำการไม่ว่าโดยตนเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นอันเป็น ผลให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการในจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อรวมกันแล้ว มี จำนวนทุกร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการนั้นไม่ว่าจะมีการลงทะเบียนการโอน หลักทรัพย์นั้นหรือไม่ และไม่ว่าการเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นจะมีจำนวนเท่าใดในแต่ละครั้ง บุคคลนั้นต้อง รายงานการเพิ่ ขึ้นหรือลดลงของจำนวนหลักทรัพย์ในทุกร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด ของกิจการดังกล่าวต่อสำนักงานทุกครั้ง ทั้งนี้ การคำนวณจำนวนสิทธิออกเสียงและการรายงานให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธารที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด การเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึง การมีสิทธิที่จะซื้อหรือ ได้รับการส่งมอบหลักทรัพย์ของกิจการอันเนื่องมาจากการเป็ผู้ถือหลักทรัพย์ที่กิจการมิได้เป็นผู้ออก หรือจากการเข้าเป็นคู่สัญญากับบุคคลอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ กำหนด มาตรา ๒๔๕นิยามคำว่ “กิจการ”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๔๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  280. Section ๒๔๗

    บุ คลใดเสนอซื้อหรือได้มาไม่ว่าโดยตนเองหรือร่วมกับบุคคลอื่น หรือกระทำการอื่นใด อันเป็นผลหรือจะเป็นผลให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการ รวมกันถึงร้อยละยี่สิบห้าขึ้นไปของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้ หมดของกิจการนั้น ให้ถือว่ เป็นการเข้าถือ หลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ เว้นแต่การเป็นผู้ถือหลักทรัพย์นั้นเป็นผลจากการได้มาโดยทางมรดก ในการนี้ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุ มีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการใน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ โดยอาจกำหนดให้บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลที่ร่วมกันจัดทำ คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดให้จัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตาม วรรคหนึ่ง คำเสนอดังกล่าวต้องยื่นต่อสำนักงาน และให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

  281. Section ๒๔๘

    ให้ผู้ทำคำเสนอซื้อหลัทรัพย์ประกาศหรือแจ้ การเสนอซื้ อ หลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  282. Section ๒๔๙

    ให้ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ส่งสำเนาคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ให้แก่ กิจการที่ตนเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้นโดยทันทีที่ได้ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน มาตรา ๒๕๐๑๑๓ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๔๙ให้กิจการนั้น จัดทำความเห็นเกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ และให้ยื่นต่อสำนักงานพร้อมทั้งส่งสำเนาให้แก่ผู้ถือหุ้น ทุกคน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

  283. Section ๒๕๐

    กิจการจะกระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดในประการที่ น่าจะมีผลต่อการทำคำเสนอซื้อหลัทรัพย์ของกิจการได้ ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ของกิจการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด การกระทำการหรืองดเว้นกระทำการที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติในมาตรานี้ไม่มีผลผูกพัน กิจการและให้กรรมการของกิจการต้องรับผิดต่อความเสียหายของบุคคลภายนอกที่สุจริตและเสีย ค่าตอบแทน

  284. Section ๒๕๑

    ห้ามมิให้ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ซื้อหลักทรัพย์ของกิจการก่อนที่คำ เสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ยื่นต่อสำนักงานจะมีผลใช้บังคับและได้ดำเนินการตามมาตรา ๒๔๘ มาตรา ๒๔๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๕๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๕๐/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - ในระหว่างเวลานับจากวันที่คำเสนอซื้อหลัทรัพย์มีผลใช้บ คับจนถึ วันที่พ้ กำหนดระยะเวลารับซื้อที่กำหนดไว้ในคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ห้ามมิให้ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เข้า ซื้อหลักทรัพย์นั้ โดยวิธีการอื่นใดนอกจากที่ได้กำหนดไว้ตามคำเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้

  285. Section ๒๕๒

    เมื่อครบกำหนดระยะเวลารับซื้อที่กำหนดไว้ในคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ แล้ว หากปรากฏว่าผู้ถือหลักทรัพย์ได้แสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ที่ตนเองถืออยู่ให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อ หลักทรัพย์มากกว่าจำนวนที่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องซื้อ หลักทรัพย์นั้นไว้ทั้งหมด เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน หรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายใน ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะมิให้หลักทรัพย์นั้นเป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต่อไป (๒) ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะเปลี่ยนวัตถุที่ประสงค์สำคัญของ กิจการ (๓) ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการนั้น ไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ (๔) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ประกาศกำหนด ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จะต้องชำระราคาหลักทรัพย์แก่ผู้ขายหลักทรัพย์โดยทันที ที่ได้รับมอบหลักทรัพย์ และในกรณีที่หลักทรัพย์ที่ซื้อขายดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ ให้ถือว่าเป็นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  286. Section ๒๕๓

    เมื่อผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้เสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ในราคาหนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีผู้ถือหลักทรัพย์แสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ไม่ครบตามจำนวนในคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ หากผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องการจะซื้อให้ครบตามจำนวนผู้ทำคำเสนอซื้อหลัทรัพย์จะเสนอ ราคาใหม่ที่สูงกว่าเดิมก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องชำระราคาค่าหลักทรัพย์ใน ส่วนที่เพิ่มขึ้นแก่ผู้ถือหลักทรัพย์ที่ได้แสดงเจตนาเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งก่อนด้วย

  287. Section ๒๕๔

    ในกรณีที่ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงำกิจการมีความ ประสงค์มิให้หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อ ขายหลักทรัพย์ต่อไป ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์โดยชัดแจ้งในคำเสนอซื้อ หลักทรัพย์ไว้ด้วย

  288. Section ๒๕๕

    บุคคลที่เคยทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงำกิจการไม่ว่าจะ ดำเนินการสำเร็จหรือไม่ จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงำกิจการได้อีกภายหลังระยะเวลา หนึ่งปีนับตั้งแต่วัที่พ้นกำหนดระยะเวลารับซื้อที่กำหนดไว้ในคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ รั้งก่อน เว้นแต่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนจะอนุมัติเป็นประการอื่น - - [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  289. Section ๒๕๖

    ให้ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ได้ซื้อหลักทรัพย์ไว้เรียบร้อยแล้ว รายงานผลการซื้อหลัทรัพย์ต่อสำนังานภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  290. Section ๒๕๗

    ให้สำนักงานเก็บรักษาข้อมูลคำเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้นเพื่อให้ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่ำเสนอซื้อหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับ

  291. Section ๒๕๘

    หลักทรัพย์ของกิจการที่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ถืออยู่ให้ นับรวมเป็นหลักทรัพย์ของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗ด้วย (๑) คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗ (๒) บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗เกิน ร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว โดยให้นับรวมสิทธิออกเสียงของคู่ สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหุ้นนั้นด้วย (๓) นิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗เกินร้อยละ สามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว (๔) ผู้ถือหุ้นในบุคคลตาม(๓) ต่อไปเป็นทอดๆเริ่มจากการถือหุ้นในนิติบุคคลตาม (๓) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูก ถือหุ้น ทั้งนี้ หากการถือหุ้นในทอดใดมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาให้นับรวมจำนวนสิทธิออกเสียงของ คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวในนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นนั้นด้วย (๕) นิติบุคคลที่มีบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗หรือบุคคลตาม(๑) (๒) หรือ (๓) เป็นผู้ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว (๖) นิติบุคคลที่มีบุคคลตาม (๕) เป็นผู้ถือหุ้นต่อไปเป็นทอดๆเริ่มจากผู้ถือหุ้นในนิติ บุคคล (๕) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติ บุคคลที่ถูกถือหุ้นดังกล่าว (๗) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖หรือมาตรา ๒๔๗หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดตาม (๘) เป็นหุ้นส่วน (๘) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖หรือมาตรา ๒๔๗หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือห้างหุ้นส่วนสามัญตาม (๗) เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด มาตรา ๒๕๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๙) นิติบุคคลที่บุ คลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗มีอำนาจในการจัดการ เกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์

  292. Section ๒๕๙

    ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ามีการถือหลักทรัพย์อันมีลักษณะที่นับรวมเป็น หลักทรัพย์ของบุคคลเดียวกันตามมาตรา ๒๕๘ให้สำนักงานแจ้งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าวชี้แจง หรือดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง หากบุคคลดังกล่าวมิได้ชี้แจงหรือดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดเวลา ที่สำนักงานกำหนดให้ถือว่าเป็นการถือหุ้นอันเข้าลักษณะที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๕๘

  293. หมวด ๙ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์๑๑๖2 sections
  294. Section ๒๖๐

    (ยกเลิก)

  295. Section ๒๖๑

    (ยกเลิก)

  296. หมวด ๑๐ การกำกับและควบคุ2 sections
  297. Section ๒๖๒

    ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่ ให้คณะกรรมการก.ล.ต. คณะกรรมการ กำกับตลาดทุน หรือสำนักงาน ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือทำรายงานเกี่ยวกับสภาพของ ตลาดทุนหรือตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ หรือแนวทางการกำกับดูแลตลาดทุ หรือตลาดสัญญาซื้อ ขายล่วงหน้าได้ หมวด ๙คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ มาตรา ๒๖๐และมาตรา ๒๖๑ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๖๐ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๖๑ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๖๒/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  298. Section ๒๖๓

    บรรดาเรื่องที่ต้องเสนอไปยัคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่ พระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

  299. หมวด ๑๑ พนักงานเจ้าหน้าที่4 sections
  300. Section ๒๖๔

    ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ตั้งของบริษัทหลักทรัพย์ผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวมผู้รับฝากทรัพย์สิน ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สำนักหัก บัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของ บริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันดังกล่ วด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยเครื่องมืออื่นใดในระหว่างเวลา พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้นเพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินของบริัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันดังกล่าว รวมทั้งเอกสาร หลัฐานหรือข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันดังกล่าว (๒) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทที่ออก หลักทรัพย์หรือเจ้าของหลักทรัพย์ที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆหรือสถานที่ซึ่ง รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบุคคลดังกล่าวด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยเครื่องมืออื่นใด ใน ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบ สมุดบัญชีหรือเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง (๓) เข้าไปในธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินหรือสถานที่ใดในระหว่างเวลาพระ อาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้นเพื่อทำการตรวจสอบสมุดบัญชี เอกสารหรือหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) ยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติี้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนิ คดี (๕) สั่งให้กรรมการ พนักงานลูกจ้าง หรือผู้สอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ กองทุน รวมผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมผู้รับฝากทรัพย์สิน ตลาดหลักทรัพย์ ศู ย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ และผู้รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของ บริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันดังกล่าวด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมืออื่นใดมาให้ถ้อยคำหรือส่ง สำเนา หรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นเกี่ยวกับกิจการ การดำเนินงาน สินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันดังกล่าว (๖) สั่งให้บุคคลใดๆที่ซื้อหรือขายหลักทรัพย์กับหรือผ่านบริษัทหลักทรัพย์หรือ สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์มาให้ถ้อยคำหรือส่งสำเนาหรือแสดงสมุด บัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นเกี่ยวกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ (๗) สั่งให้บุคคลใดๆที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ มาให้ถ้อยคำ หรือส่งสำเนาหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสารหลักฐานหรือวัตถุใดที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็น แก่การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ - - (๘) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบธุรกิจของลู หนี้ ของบริษัทหลักทรัพย์ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของ สถานที่นั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกตามสมควร เมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๘) แล้ว ถ้ายัง ดำเนินการไม่เสร็จ จะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นก็ได้ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม (๖) (๗) และ(๘) จะต้องเป็นการกระทำ ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบ และต้องได้รับความเห็นชอบจาก สำนักงานก่อนและในกรณีตาม(๖) และ(๗) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องกำหนดระยะเวลาอันสมควรที่จะ ให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ มาตรา ๒๖๔/๑๑๒๐ เมื่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์หรือกฎหมายอื่นในทำนองเดียวกันของต่ งประเทศร้องขอให้สำ กงานมีอำนาจ ให้ความช่วยเหลือในการรวบรวมหรือตรวจสอบข้อมูลหรือหลักฐานที่จำเป็นเพื่อใช้ประกอบการ พิจารณาการกระทำอันเป็นการฝ่าฝื กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์หรือกฎหมาย อื่นในทำนองเดียวกันของประเทศผู้ร้องขอ ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือในกรณีดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) การให้ความช่วยเหลือนั้นต้องไม่ขัดต่อประโยชน์สาธารณะหรือการรักษา ความลับของประเทศ (๒) การกระทำซึ่งเป็นมูลกรณีของความช่วยเหลือนั้นเข้าลักษณะประเภทความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) หน่วยงานต่างประเทศที่ร้องขอความช่วยเหลือตกลงหรือยินยอมที่จะให้ความ ช่วยเหลือในทำนองเดียวกันเป็นการตอบแทนหากได้รับคำร้องขอจากสำนักงาน เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้นำความในมาตรา ๒๖๔มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

  301. Section ๒๖๕

    ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่ บุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้ หน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

  302. Section ๒๖๖

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็น เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

  303. Section ๒๖๗

    ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานว่าบุคคลใดกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ที่มีลักษณะอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ประชาชน และสำนักงานมี เหตุอันควรเชื่อว่ ผู้กระทำความผิดจะยักย้ายหรือจำหน่ ยทรัพย์สินของตนให้สำนังานด้วยความ มาตรา ๒๖๔/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - เห็นชอบของคณะกรรมการก.ล.ต. มีอ นาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลนั้นหรือทรัพย์สินซึ่งมี หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเป็นของบุคคลนั้นได้ แต่จะยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาล ให้คำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวยังคงมีผลต่อไปจนกว่าศาล จะสั่งเป็นอย่างอื่น และในกรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถฟ้องคดีได้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ศาลที่มี เขตอำนาจจะสั่งขยายระยะเวลาออกไปอีกตามคำขอของสำนักงานก็ได้ แต่จะขยายเวลาอี เกินหนึ่ง ร้อยแปดสิบวันมิได้ ให้สำนักงานมีอำนาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัด ทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง การยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรมา ใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีตามวรรคหนึ่ง เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวจะหลบหนีออกนอก ราชอาณาจัเมื่อสำนักงานร้องขอให้ศาลอาญามีอำนาจสั่งห้ามมิให้บุ คลนั้ ออกนอก ราชอาณาจักรไว้ก่อนได้ และในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน ให้คณะกรรมการก.ล.ต. มีคำสั่ง ห้ามมิให้บุคคลนั้นออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวได้เป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน จนกว่า ศาลอาญาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

  304. หมวด ๑๒ บทกำหนดโทษ52 sections
  305. Section ๒๖๘

    ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่าของราคาขายของหลัทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอ ขายแต่ทั้งนี้เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  306. Section ๒๖๙

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๓๕ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ ถูกต้อง

  307. Section ๒๗๐

    ผู้ออกหุ้นกู้ผู้ใดออกใบหุ้นกู้โดยมีรายการไม่เป็นไปตามมาตรา ๔๐ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๑วรรคสอง หรือทำข้อกำหนดหรือสัญญาซึ่งขาดสาระสำคัญตามที่ กำหนดไว้ในมาตรา ๔๒หรือมาตรา ๔๓ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท มาตรา ๒๖๗/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  308. Section ๒๗๑

    ผู้ออกหุ้นกู้ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๔ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้า แสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  309. Section ๒๗๒

    ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขหรือ วิธีการที่กำหนดตามมาตรา ๔๖ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอี ไม่เกินวันละหนึ่ง หมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  310. Section ๒๗๓

    บริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๐มาตรา ๕๓มาตรา ๑๙๑มาตรา ๑๙๒หรือมาตรา ๑๙๓หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการที่กำหนด ตามมาตรา ๕๐หรือมาตรา ๑๙๑ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ สามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  311. Section ๒๗๔

    บริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗หรือมาตรา ๕๘(๑) หรือ (๓) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ผู้จัดการ หรือบุ คลผู้มีอำนาจในการจัดการของบริัทใดไม่มาชี้แจงตาม มาตรา ๕๘(๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  312. Section ๒๗๕

    กรรมการผู้จัดการ ผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร หรือผู้สอบบัญชีผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๙หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการที่กำหนดตามมาตรา ๕๙ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  313. Section ๒๗๖

    ผู้ใดเสนอขายหรือขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆโดย มิได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานตาม มาตรา ๖๕หรือในระหว่างที่สำนักงานสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการ เสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนตามมาตรา ๗๖ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ เป็นเงินไม่เกินสองเท่าของราคาขายของหลักทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้เงินค่าปรับต้อง ไม่น้อยกว่าห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

  314. Section ๒๗๗

    ผู้ใดเสนอขายหรือขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆก่อนที่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ต่อสำนักงานตามมาตรา ๖๕มีผลใช้บังคับ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับเป็นเงินไม่เกินหนึ่งเท่าของราคาขายของ หลักทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าสามแสนบาทหรือทั้งจำทั้ง ปรับ

  315. Section ๒๗๘

    ผู้ใดแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้ แจ้งในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์หรือร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่ ตามมาตรา ๖๕ใน - - สาระสำคัญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่ ของราคาขายของ หลักทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท

  316. Section ๒๗๙

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๔วรรคสองมาตรา ๖๖วรรค สองหรือมาตรา ๘๑วรรคหนึ่ง หรือฝ่ ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธารที่กำหนดตาม มาตรา ๘๑วรรคสองต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  317. Section ๒๘๐

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๗มาตรา ๗๙หรือมาตรา ๘๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

  318. Section ๒๘๑

    ผู้ใดฝ่ ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๘ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สามแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา ๒๘๑/๑๑๒๒ บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๒ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทใดกระทำความผิดตามมาตรานี้ กรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนั้น ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มี ส่วนในการกระทำความผิดนั้นด้วย มาตรา ๒๘๑/๒๑๒๓ กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ รับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา ๘๙/๗จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับ ความเสียหายหรือทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินจำนวนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้่าปรับดังกล่าว ต้องไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าว ต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๒๘๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๑/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - มาตรา ๒๘๑/๓๑๒๔ กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบติตามมาตรา ๘๙/๑๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติ ให้ถูกต้อง มาตรา ๒๘๑/๔๑๒๕ คณะกรรมการบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๑๕วรรค หนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยัง มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ประธานกรรมการบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๑๕วรรคสองต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา ๒๘๑/๕๑๒๖ เลขานุการบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดตามมาตรา ๘๙/๑๕(๑) (๒) หรือ (๓) หรือมาตรา ๘๙/๑๖ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท มาตรา ๒๘๑/๖๑๒๗ บริัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๑๗ต้องระวางโทษปรับไม่ เกินห้าแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา ๒๘๑/๗๑๒๘ เลขานุการบริษัทผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๒๓ จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินจำนวนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ ได้รับ แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาท ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้ค่าปรับ ดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๒๘๑/๘๑๒๙ ผู้ อบบัญชีผู้ใดหรือคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท หลักทรัพย์หรือบริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๒๕ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสน บาท มาตรา ๒๘๑/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๑/๔เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๑/๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๑/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๑/๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๑/๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - มาตรา ๒๘๑/๙๑๓๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๓๑ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สามแสนบาท มาตรา ๒๘๑/๑๐๑๓๑ ผู้ใดมีหน้าที่เปิดเผยเอกสารต่อผู้ถือหุ้นหรือประชาชนทั่วไป ตามที่บัญญัติในหมวด ๓/๑การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ แสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ ไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  319. Section ๒๘๒

    บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๒มาตรา ๙๔มาตรา ๙๖มาตรา ๙๗มาตรา ๙๘มาตรา ๑๐๐มาตรา ๑๐๑มาตรา ๑๐๒มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔มาตรา ๑๐๕มาตรา ๑๐๖มาตรา ๑๐๘มาตรา ๑๐๙มาตรา ๑๑๐มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๓มาตรา ๑๑๔มาตรา ๑๑๕มาตรา ๑๑๖มาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๒๒มาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕มาตรา ๑๒๖มาตรา ๑๒๙มาตรา ๑๓๐มาตรา ๑๓๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓๕มาตรา ๑๓๖มาตรา ๑๓๙(๑) (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔๐วรรคหนึ่ง วรรคสองหรือวรรค สามมาตรา ๑๕๑หรือมาตรา ๑๙๕วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลัเกณฑ์ เงื่อนไข หรือ วิธีการ หรือคำสั่งที่กำหนดตามมาตรา ๙๐วรรคสี่ มาตรา ๙๑มาตรา ๙๒มาตรา ๙๘(๗) หรือ (๑๐) มาตรา ๑๐๐วรรคสองมาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๓๕มาตรา ๑๓๙(๔) มาตรา ๑๔๐วรรคสองมาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๕๐ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสน บาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  320. Section ๒๘๓

    ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๙๒ มาตรา ๙๖มาตรา ๑๐๒มาตรา ๑๐๕มาตรา ๑๐๖มาตรา ๑๐๘มาตรา ๑๐๙มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๓มาตรา ๑๑๔มาตรา ๑๑๕มาตรา ๑๑๖มาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๒๓มาตรา ๑๒๙ มาตรา ๑๓๐มาตรา ๑๓๕มาตรา ๑๔๐วรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม มาตรา ๑๕๑หรือ มาตรา ๑๙๕วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ หรือคำสั่งที่กำหนด ตามมาตรา ๙๒มาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๓๕หรือมาตรา ๑๕๐กรรมการผู้จัด หรือบุคคลใดซึ่ง รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ ไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดนั้น ด้วย มาตรา ๒๘๑/๙เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๑/๑๐เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๘๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - ในกรณีที่บริษัทหลัทรัพย์ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๙๗มาตรา ๙๘มาตรา ๑๑๒มาตรา ๑๒๒มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕มาตรา ๑๒๖มาตรา ๑๓๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓๖ หรือมาตรา ๑๓๙(๑) (๒) (๓) หรือ (๔) หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขวิธีการ หรือ คำสั่งที่กำหนดตามมาตรา ๙๐วรรคสี่ มาตรา ๙๑มาตรา ๙๘(๗) หรือ (๑๐) มาตรา ๑๓๙(๔) มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓หรือมาตรา ๑๔๔กรรมการ ผู้จัด หรือบุคคลใดซึ่ง รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่ เกินสามแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดนั้นด้วย มาตรา ๒๘๔ ผู้ดูแลผลประโยชน์ผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๗หรือ มาตรา ๑๒๘วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่น บาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  321. Section ๒๘๕

    ผู้ชำระบัญชีผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๐หรือมาตรา ๑๓๑ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือ หรือปรับไม่เกิ หนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ สามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจำทั้งปรับ

  322. Section ๒๘๕ ทวิ

    บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๓ วรรคสองต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอี ไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๓วรรคหนึ่งด้วย ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่หรือ ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๓วรรคสองกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสามแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการ กระทำความผิดนั้นด้วย๑๓๕ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสามเป็นการฝ่ ฝืนมาตรา ๑๓๓วรรคหนึ่งด้วย ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  323. Section ๒๘๕ ตรี

    ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลใดไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่ประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๓๔วรรคสามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๒๘๕ทวิเพิ่ มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๘๕ทวิ วรรคสาม แก้ไขเพิ่ เติ โดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๕ตรีเพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - - ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่ ฝืนมาตรา ๑๓๔วรรคสองด้วยต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  324. Section ๒๘๖

    ผู้รับฝากทรัพย์สินผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๗ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติ ให้ถูกต้อง

  325. Section ๒๘๖ ทวิ

    บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๘หรือ มาตรา ๑๓๙(๕) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๘หรือมาตรา ๑๓๙ (๕) ผู้จัด หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษทหลักทรัพย์นั้ ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตน มิได้มีส่วนในการกระทำความผิดนั้นด้วย๑๓๘

  326. Section ๒๘๗

    ผู้ อบบัญชีผู้ใดของบริ ทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนรวมกองทุนส่วนบุคคล บริษัทที่มีหลักทรัพย์จด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ปฏิบัติงานสอบ บัญชี เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีหรือ ข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือทำรายงานเท็จ หรือฝ่าฝืนมาตรา ๖๒วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๗หรือมาตรา ๑๔๐วรรคสี่ หรือวรรคห้าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  327. Section ๒๘๘

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๓มาตรา ๙๕หรือมาตรา ๑๕๖ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาทและปรับอีก ไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

  328. Section ๒๘๙

    ผู้ใดประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตาม มาตรา ๙๐หรือฝ่ ฝืนมาตรา ๑๕๕มาตรา ๒๐๙มาตรา ๒๑๙มาตรา ๒๒๐หรือมาตรา ๒๒๑ต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวัน ละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ มาตรา ๒๘๖ทวิ เพิ่ มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๘๖ทวิ วรรคสอง แก้ไขเพิ่ เติ โดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๘๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - -

  329. Section ๒๙๐

    ศู ย์ซื้อขายหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗๑ วรรคสอง มาตรา ๑๘๘หรือมาตรา ๒๑๓หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือ วิธีการ หรือคำสั่ ที่กำหนดตามมาตรา ๑๘๖(๑) หรือมาตรา ๒๐๖ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสาม แสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  330. Section ๒๙๑

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่กำหนดตามมาตรา ๑๘๖(๒) ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  331. Section ๒๙๒

    ผู้ประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนาย ทะเบียนหลักทรัพย์ผู้ใดไม่ดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขหรือวิธีการที่กำหนดตามมาตรา ๒๒๓ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่ง หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจำทั้งปรับ

  332. Section ๒๙๓

    สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุ กิจหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๒๓๖ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  333. Section ๒๙๔

    บริษัทหลักทรัพย์ใดตกลงเข้ากันเพื่อทำการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ หลักทรัพย์อันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกัน โดยมิได้จัดตั้งเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับ ธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวัน ละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

  334. Section ๒๙๕

    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๒๓๒วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

  335. Section ๒๙๖

    ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓๘มาตรา ๒๓๙มาตรา ๒๔๐มาตรา ๒๔๑ หรือมาตรา ๒๔๓ต้องระวางโทษจำคุ ไม่เกินสองปี หรือปรับเป็เงินไม่เกินสองเท่ ของผลประโยชน์ ที่บุคคลนั้น ๆได้รับไว้ หรือพึงจะได้รับเพราะการกระทำฝ่าฝืนดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวต้อง ไม่น้อยกว่าห้าแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

  336. Section ๒๙๗

    ผู้ใดทำการวิเคราะห์ฐานะการเงินผลการดำเนินงานหรือราคาซื้อขาย หลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่ออกหลักทรัพย์หรือที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ โดยบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลที่ใช้ ในการวิเคราะห์ หรือใช้ข้อมูลซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาใช้ในการวิเคราะห์ และผลของการวิเคราะห์นั้นอาจ ทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือนิติบุคคลหรือบุคคลใดๆหรือมีผลกระทบต่อราคาซื้อขาย มาตรา ๒๙๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - หลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลนั้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  337. Section ๒๙๘

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔๖มาตรา ๒๔๗มาตรา ๒๔๘ มาตรา ๒๔๙มาตรา ๒๕๑มาตรา ๒๕๒มาตรา ๒๕๓มาตรา ๒๕๔มาตรา ๒๕๕หรือมาตรา ๒๕๖ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๒๔๗ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือ ปรับไม่เกินห้าแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจำทั้งปรับ

  338. Section ๒๙๙

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕๐หรือมาตรา ๒๕๐/๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  339. Section ๓๐๐

    ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๖๘มาตรา ๒๖๙มาตรา ๒๗๐มาตรา ๒๗๑มาตรา ๒๗๒มาตรา ๒๗๓มาตรา ๒๗๔มาตรา ๒๗๙มาตรา ๒๘๐มาตรา ๒๘๑มาตรา ๒๘๑/๖มาตรา ๒๘๑/๙มาตรา ๒๘๑/๑๐มาตรา ๒๘๔มาตรา ๒๘๖มาตรา ๒๙๐ มาตรา ๒๙๒มาตรา ๒๙๖มาตรา ๒๙๗มาตรา ๒๙๘หรือมาตรา ๒๙๙เป็นนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุ คลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดนั้น

  340. Section ๓๐๑

    ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๘มาตรา ๒๘๘หรือ มาตรา ๒๘๙เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติ บุคคลนั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนใน การกระทำความผิดนั้น

  341. Section ๓๐๒

    ผู้ใดให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือ ประชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุ ไม่เกินหกเดือน และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท

  342. Section ๓๐๓

    ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๖๔หรือฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕วรรคสามต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินหกเดือน และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท มาตรา ๒๙๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๐๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๐๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  343. Section ๓๐๔

    ผู้ใดถอนทำให้เสียหายทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือ เครื่องหมาย ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับหรือหมายไว้ที่สิ่งใดๆในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๖๔เพื่อเป็นหลัฐานในการยึดหรืออายัด หรือรักษาสิ่งนั้ ๆต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และ ปรับไม่เกินสามแสนบาท

  344. Section ๓๐๕

    ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือ ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใดๆอันพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึด อายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่ง เพื่อเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา ๒๖๔ไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะรักษาทรัพย์สินหรือเอกสารนั้นไว้ เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี และ ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท

  345. Section ๓๐๖

    ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ นิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ โดยทุจริต หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ ประชาชนหรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ แก่ประชาชนและโดยการหลอกลวงดังว่า นั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ประชาชนผู้ถูก หลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุ ตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  346. Section ๓๐๗

    ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ นิติบุคคลใด ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของนิติบุคคลดังกล่าวหรือ ทรัพย์สินที่นิติบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆโดย ทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของนิติบุคคลนั้น ต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  347. Section ๓๐๘

    ผู้จัดการ หรือบุ คลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ นิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของนิติบุคคลดังกล่าว หรือซึ่งนิติบุคคล ดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  348. Section ๓๐๙

    ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ นิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ เอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินอันนิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลหรือที่อยู่ในความครอบครองของนิติบุคคลนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับ ไม่เกินห้าแสนบาท

  349. Section ๓๑๐

    ผู้จัดการ หรือบุ คลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ นิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ รู้ว่าเจ้าหนี้ของนิติบุคคลดังกล่าว หรือเจ้าหนี้ของบุคคลอื่นซึ่งจะใช้ - - สิทธิของเจ้าหนี้นิติบุคคลนั้นบังคับการชำระหนี้จากนิติบุคคล ใช้หรือน่าจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ ชำระหนี้ (๑) ย้ายไปเสียซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์สินของนิติบุ คลนั้น หรือ (๒) แกล้งให้นิติบุคคลนั้นเป็นหนี้ซึ่งไม่เป็นความจริง ถ้าได้กระทำเพื่อมิให้เจ้ หนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่ว ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  350. Section ๓๑๑

    ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ นิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ กระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดย ชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่นิติบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  351. Section ๓๑๒

    ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ นิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ กระทำหรือยินยอมให้กระทำการดังต่อไปนี้ (๑) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือ หลักประกันของนิติบุคคลดังกล่าว หรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลดังกล่ ว (๒) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลหรือที่ เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้น หรือ (๓) ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง ถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำเพื่อลวงให้นิติบุคคลดังกล่าวหรือผู้ถือหุ้นขาด ประโยชน์อันควรได้ หรือลวงบุคคลใดๆต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้า แสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  352. Section ๓๑๓

    ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลัทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อ ขายหลักทรัพย์ใด ฝ่าฝืนมาตรา ๓๐๗มาตรา ๓๐๘มาตรา ๓๐๙หรือมาตรา ๓๑๑ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับเป็เงิ สองเท่าของราคาทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่บุคคลดังกล่าวได้ กระทำการฝ่าฝืนในมาตรานั้นๆแล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท

  353. Section ๓๑๔

    ผู้ใดก่อให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการ ดำเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือผู้สอบบัญชี กระทำความผิดตามที่บัญญัติใน มาตรา ๒๘๗มาตรา ๓๐๖มาตรา ๓๐๗มาตรา ๓๐๘มาตรา ๓๐๙มาตรา ๓๑๐มาตรา ๓๑๑หรือ มาตรา ๓๑๒ไม่ว่าด้วยการใช้ สั่ง ขู่เข็ญ จ้าง หรือด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา นั้น ๆ

  354. Section ๓๑๕

    ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆอัเป็การช่วยเหลือหรือให้ความ สะดวกในการที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือผู้สอบบัญชี กระทำความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา ๒๘๗มาตรา ๓๐๖มาตรา - - ๓๐๗มาตรา ๓๐๘มาตรา ๓๐๙มาตรา ๓๑๐มาตรา ๓๑๑หรือมาตรา ๓๑๒ไม่ว่าก่อนหรือขณะ กระทำความผิด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆเว้นแต่ผู้นั้นมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือ ให้ความสะดวกนั้ มาตรา ๓๑๕/๑๑๔๔ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษผู้ใดตามมาตรา ๒๔๑ หรือมาตรา ๒๔๓ให้พนักงานอัยการมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้จ่ายเงินสินบนให้แก่ผู้นำจับหรือผู้ที่แจ้ง ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด และเงินรางวัลให้แก่ผู้ จับ จากเงินค่าปรับที่ผู้กระทำความผิด ดังกล่าวได้นำมาชำระต่อศาลไม่เกินร้อยละสามสิบของจำนวนเงินค่าปรับนั้น และให้จ่ายเงินได้เมื่อคำ พิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่มีการเปรียบเทียบในความผิดตามมาตรา ๒๔๑หรือมาตรา ๒๔๓ให้ สำนักงานมีอำนาจร้องขอต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบให้จ่ายเงินสินบนให้แก่ผู้ที่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ การกระทำความผิด จากเงินค่าปรับที่ผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้ชำระตามคำสั่งคณะกรรมการ เปรียบเทียบไม่เกินร้อยละสามสิบของจำนวนเงินค่าปรับนั้น ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรานี้ได้ บุคคลดังต่อไปนี้ไม่ีสิทธิได้รับเงินสินบนและเงิ รางวัลตามมาตรานี้ (๑) กรรมการ ก.ล.ต. กรรมการกำกับตลาดทุนเลขาธิการ และพนักงานของ สำนักงาน (๒) กรรมการผู้จัดการ และพนักงานตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

  355. Section ๓๑๖

    ผู้ใดล่วงรู้กิจการของบุคคลใดเนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ อันเป็นกิจการที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนำไป เปิดเผยแก่บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ ความในวรรคหนึ่ง มิให้นำมาใช้บังคับแก่ารเปิดเผยในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การเปิดเผยตามหน้าที่ (๒) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี (๓) การเปิดเผยเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของบริษัท หลักทรัพย์ (๕) การเปิดเผยแก่ผู้สอบบัญชีของนิติบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) การเปิดเผยแก่ทางการหรือหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศที่ทำหน้าที่ กำกับหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ หรือกำกับดูแลสถาบันการเงิน (๗) การเปิดเผยเมื่อได้รับความเห็นชอบจากบุคคลดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร มาตรา ๓๑๕/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  356. Section ๓๑๗

    ความผิดตามมาตรา ๒๖๘มาตรา ๒๖๙มาตรา ๒๗๐มาตรา ๒๗๑ มาตรา ๒๗๒มาตรา ๒๗๓มาตรา ๒๗๔มาตรา ๒๗๕มาตรา ๒๗๖มาตรา ๒๗๗มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐มาตรา ๒๘๑มาตรา ๒๘๑/๑มาตรา ๒๘๑/๒วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘๑/๓มาตรา ๒๘๑/๔มาตรา ๒๘๑/๕มาตรา ๒๘๑/๖มาตรา ๒๘๑/๗วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘๑/๘มาตรา ๒๘๑/ ๙มาตรา ๒๘๑/๑๐มาตรา ๒๘๒มาตรา ๒๘๓มาตรา ๒๘๔มาตรา ๒๘๕มาตรา ๒๘๕ทวิมาตรา ๒๘๕ตรี มาตรา ๒๘๖มาตรา ๒๘๖ทวิ มาตรา ๒๘๗มาตรา ๒๙๐มาตรา ๒๙๑มาตรา ๒๙๒ มาตรา ๒๙๓มาตรา ๒๙๔มาตรา ๒๙๕มาตรา ๒๙๖มาตรา ๒๙๗มาตรา ๒๙๘มาตรา ๒๙๙และ มาตรา ๓๐๐ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบทีร่ ฐัมนตรีแต่งตัง้ มีอำนาจเปรียบเทียบได้๑๔๕ คณะกรรมการเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งให้มีจำนวนสามคน ซึ่ง คนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ทำการเปรียบเทียบกรณีใด และผู้ต้องหาได้ชำระ ค่าปรับตามคำเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเปรียบเทียบกำหนดแล้ว ให้คดีนั้นเป็น อันเลิกกัน

  357. หมวด ๑๓ บทเฉพาะกาล27 sections
  358. Section ๓๑๘

    ในวาระเริ่มแรกเป็นระยะเวลาสี่ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษามิให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๑(๔) มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการ

  359. Section ๓๑๙

    ให้กระทรวงการคลังดำเนินการให้มีการโอนเงินดังต่อไปนี้ ให้แก่ สำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นทุน ประเดิมของสำ งานตามมาตรา ๒๕ (๑) เงินคงเหลือจากกองทุนแก้ไขปัญหาธุรกิจหลักทรัพย์จำนวนห้าร้อยห้าล้านหก แสนสี่หมื่นสองพันหกร้อยสี่สิบสี่บาทหกสิบสตางค์พร้อมดอกผลของเงินดังกล่าว (๒) เงินคงเหลือจากกองทุนพัฒนาตลาดทุนจำนวนสองร้อยล้านบาท

  360. Section ๓๒๐

    ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยโอนเงินจำนวนห้าร้อยล้านบาทให้แก่ สำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นทุน ประเดิมของสำนักงานตามมาตรา ๒๕

  361. Section ๓๒๑

    ให้ถือว่าบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทใดๆตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจ มาตรา ๓๑๗วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ - - หลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บัคับเป็นบริษัทที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนั้นตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้นำความในมาตรา ๙๔มาใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง

  362. Section ๓๒๒

    ให้บริัทหลักทรัพย์หรือบริัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๑ที่ มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการให้มีทุนจด ทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้านบาท (๒) ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการให้มีทุนจด ทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท

  363. Section ๓๒๓

    บุคคลผู้กระทำการแทนบริษัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ตามกฎหมายต่างประเทศโดยมีสำนักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรและได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่ ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ อยู่แล้วใน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำการแทนบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งจัดตั้งตามกฎหมาย ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตแล้วตามมาตรา ๙๓แห่งพระราชบัญญัตินี้

  364. Section ๓๒๔

    ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้ับอนุญาตให้ประกอบกิจการจัดการลงทุน ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ จัดการ โครงการลงทุนตามที่ได้รับอนุมัติตามกฎหมายดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการลงทุนนั้น ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวด้วยสำหรับการใด ที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ในระหว่างยังไม่สิ้นสุดโครงการลงทุนหากบริษัทหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งมีความ ประสงค์จะแปรสภาพโครงการลงทุนให้เป็นกองทุนรวมตามพระราชบัญญัตินี้ บริษัทหลักทรัพย์ ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ค ก.ล.ต. กำหนดและเมื่อได้ ดำเนินการแล้วให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนรวมตามพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดย อนุโลม

  365. Section ๓๒๕

    ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๑ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบการจัดการกองทุนรวมซื้อหรือมีหุ้นเป็นของตนเองโดยมิใช่เพื่อประโยชน์ของโครงการลงทุน อยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ซึ่งไม่อาจกระทำได้ตามมาตรา ๙๘ (๗) แห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวคงมีสิทธิถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นนั้นต่อไปได้ แต่ถ้าจำหน่าย หุ้นไปเท่าใด ก็ให้มีสิทธิถือหรือมีไว้เพียงเท่าจำนวนที่เหลือนั้น

  366. Section ๓๒๖

    ให้ถือว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ซึ่ ได้รับความเห็ชอบตามกฎหมายว่ ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุนธุรกิจ หลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท หลักทรัพย์ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วตามพระราชบัญญัตินี้ - -

  367. Section ๓๒๗

    ในกรณีที่บริษัทตามมาตรา ๓๒๑มีกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มี อำนาจในการจัดการหรือที่ปรึ ษาซึ่ เป็บุคคลที่ได้รับความเห็ชอบตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วตามพระราชบัญญัตินี้

  368. Section ๓๒๘

    ให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลัง หรือประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วย การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ บรรดาซึ่งยังใช้บังคับอยู่ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ การใดที่กฎกระทรวงและประกาศตามวรรคหนึ่งกำหนดให้เป็อำนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ยังคงเป็นอำนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประทศไทยต่อไปแล้วแต่กรณีจนกว่ามีการแต่งตั้ง คณะกรรมการก.ล.ต. และเลขาธิการแล้ว ให้อำนาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี ก.ล.ต. หรือสำนักงาน แล้วแต่กรณี

  369. Section ๓๒๙

    ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗เป็นตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งดำรง ตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งและ เลือกตั้งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่ เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  370. Section ๓๓๐

    ให้โอนบรรดาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ไปเป็นของตลาดหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้

  371. Section ๓๓๑

    ให้โอนบรรดากิจการ ทุ สิ ทรัพย์ สิทธิ หนี้สิน ความรับผิดและ งบประมาณของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนบรรดาเงินของกองทุนทดแทนความเสียหายที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ไปเป็นของตลาดหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้

  372. Section ๓๓๒

    ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินปีละห้าสิบล้านบาทเป็นเวลาห้าปีให้แก่ สำนักงาน โดยในปีแรกให้ดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราช กิจจานุเบกษา และในปีต่อ ๆ ไปให้ดำเนินการภายในสามสิบวับแต่วัสิ้ ปีปฏิทินของปีที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและของปีถัดไปจนครบห้าปี - - เงินที่จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเงินที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘๒ ตลอดเวลาที่ยังดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

  373. Section ๓๓๓

    ให้สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้

  374. Section ๓๓๔

    ให้หลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตาม พระราชบัญญัตินี้ แต่ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์ดังกล่าวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัท จำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บริษัทนั้นแปร สภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด ภายในสองปีนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่ีความจำเป็น ก.ล.ต. อาจขยายระยะเวลาดังกล่าว ได้ แต่จะขยายระยะเวลาเกินกว่าห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับไม่ได้

  375. Section ๓๓๕

    ในกรณีที่บริษัทใดดำเนินการยื่นคำขออนุญาตให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังสั่งรับหลักทรัพย์ของตนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลัทรัพย์รับอนุญาตต่อ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๘และมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยพ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังมิได้มีคำสั่งให้รับหลักทรัพย์นั้นเป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้ ดำเนินการตามมาตรา ๑๘และมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไปได้ และให้อำนาจหน้าที่ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อ ก.ล.ต. ได้สั่งรับหลักทรัพย์ของบริษัทที่ได้ยื่นขออนุญาตให้เป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ และให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวต้อง ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามมาตรา ๓๓๔แห่งพระราชบัญญัตินี้ด้วย

  376. Section ๓๓๖

    ในกรณีที่บริษัทใดดำเนินการยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นใหม่ต่อ ประชาชนหรือออกหุ้นกู้ ต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๗และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังมิได้อนุญาตให้บริษัท ดังกล่าวเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ได้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ดำเนินการพิจารณาการขออนุญาตดังกล่าวต่อไปได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่จะต้อง แก้ไขเพิ่มเติมหลัเกณฑ์และวิธีารดังกล่ วเพื่อให้การพิจารณาอนุญาตลุล่วงไปได้ ตลาดหลักทรัพย์อาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีการใดๆด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการก.ล.ต. ก็ได้ - -

  377. Section ๓๓๗

    บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชน หรือออกหุ้นกู้ ตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ ตามมาตรา ๓๓๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้บริษัทดังกล่าวดำเนินการเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชน หรือออกหุ้นกู้ต่อไปได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าวและในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวเพื่อให้การ เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ลุล่วงไปได้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อาจกำหนด หลักเกณฑ์หรือวิธีการใดๆด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการก.ล.ต. ก็ได้

  378. Section ๓๓๘

    ให้บรรดากฎกระทรวงและประกาศกระทรวงการคลังที่ออกตามความ ในพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๗ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบปฏิบัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบ ปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนหุ้น และประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบรรดาซึ่งยังใช้บังคับอยู่ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ การใดที่กฎกระทรวง ประกาศข้อบังคับ และระเบียบตามวรรคหนึ่งกำหนดให้เป็น อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ให้ยังคงเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป แล้วแต่กรณี จนกว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้อำนาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ ของรัฐมนตรี คณะกรรมการก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แล้วแต่กรณี

  379. Section ๓๓๙

    บุคคลใดที่ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์อยู่แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดำเนินการได้ต่อไป แต่ต้องยื่นคำขอใบอนุญาตเพื่อประกอบการดังกล่าว ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขออนุญาตแล้วให้ ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาต

  380. Section ๓๔๐

    ให้บรรดาสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคม ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้ ต้องขออนุญาตเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ภายในเก้าสิบวันนับแต่ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ตามพระราชบัญญัตินี้แล้วให้นายทะเบียนสมาคมการค้ ตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขีดชื่อ สมาคมการค้านั้นออกเสียจากทะเบียนสมาคมการค้า - - บรรดาทรัพย์สินและหนี้สินของสมาคมที่ มีล ษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับ ธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้โอนมาเป็นของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้ จัดตั้งขึ้นใหม่ ถ้าสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ หลักทรัพย์เป็นสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าไม่ขออนุญาตเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่อง กับธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นอันเลิก และให้นายทะเบียนสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขีดชื่อสมาคมการค้านั้นออกเสีย จากทะเบียนสมาคมการค้า ถ้าสมาคมการค้าไม่พอใจในคำสั่งของนายทะเบียนสมาคมการค้าตามกฎหมายว่า ด้วยสมาคมการค้าที่ให้ขีดชื่อออกจากทะเบียน สมาคมการค้าก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้โดยยื่น อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ภายในกำหนดสิบห้ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ คำสั่งคำวินิจฉัยของ คณะกรรมการก.ล.ต. ให้เป็นที่สุด

  381. Section ๓๔๑

    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุ กิจเครดิตฟองซิเอร์ และตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยพ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗เป็พนังานเจ้าหน้าที่ที่ได้ บแต่ ตั้ ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่า คณะกรรมการก.ล.ต. จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ถือว่าบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกให้แก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เป็นบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อมีการ แต่งตั้งเลขาธิการแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานการปฏิบัติหน้าที่ต่อสำนักงาน

  382. Section ๓๔๒

    ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจ เปรียบเทียบความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ หรือตามพระราชบัญญัติตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๗

  383. Section ๓๔๓

    บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒๒หรือไม่ดำเนินการตาม หลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา ๓๒๔วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาทและปรับ อีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าการ กระทำความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการ การกระทำการหรือไม่สั่งการหรือไม่ กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการ ดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นผู้ใด ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสาม แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ - -

  384. Section ๓๔๔

    ความผิดตามมาตรา ๓๔๓ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา ๓๑๗มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี - - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การพัฒนาตลาดทุนของ ประเทศที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นการพัฒนาตลาดรองซึ่งเป็นตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังขาดการ พัฒนาตลาดแรกอันเป็นตลาดสำหรับหลักทรัพย์ออกใหม่ วบคู่กันไปด้วยทำให้บทบาทที่สำคัญของ ตลาดรองในการเป็นตลาดที่สนับสนุนตลาดแรกไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้จึงต้องเปิด โอกาสให้ารพัฒนาตลาดแรกได้ ว้ งขวางขึ้นและให้มีตราสารประเภทต่างๆได้ากขึ้นเพื่อใช้เป็น เครื่องมือในการระดมทุน นอกจากนี้โดยที่การควบคุมดูแลในเรื่องที่เกี่ยวกับตลาดทุนมีกฎหมายที่ เกี่ยวข้องหลายฉบับและอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานทำให้การกำกับและพัฒนา ตลาดทุนขาดความเป็นเอกภาพ ทั้งยังขาดมาตรการที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สมควรมีกฎหมายและหน่วยงานที่เป็นศูนย์รวมในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๒๑๔๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยง ชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจการจัดการลงทุน ประเภทหนึ่งซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วน บุคคล ดังนั้น เพื่อให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นไปตามมาตรฐานและหลักการเดียวกันกับ การจัดการกองทุนส่วนบุคคล สมควรกำหนดให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ภายใต้บังคับ บทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการกองทุนส่วนบุคคลให้มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน และเป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลได้มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๖๑๔๗ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕บัญญัติห้ามบริษัทหลักทรัพย์ที่จัดการกองทุนรวมก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่ทรัพย์สินของกองทุนรวม แต่การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นการบริหารการเงินที่สามารถ นำมาใช้ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติ กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์เพื่อให้กองทุนรวมสามารถบริหารความเสี่ยงโดยการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑๑๔๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่๑๓๗ก/หน้า ๑/๓๐ธันวาคม๒๕๔๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๒๐/ตอนที่๖๕ก/หน้า ๔๘/๑๐กรกฎาคม๒๕๔๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่๔๒ก/หน้า ๑/๔มีนาคม๒๕๕๑ - - มาตรา ๕๖ ให้แก้ไขคำว่ “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” ในมาตรา ๖มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๐มาตรา ๔๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๖มาตรา ๕๖มาตรา ๕๙มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๗มาตรา ๖๙มาตรา ๗๐มาตรา ๗๑มาตรา ๘๐มาตรา ๘๘มาตรา ๙๒มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๐๐มาตรา ๑๐๓มาตรา ๑๐๙มาตรา ๑๑๒มาตรา ๑๑๔มาตรา ๑๑๕มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๑๙มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕มาตรา ๑๓๐มาตรา ๑๓๓มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕มาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๓วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔๕มาตรา ๑๘๑มาตรา ๑๙๙มาตรา ๒๑๐มาตรา ๒๒๓มาตรา ๒๔๘มาตรา ๒๕๒มาตรา ๒๕๕และมาตรา ๒๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นคำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” มาตรา ๕๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอชื่อบุคคลต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ มีมติแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการก.ล.ต. ตามมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๕๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่าน กระบวนการคัดเลือกดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ นี้ (๑) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการก.ล.ต. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คัดเลือกกันเอง โดยวิธีการจับสลากให้เหลือจำนวนสามคน และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็น การพ้นจากตำแหน่งตามวาระ (๒) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับการแต่งตั้งตาม มาตรา ๕๗ให้ประธานกรรมการก.ล.ต. และกรรมการก.ล.ต. ที่มิใช่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกัน เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. จำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งต่อคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา ๓๑/๓แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติี้และให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเพื่อมีคำสั่งแต่งตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ เมื่อครบสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๑) ออก จากตำแหน่งและให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ มาตรา ๕๙ ให้คณะกรรมการก.ล.ต. ตามมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอยู่ใน ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๗ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๘ - - มาตรา ๖๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการกำกับตลาดทุ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทำหน้าที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ร่วมกัเสนอรายชื่อผู้ทรงคุ วุฒิที่สมควรได้ บการแต่ ตั้ เป็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับตลาดทุนตามมาตรา ๑๖/๑แห่งพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ต่อคณะกรรมการ คัดเลือกเพื่อดำเนินการตามที่กำหนดในมาตรา ๓๑/๗แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๑ ให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวัก่อนวันที่พระราชบัญญัติี้ใช้บังคับ อยู่ในตำแหน่งและปฏิบัติ หน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๘วรรคหนึ่ง มิให้นำความในมาตรา ๒๒/๑แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจาก ตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้อีกวาระหนึ่ง มาตรา ๖๒ ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๖๐แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ได้รับอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๖๑แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าวไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไปได้จนเสร็จสิ้นตามประกาศหรือระเบียบที่ใช้บังคับแก่การพิจารณา และวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น มาตรา ๖๓ ให้บรรดาประกาศ ระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ยังใช้บังคับ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะได้มีประกาศระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบัคับเป็นอย่างอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง โครงสร้างขององค์กรกำกับดูแลตลาดทุนโดยปรับปรุงที่มา องค์ประกอบ คุณสมบัติ และวาระการ ดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพื่อทำหน้าที่ในการตรากฎเกณฑ์กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ และการทำธุรกรรมต่างๆในตลาดทุนปรับปรุงที่มาและการพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งเพิ่มข้อห้ามมิให้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิบัติหน้าที่หลังการพ้นจากตำแหน่งด้วย ตลอดจนสมควรปรับปรุงหลัเกณฑ์เกี่ยวกับการ - - กำกับดูแลการเสนอขายหลักทรัพย์เพื่อรองรับพัฒนาการของรูปแบบการจัดตั้งผู้ออกหลักทรัพย์ โดย กำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการที่ดีของบริษัทที่มีการระดมทุนในตลาดทุน ในด้านหน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร และสิทธิของผู้ถือหุ้นของบริษัท ปรับปรุง หลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นสากล ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ ประกอบธุ กิจหลัทรัพย์และหลัเกณฑ์คุ้ ครองทรัพย์สิ ของลูกค้าของบริ ทหลัทรัพย์ให้ เหมาะสมกับสภาวการณ์ กำหนดบทบัญญัติรองรับการทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์อันได้แก่การ บังคับจำนำหลักทรัพย์จดทะเบียนเพื่อให้ธุรกรรมต่างๆสามารถดำเนินไปได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น กำหนดบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองระบบการส่งมอบและชำระบัญชีในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ เพื่อยกระดับการใช้ความ คุ้มครองผู้ลงทุนรวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติต่างๆเพื่อส่งเสริมให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

Notes and footnotes · 25,073 characters
Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
The agency’s publication page
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Law-on-Savings-and-Investment-and-International-Ec/717/CNT0008799-1.pdf.aspx108 pp.
File checksum
sha256:c68c1e3c234f359c59a3d7c0e8116bacf93a21bd70d46975b3bf7baa1289c6edPulled at 2026-08-24T08:00:04.227Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535