Law collection

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

Consolidated edition — not the text as first promulgated2535341 sections43 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)Source PDF · 108 pages
What edition is this?

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

Contents of this text

Preamble

พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๒มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

Sections in this chapter

Show as list
  1. หมวด ๔ ธุรกิจหลักทรัพย์
  2. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งและการออกใบอนุญาต4 sections
  3. Section ๙๐

    การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จะกระทำได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งในรูปบริษัท จำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดหรือเมื่อเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้ โดยได้รับ ใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการก.ล.ต. วรรคสอง๗๖ (ยกเลิก) การควบบริษัทหลักทรัพย์เข้ากันให้ถือว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัท มหาชนจำกัดแล้วแต่กรณี การขอรับใบอนุญาต การขอความเห็นชอบ การออกใบอนุญาตและการให้ความ เห็นชอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ตลอดจนเสียค่าธรรมเนียมตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง

  4. Section ๙๑

    ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ของประเทศหรือเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ ในกรณีที่สภาพการณ์ที่ก่อให้เกิดความจำเป็นตามวรรคหนึ่ เปลี่ยนแปลงไป รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ แล้วนั้นได้

  5. Section ๙๒

    บริษัทหลักทรัพย์อาจมีสำนักงานสาขาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด การจัดตั้งสำนักงานสาขาของสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่นให้เป็นไป ตามกฎหมายว่ ด้วยการนั้น [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  6. Section ๙๓

    ผู้ใดจะกระทำการแทนบริัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุ กิจหลักทรัพย์ ตามกฎหมายต่างประเทศ โดยมีสำนักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาต จากสำนักงาน ให้ผู้กระทำการแทนตามวรรคหนึ่งทำกิจการได้เฉพาะที่ระบุไว้ในการอนุญาต มิให้นำความในมาตรา ๙๕มาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรานี้ แต่ผู้ได้รับ อนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด

  7. ส่วนที่ ๒ มาตรา ๙๐วรรคสองยกเลิกโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)17 sections
  8. Section ๙๔

    บริษัทหลักทรัพย์ต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “บริษัทหลักทรัพย์”นำหน้าและ “จำกัด”ต่อท้าย

  9. Section ๙๕

    ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากบริษัทหลักทรัพย์ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า “บริษัทหลักทรัพย์”หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

  10. Section ๙๖

    คณะกรรมการก.ล.ต. อาจกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีทุนจด ทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ตามจำนวนที่กำหนดสำหรับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทใดประเภท หนึ่งหรือไม่ก็ได้ เว้นแต่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการค้าหลักทรัพย์หรือ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือที่มีการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ก.ล.ต. ต้องกำหนดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้าน บาท (๑) มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้ ไว้ในความครอบครอง (๒) มีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเอง (๓) มีภาระความรับผิดชอบต่อระบบชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์

  11. Section ๙๗

    ให้บริษัทหลักทรัพย์ดำรงเงินกองทุนให้เพียงพอตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนด

  12. Section ๙๘

    ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำการดังต่อไปนี้ (๑) ลดทุนโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (๒) กระทำการใด ๆอัจะทำให้ลูกค้ หรือบุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา คุณค่า และลักษณะของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง (๓) กระทำการใดๆอันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการเอา เปรียบลูกค้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๔) ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็การซื้อขายในนามของตนเองหรือลูกค้า เว้นแต่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กระทำได้ (๕) ขายหลักทรัพย์โดยที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองหรือมิได้มี บุคคลใดมอบหมายให้ขายหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้ กระทำได้ (๖) รับคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์จากลูกค้านอกสถานที่ทำการของสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา เว้นแต่สำนักงานจะกำหนดเป็นอย่างอื่น (๗) ซื้อหรือมีหุ้น เว้นแต่ มาตรา ๙๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - - (ก) เป็นการได้าเนื่องจากประกอบการค้าหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ ย หลักทรัพย์ หรือธุรกิจหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด หรือ (ข) เป็นการได้มาโดยได้รับผ่อนผันจากสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและ วิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๘) ประกอบกิจการอื่นใดที่มิใช่ธุ กิจหลักทรัพย์ในประเภทที่ได้ับอนุญาต เว้นแต่ จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน การประกอบกิจการอื่นใดตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อ ขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือการค้า หลักทรัพย์หรือการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และในศูนย์ซื้อขาย หลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าหลักทรัพย์ (๙) ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาโดยมิได้รับอนุญาตจากสำนักงาน (๑๐) โฆษณากิจการของบริษัทหลัทรัพย์นั้ เว้นแต่การโฆษณานั้นจะได้กระทำ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  13. Section ๙๙

    ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ครอบครอง อยู่ในขณะใดขณะหนึ่งว่า บริษัทหลักทรัพย์ได้ครอบครองไว้เพื่อตนเองหรือเพื่อลูกค้าของบริษัท หลักทรัพย์ หรือบริษัทได้ครอบครองไว้เพื่อลูกค้ารายใด ให้เป็นไปตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ (๑) ให้การครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์อยู่ใน ลำดับก่อนการครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อตนเอง (๒) ให้ลูกค้าที่สั่งซื้อก่อนได้รับประโยชน์ตามลำดับก่อนหลังหลักทรัพย์ที่ซื้อ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทหลักทรัพย์นั้นจะยึดถือหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ด้วยหรือไม่ก็ตาม

  14. Section ๑๐๐

    การตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ต้อง ได้รับอนุญาตจากสำนักงานก่อน การขอรับอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  15. Section ๑๐๑

    ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานภายในสิบห้าวัน นับ แต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทหลักทรัพย์ - -

  16. Section ๑๐๒

    การให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด มาตรา ๑๐๓ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของบริษัท หลักทรัพย์ (๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๒) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ กระทำโดยทุจริต (๓) เคยเป็นกรรมการ ผู้ จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบัน การเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (๔)๗๙ เป็นกรรมการ ผู้จัด หรือบุ คลผู้ มีอำนาจในการจัดการของบริษัท หลักทรัพย์อื่น เว้นแต่จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด (๕) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตาม มาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๔๕หรือเคยถูกถอดถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น (๖) เป็นข้าราชการการเมือง (๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมบริษัทหลักทรัพย์ พนักงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานเว้นแต่ (ก) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ หรือ (ข) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๔๕ (ค) เป็นกรณีของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณ (๘)๘๐ (ยกเลิ ) (๙) เป็นบุคคลซึ่งมิได้มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงานหรือ คุณสมบัติอื่น ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๑๐) มีลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ กำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] มาตรา ๑๐๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๐๓(๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๐๓(๘) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  17. Section ๑๐๔

    บริัทหลักทรัพย์จะแต่งตั้งกรรมการหรือผู้จัด หรือทำสัญญาให้ บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์ได้ ต่อเมื่อได้รับความ เห็นชอบจากสำ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๓ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนความเห็นชอบที่ได้ให้ไว้แล้วได้และให้บริษัทหลักทรัพย์เสนอชื่อ บุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนความ เห็นชอบ ให้นำความในมาตรา ๑๐๓มาใช้บังคับแก่บุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ทำสัญญาให้มี อำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ตลอดจนผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่ บุคคลนั้นด้วยโดยอนุโลม

  18. Section ๑๐๕

    ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะ การเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงโดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่ หน่วยราชการที่เกี่ ยวข้องให้ วามเห็ชอบและข้อกำหนดเพิ่ เติมตามที่ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

  19. Section ๑๐๖

    ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนทุกงวด การ บัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนดงบดุลนั้นต้องมีการตรวจสอบ และแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในรอบปีบัญชีนั้นและ ผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่จัดทำขึ้นตามวรรคหนึ่ง ทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือน โดยให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยณสำนักงานของบริษัท หลักทรัพย์นั้นลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับและเสนอต่อ สำนักงานหนึ่งฉบับ การจัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนสำหรับงวดการบัญชี อบระยะเวลาหกเดือน แรกของปีบัญชีตามวรรคหนึ่งและการประกาศตามวรรคสอง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสาม เดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชี และสำหรับงวดประจำปีบัญชี ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบ เอ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ระยะเวลาทั้งหมดต้องไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปี บัญชีนั้น ทั้งนี้ เว้ แต่สำนักงานจะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

  20. Section ๑๐๗

    ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๑๐๖ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติงานสอบ บัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและ ข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีและหรือลงบัญชีไม่ตรง กับความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชีที่มีผลกระทบต่องบ การเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอน การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้ ได้ - -

  21. Section ๑๐๘

    ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศรายการหรือเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับ บริษัทหลักทรัพย์นั้นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่สำ งานกำหนด ประกาศรายการหรือข้อมูล ดังกล่าว ให้แสดงไว้ในที่เปิดเผยณสำนักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และให้รายงานต่อสำนักงาน ทราบพร้อมด้วยสำเนาประกาศรายการหรือข้อมูลที่เปิดเผย

  22. Section ๑๐๙

    สำนักงานจะกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ใดยื่นรายงานหรือแสดง เอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่สำนักงานกำหนดก็ได้ และสำนักงานจะให้ทำคำ ชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารนั้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ ภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด รายงานและเอกสารที่ยื่นหรือแสดงหรือคำชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความตาม วรรคหนึ่ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทำให้ รบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  23. Section ๑๑๐

    บริ ทหลักทรัพย์ต้องเปิดทำการตามเวลาและหยุดทำการตามวันที่ สำนักงานกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เปิดทำการหรือหยุดทำการในเวลาหรือวัน อื่น

  24. Section ๑๑๑

    มิให้นำความในมาตรา ๙๔มาตรา ๙๘(๑) (๗) (๘) และ(๙) มาตรา ๑๐๔มาตรา ๑๐๖มาตรา ๑๐๗มาตรา ๑๐๘และมาตรา ๑๑๐มาใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่ จัดตั้งตามกฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๙๐ มาตรา ๑๑๑/๑๘๑ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกศาลสั่ง พิทักษ์ทรัพย์หรือถูกทางการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมายอื่นสั่งระงับการดำเนิน กิจการบางส่วนหรือทั้งหมด ให้นำความในมาตรา ๔๓มาตรา ๔๔มาตรา ๔๕และมาตรา ๔๖แห่ง พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้ พ.ศ. ๒๕๔๖มาใช้บังคับแก่ลูกค้า และทรัพย์สินที่ถือว่าเป็น ของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ในการนี้ให้สันนิษฐานว่ารายการและจำนวน ทรัพย์สินของลู ค้ ซึ่งปรากฏตามบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์จัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนดเป็นรายการและจำนวนที่ถูกต้อง เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ “ลูกค้า”หมายความว่า (๑) บุคคลที่ใช้บริการด้านธุรกิจหลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ประเภทการเป็น นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนดและมีฐานะสุทธิเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีสิทธิเรียกเอาเงิน หลักทรัพย์ ตราสารทางการเงิ หรือทรัพย์สินอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ับ ได้มาหรือมีไว้เพื่อบุคคลดังกล่าว มาตรา ๑๑๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - - (๒) บุคคลอื่นนอกจากบุ คลตาม (๑) ซึ่ มีฐานะสุทธิเป็เจ้ หนี้ของบริษัท หลักทรัพย์อันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ บริษัทหลักทรัพย์ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของบุคคลตาม(๑) “ทรัพย์สินที่ถือว่าเป็นของลูกค้า”หมายความว่า (๑) บรรดาทรัพย์ิ ของลูกค้าและทรัพย์สิ อื่นที่ได้มาแทนทรัพย์สินของลู ค้ ตลอดจนดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครอง หรืออำนาจสั่งการหรือสั่งจำหน่าย ของบริษัทหลักทรัพย์ อันเนื่องมาจากประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขาย หลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (๒) หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดที่บริษัทหลักทรัพย์ถือไว้ในลักษณะเป็น เจ้าของ ซึ่งเป็นหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินที่ออกโดยนิติบุคคลเดียวกันหรือโครงการจัดการ กองทุนรวมเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกันกับหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินของลูกค้า ทั้งนี้ ในจำนวนที่จำเป็นเพื่อการส่งคืนหลัทรัพย์หรือตราสารทางการเงินประเภทและชนิดเดียวกันนั้นแก่ ลูกค้าตามสิทธิเรียกร้องที่ลูกค้ามีต่อบริษัทหลักทรัพย์

  25. ส่วนที่ ๓ การเป็นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์2 sections
  26. Section ๑๑๒

    ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทำ สัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าที่มอบหมายให้ทำการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในการนี้ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนอาจกำหนดรายการอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็น ธรรมแก่คู่สัญญาดังกล่าวก็ได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  27. Section ๑๑๓

    ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้อง ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

  28. ส่วนที่ ๔ การค้าหลักทรัพย์1 sections
  29. Section ๑๑๔

    ในการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการค้าหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] มาตรา ๑๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  30. ส่วนที่ ๕ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุ1 sections
  31. Section ๑๑๕

    ในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดและคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนจะกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์อาจเรียกจากลูกค้าในการ เป็นที่ปรึกษาการลงทุนด้วยก็ได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  32. ส่วนที่ ๖ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์1 sections
  33. Section ๑๑๖

    ในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดและคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนจะกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์ อาจเรียกจากลูกค้าในการ จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ด้วยก็ได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  34. ส่วนที่ ๗ การจัดการกองทุนรวม24 sections
  35. Section ๑๑๗

    ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จะจัดตั้งและจัดการ กองทุนรวมได้ เมื่ อคำขอจัดตั้ กองทุ รวมนั้ นได้รับอนุ ติ จากสำทั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  36. Section ๑๑๘

    ในการยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนรวมตามมาตรา ๑๑๗บริษัทหลักทรัพย์ ต้องส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย (๑) รายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมตามรายการที่สำ กงานประกาศ กำหนด (๒) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ - - (๓) ร่างสัญญาจัดตั้ ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

  37. Section ๑๑๙

    ข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์อย่างน้อยต้อง มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (๑) อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทหลักทรัพย์ (๒) การแต่งตั้ง เงื่อนไขการเปลี่ยนตัวและค่าตอบแทนของผู้ดูแลผลประโยชน์ของ กองทุนรวม (๓) อัตรา และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบำเหน็จในการจัดการกองทุนรวม (๔) สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน (๕) การเลิกกองทุนรวมไม่ว่าเพราะเหตุครบกำหนดอายุของโครงการจัดการกองทุน รวมหรือเพราะเหตุอื่นใด (๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  38. Section ๑๒๐

    ข้อผู พัตามมาตรา ๑๑๙และสัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของ กองทุนรวมต้องไม่มีข้อจำกัดความรับผิดของบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีลักษณะอัน ไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งให้ตก เป็นโมฆะ

  39. Section ๑๒๑

    ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมต้องเป็นธนาคารพาณิชย์หรือ สถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ในการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง สำนักงานจะกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้เป็น สำคัญ (๑) เงินกองทุนสินทรัพย์รวมสุทธิ และผลการดำเนินงานของผู้ที่จะเป็นผู้ดูแล ผลประโยชน์ (๒) ความสัมพันธ์ของผู้ดูแลผลประโยชน์กับบริษัทหลักทรัพย์ (๓) การจัดองค์ รและการควบคุมภายในเพื่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดูแล ผลประโยชน์

  40. Section ๑๒๒

    เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตาม มาตรา ๑๑๗แล้วและก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชน ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวม

  41. Section ๑๒๓

    การเสนอขายหน่วยลงทุ ต่อประชาชนจะกระทำได้ต่อเมื่อบริษัท หลักทรัพย์ได้จัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนพร้อมทั้งระบุวันที่ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการ กองทุนรวมไว้ด้วย - - หนัสือชี้ชวนต้องเป็ไปตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนดสำหรับรายการใน หนังสือชี้ชวนที่ตรงกับรายการในโครงการจัดการกองทุนรวมต้องมีสาระสำคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

  42. Section ๑๒๔

    เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายหน่วยลงทุนในแต่ละโครงการจัดการ กองทุนรวมให้รวมเข้ เป็นกองทรัพย์ิน และให้บริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนกองทรัพย์สินดังกล่าว เป็นกองทุนรวมกับสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ กำหนด กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัท หลักทรัพย์นำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนตามโครงการจัดการกองทุนรวมตามที่ได้รับอนุมัติ โดยให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกองทุนรวม ให้กองทุนรวมตามวรรคสองมีสัญชาติเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ในการดำเนินการของกองทุนรวม [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  43. Section ๑๒๕

    ในการจัดการกองทุนรวมบริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) จัดการให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติ ตลอดจนข้อ ผูกพันที่ทำไว้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างเคร่งครัด (๒) จัดให้มีการฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน รวม (๓) จัดทำบัญชีแสดงการลงทุนของกองทุนรวมไว้โดยถูกต้องครบถ้วน (๔) จัดทำรายงานการลงทุนของกองทุนรวมให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด (๕) จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศ กำหนดด้วยความเห็ชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุ (๖) จัดให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการนำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนและ นำผลประโยชน์ดังกล่ วฝากไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  44. Section ๑๒๖

    ในการจัดการกองทุนรวม ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) กระทำการใดๆอันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ ถือหน่วยลงทุนตามที่สำนักงานประกาศกำหนด (๒) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการนั้นเอง (๓) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่บริษัทหลัทรัพย์เดียวกัน นั้นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ - - (๔) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริัทใดเกินอัตราส่วนที่ งานประกาศ กำหนด ทั้งนี้ สำนักงานจะกำหนดตามประเภทของหลักทรัพย์หรือตามประเภทของกิจการของบริษัท นั้นก็ได้ (๕)๘๓ กู้ยืมเงินในนามของกองทุนรวม หรือก่อภาระผูกพันใดๆแก่ทรัพย์สินของ กองทุนรวม เว้นแต่เป็นการเข้าผูกพัตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตามหลัเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด การประกาศตาม(๔) สำนักงานจะประกาศกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ถือปฏิบัติ สำหรับแต่ละกองทุนรวมหรือรวมทุกกองทุนรวมที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก็ได้

  45. Section ๑๒๗

    ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ดูแลให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๕โดยเคร่งครัด (๒) รับฝากทรัพย์สิ ของกองทุนรวมโดยแยกไว้ต่างหากจากทรัพย์สินอื่น พร้อมทั้ง ดูแลให้การเบิกจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวมเป็นไปตามที่ระบุไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวม (๓) จัดทำบัญชีแสดงการรับจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวม (๔) จัดทำรายงานเสนอต่อสำนักงาน ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทำการ หรืองด เว้นกระทำการจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวมหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๕ (๕) ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามหน้าที่ของตน หรือ ฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือ หน่วยลงทุนทั้งปวง หรือเมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักงาน ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวม ใดให้เรียกร้องจากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

  46. Section ๑๒๘

    ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการจน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรา ๑๒๕ให้ผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวมจัดทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องดักล่าวโดยละเอียดและส่งให้แก่สำนักงาน ภายในห้าวันนับแต่วันที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมรู้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ในกรณีที่สำนักงานได้ับรายงานตามวรรคหนึ่ง และพิจารณาเห็ว่าการกระทำของ บริษัทหลักทรัพย์เป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้ง ปวง ให้สำนักงานมีอำนาจสั่ ให้บริษัทหลักทรัพย์แก้ไขการกระทำหรืองดเว้ การกระทำที่อาจ ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๒๕ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานที่สั่งตามวรรคสอง ให้ สำนักงานมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) สั่งเพิกถอนการเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทหลักทรัพย์นั้นและ แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นเข้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการแทน ทั้ งนี้ ให้ถือว่าบริษัท หลักทรัพย์ที่สำนักงานแต่งตั้งได้รับไปซึ่งสิทธิและหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งเพิกถอน (๒) สั่งให้บริษัทหลักทรัพย์เลิกกองทุนรวมนั้ มาตรา ๑๒๖(๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๖ - -

  47. Section ๑๒๙

    ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม โครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีจัดการ หากมิได้กระทำ ตามมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของ จำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของโครงการจัดการกองทุนรวมนั้น จะต้องได้รับความ เห็นชอบจากสำนักงาน ในกรณีที่การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีจัดการได้กระทำตาม มติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีมติ ให้แก้ไข ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีจัดการ ไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคน และประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่ อย่างน้อยหนึ่งฉบับ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานหรือวันที่ได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่ กรณี

  48. Section ๑๓๐

    เมื่อเลิ กองทุนรวมแล้ว ให้บริัทหลักทรัพย์แต่ ตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อ ทำหน้าที่รวบรวมและแจกจ่ายทรัพย์สินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งทำการอย่างอื่นตามแต่จำเป็น เพื่อชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด ผู้ชำระบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานก่อน ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการชำระบัญชีของกองทุนรวมใด ให้จ่ายจาก ทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  49. Section ๑๓๑

    เมื่อการชำระบัญชีเสร็จสิ้นให้ผู้ชำระบัญชีขอจดทะเบียนเลิกกองทุน รวมกับสำนักงาน ภายหลังจดทะเบียนเลิกกองทุนรวมแล้ว หากปรากฏว่ายังมีทรัพย์สินคงค้างอยู่ให้ผู้ ชำระบัญชีจัดการโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำ

  50. Section ๑๓๒

    ให้นำความในมาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๘๐มาตรา ๘๑มาตรา ๘๒มาตรา ๘๓มาตรา ๘๔มาตรา ๘๕มาตรา ๘๖มาตรา ๘๗และมาตรา ๘๙รวมทั้งบทกำหนด โทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับแก่การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนและการฟ้องร้องบังคับคดีกับ ผู้ดูแลผลประโยชน์โดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของกองทุนรวมใดให้เรียกร้องได้จาก ทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น ส่วนที่ ๘ - - การจัดการกองทุนส่วนบุคคล๘๔

  51. Section ๑๓๓

    ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรัษาผลประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดย ใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ให้บริษัทหลักทรัพย์ทำสัญญาเป็นหนังสือกับบุคคลหรือคณะบุคคลที่มอบหมายให้ จัดการกองทุนส่วนบุคคล และต้องดำเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในการนี้ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมี อำนาจกำหนดรายการอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาดังกล่าวได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  52. Section ๑๓๔

    ในการจัดการกองทุ ส่วนบุคคลบริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มี ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยความเห็นชอบของสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการ ที่ ณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้นำความในมาตรา ๑๓๓วรรค หนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลดำเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคสองหรือวรรคสาม ให้ สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลนั้นได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  53. Section ๑๓๕

    ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้รับ ฝากทรัพย์สิ โดยความเห็นชอบของสำทั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่ อนไข และวิธีารที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด บริษัทหลักทรัพย์อาจเป็ผู้รับฝากทรัพย์ินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน บุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน ส่วนที่ ๘การจัดการกองทุนส่วนบุคคล มาตรา ๑๓๓ถึง มาตรา ๑๔๐แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - - บุ คลและได้รับความเห็นชอบจากสำทั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่ อนไข และวิธารที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  54. Section ๑๓๖

    ให้บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุน ส่วนบุคคลออกจากทรัพย์สินของตน และในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้ มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ให้บริษัทหลักทรัพย์นำ ทรัพย์สินนั้นไปฝากไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๑๓๕วรรคหนึ่ง ภายใน วันทำการถัดจากวันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับทรัพย์สินนั้นมาหรือภายในระยะเวลาตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนด

  55. Section ๑๓๗

    ในการรับฝากทรัพย์สิน ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินแยกทรัพย์สินที่ตนรับ ฝากไว้ออกจากทรัพย์สินอื่นของตน และดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่รับฝากนั้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด ผู้รับฝากทรัพย์สินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้ส งานมีอำนาจเพิก ถอนการให้ความเห็นชอบผู้รับฝากทรัพย์สินนั้นได้

  56. Section ๑๓๘

    บรรดาทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลต้อง ลงชื่อของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและชื่อของบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะผู้ทำการแทน ไว้ด้วย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สำนักงานประกาศ กำหนด

  57. Section ๑๓๙

    ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำ การดังต่อไปนี้ (๑) ลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นใดเพื่อเป็นทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการ กองทุนส่วนบุคคล นอกจากที่ได้ตกลงกัไว้ตามสัญญามอบหมายให้จัดการกองทุ ส่วนบุคคล มาตรา ๑๓๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ - - (๒) รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน บุคคล เว้นแต่เป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญามอบหมาย ให้จัดการกองทุ ส่วนบุคคล (๓) ซื้อหรือขายทรัพย์สินในนามของตนเองให้แก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน บุ คลโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าถึ การกระทำดังกล่าว (๔) ให้คำรับรองแก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลว่าจะมีกำไรหรือ ผลตอบแทนในอัตราที่แน่นอนหรือสัญญาว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กำหนดไว้โดยแน่นอน เว้นแต่ เป็นการให้คำรับรองตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด (๕) กระทำการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนด

  58. Section ๑๔๐

    ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำบัญชีแสดงฐานะทางการเงินของกองทุ ส่วนบุคคลแต่ละรายตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบบัญชี แสดงให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีลักษณะตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ให้ บริษัทหลักทรัพย์จัดทำงบการเงินของกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นอยู่ตามความเป็จริ และต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด การกำหนด ดังกล่าวให้คำนึ ถึ มาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่า ด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบแล้วด้วย งบการเงินตามวรรคสองต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่ ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้าง ของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้สอบบัญชีของกองทุนส่วนบุคคลต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อ แสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และข้อกำหนด เพิ่มเติมตามที่ ณะกรรมการกำกับตลาดทุ ประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลในงบ การเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ รบถ้วนให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริ และผลกระทบที่เป็น สาระสำคัญต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่หรือวรรคห้ ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนการ ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  59. ส่วนที่ ๙ การเพิกถอนใบอนุญาตและการเลิกบริษัท12 sections
  60. Section ๑๔๑

    ในกรณีที่ส นักงานเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใด (๑) จัดทำบัญชีไม่เรียบร้อยหรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร (๒) กระทำการหรือไม่ ระทำการตามที่สำนักงานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขการกระทำดังกล่าวหรือกระทำ การหรืองดเว้นกระทำการตามที่สำนักงานเห็นสมควรภายในเวลาที่กำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  61. Section ๑๔๒

    เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสำนักงานว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมี การดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้ สำนักงานมีอ นาจสั่ ให้บริษัทหลัทรัพย์นั้นแก้ไขฐานะหรือการดำเนิ งานดักล่าวได้ภายใน ระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

  62. Section ๑๔๓

    ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมี ฐานะหรือมีการดำเนิ งานอยู่ในลัษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ประโยชน์ของประชาชนให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ดำเนินการ แก้ไขการบริหารงานให้ถูกต้องหรือดำเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน กำหนดในการนี้ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นด้วยก็ได้ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ดำเนินการแก้ไขหรือไม่สามารถแก้ไขการดำเนินงานดังกล่าว ได้ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัท หลักทรัพย์นั้นได้ [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  63. Section ๑๔๔

    เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสำงานว่ บริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมี การดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน หรือ กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๑๔๑หรือมาตรา ๑๔๒ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ นั้นถอดถอนกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ผู้เป็น ต้นเหตุดังกล่าวออกจากตำแหน่งได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแต่งตั้งบุคคลอื่นโดยความเห็นชอบ จากสำนักงานเข้าดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน - -

  64. Section ๑๔๕

    บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ถอดถอนบุคคลหรือถอดถอนแล้วไม่แต่งตั้ง บุคคลอื่นเข้าดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน ให้สำนักงานด้วยความ เห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจสั่งดังต่อไปนี้ (๑) ถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ั้นไม่ถอดถอน (๒) แต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดไปดำรงตำแหน่งแทนผู้ซึ่งถูกถอดถอนเป็นเวลาไม่เกิน สามปี และให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดโดยให้จ่ายจาก ทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และในระหว่างเวลาที่บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งอยู่ ผู้ถือหุ้นของ บริษัทหลักทรัพย์จะมีมติเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของสำนักงานมิได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าคำสั่งของสำนักงานตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใดๆไม่ว่าโดยทางตรงและ ทางอ้อมในบริัทหลักทรัพย์นั้นมิได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับ แต่งตั้งแทน [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  65. Section ๑๔๖

    บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๑๔๔ให้สำนักงานรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการก.ล.ต. มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

  66. Section ๑๔๗

    ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ประกอบกิจการตามประเภทที่ได้รับ ใบอนุญาตในปริมาณที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนดในช่วงระยะเวลาสองปีใดๆให้รัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่ เพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการทุก ประเภทหรือประเภทใดประเภทหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตนั้นได้

  67. Section ๑๔๘

    ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๖หรือมาตรา ๑๔๗ที่เป็นการสั่งเพิกถอนการประกอบกิจการทุกประเภทให้บริัทหลักทรัพย์ที่ ถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวเป็นอันเลิกบริษัท ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่อาจประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ ตามกฎหมายอื่น

  68. Section ๑๔๙

    ในการเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์ ให้รัฐมนตรีแจ้งเป็น หนังสือให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทราบและปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยณสำนักงานของบริษัท หลักทรัพย์นั้น กับทั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อย หนึ่งฉบับ - -

  69. Section ๑๕๐

    บริ ทหลักทรัพย์ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามประเภทที่ ได้รับใบอนุญาตให้ยื่นขออนุญาตเลิกประกอบกิจการต่อรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการ อนุญาตรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขใดๆก็ได้

  70. Section ๑๕๑

    เมื่อบริัทหลักทรัพย์ใดเลิกกิจการหรือเลิกประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทำการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ใน รายการที่ค้างอยู่ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

  71. Section ๑๕๒

    เมื่อมีการเลิกบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๔๘ให้มีการชำระบัญชี และให้สำนักงานแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี การชำระบัญชีให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า ด้วยการชำระบัญชีบริษัทจำกัด หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดว่าด้วยการชำระบัญชี แล้วแต่ กรณีเว้นแต่การใดที่เป็นอำนาจและหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงาน ค่ ใช้จ่ายในการชำระบัญชีของบริษัทหลัทรัพย์ใดให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัท หลักทรัพย์นั้น

Notes and footnotes · 25,073 characters
Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
The agency’s publication page
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Law-on-Savings-and-Investment-and-International-Ec/717/CNT0008799-1.pdf.aspx108 pp.
File checksum
sha256:c68c1e3c234f359c59a3d7c0e8116bacf93a21bd70d46975b3bf7baa1289c6edPulled at 2026-08-24T08:00:04.227Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness