พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
What edition is this?
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
Contents of this text
Preamble
พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๒มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้
Sections in this chapter
Show as list- หมวด ๑๓ บทเฉพาะกาล27 sections
- Section ๓๑๘
ในวาระเริ่มแรกเป็นระยะเวลาสี่ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษามิให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๑(๔) มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการ
- Section ๓๑๙
ให้กระทรวงการคลังดำเนินการให้มีการโอนเงินดังต่อไปนี้ ให้แก่ สำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นทุน ประเดิมของสำ งานตามมาตรา ๒๕ (๑) เงินคงเหลือจากกองทุนแก้ไขปัญหาธุรกิจหลักทรัพย์จำนวนห้าร้อยห้าล้านหก แสนสี่หมื่นสองพันหกร้อยสี่สิบสี่บาทหกสิบสตางค์พร้อมดอกผลของเงินดังกล่าว (๒) เงินคงเหลือจากกองทุนพัฒนาตลาดทุนจำนวนสองร้อยล้านบาท
- Section ๓๒๐
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยโอนเงินจำนวนห้าร้อยล้านบาทให้แก่ สำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นทุน ประเดิมของสำนักงานตามมาตรา ๒๕
- Section ๓๒๑
ให้ถือว่าบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทใดๆตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจ มาตรา ๓๑๗วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ - - หลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บัคับเป็นบริษัทที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนั้นตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้นำความในมาตรา ๙๔มาใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง
- Section ๓๒๒
ให้บริัทหลักทรัพย์หรือบริัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๑ที่ มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการให้มีทุนจด ทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้านบาท (๒) ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ต้องดำเนินการให้มีทุนจด ทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท
- Section ๓๒๓
บุคคลผู้กระทำการแทนบริษัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ตามกฎหมายต่างประเทศโดยมีสำนักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรและได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่ ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ อยู่แล้วใน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำการแทนบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งจัดตั้งตามกฎหมาย ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตแล้วตามมาตรา ๙๓แห่งพระราชบัญญัตินี้
- Section ๓๒๔
ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้ับอนุญาตให้ประกอบกิจการจัดการลงทุน ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ จัดการ โครงการลงทุนตามที่ได้รับอนุมัติตามกฎหมายดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการลงทุนนั้น ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวด้วยสำหรับการใด ที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ในระหว่างยังไม่สิ้นสุดโครงการลงทุนหากบริษัทหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งมีความ ประสงค์จะแปรสภาพโครงการลงทุนให้เป็นกองทุนรวมตามพระราชบัญญัตินี้ บริษัทหลักทรัพย์ ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ค ก.ล.ต. กำหนดและเมื่อได้ ดำเนินการแล้วให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนรวมตามพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดย อนุโลม
- Section ๓๒๕
ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๑ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบการจัดการกองทุนรวมซื้อหรือมีหุ้นเป็นของตนเองโดยมิใช่เพื่อประโยชน์ของโครงการลงทุน อยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ซึ่งไม่อาจกระทำได้ตามมาตรา ๙๘ (๗) แห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวคงมีสิทธิถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นนั้นต่อไปได้ แต่ถ้าจำหน่าย หุ้นไปเท่าใด ก็ให้มีสิทธิถือหรือมีไว้เพียงเท่าจำนวนที่เหลือนั้น
- Section ๓๒๖
ให้ถือว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ซึ่ ได้รับความเห็ชอบตามกฎหมายว่ ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุนธุรกิจ หลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท หลักทรัพย์ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วตามพระราชบัญญัตินี้ - -
- Section ๓๒๗
ในกรณีที่บริษัทตามมาตรา ๓๒๑มีกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มี อำนาจในการจัดการหรือที่ปรึ ษาซึ่ เป็บุคคลที่ได้รับความเห็ชอบตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๓๒๘
ให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลัง หรือประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วย การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ บรรดาซึ่งยังใช้บังคับอยู่ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ การใดที่กฎกระทรวงและประกาศตามวรรคหนึ่งกำหนดให้เป็อำนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ยังคงเป็นอำนาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประทศไทยต่อไปแล้วแต่กรณีจนกว่ามีการแต่งตั้ง คณะกรรมการก.ล.ต. และเลขาธิการแล้ว ให้อำนาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี ก.ล.ต. หรือสำนักงาน แล้วแต่กรณี
- Section ๓๒๙
ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗เป็นตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งดำรง ตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งและ เลือกตั้งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่ เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- Section ๓๓๐
ให้โอนบรรดาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ไปเป็นของตลาดหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้
- Section ๓๓๑
ให้โอนบรรดากิจการ ทุ สิ ทรัพย์ สิทธิ หนี้สิน ความรับผิดและ งบประมาณของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนบรรดาเงินของกองทุนทดแทนความเสียหายที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ไปเป็นของตลาดหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้
- Section ๓๓๒
ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินปีละห้าสิบล้านบาทเป็นเวลาห้าปีให้แก่ สำนักงาน โดยในปีแรกให้ดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราช กิจจานุเบกษา และในปีต่อ ๆ ไปให้ดำเนินการภายในสามสิบวับแต่วัสิ้ ปีปฏิทินของปีที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและของปีถัดไปจนครบห้าปี - - เงินที่จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเงินที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘๒ ตลอดเวลาที่ยังดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
- Section ๓๓๓
ให้สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๓๓๔
ให้หลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตาม พระราชบัญญัตินี้ แต่ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์ดังกล่าวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัท จำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บริษัทนั้นแปร สภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด ภายในสองปีนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่ีความจำเป็น ก.ล.ต. อาจขยายระยะเวลาดังกล่าว ได้ แต่จะขยายระยะเวลาเกินกว่าห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับไม่ได้
- Section ๓๓๕
ในกรณีที่บริษัทใดดำเนินการยื่นคำขออนุญาตให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังสั่งรับหลักทรัพย์ของตนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลัทรัพย์รับอนุญาตต่อ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๘และมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยพ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังมิได้มีคำสั่งให้รับหลักทรัพย์นั้นเป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้ ดำเนินการตามมาตรา ๑๘และมาตรา ๑๙แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไปได้ และให้อำนาจหน้าที่ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อ ก.ล.ต. ได้สั่งรับหลักทรัพย์ของบริษัทที่ได้ยื่นขออนุญาตให้เป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ และให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวต้อง ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามมาตรา ๓๓๔แห่งพระราชบัญญัตินี้ด้วย
- Section ๓๓๖
ในกรณีที่บริษัทใดดำเนินการยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นใหม่ต่อ ประชาชนหรือออกหุ้นกู้ ต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๗และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังมิได้อนุญาตให้บริษัท ดังกล่าวเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ได้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ดำเนินการพิจารณาการขออนุญาตดังกล่าวต่อไปได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่จะต้อง แก้ไขเพิ่มเติมหลัเกณฑ์และวิธีารดังกล่ วเพื่อให้การพิจารณาอนุญาตลุล่วงไปได้ ตลาดหลักทรัพย์อาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีการใดๆด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการก.ล.ต. ก็ได้ - -
- Section ๓๓๗
บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชน หรือออกหุ้นกู้ ตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ ตามมาตรา ๓๓๖แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้บริษัทดังกล่าวดำเนินการเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชน หรือออกหุ้นกู้ต่อไปได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามมาตรา ๑๙ตรี แห่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าวและในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวเพื่อให้การ เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ลุล่วงไปได้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อาจกำหนด หลักเกณฑ์หรือวิธีการใดๆด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการก.ล.ต. ก็ได้
- Section ๓๓๘
ให้บรรดากฎกระทรวงและประกาศกระทรวงการคลังที่ออกตามความ ในพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๗ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบปฏิบัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบ ปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนหุ้น และประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบรรดาซึ่งยังใช้บังคับอยู่ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ การใดที่กฎกระทรวง ประกาศข้อบังคับ และระเบียบตามวรรคหนึ่งกำหนดให้เป็น อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ให้ยังคงเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป แล้วแต่กรณี จนกว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้อำนาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ ของรัฐมนตรี คณะกรรมการก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แล้วแต่กรณี
- Section ๓๓๙
บุคคลใดที่ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์อยู่แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดำเนินการได้ต่อไป แต่ต้องยื่นคำขอใบอนุญาตเพื่อประกอบการดังกล่าว ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขออนุญาตแล้วให้ ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาต
- Section ๓๔๐
ให้บรรดาสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคม ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้ ต้องขออนุญาตเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ภายในเก้าสิบวันนับแต่ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ตามพระราชบัญญัตินี้แล้วให้นายทะเบียนสมาคมการค้ ตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขีดชื่อ สมาคมการค้านั้นออกเสียจากทะเบียนสมาคมการค้า - - บรรดาทรัพย์สินและหนี้สินของสมาคมที่ มีล ษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับ ธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้โอนมาเป็นของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้ จัดตั้งขึ้นใหม่ ถ้าสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ หลักทรัพย์เป็นสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าไม่ขออนุญาตเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่อง กับธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นอันเลิก และให้นายทะเบียนสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขีดชื่อสมาคมการค้านั้นออกเสีย จากทะเบียนสมาคมการค้า ถ้าสมาคมการค้าไม่พอใจในคำสั่งของนายทะเบียนสมาคมการค้าตามกฎหมายว่า ด้วยสมาคมการค้าที่ให้ขีดชื่อออกจากทะเบียน สมาคมการค้าก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้โดยยื่น อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ภายในกำหนดสิบห้ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ คำสั่งคำวินิจฉัยของ คณะกรรมการก.ล.ต. ให้เป็นที่สุด
- Section ๓๔๑
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุ กิจเครดิตฟองซิเอร์ และตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยพ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗เป็พนังานเจ้าหน้าที่ที่ได้ บแต่ ตั้ ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่า คณะกรรมการก.ล.ต. จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ถือว่าบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกให้แก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เป็นบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อมีการ แต่งตั้งเลขาธิการแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานการปฏิบัติหน้าที่ต่อสำนักงาน
- Section ๓๔๒
ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจ เปรียบเทียบความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ หรือตามพระราชบัญญัติตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๗
- Section ๓๔๓
บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒๒หรือไม่ดำเนินการตาม หลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา ๓๒๔วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาทและปรับ อีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าการ กระทำความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการ การกระทำการหรือไม่สั่งการหรือไม่ กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการ ดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นผู้ใด ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสาม แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ - -
- Section ๓๔๔
ความผิดตามมาตรา ๓๔๓ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา ๓๑๗มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี - - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การพัฒนาตลาดทุนของ ประเทศที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นการพัฒนาตลาดรองซึ่งเป็นตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังขาดการ พัฒนาตลาดแรกอันเป็นตลาดสำหรับหลักทรัพย์ออกใหม่ วบคู่กันไปด้วยทำให้บทบาทที่สำคัญของ ตลาดรองในการเป็นตลาดที่สนับสนุนตลาดแรกไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้จึงต้องเปิด โอกาสให้ารพัฒนาตลาดแรกได้ ว้ งขวางขึ้นและให้มีตราสารประเภทต่างๆได้ากขึ้นเพื่อใช้เป็น เครื่องมือในการระดมทุน นอกจากนี้โดยที่การควบคุมดูแลในเรื่องที่เกี่ยวกับตลาดทุนมีกฎหมายที่ เกี่ยวข้องหลายฉบับและอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานทำให้การกำกับและพัฒนา ตลาดทุนขาดความเป็นเอกภาพ ทั้งยังขาดมาตรการที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สมควรมีกฎหมายและหน่วยงานที่เป็นศูนย์รวมในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๒๑๔๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยง ชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจการจัดการลงทุน ประเภทหนึ่งซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วน บุคคล ดังนั้น เพื่อให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นไปตามมาตรฐานและหลักการเดียวกันกับ การจัดการกองทุนส่วนบุคคล สมควรกำหนดให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ภายใต้บังคับ บทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการกองทุนส่วนบุคคลให้มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน และเป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลได้มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๔๖๑๔๗ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕บัญญัติห้ามบริษัทหลักทรัพย์ที่จัดการกองทุนรวมก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่ทรัพย์สินของกองทุนรวม แต่การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นการบริหารการเงินที่สามารถ นำมาใช้ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติ กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์เพื่อให้กองทุนรวมสามารถบริหารความเสี่ยงโดยการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑๑๔๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่๑๓๗ก/หน้า ๑/๓๐ธันวาคม๒๕๔๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๒๐/ตอนที่๖๕ก/หน้า ๔๘/๑๐กรกฎาคม๒๕๔๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่๔๒ก/หน้า ๑/๔มีนาคม๒๕๕๑ - - มาตรา ๕๖ ให้แก้ไขคำว่ “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” ในมาตรา ๖มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๐มาตรา ๔๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๖มาตรา ๕๖มาตรา ๕๙มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๗มาตรา ๖๙มาตรา ๗๐มาตรา ๗๑มาตรา ๘๐มาตรา ๘๘มาตรา ๙๒มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๐๐มาตรา ๑๐๓มาตรา ๑๐๙มาตรา ๑๑๒มาตรา ๑๑๔มาตรา ๑๑๕มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๑๙มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕มาตรา ๑๓๐มาตรา ๑๓๓มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕มาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๓วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔๕มาตรา ๑๘๑มาตรา ๑๙๙มาตรา ๒๑๐มาตรา ๒๒๓มาตรา ๒๔๘มาตรา ๒๕๒มาตรา ๒๕๕และมาตรา ๒๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นคำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” มาตรา ๕๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอชื่อบุคคลต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ มีมติแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการก.ล.ต. ตามมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๕๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่าน กระบวนการคัดเลือกดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ นี้ (๑) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการก.ล.ต. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คัดเลือกกันเอง โดยวิธีการจับสลากให้เหลือจำนวนสามคน และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็น การพ้นจากตำแหน่งตามวาระ (๒) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับการแต่งตั้งตาม มาตรา ๕๗ให้ประธานกรรมการก.ล.ต. และกรรมการก.ล.ต. ที่มิใช่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกัน เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. จำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งต่อคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา ๓๑/๓แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติี้และให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเพื่อมีคำสั่งแต่งตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ เมื่อครบสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๑) ออก จากตำแหน่งและให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ มาตรา ๕๙ ให้คณะกรรมการก.ล.ต. ตามมาตรา ๘แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอยู่ใน ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๗ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๘ - - มาตรา ๖๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการกำกับตลาดทุ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทำหน้าที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ร่วมกัเสนอรายชื่อผู้ทรงคุ วุฒิที่สมควรได้ บการแต่ ตั้ เป็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับตลาดทุนตามมาตรา ๑๖/๑แห่งพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ต่อคณะกรรมการ คัดเลือกเพื่อดำเนินการตามที่กำหนดในมาตรา ๓๑/๗แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๑ ให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวัก่อนวันที่พระราชบัญญัติี้ใช้บังคับ อยู่ในตำแหน่งและปฏิบัติ หน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามมาตรา ๕๘วรรคหนึ่ง มิให้นำความในมาตรา ๒๒/๑แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจาก ตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้อีกวาระหนึ่ง มาตรา ๖๒ ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๖๐แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ได้รับอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๖๑แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าวไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไปได้จนเสร็จสิ้นตามประกาศหรือระเบียบที่ใช้บังคับแก่การพิจารณา และวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น มาตรา ๖๓ ให้บรรดาประกาศ ระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ที่ยังใช้บังคับ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะได้มีประกาศระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบัคับเป็นอย่างอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง โครงสร้างขององค์กรกำกับดูแลตลาดทุนโดยปรับปรุงที่มา องค์ประกอบ คุณสมบัติ และวาระการ ดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพื่อทำหน้าที่ในการตรากฎเกณฑ์กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ และการทำธุรกรรมต่างๆในตลาดทุนปรับปรุงที่มาและการพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งเพิ่มข้อห้ามมิให้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิบัติหน้าที่หลังการพ้นจากตำแหน่งด้วย ตลอดจนสมควรปรับปรุงหลัเกณฑ์เกี่ยวกับการ - - กำกับดูแลการเสนอขายหลักทรัพย์เพื่อรองรับพัฒนาการของรูปแบบการจัดตั้งผู้ออกหลักทรัพย์ โดย กำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการที่ดีของบริษัทที่มีการระดมทุนในตลาดทุน ในด้านหน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร และสิทธิของผู้ถือหุ้นของบริษัท ปรับปรุง หลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นสากล ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ ประกอบธุ กิจหลัทรัพย์และหลัเกณฑ์คุ้ ครองทรัพย์สิ ของลูกค้าของบริ ทหลัทรัพย์ให้ เหมาะสมกับสภาวการณ์ กำหนดบทบัญญัติรองรับการทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์อันได้แก่การ บังคับจำนำหลักทรัพย์จดทะเบียนเพื่อให้ธุรกรรมต่างๆสามารถดำเนินไปได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น กำหนดบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองระบบการส่งมอบและชำระบัญชีในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ เพื่อยกระดับการใช้ความ คุ้มครองผู้ลงทุนรวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติต่างๆเพื่อส่งเสริมให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
- The agency’s publication page
- https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Law-on-Savings-and-Investment-and-International-Ec/717/CNT0008799-1.pdf.aspx108 pp.
- File checksum
- sha256:c68c1e3c234f359c59a3d7c0e8116bacf93a21bd70d46975b3bf7baa1289c6edPulled at 2026-08-24T08:00:04.227Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness